คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #1 : 00. strano
00. strano
ถ้านิยามชีวิตเป็นคำพูดสั้นได้
มินยุนกิจะใช้นิยามชีวิตตัวเองด้วยคำว่าบัดซบ
ใช่
– บัดซบ
ไม่ใช่เพราะว่าใบหน้าขาวซีดราวกับกระดาษที่พร้อมจะเป็นลมแดดได้ทุกนาทีในฤดูร้อน
หรือร่างผอมๆที่เหมือนทานข้าวมื้อเดียวต่อวัน อันที่จริง
มินยุนกิเลือกที่จะยอมทานข้าวมื้อเดียวต่อวันเพื่อแลกเวลากลับบ้านให้ช้าลงอีกหน่อย
"จะไม่กลับพร้อมกันจริงๆหรอ?"
"อือ
รายงานประวัติศาสตร์น่ะ"
มินยุนกิพูด
พร้อมกับยกหนังสือประวัติศาสตร์โรมันขึ้นมาให้อยู่ในระดับสายตาของเพื่อนสนิทคนเดียวในช่วงชีวิตมัธยมปลาย
ปาร์คจีมิน, มนุษย์ที่มินยุนกิคิดว่าเขาคงใช้ความโชคดีที่มีทั้งหมดแลกมันมา
และอัปกิริยานั่นทำให้คนตรงหน้ากว่าบ่นอุบอิบ จีมินไม่ชอบประวัติศาสตร์
เรื่องนั้นเขารู้ดี
เจ้าตัวยอมที่จะวิ่งรอบถนนเบเกอร์เป็นพันๆรอบเพื่อแลกกับการทำรายงานอันชวนง่วงนอนแบบนี้
"ส่งวันศุกร์ไม่ใช่รึไง"
จีมินกล่าว พลางยกมือขวาขึ้นก่อนจะหักนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลางราวกับเด็ก
"วันนี้เป็นวันจันทร์ แสดงว่ายังเหลือเวลาอีกตั้งห้าวัน"
"สี่ต่างหากล่ะ"
มินยุนกิถอนหายใจ
วิชาประวัติศาสตร์ที่ปาร์คจีมินเกลียดแสนเกลียดนั่นก็ยังคงแพ้วิชาคำนวณอยู่วันยังค่ำ
มินยุนกิไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมจีมินถึงเลือกเรียนโรงเรียนหลักสูตรทั่วไปแทนที่จะไปเรียนโรงเรียนกีฬา, ปาร์คจีมินเป็นหนึ่งในตัวเอชของชมรมวิ่งข้ามรั้วของโรงเรียนเลยล่ะ
"ฉันไม่เคยได้เกรดวิชาประวัติศาสตร์ต่ำกว่าเอนะ"
"โธ่
พ่อคนมาตรฐานสูง" จีมินพูด ก่อนจะหลุดขำออกมาเมื่อเห็นสายตาเขม่นจากมินยุนกิ
"แล้วนายจะไปทำรายงานที่ไหน?"
มินยุนกินิ่ง
ข้อเท็จจริงประการแรกคือ -- เขาไม่ได้เร่งทำการบ้านขนาดนั้นหรอก
เพียงแต่เขาไม่อยากกลับบ้านก็เท่านั้น
มือเล็กสอดหนังสือประวัติศาสตร์เล่มหนาลงกับกระเป๋าเป้, ของขวัญวันเกิดจากพี่ชายต่างสายเลือดที่มินยุนกิรู้สึกขยาดทุกครั้งที่ต้องฝืนใจใช้มัน
การเสแสร้งว่าเป็นพี่ชายน้องชายที่รักกันดีนั่นทำให้มินยุนกิรู้สึกอยากอาเจียนทุกครั้งที่ต้องสวมบท
และไอ้การกลับบ้านหลังสองทุ่มซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับพ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยงของเขากลับถึงบ้านพอดีนั่นทำให้เขารู้สึกปลอดภัยขึ้นหลายระดับ
"..ห้องสมุดก็ไม่เลวนะ"
มินยุนกิพูด ก่อนจะสะพายกระเป๋าเป้ใบนั้นพร้อมกับสาวเท้าตรงดิ่งไปที่จุดหมายปลายทาง
เช่นเดียวกับปาร์คจีมินที่สาวเท้าเข้ามาใกล้ติดๆ "ถึงแล้วล่ะ
กลับบ้านดีๆนะ"
ขอบคุณพระเจ้าที่เขาจ้องมองใบหน้าของปาร์คจีมินแทนที่จะสนใจบุคคลมาใหม่พ่วงตำแหน่งนักเรียนใหม่ของปีการศึกษานี้
จอนจองกุก ที่เพิ่งจะสาวเท้าตัดหน้าเขาไปที่ห้องสมุด โอเค
มินยุนกิจะไม่ชะงักหรอกนะถ้าเกิดเขาดีดตัวออกห่างไม่ทัน
ไหล่ขวาของคนตัวสูงอาจจะทำให้ปากของเขากลบเลือดได้
"เกะกะ"
จองกุกพูด
คนตัวสูงไม่มีเหตุผลที่จะต้องรู้สึกผิดแม้ว่าเจ้าตัวจะผิดเต็มประดา
และมินยุนกิเองก็ไม่มีเหตุผลที่จะสาธยายอะไรกับเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลวอลนัตเช่นกัน
มีหลายครั้งที่เขารู้สึกขอบคุณพระเจ้า
เขาคิดว่าชีวิตของเขามีความสุขไปเลยถ้าเอามันไปเทียบกับจองกุก
จองกุกมีข่าวลือในทางไม่ดีมากมาย
ใบหน้าหล่อเหลากับทักษะทางกีฬาอันยอดเยี่ยมนั่นเป็นที่พูดถึงพอๆกับการกระทำแปลกประหลาดที่ถูกเล่าโดยคนต่อคนโดยที่ไม่รู้ว่านั่นเป็นเรื่องจริงหรือเท็จแค่ไหน
อาทิเช่นการพี้ยาในเวลากลางวัน หรือพฤติกรรมเซ็กส์วิปลาสนั่นอีก
และอาจจะเป็นเพราะชีวิตบัดซบๆของเขานั่นทำให้มินยุนกิคิดว่าเขาเข้าใจจองกุก
ถึงแม้ว่าคนตัวสูงจะไม่อยากได้รับอะไรแบบนี้ก็เถอะ
จีมินนิ่งไป
ท่าทางนิ่งเหมือนกำลังสุ่มเลือกช้อยในการสอบควิซวิชาเคมีเมื่อวันก่อน
ก่อนที่เจ้าตัวจะยกมือขึ้นโบกไม้โบกมือกล่าวลา
มินยุนกิได้แต่เก็บท่าทางประหลาดของเพื่อนสนิทไว้ในใจก่อนจะใช้ไหล่ขวาดันประตูห้องสมุดเข้าไป
ห้องสมุดในเวลาหลังเลิกเรียนนี่ต่างกับโรงยิมราวกับฟ้ากับเหว
และนั่นแหละเป็นสิ่งที่เขาต้องการ
วางสัมภาระลงกับโต๊ะมุมขวาของห้องก่อนจะเดินไปเลือกหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหารายงานสามสี่เล่มมาวางไว้
มีหลายครั้งมินยุนกิพยายามสอดส่องหาเจ้าของเรือนผมสีวอลนัตแต่สิ่งที่เขาพบกลับกลายเป็นความว่างเปล่า
ซึ่ง -- นั่นเป็นเรื่องที่ดี
แค่ประวัติศาสตร์โรมันเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดยิบย่อยที่น่ารำคาญจนทำให้เขานั่งมองหน้ากระดาษด้วยสีหน้าเลื่อนลอยจะบ้า
บรรยากาศเวลาเกือบหกโมงเย็นกับอุณหภูมิที่ต่ำลงเรื่อยๆทำให้มินยุนกิกระชับแจ็กเก็ตสีเดนิมให้แน่นขึ้น
รายงานประวัติศาสตร์ไม่ได้อยู่ในหัวเขาอีกต่อไป
มินยุนกิอยากให้เวลาเดินไวกว่านี้ซักหน่อย
และความคิดนั่นทำให้มินยุนกิถอดบีนนี่สีเทานั่นออกจากศีรษะก่อนจะวางมันทับกับหนังสือตรงหน้า
กลุ่มผมสีดำซุกเข้ากับบีนนี่ใบนุ่ม บางทีการข่มตานอนอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
และความอ่อนเพลียตลอดทั้งวันนั่นทำให้มินยุนกิหลับไหลไปจนได้
มินยุนกิไม่รู้ตัวว่าเขาหลุดออกจากภวังค์แห่งความฝันตั้งแต่เมื่อไหร่
เขาได้ยินเสียงเสียงหนึ่งที่ไม่ใช่เสียงนาฬิกาติดผนังเป็นจังหวะ
หรือเสียงลมหายใจของเขาเอง
"ฮื่อ
-- อ๊ะ"
มันเป็นเสียงที่เขาคุ้นเคย, หมายถึง
น้ำเสียงของหญิงสาวที่กำลังร้องครางกระเส่านั่นต่างหาก
อาจจะเป็นนักเรียนหญิงเกรดสิบเอ็ดที่อยู่ในคลาสเดียวกัน โอเค มินยุนกิพยายามทำความเข้าใจแล้วว่าภายในรั้วโรงเรียนมัธยมปลายมันไม่ได้สวยงามอย่างที่ผู้ปกครองหลายๆคนคิด
แต่เรื่องราวโสมมนั่นก็ไม่เคยทำให้มินยุนกิรับมันได้ซักที
มินยุนกิเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาติดผนังที่บอกเวลาสองทุ่มกว่าๆอันเป็นเวลาที่เขาควรจะกลับบ้านได้ซักที
เม้มริมฝีปากล่างพลางคว้าเก็บหนังสือใส่กระเป่าเป้
พลางนึกขอโทษคุณครูบรรณารักษ์ที่มินยุนกิยกให้เธอเป็นที่พี่งทางจิตใจตั้งแต่มารดาของเขาเสียชีวิตไป
เขาคิดว่าจะวางหนังสือทิ้งไว้บนโต๊ะ
พรุ่งนี้เขาอาจจะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมาเก็บหนังสือเหล่านี้ลงกับชั้นวางให้เรียบร้อยก่อนเข้าเรียนก่อนที่เธอจะดุ
-- เชื่อเถอะว่านี่เป็นหนทางที่ดีที่สุดแล้ว
"อ๊า
ว- ไวไป จองกุก"
จองกุก?
ชื่อของบุคคลที่ถูกพูดถึงนั่นทำให้มินยุนกิหยุดนิ่ง
มือขาวที่หมายจะดึงประตูกระจกเข้าหาตัวนั่นถูกชะงักไป
จริงอยู่ที่จอนจองกุกที่เขารู้จักเป็นมนุษย์ที่มนุษยสัมพันธ์ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
แถมยังชอบมีข่าวลือแปลกๆที่มินยุนกิยังไม่ปักใจเชื่อ
มินยุนกิลังเล
คำตอบสุดท้ายของเขาคือการถอดกระเป๋าเป้ลงกับพื้นเมื่อได้ยินเสียงครางกระเส่าจากกิจกรรมโสมมนั่น, มันคุ้นเคยมากจนทำให้มินยุนกิกลัวความเป็นจริง
และ
– ใช่ มินยุนกิคิดผิด
สำหรับบางเรื่อง..
การไม่รู้ความจริงนั่นดูจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
"อ๊า
จองกุกอา"
เสียงครางกระเส่าของเธอยังดังไม่หยุดเมื่อชายหนุ่มเรือนผมสีวอลนัตยังไม่ยอมหยุด
น้ำตารวมกับหยาดเหงื่อกาฬของเธอไหลไปทั่ว
รอยแดงจ้ำราวกับถูกสัตว์ร้ายขย้ำอยู่ทั่วแผ่นหลังขาวที่ตัดกับกล้ามหน้าท้องสีแทนของชายหนุ่มได้ดี
เซ็กส์วิปลาสคงเป็นคำสั้นๆที่สามารถอธิบายการกระทำของเจ้าของร่างสูงนั่น
--
และสันหนังสือนับสิบเล่มไม่ได้บดบังเสี้ยวใบหน้าหวานของหญิงสาว คิมจีอึน คุณครูบรรณารักษ์คนสนิทเลยซักนิด
กับ
-- กับคุณครูเนี่ยนะ?
มินยุนกิเม้มริมฝีปากล่าง
เขาพยายามคิดว่าตัวเองตาฝาดไปที่มองเห็นใบหน้าหญิงสาวบนตักกว้างของจอนจองกุกเป็นคุณครูจีอึน..
และ
ให้ตายสิ
ลมหายใจเขาเหมือนถูกช่วงชิงไปเมื่อนัยน์ตาคมของชายหนุ่มที่ควรโฟกัสกับใบหน้ากระหายของหญิงสาวตรงหน้าสบตาเข้ากับเขาเข้า
และนั่นทำให้มินยุนกิถอยหลังกลับอย่างอัตโนมัติ
talk
มันจะเป็นอินโทรหน่อยๆ 55555555555555555555555
เอาเป็นว่า จริงๆมันเป็นพล็อตที่เราคิดเล่นไว้นานมากแล้วค่ะ เบลล่ามินยุนกิงี้ ว๊าย
5555555555555555555555555555555555555555555
สำหรับเรื่องนี้ก็ได้พิไอซ์มาช่วยเกลาพล็อตเยอะเลยค่ะ พล็อตงี้ โปรดักชั่นงี้สุดอลังการมาก (เดี๋ยว)
ส่วนหนึ่งที่เราเปิดเรื่องนี้มาเพราะอยากลองเกลาภาษาตัวเองด้วยค่ะ อ่านแล้วรู้สึกว่ามันแปลกๆมั้ย ฮา
จะพยายามมาแก้ใหม่เรื่อยๆนะคะ ฮือ TT_______TT
เอ้อ แล้วก็เลือกพระเอก เลือกทีมกันได้ตามใจเลยค่ะ เพราะเราก็ยังไม่คิดว่าจะจบที่คู่ไหน (อ้าว)
ส่วนชื่อตอนนี่ stano = strange ค่ะ เป็นภาษาอิตาลี่เนาะ แล้วก็คำโปรยฟิคก็หมายถึงแวมไพร์กับหมาป่านั่นแหละค่ะ
แต่เป็นภาษาอิตาลี่เฉยๆ มันเท่ดีอ่ะ ชอบ 5555555555555555555555555555555
ยังไงก็ ไม่ทิ้งเด็กป๋านะคะ เดี๋ยวมาต่อนะ รอนะ ; _ ; *ร้อง wait for me กล่อม*
twt @sugayeaplease
hashtag #ฟิคกระหายยุนกิ < ไปหวีดที่แท็กนี้ก็ได้นะคะ ถึงจะมีแค่ตอนแรกก็เถอะ ไปหยามพี่แทไว้รอก็ได้ค่ะ กว่าจะออกนู่น ตอนหน้า ว๊ายแพ้
ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ทั้งเฟบทั้งเม้นก่อนจะลงตอนแรกเลย โอ้ย ขอบคุณนะ <3
ความคิดเห็น