[ Fic NCT ] Dream In A Dream

ตอนที่ 3 : DIAD : CHAPTER 03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 ก.พ. 62












CHAPTER 03




          “ยังไม่ตื่นสินะ” มือหนาลองแง้มประตูห้องนอน สายตาลอดมองเห็นร่างคนบนเตียงที่ยังคงหลับสนิท มันทำให้เขายกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาในทันที


ออด!!


เสียงออดหน้าห้องดังขึ้นพลันให้จอห์นนี่ปิดประตูเบามือที่สุดจากนั้นตรงดิ่งมาเปิดประตูให้กับผู้มาเยือนซึ่งคงเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากเด็กมัธยมปลายปีหนึ่งอย่างมาร์คน้องชายคนสุดท้องของบ้าน


“มาเร็วดีแหะ” จอห์นนี่เอ่ยทักทายน้องชายทันทีที่เจอหน้า


“ขอเข้าห้องน้ำหน่อยนะผมปวดฉี่อ่ะ!” มาร์คร้องบอกอย่างเร็วพร้อมกับพาร่างเข้ามาภายในห้องโดยไม่รอฟังคำอนุญาตอะไรทั้งสิ้น เพราะตอนนี้เขาแทบทรงตัวยืนไม่ไหวแล้ว


“อะไรของนาย?”


คนเป็นพี่มองตามถึงกับส่ายหน้าแต่แล้วราวกับมีบางอย่างโผล่แว้บเข้ามาในโสตประสาท นัยน์ตาเบิกกว้างหันขวับไปมองน้องชายที่กำลังพุ่งตัวไปทางห้องนอนของเขา จอห์นนี่รีบวิ่งมายืนดักหน้าอีกฝ่ายไว้ได้ทัน และนั่นจึงเป็นที่มาของสายตาจับพิรุธ


“เฮ้ย! จะมาขวางทำไมผมปวดฉี่อั้นไม่ไหวแล้วเนี่ย” มาร์คโวยวายพยายามดันร่างพี่ชายออกห่างจากประตู อีกคนก็ไม่ยอมหลบไปง่ายๆ จนมาร์คเริ่มหัวเสีย


“อะไรว้าคนปวดฉี่อยู่หลบดิพี่!


“ไม่ได้ๆ ไอ้มาร์คเข้าไปไม่ได้”


 จอห์นนี่ห้ามสุดชีวิตถึงแม้จะยังไม่มั่นใจว่าถ้าอีกฝ่ายเข้าไปแล้วจะเจอกับผีเด็กนั่นหรือเปล่า ทางที่ดีคือการป้องกันไว้ก่อนดีกว่ายังไงก็ตามเขาไม่มีทางยอมให้มาร์คเข้าไปในห้องได้แน่นอน


และจังหวะนั้นเองสายตาของมาร์คหันไปเห็นหมอนกับผ้าห่มที่วางเกะกะอยู่บนโซฟา


“ทำไมผมจะเข้าไปไม่ได้?”


“ห้องน้ำในห้องมันเสียน่ะ ไปเข้าห้องที่อยู่ทางโน้นแทนดีกว่า” จอห์นนี่โกหกคำโต


“ห้องน้ำเสียเนี่ยนะในห้องที่พี่พึ่งจะย้ายมาเมื่อวาน อย่ามาโกหกผมดีกว่าพี่ซ่อนใครไว้ในห้องใช่ป่ะ?”


“เชี่ย! มาร์คเพ้อเจ้อ รีบไปเข้าห้องน้ำทางนู้นไปเลยเร็วๆ” ว่าพลางก็รีบดุนหลังน้องชายให้เดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่ง โดยไม่วายมีสายตาจับผิดมองตามไม่เลิกจนกระทั่งเขาเห็นร่างนั้นหายเข้าไปในห้องน้ำ ราวกับยกภูเขาออกจากอกถึงกับถอนหายใจพรืด


“อ่ะเอานี่มาให้แล้ว นี่พี่จะเอาของพวกนี้ไปทำไรน่ะ?”


 หลังจากที่เดินออกมาจากห้องน้ำมาร์คก็ยื่นถุงกระดาษให้กับพี่ชายคนโตโดยที่อดสงสัยไม่ได้ว่าคนตรงหน้าคิดยังไงถึงได้โทรปลุกเขาตั้งแต่ตีห้าให้หาของที่ต้องการเอามาให้ก่อนไปโรงเรียน


“ไม่ต้องรู้น่า” จอห์นนี่ตอบปัดอย่างรำคาญ


“เออไม่อยากรู้ก็ได้!


คนฟังไม่ได้ตอบอะไรมากกว่านั้น เขาเห็นพี่ชายยืนมองของที่อยู่ในถุงแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ซึ่งมันน่าสงสัยเอามากๆ แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ ประกอบกับที่มาร์คนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจึงเอ่ยบอกกับคนตรงหน้าเปลี่ยนบทสนทนาเสียแทน


“เออจริงดิพี่ เมื่อคืนพี่แจฮยอนยังไม่กลับบ้านเลยนะพี่เขาโทรมาหาพี่บ้างหรือเปล่า?”


คนได้ยินคำถามนั้นพลันให้แสดงสีหน้าเรียบเฉยขึ้นมาทันที   


“ไม่หนิ มันจะโทรมาหาฉันทำไมกัน”


“ก็ผมติดต่อพี่แจฮยอนไม่ได้เลยนี่นาก็คิดว่าน่าจะโทรมาหาพี่


“ไม่รู้เว้ย! รีบไปเรียนได้แล้วเดี๋ยวก็สายเอาหรอก” จอห์นนี่ตัดบทเสียดื้อๆ ทิ้งให้มาร์คยืนงุนงงไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง แถมยังพยายามดันไหล่เล็กให้ออกห่างจากประตู


“เดี๋ยวดิยังพูดกับพี่ไม่รู้เรื่องเลย”


“เออค่อยคุยกันรีบไปเรียนได้แล้ว ขอบใจนะที่เอาของมาให้ตั้งใจเรียนล่ะ”


พูดจบแค่นั้นจอห์นนี่ก็ปิดประตูใส่หน้ามาร์คอย่างไม่ใยดี


“อะไรของเขาวะต้องมีอะไรในห้องแน่ๆ แถมยังออกมานอนที่โซฟาอีก”


มาร์คได้แต่ขบคิดอยู่ในห้วงความคิดตัวเอง กระทั่งสายตาก้มลงมองนาฬิกาข้อมือที่ใกล้เวลาเข้าเรียน เขาถึงได้เลิกสนใจคิดเรื่องนี้แล้วรีบเร่งฝีเท้าด้วยความรวดเร็ว


ทางด้านของจอห์นนี่หลังจากที่ได้ของตามที่สั่ง ใบหน้ายกยิ้มย่อมอย่างนึกพอใจ เขาอดคิดไม่ได้ว่าถ้ามันได้ผลคงจะเป็นเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นกับชีวิตเขาอีกเรื่องหนึ่งก็ว่าได้ มือหนาค่อยๆ หยิบทุกอย่างวางเรียงบนโต๊ะ ของเหล่านี้เขาหวังว่ามันจะทำให้ผีเด็กที่คอยตามรังควาญนั่นหายไปในที่สุด ใบหน้าเรียวคิ้วขมวดอีกครั้งเมื่อนึกลังเลว่าเขาควรจะใช้อะไรเป็นลำดับแรกในการปราบผีในห้อง


“ลองอันนี้ดูก็แล้วกัน”


อย่างแรกที่เขาเลือกเป็นไม้กางเกงขนาดกะทัดรัดทำด้วยไม้เนื้ออ่อน จอห์นนี่กำไว้ในมือแน่นก่อนค่อยๆ ย่างเท้าเข้ามาในห้องนอนที่ตอนนี้ยังคงเห็นร่างเล็กหลับลึกไม่รู้ตัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง


“คราวนี้แหละชีวิตฉันจะได้กลับมาเป็นปกติย้ากกกกกกก! หายไปซะ!



“หายไปดิจงหายไป!


คนบนเตียงที่ได้ยินเสียงตะโกนลั่นห้องปรือตามองด้วยความมึนงง นัยน์ตาจับภาพที่เห็นร่างสูงยื่นไม้กางเกงแทบจะเสยหน้าเขาอยู่แล้ว แถมยังพูดวนไปมายิ่งทำให้คนตัวเล็กเริ่มไม่สบอารมณ์ตั้งแต่เช้า


“หายจงหายไป! ทำไมยังอยู่ล่ะ?”


ดูเหมือนคนตัวเล็กไม่มีปฏิกิริยาอะไรทั้งสิ้น จอห์นนี่เห็นอีกฝ่ายค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนหาวหวอด ก่อนเอามือกอดอกขยับเท้าเข้ามาใกล้


“เล่นอะไรของนายเนี่ย?”


“อย่าเข้ามานะเว้ย! ย้ากกกกกก! หายไปดิวะ”


แกร๊กกกก!!!


“นะนี่นาย


จังหวะที่จอห์นนี่พยายามใช้ไม้กางเกงไล่คนตรงหน้า จู่ๆ อีกฝ่ายก็ดึงไม้กางเกงในมือแล้วจัดการหักเป็นสองท่อนต่อหน้าต่อตาเขา ภาพที่เห็นทำให้จอห์นนี่พูดอะไรไม่ออกตกอยู่ในอาการช็อค


“เล่นอะไรของนายแต่เช้าน่ะ?” คนตัวเล็กถามเสียงเรียบ


“นายคงเป็นผีมีฤทธิ์เยอะสินะ มันเลยใช้ไม่ได้ผลถ้างั้น” เสียงบ่นพึมพำอยู่ครู่หนึ่งพร้อมกับพาร่างหายออกไปจากห้อง โดยที่มีสายตาของคนตัวเล็กมองตามด้วยความไม่เข้าใจ


“นี่เราเจอคนบ้าเหรอวะ?”


“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะผีตัวแสบ! คราวนี้แหละได้ผลแน่ๆ”


…!!


ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะมองเห็นว่าร่างสูงหยิบอะไรติดมือมา ความรู้สึกบางอย่างทำให้เขาต้องหยุดยืนอยู่นิ่งๆ ทุกอย่างตกอยู่ในความมืดจนต้องร้องเสียงหลงออกมา


“โอ๊ย!!!


“เป็นไงล่ะยันต์อันนี้ใช้ได้ผลงั้นสิโคตรเจ๋ง”


“ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้นแหละจะเอากระดาษมาแปะหน้าฉันทำไม!


 คนตัวเล็กโวยวายกลับมิหนำซ้ำยังขยำกระดาษของจอห์นนี่เขวี้ยงลงกับพื้น สิ่งที่เห็นยิ่งทำให้จอห์นนี่สะอึกกึกยืนตัวแข็งทื่อเป็นรูปปั้น


“เป็นบ้าอะไรของนายห๊ะ?


“งั้นอย่างสุดท้ายยังไงมันก็ต้องได้ผล!


คราวนี้จอห์นนี่หยิบขวดแก้วขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋ากางเกงภายใต้สายตานึกฉงนของคนตรงหน้า ใบหน้ายกยิ้มอย่างเหนือกว่าเขามั่นใจว่าสิ่งนี้จะทำให้ผีตัวแสบหายไปได้จริงๆ จอห์นนี่เทเม็ดสีขาวลงบนฝ่ามือจากนั้นจัดการสาดใส่หน้าคนตัวเล็กเต็มแรง


“โอ๊ย! เจ็บ!” เสียงใสร้องออกมาไม่หยุดปาก มันทำให้จอห์นนี่รู้สึกดีใจไม่น้อยที่ข้าวสารเสกใช้ได้ผลกว่าที่คิดเสียอีก ยิ่งเห็นคนตรงหน้าทำท่าเจ็บปวดราวกับขาดใจเขาก็ยิ่งปาใส่ไม่หยุด


“โอ๊ยๆๆๆ”


“หึ! เป็นไงล่ะ?” เอ่ยประชดคนตรงหน้าไม่พอยังยียวนด้วยการยักคิ้วเด้งดึ๋ง


 “ถ้าทนไม่ได้ก็หายไปซะสิไม่ต้องมาให้ฉันเห็นอีกจะไปตามติดชีวิตใครก็เรื่องของนาย”


“พอเหอะขี้เกียจเล่นแล้วปัญญาอ่อน”


จู่ๆ คนตรงหน้าก็เลิกร้องโหยหวย แถมยังทำหน้าเบื่อหน่ายมองค้อนร่างสูงที่ยังคงไม่หยุดปาเม็ดข้าวสารสักที “บอกว่าพอได้แล้วไงจะปาอะไรกันนักกันหนา!!


“ไม่หยุด! จนกว่านายจะหายไปนั่นแหละผีก็อยู่ส่วนผีสิจะมายุ่งกับฉันทำไม”


“จะไม่หยุดใช่มั้ย?” คนตัวเล็กเชิดหน้าถาม


“เออไม่หยุด”


“งั้นดี” 


มือเล็กคว้าหมอนใบใหญ่มาไว้ในมือ สายตาดุดันจ้องมองร่างสูงไม่วางตา เขาแค่เล่นบทไปตามน้ำนิดหน่อยอีกฝ่ายได้ใจเอาใหญ่จนเขาชักจะหมดความอดทน


 “หึ! นายเตรียมตัวกลายเป็นผีแบบฉันได้เลยแล้วกัน นายตายแน่ย้ากกกกกก!


“เฮ้ยๆๆ อะไรวะ!


“ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนถามว่านายทำบ้าอะไร”


“เฮ้ย! เจ็บนะเล่นแรงวะ”


จอห์นนี่ร้องโอยเมื่อถูกคนตัวเล็กตีหมอนอัดหน้า แถมไม่ใช่แค่ครั้งเดียวไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนเห็นตัวเล็กๆ แบบนี้แรงเยอะใช่ย่อยเชียวล่ะ


“พอก่อนๆ เฮ้ยบอกให้พอได้แล้ว”


“คราวนี้ล่ะทำมาเป็นเจ็บแล้วทีเมื่อกี้อ่ะทั้งปาทั้งเขวี้ยงใส่ฉัน”


“เออๆ ขอโทษพอก่อนดิ”


ด้วยความโมโหออกแรงเอาแต่ตีหมอนอัดใส่ร่างสูงไม่เว้นจังหวะเล่นเอาเหนื่อยหอบ ไม่ต่างจากจอห์นนี่ลงไปนั่งแหมะกับพื้นรีบโกยออกซิเจนเข้าปอด


“นี่นายเป็นผีนะไม่กลัวอะไรเลยสักอย่างนี่มันผีแบบไหนกันแถมแรงเยอะเป็นบ้าก่อนตายกินช้างมาทั้งตัวเหรอ”


“นายก็เหมือนกันนั่นแหละเล่นอะไรไม่เข้าท่ากวนประสาท ไหนว่าตกลงจะให้ฉันอยู่ด้วยแล้วไง”


“ใครมันจะไปยอมรับได้วะจู่ๆ ก็มีผีมาอยู่ด้วยเนี่ยนะปกติที่ไหนกันแต่ตอนนี้ช่างมันเถอะฉันยอมแพ้แล้ว” จอห์นนี่ว่าพลางค่อยๆ เอามือยันพื้นยืนขึ้นเต็มความสูง สายตาทอดมองมาทางคนตัวเล็กที่มองเขาไม่วางตาเช่นกัน


“โกรธเหรอ?”


“เปล่า


“เปล่า? แต่หน้านายมันฟ้องนี่”


“ฉันก็แค่คิดว่าฉันมันน่ารำคาญขนาดนั้นเลยเหรอ


ใบหน้าหวานก้มลงชิดอกเอ่ยประโยคเสียงแผ่วเบาแต่มันดังก้องเข้าไปในโสตประสาทของจอห์นนี่ เขาขยับเข้ามาใกล้พลางชันเช่าลงข้างหนึ่ง มือหนาลูบศีรษะคนตัวเล็กอย่างทะนุถนอม


“ไม่ใช่สักหน่อยฉันผิดเองแหละ ขอโทษนะ”


คำพูดเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิดเต็มประตู ทั้งๆ ที่คนตรงหน้ากำลังลำบากต้องการความช่วยเหลือแท้ๆ กลับกลายเป็นเขาที่เห็นแก่ตัวเสียอย่างนั้น คนตัวเล็กยังคงก้มหน้ามุดลงพลาชันเข่าขึ้นโดยที่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา


“เฮ้ย! ไม่เป็นแบบนี้ดิ”



“งั้นเอางี้นายอยากกินอะไรเดี๋ยวฉันทำให้เป็นพิเศษเลยดีมั้ย?”


คนตรงหน้ายังคงเงียบจอห์นนี่เองยิ่งรู้สึกไม่ดีไปกันใหญ่


 “เอ่ออยากกินไรล่ะซุปกิมจิ หมูผัดซอสหรือว่า


“ขอทุกอย่างเบิ้ลสองเลยนะ แล้วส่วนเรื่องห้องรกครั้งนี้มันเป็นความผิดของนายเพราะฉะนั้นนายก็ควรรับผิดชอบเก็บกวาดเอาเองฉันไม่เกี่ยว”


“นี่นาย!!…


 เป็นอีกครั้งที่ความโกรธทำให้จอห์นนี่พูดอะไรไม่ออก จู่ๆ คนตัวเล็กก็ยิ้มหน้าระรื่นท่าทีเปลี่ยนเป็นคนละคนในชั่วพริบตา เขาได้แต่กัดฟันดังกรอดมองตามหลังร่างเล็กที่หายวับไปต่อหน้า












ณ ซูเปอร์มาร์เก็ต


“นี่ๆ เอานี้ด้วยนะ”


“อ่ะเอาห่อนี้ด้วย”


“สีฟ้ากับสีชมพูอือเอาสีชมพูดีกว่าเนอะ”


“เฮ้ยๆ อันนี้เซลอยู่อ่ะเอาด้วยนะ”


“จะถามฉันทำไมอีก ตั้งแต่มาถึงนายก็หยิบมันทุกอย่าง” น้ำเสียงบ่งบอกว่าไม่พอใจ อีกทั้งสีหน้าดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลยทำให้คนตัวเล็กส่งยิ้มแห้งๆ


“ดูดิเต็มตะกร้าแล้วมีแต่อะไรก็ไม่รู้เนี่ย”


“โธ่! ทำบ่นเป็นตาแก่ไปได้ก็ฉันหิวนี่นา อยากกินทุกอย่างเลยอ่ะก็ถือซะว่าทำบุญทำทานให้ผีเร่ร่อนไม่มีที่พึ่งนะ โอ๊ะ!…


“และนั่นจะวิ่งไปไหนอีก?”


จอห์นนี่ที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกแทนที่คนตรงหน้าจะสำนึกผิดดันวิ่งหนีหายไปทางอื่น เดือดร้อนเขาต้องวิ่งไล่ตามกระทั่งเห็นร่างเล็กยืนมองเนื้อเกรดเอที่อยู่ในตู้ สีหน้าจริงจังผิดปกติเห็นแล้วจอห์นนี่นึกตลกอยู่ไม่น้อย


“รับอะไรดีคะ?”


 เขาเกือบลืมไปซะสนิทว่ายังมีพนักงานแผนกของสดกำลังยืนมองอยู่ ร่างสูงจึงส่งยิ้มทักทายกลับ


 ”ลองเลือกดูนะคะของสดๆ ใหม่ๆ ทั้งนั้นเลยคะ”


“นี่นายเอาอันนี้ดิฉันอยากกิน” เสียงร้องงอแงดังมาจากคนยืนข้างพลางสะกิดไหล่ จอห์นนี่เหล่มองสลับกับทางพนังานสาวก็ได้แต่ฉีกยิ้มกว้างหัวเราะเหอะๆ


 เขาไม่สามารถตอบโต้ผีดื้อเอาแต่ใจได้เพราะถ้ามองอย่างปกติตรงที่เขายืนอยู่มีแค่เขากับพนักงานสาวเท่านั้น ทว่าใครจะไปคิดว่าจะมีวิญญาณกำลังเลือกซื้อของอย่างตั้งใจอยู่ใกล้ๆ


“บอกว่าจะเอาเนื้ออันนี้ไม่ได้ยินที่ฉันบอกเหรอ? นี่ฟังอยู่หรือเปล่าอ่ะ?” คนตัวเล็กเริ่มไม่สบอารมณ์เห็นร่างสูงเอาแต่ยืนจ้องหน้าพนักงานร้านโดยไม่สนใจฟังคำพูดเขาเสียเลย


 “ซื้อเนื้ออันนี้ดิฉันอยากกิน


จอห์นนี่ยังคงฉีกยิ้มกว้างหัวเราะเหอะๆ ก่อนจะก้มลงหยิบกล่องเนื้อที่คนตัวเล็กรบเร้าอยู่นาน


“เหอะๆ เนื้อเกรดเอซะด้วย” พอเห็นราคาเท่านั้นแหละจอห์นนี่ถึงกับเหงื่อตก ส่งสายตามองคนตัวเล็กที่ยังคงทำเฉยไม่เข้าใจความหมายที่เขาต้องการจะบอก


 “มันแพงนะ” กัดฟันพูดกับคนตัวเล็กแต่ดูเหมือนไม่เข้าใจตามเดิม


“อ่ะ! ทำไมไม่ซื้อฉันอยากกินจริงๆ นะไม่เอาดิอย่าทำอย่างนี้” คนตัวเล็กหันมองร่างสูงไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายทำ ทั้งๆ ที่เขาบอกจนปากจะฉีกกลับทำเมินเฉยไม่สนใจกันซะงั้น แล้วมีเหรอที่เขาจะยอมง่ายๆ


“โอ๊ย! ทำบ้าไรวะ!!


 จังหวะนั้นเองคนตัวเล็กออกแรงกระทืบเข้าไปที่เท้าคนตรงหน้าเน้นๆ ย้ำๆ จอห์นนี่ร้องลั่นเพราะความเจ็บจนลืมไปว่ายังมีอีกหนึ่งชีวิตสะดุ้งตกใจเพราะเสียงร้องแถมยืนมองเขาตาปริบๆ


“ก็ใครใช้ให้นายไม่ซื้อเนื้อกันล่ะ ก็ฉันบอกว่าอยากกินนี่”


 คนตัวเล็กตอบโต้ยืนท้าวเอวจมูกรั้นเชิดๆ นั่นจอห์นนี่เห็นแล้วรู้สึกหงุดหงิด


 “แค่เนื้อกล่องเดียวซื้อให้หน่อยก็ไม่ได้ ไอ้ลุงขี้งก!


คราวนี้ถึงจุดเดือดสุดจอห์นนี่ถึงกับตาลุกโตกับคำพูดที่ได้ยินช่างฟังไม่ลื่นหูซะเลย


“เมื่อกี้ว่าไงนะ?”


“ทำไม? ที่ฉันว่าไอ้ลุงขี้งกน่ะหรือว่าไม่จริง”


“ใครลุงไม่ทราบ ฉันแก่กว่านายไม่กี่ปีสักหน่อยแล้วอีกอย่างนะฉันชื่อจอห์นนี่!


“ก็จะเรียกลุงอ่ะจะทำไม!” คนตัวเล็กเชิดหน้าขึ้นมองอย่างคนเอาเรื่อง


“บอกว่าชื่อจอห์นนี่”


“ลุง!


“ฉันชื่อจอห์นนี่


“ลุงขี้งก!


“จอห์นนี่


“ลุงๆๆ!!


“ก็บอกว่าชื่อจอห์นนี่ไงลุงเล้ออะไรวะ!


ราวกับทุกสิ่งรอบข้างหยุดเคลื่อนไหวความคิดวูบหนึ่งทำให้สายตาของจอห์นนี่หันมามองพนักงานสาวที่ยืนยิ้มหน้าเจื่อน เขาเองไม่รู้จะแก้ตัวยังไงที่เผลอโวยวายเสียงดังเลยทำทียิ้มหัวเราะแก้เก้อซึ่งมันดูตลกสิ้นดี


“เหอะๆ ผมชื่อจอห์นนี่นะครับ”


“คะ?”  


“งั้นผมเอาเนื้อสองกล่องเลยนะครับ”


ระหว่างที่รอหญิงสาวจัดการใส่ถุงติดป้ายราคาให้เรียบร้อย จอห์นนี่ก็ถึงกับลงไปนั่งทรุดเอามือเขกหัวตัวเองด้วยความรู้สึกอับอายขายหน้า


“เวรเอ้ย! เพราะนายคนเดียวแท้ๆ อ้าว! ไปไหนซะล่ะ?” นัยน์ตาเงยขึ้นมองกลับพบกับความว่างเปล่า ร่างทั้งร่างยืนขึ้นเต็มความสูงอีกครั้ง


 “ทีก่อเรื่องแบบนี้ล่ะชิ่งเลยนะผีตัวแสบ!


“นี่ค่ะคุณจอห์นนี่”


“ขะ...ขอบคุณครับ”


 เสียงเรียกของพนักงานด้วยการเอ่ยชื่อของเขามันยิ่งทำให้จอห์นนี่อยากจะหายตัวไปซะเร็วๆ เขาไม่อยากยืนอยู่ให้รู้สึกอับอายที่ดันทำเรื่องบ้าบอแบบนั้น


“พี่จอห์นนี่ครับ”


ขณะที่ร่างสูงขยับขาก้าวได้ไม่เท่าไหร่เสียงเรียกดังพลันให้เจ้าของชื่อสะดุ้งโหยง ตอนนี้เขารู้สึกระแวงชื่อตัวเองไปเสียแล้วพอหันกลับไปทางด้านหลังก็ยิ่งต้องฉงนงุนงงเมื่อเห็นคนรู้จักวิ่งยิ้มหน้าระรื่นเข้ามาทักทาย


“โดยองนี่เองนึกว่าใครซะอีก”


“ทำไมพี่ต้องตกใจที่ผมเรียกด้วยล่ะครับ? หน้าพี่ดูซีดๆ ไปนะไม่สบายหรือเปล่า?”


 โดยองโค้งทักทายคนตรงหน้าถึงกับร้องถาม


“เปล่าหรอกช่วงนี้คงเจอเรื่องแปลกๆ ไปหน่อยน่ะ” ดูเหมือนว่าจะเห็นโดยองฟังแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจทำหน้าเอ๋อใส่ จอห์นนี่ก็เลยเปลี่ยนเรื่องใหม่ซะง่ายกว่า


 “ว่าแต่นายมาคนเดียวเหรอ?”


“ครับ จริงสิพี่เมื่อคืนแจฮยอนมาค้างที่บ้านผมไม่รู้ว่าแจฮยอนโทรบอกพี่หรือยัง พอดีว่าเพื่อนผมเข้าโรงพยาบาลแจฮยอนก็เลยมาอยู่เป็นเพื่อนน่ะครับ”


“อย่างนั้นหรอกเหรอ”


“ครับ?”


โดยองไม่ค่อยเข้าใจในคำพูดของคนตรงหน้าสักเท่าไหร่ ถ้าเขาเป็นพี่แล้วน้องหายออกจากบ้านก็ต้องเป็นห่วงตามหาตัวกันบ้าง แต่สำหรับคนตรงหน้ามันดูแปลกในสายตาของเขา เดิมทีเขาก็พอรู้ว่าแจฮยอนมีเรื่องไม่ค่อยลงรอยกับพี่ชายแต่ก็คิดว่าแค่เรื่องพี่น้องทะเลาะทั่วๆ ไป ทว่าตอนนี้เขาคงต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่


“พี่จอห์นนี่ออกมาซื้อของเยอะแยะเลยนะครับอย่างกับย้ายบ้านแหน่ะ” สายตาก้มลงมองไปเห็นข้าวของที่อยู่ในตะกร้าคนตรงหน้าแถมยังพูดติดตลก


“อืมฉันย้ายออกมาอยู่คอนโดน่ะ เอ่อโดยองฉันต้องไปแล้วล่ะไว้เจอกันนะ”


“คะครับๆ” ยังไม่ทันที่โดยองจะได้เอ่ยถามต่ออีกฝ่ายตัดบทสนทนาพร้อมกับรีบจ้ำอ้าวเดินออกไป เขาจึงได้แต่มองตามร่างสูงที่ทิ้งความสงสัยให้กับเขา





T
B

0 ความคิดเห็น