คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #9 : บทที่ 5+++++100% (ปัญหาใหม่)
ตอน : ปัญหาใหม่
ลัลญ์ลลินนั่งเอามือกุมขมับเมื่อมีเอกสารทวงหนี้จากทางธนาคารส่งมาที่บ้าน เธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนว่ารติลพเอาโฉนดบ้านพร้อมที่ดินไปจำนองกับทางธนาคาร หากเป็นการขอสินเชื่อคงจะไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเยอะขนาดนี้ เธอถึงกับเครียดเลยทีเดียว และยิ่งแย่ไปกว่านั้นก็คือรติลพไม่เคยมีการชำระหนี้แม้แต่ครั้งเดียวพอถึงตอนนี้ดอกเบี้ยก็เพิ่มพูนมากขึ้น เมื่อลูกหนี้ไม่ยอมชำระหนี้หรือไกล่เกลี่ยกับทางธนาคารไม่ช้าไม่นานบ้านหลังนี้อาจจะถูกธนาคารยึดเมื่อไหร่ก็ได้
เมื่อลัลญ์ลลินไม่เคยเห็นจดหมายทวงหนี้จากธนาคารเธอจึงสอบถามกับบุรุษไปรษณีย์จนแน่ใจว่ารติลพจ่ายเงินปิดปากไปรษณีย์ที่ให้โทรหาก่อนส่งทุกครั้ง แต่วันนี้เป็นจังหวะที่เธอรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านพอดี จนรู้ทุกอย่างว่ามันคืออะไร วันนี้เธอจะต้องเค้นเอาความจริงจากรติลพให้ได้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่
“ลินแกหายไปไหนมา ทำไมเมื่อวานแกไม่กลับบ้าน?”
รติลพเดินลงมาจากบ้านในสภาพเพิ่งตื่นนอน พอเจอน้องสาวก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดีโดยไม่ได้ทุกข์ร้อนกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานสักนิด ทำเอาลัลญ์ลลินเดือดจัดที่เห็นสีหน้าของพี่ชายรื่นเริงเกินเหตุ
เธอมองหน้าพี่ชายอย่างไม่ละสายตาด้วยความโกรธไม่คิดว่ารติลพจะทำได้ถึงเพียงนี้
“ลิน…แกเป็นอะไรของแก ทำไมมองหน้าพี่แบบนั้น แล้วแม่ไปไหน?” รติลพพยายามเฉไฉไปเรื่องอื่น
“แม่ไปหาน้าราตรีที่บางบัวทอง กว่าจะกลับก็คงเย็น ๆ ” น้ำเสียงของเธอห้วนจัด
“ถามแค่นี้ทำไมต้องอารมณ์เสียด้วยล่ะ” รติลพไม่ได้สนใจยังเดินหาข้าวกินในครัว “มีอะไรกินบ้างน่ะลิน พี่หิว”
“จะกินให้มันเปลืองข้าวสุกทำไมพี่ลพ” เธอสวนขึ้นทันควัน
“แกเป็นอะไรของแก อารมณ์เสียแต่เช้าเลย หรือว่าผัวของแก…ไม่ใช่สิ หรือว่าไอ้สุดหล่อนั่นไม่มาหาว่ะ?”
“พูดจาให้มันดี ๆ นะพี่ลพ พี่มีเรื่องต้องคุยกับลิน”
รติลพยักไหล่อย่างไม่สนใจ เพราะเขารู้ว่าผู้ชายที่อ้างตัวว่าเป็นสามีของลัลญ์ลลินนั้นรวยมาก ถ้าหากไม่รวยคงไม่มีเงินจ่ายหนี้ให้เขาเป็นล้าน ๆ แน่นอน ดีเสียอีกเขาจะได้ไม่ต้องหาเงินใช้หนี้ให้เหนื่อย
“คนนั้นน่ะใครเหรอลิน? รวยเป็นบ้าเลยว่ะ” เขายังเซ้าซี้ไม่เลิก
“พี่ลพไม่จำเป็นต้องรู้หรอกว่าเขาเป็นใคร แต่สิ่งที่พี่ลพต้องตอบลินว่าจดหมายนี้มันคืออะไร” เธอหยิบจดหมายที่ได้รับหมาด ๆ ขึ้นมา เมื่อรติลพเห็นจดหมายในมือของน้องสาวถึงกับหน้าซีดเผือดและรู้ตัวว่าพลาดอย่างแรง
“ทำไม…แค่นี้พี่ลพถึงกับพูดไม่ออกเลยหรือ แล้วแม่รู้หรือยัง?”
“แม่ไม่รู้อะไรมากหรอกลิน แม่อยากจะช่วยพี่ก็เลยยอมไปเซ็นต์ให้ที่ธนาคารเพราะพี่บอกว่าจะเอาไปลงทุน”
“แล้วทำไมพี่ลพถึงไม่ยอมติดต่อกับทางธนาคาร ลินไม่รู้เลยว่าพี่ลพเอาบ้านไปจำนองกับธนาคารและขาดส่งเงินกู้ ถึงตอนนี้แล้วธนาคารก็ออกจดหมายเตือน ทีนี้จะทำยังไงถ้าบ้านหลังนี้ก็กำลังจะถูกยึด!”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่าลิน” รติลพพูดอย่างใจเย็นทั้งที่ภายในใจร้อนรน จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“ภายในหนึ่งเดือนถ้าเราไม่เข้าไปไกล่เกลี่ยหรือใช้หนี้ตามกำหนด ธนาคารก็จะขายทอดตลอดทันที แล้วจะหาเงินมาจากไหน ทำไมพี่ถึงได้ก่อเรื่องไม่หยุดไม่หย่อนสักที ตกลงพี่เป็นหนี้ไอ้เฮียหัวงูนั่นเท่าไหร่กันแน่”
เมื่อถูกคาดคั้นมาก ๆ รติลพถึงกับจนมุมก่อนจะพูดออกมาติด ๆ ขัด ๆ “ละ…ล้านห้าแสนน่ะลิน”
คราวนี้รติลพก้มหน้าหงุด ไม่กล้าสู้หน้าน้องสาวเพราะเขาผิดจริง ๆ ไม่คิดว่าผีพนันจะเข้าสิงห์จนติดโงหัวไม่ขึ้น
“เงินไม่ใช่น้อยพี่จะหามาจากไหนถ้าจะกลับเข้าไปในบ่อนคราวนี้มันคงถลุงพี่เป็นสิบ ๆ ล้านแน่” รติลพพูดด้วยความรู้สึกผิดก่อนจะเอ่ยขึ้นเมื่อรู้ว่าเขาผิดอย่างไม่น่าให้อภัย “พี่ขอโทษ พี่ผิดไปแล้วพี่จะไม่กลับเข้าไปอีกพี่สัญญา”
“จะให้ลินเชื่อได้ยังไง ก็ดูพี่ทำสิ ดีที่ว่ายังมีจิตสำนึกอยู่บ้างที่ไม่เอาจำนองถึงสองล้านห้าน่ะ ไม่อย่างนั้นคงต้องไปขายยาบ้าเอาเงินมาใช้หนี้” เธอประชดอย่างไม่พอใจ
“ลินพี่ว่าเอาเงินเก็บของแกไปใช้หนี้ธนาคารก่อนเถอะ พี่ไม่อยากให้แม่เสียใจ”
“ไม่อยากให้แม่เสียใจ” เธอย้อนขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันก่อนจะตะคอกขึ้นเสียงดัง “แล้วพี่ลพทำแบบนี้ทำไม?”
น้ำเสียงของเธอดังขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเหลืออดกับพฤติกรรมของพี่ชาย ไม่รู้ว่าเธอเป็นพี่หรือเป็นน้องกันแน่ที่ต้องแบกรับภาระและปัญหาทุกอย่างทั้งหมด ที่แย่ไปกว่านั้นเมื่อเธอกำลังตกงาน ลำพังนั่งแปลเอกสารมันคงไม่พอยาไส้อะไรกับภาระหนี้สินที่เธอไม่ได้ก่อเลยสักนิด ทำไมปัญหามันถึงไม่จบไม่สิ้นเสียที
“ลิน…ถ้างั้นแกก็ไปกู้เงินกับเจ้านายของแกก่อน พี่จะหามาคืนให้แต่มันต้องใช้เวลาหน่อย”
คราวนี้เธอหัวเราะลั่นราวกับคนบ้า “จะให้ลินไปกู้เงินใครได้ล่ะ ตอนนี้ลินก็ตกงานเหมือนกัน”
รติลพถึงกับเงียบกริบที่รู้ว่าน้องสาวตกงาน และรู้สึกผิดที่สร้างภาระและปัญหาไว้มากมายโดยมองไม่เห็นหนทางว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร เพราะความคิดเพียงชั่ววูบหลอกล่อให้มารดาร่วมมือไปด้วยจนทำให้ทุกคนต้องเดือนร้อน
“ลินพี่ขอโทษ”
“พี่ลพทำแบบนี้ได้ยังไงกัน พี่ยังเห็นลินเป็นน้องสาวพี่หรือเปล่า”
ลัลญ์ลลินเอ่ยขึ้นด้วยความเสียในก่อนจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้และปล่อยโฮออกมาอย่างอัดอั้นตันใจ ในที่สุดก็รู้ความจริงหลังจากพี่ชายปกปิดมานาน รติลพหลงผิดคิดว่าการพนันมันจะทำให้มีเงิน แต่สุดท้ายการพนันก็ไม่ได้ทำให้ใครรวยและยังมีผลตามมาอีกมากมายเพราะความหลงผิดของมนุษย์
“ลิน…พี่”
คราวนี้เขาถึงกับพูดไม่ออกเพราะรู้ว่าลัลญ์ลลินต้องทุกข์ใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นโดยที่เขาเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ทั้งหมด โดยที่เขาเป็นคนก่อทั้งหมดแต่สุดท้ายแล้วปัญหาทุกอย่างลัลญ์ลลินก็คอยแก้ปัญหาให้เขาทุกครั้งไป
“พี่ไม่มีทางเลือกจริง ๆ พี่ขอโทษ ไม่คิดว่ามันจะเลวขนาดนี้ ที่แกรอดมาได้พี่ดีใจมากรู้ไหม แกอย่าโกรธพี่เลยนะพี่ขอโทษ ขอโทษจริง ๆ ” เขาดึงร่างบางของลัลญ์ลลินเข้ามามากอด ไม่ใช่ว่าเขาไม่เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นและรู้สึกกลัวมากเมื่อรู้ว่าชูชัยพอใจลัลญ์ลลินจนอยากได้เป็นเมีย หากไม่มีคนไปช่วยเขาคงรู้สึกผิดตลอดชีวิต
ลัลญ์ลลินทุบลงกลางอกของรติลพเธอรู้สึกปวดร้าวเหลือเกิน ไม่คิดว่าพี่ชายของเธอจะเข้าไปเกลือกกลั้วกับคนพวกนั้น และยังมีเรื่องกลัดกลุ้มในครอบครัวอีกมากมายเมื่อมารดาป่วยและยังต้องใช้เงินอีกมากมายในการรักษา และรติลพก็ยังไม่รู้เพราะไม่เคยสนใจเรื่องของทุกคนในครอบครัว แม้จะโกรธแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่านี้ แต่เมื่อมีปัญหาก็ต้องหาทางแก้ไขให้ได้โดยไม่รู้ว่ามันผ่านพ้นไปได้อย่างไร
“แล้วพี่จะทำยังไงต่อไป?”
“พี่ว่าจะไปหางานและรับจ๊อบเพิ่ม พี่พอจะมีเพื่อนทำร้านส่งอยู่บ้างมันคงจะช่วยพี่ได้”
ลัลญ์ลลินเอามือปาดน้ำตา ก่อนจะพูดต่อ “ยังดีที่ยังรู้จักสำนึกดี”
“พี่สัญญาจริง ๆ นะลินว่าพี่จะไม่เข้าไปยุ่งกับอบายมุขอีกเป็นอันขาด แล้วแกล่ะจะทำยังไง งานก็หายากด้วย”
“ไม่ต้องห่วงลินหรอก แต่พี่ต้องสัญญากับลินก่อนว่าแม่จะต้องไม่รู้เรื่อง เพราะว่า…”
“เพราะว่าอะไรลิน…พูดมาสิ”
ตอนแรกก็จะไม่พูดแต่รติลพก็เป็นพี่ชายและต้องรู้เรื่องนี้ได้มีความคิดและเป็นผู้ใหญ่เสียที และได้แต่หวังอยู่ลึก ๆ ว่าพี่ชายจะกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีกับเขาบ้างจะได้เลิกห่วงเสียที
“แม่เป็นโรคไต ถ้าไม่รีบรักษาอาจจะเป็นโรคไตรื้อรังถึงชีวิตได้ ลินถึงไม่อยากให้แม่ต้องรับรู้อะไร พี่ลพเองก็เหมือนกันควรทำงานให้มันเป็นหลักแหล่ง อย่าทำให้แม่เป็นห่วง พี่รู้หรือเปล่าว่าแม่น่ะห่วงพพี่ลพมากขนาดไหน”
ได้ทีลัลญ์ลลินถึงกับสั่งสอนพี่ชายไปในตัวจะได้รู้จักสำนึกเสียบ้าง
“รู้แล้วน่า…ตกลงแกเป็นแม่หรือเป็นน้องฉันกันแน่”
“จะเป็นอะไรก็ช่างเถอะพี่ลพ ควรหยุดสร้างปัญหาให้ลินเสียที”
“พี่บอกว่าพี่สัญญาก็เป็นสัญญาสิลิน”
หญิงสาวสวนขึ้นทันควัน “ทำให้ได้อย่างที่พูดก็แล้วกัน”
“พี่สัญญาจริง ๆ ต่อให้เหนื่อยและลำบากแค่ไหนพี่ก็จะอดทน ขอบใจนะที่แกไม่โกรธพี่น่ะลิน”
“จะให้ลินโกรธลงได้ยังไง ก็เรามีกันแค่นี้” พูดจบลัลญ์ลลินก็เดินออกจากครัวทันที
“อ้าว…แล้วนั่นจะไปไหนน่ะลิน”
“ไปแปลเอกสาร เดี๋ยวส่งงานไม่ทัน”
“ไม่คิดจะบอกพี่เรื่องไอ้หนุ่มคนนั้นหน่อยหรือลิน… ไหน ๆ ก็เอาเงินไปแลกตัวแกออกมาตั้งเยอะขนาดนั้นพี่ก็แค่อยากจะไปขอบคุณเขาหน่อย”
รติลพตะโกนตามหลังเสียงดังลั่นเพราะไม่เคยรู้ว่าลัลญ์ลลินมีแฟนมาก่อนทั้งที่ออกจะบ้างานขนาดนั้น แต่จะว่าไปแล้วผู้ชายคนนั้นทั้งหล่อแล้วก็รวยเสียด้วย ทำให้เขาอยากรู้จักขึ้นมาทันที
“ไม่จำเป็นต้องรู้หรอกน่าพี่ลพ เดี๋ยวไปวุ่นวายเขาอีก”
เธอตอกกลับโดยไม่หันกลับมาเพราะดูท่าแล้วรติลพอยากรู้จักศรัญวีย์เอามาก ๆ ซึ่งเธอไม่เห็นด้วยจึงไม่อยากจะพูดถึงเขา เกรงว่าจะไปสร้างปัญหาให้เขาอีก
“แนะนำแค่นี้ก็ไม่ได้หรือไง” เขาผิดหวังเล็กน้อยแต่ก็เอาเถอะอย่างน้อยก็ช่วยให้เขาหลุดพ้นจากขุมนรกออกมาได้
“อย่าไปยุ่งกับเขาให้วุ่นวายเลยพี่ลพ แค่นี้ก็ไม่รู้จะทดแทนบุญคุณยังไงแล้ว”
ลัลญ์ลลินทำงานอย่างหนักเพื่อครอบครัวและไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย สำหรับเธอแล้วขอแค่มีงานมีเงินเลี้ยงครอบครัวก็มีความสุขแล้ว จึงพยายามขวนขวายทุกอย่างเพื่อทุกคนในครอบครัว เพราะนอกเหนือจากงานประจำที่ทำก็มีงานแปลเอกสารภาษาอังกฤษเพิ่มเข้ามา ลำพังงานบริษัทเงินเดือนไม่มากอะไร คงไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนต่อให้เหนื่อยสายตัวแทบขาดเธอก็สู้เพื่อทุกคนในครอบครัว
++ฝากผลงานดาราวลีไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ ขอบพระคุณสำหรับการติดตามค่ะ++
ความคิดเห็น