[OS/SF] To the moon and back. | MarkJin JackBam etc.

ตอนที่ 1 : FEELINGS

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    6 พ.ย. 62

    



 "ถ้าคุณมาร์คเองไม่พยายาม หมอก็ช่วยอะไรไม่ได้นะคะ"

เสียงจากผู้หญิงตรงหน้าของผมที่เรียกตัวเองว่าเป็นหมอพูดขึ้น หากให้เดาจากหน้าตา เธอคงมีอายุประมาณสี่สิบกว่าๆ แต่ว่ากลับไม่ใช่ เธอบอกว่าตัวเองอายุเพียงสามสิบห้า

เธอคือจิตแพทย์ประจำตัวของผม เธอชอบทำหน้าเบื่อหน่ายเวลาเห็นหน้าของผม เธอชอบดุผมเวลาผมร้องไห้ เธอจะดื่มกาแฟเป็นประจำขณะฟังผมพูด เธอชอบบอกว่าผมไม่พยายาม ทั้งๆที่ผมพยายามจนแทบจะไม่ไหว แต่ผมไม่โกรธเธอนะ เพราะเธอดูจะไม่เข้าใจผมสักเท่าไหร่ ถึงแม้บางวันเธอจะร้องไห้ตามผมไปบ้าง...

จริงๆก็ในทุกๆครั้งที่ผมเล่าเรื่องของ เค้า ให้เธอฟัง

เธอบอกว่าเค้าใจร้ายแต่ผมเถียง เค้าคือคนที่ใจดีที่สุดแล้ว
เธอบอกว่าเค้าเอาแต่ใจ แต่ผมคิดว่าเค้าแค่อยากใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง
เธอยังบอกอีกว่าเค้าคือคนที่ทำลายชีวิตผม แต่ไม่เลย เค้าคือคนช่วยชีวิตผมต่างหาก

เค้าก็เหมือนเครื่องปั๊มหัวใจสำหรับผมที่กำลังจะตาย เค้าช่วยชีวิตผม

แต่แค่ตอนนี้เค้าหยุดทำงาน

ผมเลยรู้สึกเหมือนกำลังจะตาย


ผมเดินออกมาจากห้องประจำ สีหน้าผมคงไม่ดีเท่าไหร่เลยทำให้ แจ็คสัน ทำสายตาหลุกหลิกไปมาอย่างเห็นได้ชัด แจ็คสันจะคอยเป็นห่วงผมเสมอ จนบางทีก็มากกว่าที่ผมห่วงตัวเองเสียอีก

"มึงไหวมั้ยเนี่ย"

ผมพยักหน้า

"อยากกินไรมั้ย กูเลี้ยงเองเลยมา" แจ็คสันเสนอ แจ็คสันยังเป็นคนที่อารมณ์ดีอยู่เสมอจนน่าอิจฉา

"ไม่อะ กูอยากกลับบ้าน"

"โอเคป้ะเนี่ย"

"ไม่ต้องห่วงกูหน่า"

"ไม่รู้เหรอว่าสภาพตัวเองแย่ขนาดไหนอะ"

อือ ผมไม่เคยรู้เลย ไม่เคยเลือกที่จะรับรู้อีกด้วย

"..."

"มึงอย่าให้คนคนเดียวมามีผลต่อชีวิตมึงขนาดนี้ดิ"

แจ็คสันพูดประโยคนี้เป็นครั้งที่ร้อยตั้งแต่วันที่เค้าปล่อยมือผมไป และผมยังอ่อนไหวกับประโยคนี้อยู่ตลอด

ผมหยุดนึกถึงเค้าไม่ได้ มันทำให้ผมแทบจะเป็นบ้า

"สรุปยังไง?" แจ็คสันถามผมอีกครั้ง

"อยากกินไก่"

.
.
.

วลีที่ว่า 'อาหารช่วยเยียวยาทุกสิ่ง' มันค่อนข้างจริงสำหรับผมนะ ถึงผมจะไม่ใช่คนชอบกินอะไรขนาดนั้น แต่ยอมรับเลยว่าช่วยได้เยอะ

"กินอย่างกับแร้งลง มึงอดข้าวมาเหรอวะ"

แจ็คสันมองด้วยสีหน้ากวนๆ ก่อนจะคีบไก่ชิ้นสุดท้ายไปไว้ในจาน

"ก็มันอร่อยดี"

"งั้นก็กินไปๆ"

"..."

อยู่ๆแจ็คสันก็ทำตาโต ปากขยับเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง ก่อนจะกลืนข้าวคำสุดท้ายลงคอ ผมจ้องแจ็คสันก่อนจะสังเกตว่าแจ็คสันไม่ได้มองมาที่ผม แต่มองผ่านหลังผมไป

ผมมองตาม

"มึง คือ.."

เหมือนผมได้ยินเสียงหัวใจตัวเองที่กำลังจะทะลุออกมา

อยู่ๆคอก็แห้งจนแสบไปหมด

อยู่ๆเหงื่อก็ไหลจนท่วมหน้า

ผมกำลังหายใจผิดจังหวะ

เค้ามองหน้าผม ผมมองตาเค้า เราสบตากัน เค้ายกยิ้มให้ผม ผมยิ้มตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูธรรมชาติที่สุดเท่าที่จะฝืนได้ จากนั้นเค้าจึงเดิมตามผู้ชายอีกคนไป

โลกมันกลมขนาดนั้นเลยแหละ

ผมเดินออกจากร้านมาสูบบุหรี่ มันดูเป็นวิธีคลายเครียดที่ดีที่สุดสำหรับผม...ก็แค่ในเวลานี้

"กลับมาสูบอีกแล้วหรอครับ จินบอกแล้วว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพของพี่" เสียงใสดังขึ้นข้างหูผม หัวใจยังคงทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง ผมหันไปมองเค้า

"จินยอง"

"ครับ?"

"..."

ผมรีบดับบุหรี่ลง เพราะรู้ว่าเค้าไม่ชอบ

"จินไม่ได้จะมากวนอะไรนะ แค่มาทักทายน่ะครับ แล้วพี่มาร์คสบายดีรึเปล่า"

"..." ผมเงียบ เพราะหากผมเปิดปากออกไปอีกเพียงครั้งเดียว ผมคงจะร้องเรียกเค้ากลับมาอีกแน่ๆ

"ดูแลตัวเองบ้างนะครับ"

"..."

"อ่า จินขอโทษนะครับ บางทีถ้าเราเป็นคนแปลกหน้ากันไปเลยคงง่ายกว่าเนอะ"

"..."

"ขอโทษที่มารบกวนนะครับ"

ผมเกลียดตัวเอง เกลียดที่ปล่อยให้เค้าเดินจากไปอีกครั้ง ผมรู้สึกเหมือนโลกเอียง แข้งขาอ่อนระทวยไปหมด

และโชคดีที่แจ็คสันตามออกมาได้ทันก่อนที่ผมจะล้มลงไปกับพื้น

น่าสมเพช

.
.
.

22 กันยายน

วันนี้เป็นวันเกิดของเค้า มีคนเข้าไปอวยพรให้ในช่องทางอินเตอร์เน็ตของเค้าหลากหลายคน มีทั้งคนที่ผมรู้จักและก็ไม่รู้จัก

ผมไม่ชิน

วันเกิดในปีนี้ของเค้าดูจะเหมือนกับทุกปี ต่างไปก็แค่ ปีนี้ไม่ได้มีผมอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่ผมที่ถือเค้กก้อนโตไปให้เค้า ไม่ใช่ผมที่วิ่งวุ่นเพื่อหาของขวัญที่เค้าอยากได้

ทุกอย่างถูกแทนที่

ผมกับเค้ากลายเป็นคนแปลกหน้ากันอย่างสมบูรณ์

วันนี้กลายเป็นวันปกติทั่วไปของผม ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ที่ผมต้องไปหาจิตแพทย์เป็นประจำ

"อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้างคะ" เธอถามผม หน้าของเธอดูเศร้าเหมือนพึ่งผ่านการร้องไห้มา เธอตาบวมจนจะปิด แต่เหมือนพยายามจะเบิ่งให้โตตลอดเวลา

"เหมือนเดิมครับ"

"ได้ยังไงกันคะ คุณมาร์คได้ไปสังสรรค์บ้างรึเปล่า"

"ผมไม่ชอบเที่ยวน่ะครับ ผมเคยบอกหมอไปหลายครั้งแล้ว"

"แต่...เฮ้อ หมอก็เพิ่งเลิกกับแฟนค่ะ" อยู่ดีๆเธอก็พูดขึ้น พร้อมถอมหายใจยาวๆ

"ครับ?"

"ค่ะ หมอเองก็ร้องไห้ไปสามวันสี่วัน" หากสังเกตจากใบหน้า เธอคงไม่ได้พูดโกหก

"หมอก็คบกับแฟนมาประมาณห้าถึงหกเดือนค่ะ อาจจะไม่นานมาก แต่.."

"แต่ผมสิบปี ผมอยู่กับเค้ามาสิบปีนะครับ" ผมพูดแทรกขึ้นไป

ผมพึ่งจะรู้ตัวว่าทำตัวเสียมารยาท

"ขอโทษครับ"

"หมอรู้นะคะว่าสิบปีมันยาวนานมาก การที่เรามีคนคอยร่วมทุกข์ร่วมสุขมาขนาดนั้น มันเปลี่ยนจากความรักเป็นความผูกพันแล้วล่ะค่ะ หมอจะบอกว่าสำหรับหมอแค่หกเดือนที่ผ่านมา ตอนนี้หมอก็แทบจะทำอะไรไม่ถูกแล้ว มันเคว้งจริงๆค่ะ"

เธอยกกาแฟขึ้นดื่มเพื่อพักหายใจ ก่อนจะเปิดปากพูดต่อ

"แต่อย่างว่านะคะคุณมาร์ค ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ยั่งยืนหรอกค่ะ จะคบกันมาสิบปียี่สิบปีหรือสามสิบปี ความรู้สึกเพียงเสี้ยววินาทีก็สามารถหยุดทุกความสัมพันธ์ได้เสมอแหละค่ะ"

"..."

"เหมือนหมอจะพูดประโยคนี้หลายครั้งแล้ว แต่หมอขอย้ำอีกทีนะคะว่าให้คุณมาร์คถือซะว่าคนคนนี้เป็นเพียงบทเรียนบทหนึ่งของชีวิต เมื่อจบบทนี้ไปก็ให้มันเหลือไว้เพียงความทรงจำ ส่วนตัวคุณมาร์คเองก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อที่จะเริ่มต้นบทใหม่ ไม่ใช่เอาแต่จมปลักกับบทเก่าๆที่แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว"

ผมนิ่ง เหมือสมองกำลังพยายามประมวลคำพูดของเธออยู่

เธอร้องไห้ อาจเพราะคำพูดเหล่านั้นไปกระตุ้นต่อมน้ำตาเธอ

ผมเองก็ร้องไห้ เพราะอะไรก็ไม่แน่ใจ

"วันนี้เป็นวันเกิดของเค้า" ผมพึมพำขึ้นกับตัวเอง แต่ก็น่าจะอยู่ในระดับที่อีกฝ่ายพอได้ยิน

"จะทำยังไงดีคะ" เธอพูดด้วยเสียงอู้อี้

"ผมไม่รู้"

"สำหรับคุณมาร์ควันนี้อาจจะเป็นแค่วันธรรมดาวันหนึ่งก็ได้นะคะ" เธอพูดพร้อมยกยิ้ม

ครับ มันคงกลายเป็นวันธรรมดาๆวันหนึ่งสำหรับผมไปแล้ว


.
.
.
ผมกลับมาถึงที่บ้าน คุณแม่เตรียมอาหารไว้เป็นอย่างดี ส่วนผมเอาแต่จ้องโทรศัพท์ ที่หน้าจอแสดงแชทของเค้า

ขอแค่ให้ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่ได้แสดงความยินดีกับเค้า

ปีสุดท้ายจริงๆ

ผมสูดหายใจเข้าลึกก่อนตัดสินใจจะกดส่งคำอวยพรและคำขอบคุณต่างๆที่ผมอยากบอกมาตลอด ไม่แน่ใจว่าเค้าจะรู้สึกอย่างไรกับถ้อยคำเหล่านี้ แต่คงพอจะรับรู้ได้ ว่าผมกำลังจะสบายดีแล้ว หรือไม่ก็อาจจะตายด้านกับความรู้สึกเหล่านี้ไปแล้ว

[JINYOUNG♡]

'Happy birthday นะครับ พี่ขอโทษจริงๆ ขอโทษสำหรับทุกๆอย่าง ขอโทษที่เคยทำจินยองเสียใจ ขอโทษที่เคยผิดสัญญาในหลายๆครั้ง ต่อจากนี้ไปก็ขอให้จินยองมีความสุขมากๆ ไม่ต้องร้องไห้อีกแล้ว สุขภาพแข็งแรง เป็นที่รักของทุกคนตลอดแบบนี้เรื่อยๆ แล้วพี่ก็ต้องขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมาด้วยนะ ขอบคุณมากจริงๆ ต่อจากนี้เราคงไม่ได้ติดต่อกันอีกแล้ว พี่อยากให้จินยองรู้ว่าพี่ยังเป็นห่วงอยู่ตลอด ก็...ขอบคุณที่เกิดมานะครับ

พี่มาร์ค:)'

22:04
SENT










04:22
READ
'ขอบคุณเหมือนกันนะครับ:)'






=END=


เปิดด้วยฟิควูบแบบงงๆค่ะแง
ไม่รู้ว่าน้องจินยองมูฟออนเร็วหรือคุณพี่มาร์คที่มูฟออนเป็นวงกลมอยู่นะคะ5555
และเรื่องนี้มาร์คคุยกับหมอมากกว่าจินยองไปอี๊กกก

แต่อย่างไรก็ตามภาษาอาจจะยังไม่สวยเท่าไหร่ ก็ขอโทษนะคะ;_; 
คอมเมนต์ติชมกันได้เลยน้าา
<3



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

0 ความคิดเห็น