war prisoner

ตอนที่ 86 : บทที่ 88

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,389
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 139 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            หวางเอี๋ยนซูและซือหยวนต่างก็ตกใจเพราะไม่รู้ว่าซูยีกลับมาตั้งแต่เมื่อใด ทั้งคู่หันไปตามเสียงก็พบว่าซูยีกำลังเดินออกมาจากหลังฉาก โดยมีซือน่งช่วยพยุงไว้ เมื่อเห็นหวางเอี๋ยนซู ก็พูดขึ้นมาว่าด้วยน้ำเสียงที่แสดงความไม่พึงพอใจ “ห้ามท่านตัดสินเรื่องราวโดยไม่สนใจความรู้สึกของตัวเอง ท่านลงโทษนางรุนแรงเกินไป ทั้งที่ซือหยวนไม่ได้ทำผิดร้ายแรงอะไร”

            หวางเอี๋ยนซูพูดไม่ออกได้แต่คิดในใจว่า “ซูซู คำพูดของเจ้าน่าขันยิ่งนัก ถ้าการใส่ความองค์จักรพรรดินียังเป็นความผิดที่ไม่ร้ายแรง แล้วอาชญากรรมชนิดใดจึงจะเรียกว่าผิดร้ายแรง” เขารู้อยู่แก่ใจว่าซูยีนั้นต้องการรักษาชีวิตของซือหยวน จึงกล่าวว่า “ซูซู เจ้ากลับมาที่นี่ทำไม ร่างกายของเจ้ายังอ่อนแอ ควรจะกลับไปพักผ่อนที่ตำหนัก ให้ข้าจัดการเรื่องพวกนี้เอง”

            ซูยียิ้มแล้วกล่าวว่า “ถ้าข้ายืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการตัดสินของท่าน ข้าเกรงว่าซือหยวนต้องรู้สึกไม่สบายใจและคิดว่าข้าใช้เล่ห์กลเพื่อลวงให้ท่านสับสน แต่ข้าก็มีข้อสงสัยบางอย่างที่ต้องสอบถามความจริงจากนาง นอกจากนี้ซือหยวนยังเคยบอกกับข้าว่าหากข้ากลับมาเป็นจักรพรรดินีอีกครั้ง ไม่ว่าจะลงโทษอย่างไร นางก็จะยอมรับ”

            พูดดังนั้นแล้วซูยีก็เดินไปยืนต่อหน้าซือหยวนและกล่าวว่า “ข้ารู้ดีว่าเจ้าเป็นสตรีทีมีจิตใจแกร่งราวกับเหล็กกล้า มีหลายเรื่องที่เจ้าปิดบังข้า โจวเอ๋อร์ยังเป็นเด็กย่อมไม่สามารถเข้าใจเงื่อนงำที่ซ่อนอยู่ในบทกวี ต่อให้เป็นข้าก็ยังไม่ทันสังเกตุเงื่อนงำนั้น แต่เหตุใจโจวเอ๋อร์จึงสามารถรู้ได้และถ้าไม่ได้ความช่วยเหลือจากเจ้า เสนาบดีเหอก็คงไม่สามารถหาที่คุมขังเหล่าบัณฑิตได้รวดเร็ว เจ้าให้ข้ามาที่นี่เพื่อลอบฟังแต่หลังจากนั้นก็รีบให้ข้าออกไป ตอนแรกข้าก็ไม่คิดอะไรมาก แต่ขณะเดินทางกลับตำหนักข้าฉุกคิดขึ้นมาว่าทำไมเจ้าถึงเร่งร้อนให้ข้ารีบกลับนัก ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ต้องการติดหนี้ข้า แต่ถึงแม้ว่านายของเจ้าจะทรงพระปรีชา แต่เขาก็ยังต้องการหญิงรับใช้ที่มากด้วยความสามารถเช่นเจ้า เจ้าคิดจะทิ้งเขาไปจริงหรือ ถ้าเจ้าให้เหตุผลว่าเขายังสามารถฝึกฝนหญิงรับใช้คนใหม่ให้มาแทนที่เจ้าได้ แต่มันก็คงจะต้องใช้เวลาอีกหลายปี”

            ซือหยวนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองหน้าซูยีแล้วพูดว่า “ในเมื่อองค์จักรพรรดินีเข้าใจจิตใจของซือหยวนแล้ว ก็อย่าเสียเวลากับผู้น้อยอีกเลย ผู้น้อยเป็นต้นเหตุของความทุกข์ทรมานที่นายท่านได้รับ แม้ว่านายท่านจะไม่ถือสาในเรื่องที่ผ่านไปแล้ว แต่ซือหยวนก็ไม่สามารถรับความเมตตาจากองค์จักรพรรดินี”

            เมื่อซือหยวนพูดจบ ซือน่งก็ขยี้เท้าด้วยความร้อนใจ “ซือหยวน ทำไมเจ้าถึงทำแบบนี้ อย่าบอกว่าเจ้า...”

            ก่อนที่ซือน่งจะกล่าวต่อ ซือหยวนก็หันไปมองและพูดว่า “ซือน่ง พวกเราทั้งสี่คนเติบโตมาด้วยกัน เจ้าเองก็รู้ดีว่าข้าเป็นคนเช่นไร” หลังจากนั้นซือหยวนก็คุกเข่าลงต่อหน้าซูยี “ซือหยวนทำให้องค์จักรพรรดินีได้รับความลำบากมามาก ถ้าต่อไปในองค์จักรพรรดินีจะทุ่มเทช่วยเหลือองค์จักรพรรดิ์ในการบริหารราชการแผ่นดินแล้ว แม้ซือหยวนตายไปก็ไม่เสียใจ”

            ในใจของซูยีรู้ดีว่าหญิงรับใช้ผู้นี้ไม่ยินยอมที่จะรับความเมตตาจากเขา และแม้จะพยายามเกลี้ยกล่อมด้วยวิธีใดก็คงจะล้มเหลว เขากลอกตาครุ่นคิด พลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา จึงหัวเราะเสียงเย็นชาและพูดว่า “ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของเจ้าเป็นเรื่องที่น่ายกย่องนัก เจ้าต้องการรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง แต่โลกมนุษย์ก็เป็นเช่นนี้ ในสิบเรื่องมักจะมีแปดหรือเก้าเรื่องที่ไม่เป็นไปตามความปรารถนาของตน ดังนั้นเจ้าไม่ควรคาดหวังว่าสิ่งทีเจ้าคิดจะได้รับตามที่เจ้าปรารถนา หวางเอี๋ยนซูและซือน่งต่างก็รู้ดีว่าก่อนหน้านี้ข้าเคยคิดจะตายเพื่อประเทศบ้านเกิดของข้า แต่ก็ไม่สามารถกระทำได้ ตอนนี้เจ้าต้องการใช้ความตายเพื่อชดใช้ความผิดของเจ้า คิดว่าจะทำได้โดยง่ายเช่นนั้นหรือ ข้าขอตัดสินโทษให้เจ้ามีชีวิตต่อไป และให้เจ้าปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุดนับตั้งแต่ตอนนี้จนถึงวันตายของเจ้า เจ้าไม่ต้องคิดว่าข้าเป็นคนมีจิตใจดีงามหรือเจ้าติดหนี้บุญคุณข้า เพราะที่จริงแล้วเป็นการแก้แค้น ข้าต้องได้รับความทุกข์ทรมานและความอัปยศอดสูมากมาย หากเจ้าชดใช้ด้วยความตาย ความโกรธแค้นในใจของข้าก็ยังไม่สามารถที่จะสงบลงได้” ซูยีหันไปมองหวางเอี๋ยนซูและกล่าวว่า “นี่คือสิ่งที่ข้าต้องการเพื่อระบายความโกรธแค้น ท่านคิดเห็นเป็นเช่นไร?”

            หวางเอี๋ยนซูรู้ได้ทันทีว่าซูยีคิดจะปกป้องซือหยวน ซึ่งเขาเองก็คิดเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงยิ้มแล้วตอบว่า “หากเจ้าซึ่งเป็นผู้เสียหายยืนยันว่าต้องการเช่นนี้ ข้าย่อมต้องไม่ขัดข้อง หญิงรับใช้ที่อวดดีผู้นี้สร้างบาดแผลเจ็บปวดให้กับเจ้ามามาก ชีวิตของนางจึงควรจะเป็นของเจ้า ไม่ว่าจะตัดสินอย่างไรก็ตามก็แล้วแต่ที่เจ้าต้องการ” หลังจากนั้นก็หันไปทางซือหยวน “เจ้าได้ยินแล้วหรือไม่ รีบขอบคุณองค์จักรพรรดินีที่มีเมตตาต่อเจ้า ต่อไปเจ้าต้องทำความดีเพื่อชดใช้ในความผิดที่เจ้าก่อขึ้น”

            คำตัดสินดังกล่าวสร้างรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของซือน่งทันที แต่ซือหยวนกลับกล่าวเพียงคำขอบคุณและเดินออกจากห้องไป ซือน่งได้แต่หัวเราะแล้วกล่าวว่า “องค์จักรพรรดินีไม่ต้องสนใจนาง ในบรรดาพวกเราสี่คนนั้น ซือหยวนเป็นคนที่ปากไม่ตรงกับใจ แม้จะกระทำเรื่องโหดเหี้ยมแต่ที่จริงแล้วไม่ใช่คนชั่วร้าย อย่าลงสรุปเพียงเพราะใบหน้าของนางไม่ได้แสดงอารมณ์สำนึกในบุญคุณของนายท่าน แต่ในใจของนางนั้นรู้จักแยกแยะบุญคุณความแค้นเป็นอย่างดี”

            ซูยียิ้มและกล่าวว่า “ข้าไม่ได้ต้องการให้ซือหยวนสำนึกบุญคุณข้าแต่อย่างใด ข้าคิดว่านางทำไปด้วยความเชื่อมั่นว่าได้ทำสิ่งที่ถูก เพราะซือหยวนเคยบอกต่อข้าก่อนหน้านี้ว่าถ้าข้าได้เป็นจักรพรรดินีก็จะหาทางจัดการกับข้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่านางนั้นมีบุคลิกลักษณะตรงไปตรงมา เปรียบเทียบกับคนอื่น ๆ ที่กลับกลอกและมักจะหลอกลวงข้า ทำให้ข้ายิ่งนับถือนาง” ขณะพูดก็หันไปมองที่หวางเอี๋ยนซู ซึ่งหวางเอี๋ยนซูก็เข้าใจขึ้นมาทันทีว่าซูยีหมายถึงเขา องค์จักรพรรดิ์หนุ่มได้แต่หัวเราะในลำคอเบา ๆ

            ทันใดนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงเจ้าพนักงานประกาศจากนอกห้องว่าเหอเจิ้งต้องการเข้าเฝ้า หวางเอี๋ยนซูขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “เขาเพิ่งออกไปไม่นาน ทำไมจึงมาเข้าเฝ้าเร็วนัก หรือว่าเขามีความคืบหน้าในเรื่องที่ข้าให้ไปตรวจสอบ” หวางเอี๋ยนซูจึงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้เพื่อรอเหอเจิ้งเข้าเฝ้า ส่วนซูยีและซือน่งก็เดินกลับไปซ่อนตัวที่หลังฉากเช่นเดิม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 139 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

576 ความคิดเห็น

  1. #457 leenaprk (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 22:50
    เอาจริงงง ควรประหาร นางทำน้องเกือบตาย
    #457
    0
  2. #392 ckh94s (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 00:22
    ถามจริงงงง จักรพรรดิ์ก็นะ เหมือนจะเด็ดขาดแต่จริงๆคือโดนช้ารับใช้สี่คนนี้จูงจมูกตลอดรำคาญ
    #392
    0
  3. #310 chocolato.p (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 19:29
    เฮ้อออ
    #310
    0
  4. #39 Pa'yom (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 17:50
    ควรลงโทษตัวเองมากกว่าใครเลย
    #39
    0