war prisoner

ตอนที่ 64 : บทที่ 66

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,307
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 135 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            หวางเอี๋ยนโจวยิ้มอย่างเย็นชาแล้วกล่าว “ทำไมพระสนมหยินจึงกล่าวเช่นนั้น ข้าแค่คิดว่าอากาศหนาวเช่นนี้ คนเลี้ยงสัตว์ของจินเหลียวที่เดินทางร่อนเร่อยู่ในทุ่งหญ้าทางเหนือจะต้องทนกับความยากลำบากมากกว่าเดิม  ข้าเป็นคนที่จะต้องสืบทอดราชบัลลังก์ ได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กให้ห่วงใยความเป็นอยู่ของพสกนิกร ข้าไม่เหมือนพระสนมหยินที่มุ่งแค่เอาชนะใจเสด็จย่าและพระบิดาก็สามารถมีชีวิตที่ดีโดยไม่ต้องห่วงใยสิ่งอื่นใดอีก พูดถึงเรื่องนี้ ตอนนี้เจ้านับว่าเป็นพระสนมที่อาวุโสในพระราชวังชั้นใน เจ้าก็ควรที่จะคิดถึงประเทศของเราบ้าง แต่เจ้าก็ยังเลือกที่ดื่มกินและหาความรื่นเริง ในเมื่อเจ้าเป็นคนเริ่มต้นพูดถึงอดีตจักรพรรดินีก่อน ข้าก็จะคุยเรื่องนี้ด้วย ถ้า...ถ้าเขาอยู่ที่นี่ เขาก็คงจะสนใจความเป็นอยู่ของชาวบ้านมากกว่าเจ้า แม้ว่าเขาจะทรยศต่อพระบิดาแต่เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ข้าคิดว่าเขาดีกว่าเจ้า”

            เมื่อองค์รัชทายาทพูดจบ พระสนมหยินแทบเป็นลมด้วยความโกรธแต่ทว่าไม่สามารถพูดโต้ตอบได้สักคำ สมเด็จพระชนนีกลับยิ้มแล้วพูดว่า “โจวเอ๋อร์ พระสนมหยินก็พูดไปตามที่เห็น คนผู้นั้นทำผิดมหันต์ เราไม่ควรคิดถึงเขาอีก” พูดจบก็เดินเข้าไปกอดหลานชาย แล้วกล่าวต่อ “แต่ข้าก็ดีใจที่เห็นโจวเอ๋อร์ห่วงใยพสกนิกร จากที่เจ้าพูดมา ข้ารู้ว่าถ้าเจ้าได้ครองบัลลังก์ในอนาคตก็จะประสบกับความสำเร็จไม่น้อยกว่าพระบิดาของเจ้า” หลังจากนั้นก็หันไปทางหวางเอี๋ยนซูแล้วกล่าว “ไหนเจ้าบอกว่าโจวเอ๋อร์ชอบแต่เล่นสนุก เห็นไหมว่าเขาทำตัวเหมาะสมที่จะสืบทอดราชบัลลังก์แล้ว”

            คำพูดของหวานเอี๋ยนโจวทำให้หวานเอี๋ยนซูได้คิดถึงเรื่องต่าง ๆ มากมาย เมื่อได้ยินคำพูดของสมเด็จพระชนนี เขาจึงกล่าวว่า “เพราะพระมารดาตามใจ เขาจึงยิ่งเสียคน” เมื่อพูดจบก็หันไปทางบุตรชาย ก็พบกับสายตาของหวางเอี๋ยนโจวที่ยังคงจับจ้องที่พระสนมหยินอย่างไม่วางตา หวางเอี๋ยนซูนั้นรู้นิสัยของบุตรชายดีว่าเรื่องนี้ยังไม่จบง่าย ๆ หวางเอี๋ยนโจวน่าจะยังมีอุบายซ่อนอยู่เพื่อจัดการกับพระสนมหยิน แต่หวางเอี๋ยนซูสัมผัสได้ว่าองค์รัชทายาทยังคงคิดถึงซูยีก็ให้เอ็นดูบุตรชาย แม้จะรู้ว่าหวางเอี๋ยนโจวจงใจด่าพระสนมหยินเพื่อระบายความโกรธ แต่หวางเอี๋ยนซูก็ตัดสินใจว่าจะไม่ห้ามปรามแต่กลับมองด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

            เป็นไปตามคาด หวางเอี๋ยนโจวพูดต่อมาอีกว่า “เสด็จย่า ถ้าพวกเรานั่งอยู่ที่นี่แล้วกังวลเรื่องของพวกเขาจะได้ประโยชน์อะไร คนเลี้ยงสัตว์ในภาคเหนือน่าเวทนายิ่ง ถ้าวัวและแกะของพวกเขาแข็งตายเพราะสภาพอากาศเช่นนี้ ถึงมีพวกเราอยู่ก็เหมือนไม่มี” พูดจบก็ดิ้นรนออกจากอ้อมกอดของสมเด็จพระชนนีและกล่าวว่า “เสด็จย่า ข้ามีความคิดจะจัดตั้งกองทุนเพื่อให้พวกเขามีเงินสร้างคอกที่อบอุ่นและยุ้งฉางสำหรับสัตว์เลี้ยงของพวกเขา เช่นนี้พวกสัตว์เลี้ยงก็จะได้มีชีวิตอยู่ ถ้าเราสามารถป้องกันไม่ให้สัตว์ต้องแข็งตาย ชีวิตความเป็นอยู่ของคนพวกนั้นก็จะมั่นคงขึ้น”หลังจากนั้นเด็กชายก็จ้องที่พระสนมหยินด้วยดวงตาที่สดใสและเป็นประกาย และกล่าวต่อว่า “ข้ารู้ว่าหลังจากพระบิดาย้ายเมืองหลวงมาที่จงหยวนได้ใช้เงินจำนวนมากเพื่อยกเว้นภาษีให้กับประชาชน แม้เราจะมีเงินอยู่ในท้องพระคลังอีกมากมาย แต่ก็ต้องสำรองไว้เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินอย่างเช่นสงครามหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ ข้าคิดว่าเราไม่ควรเบิกจ่ายเงินจากท้องพระคลังเพื่อการนี้ แต่ข้าเห็นพระบิดาให้รางวัลแก่พระสนมหลายคนเป็นอัญมณีเครื่องประดับของราชวงศ์ต้าฉี ทำไมเราไม่ขายอัญมณีเหล่านั้นแล้วนำเงินไปอุดหนุนคนเลี้ยงสัตว์ที่ภาคเหนือ เนื่องจากข้าเป็นคนต้นคิดเรื่องนี้ ข้าจะขอบริจาคแท่งหมึกและพู่กันที่พระบิดาประทานให้กับข้า เครื่องเขียนชุดนี้เคยเป็นของจักรพรรดิ์ฝูซี เห็นได้ว่าเป็นสมบัติที่ประเมินค่ามิได้ พระสนมทั้งหลายก็ไม่ควรเห็นแก่ตัวเก็บงำสมบัติต่าง ๆ ไว้กับตัว”

            ขณะที่องค์รัชทายาทบรรยายแผนการณ์ต่าง ๆ นั้น บรรดาพระสนมก็ได้แต่ตกตะลึงเพราะไม่ได้เตรียมรับมือกับเรื่องนี้มาก่อน ใบหน้าถึงกับซีดเผือด หวางเอี๋ยนโจวคาดการณ์ไว้แล้วว่าพวกพระสนมนั้นครอบครองอัญมณีและเครื่องประดับล้ำค่ามากมายและรักพวกมันยิ่งกว่าชีวิต โชคร้ายที่สมเด็จพระชนนีกลับเห็นด้วยกับความคิดดังกล่าว “เป็นแผนการที่ดีเปี่ยมด้วยคุณธรรม ข้าเองก็จะบริจาคสมบัติที่มีเช่นกัน เป็นเครื่องประดับปิ่นปักผมห้าหงส์ห้อยมุก”

            หวางเอี๋ยนโจวระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ ในขณะที่หวางเอี๋ยนซูทั้งโกรธและขบขัน เขารู้ดีว่าปีศาจน้อยซุกซนไม่ได้สนใจชุดเครื่องเขียนที่เขามอบให้แม้แต่น้อย แถมตอนนี้ยังหาวิธีกำจัดมันออกไปด้วยวิธีการที่แยบยลอีก ด้วยความที่หวางเอี๋ยนโจวนิยมเดินเล่นรอบ ๆ พระราชวังจึงรู้ดีว่าพระสนมแต่ละนางมีวัตถุล้ำค่าใดครอบครองอยู่บ้าง และแต่ละคนต่างก็หวงแหนไม่อยากสูญเสียพวกมันไป หวางเอี๋ยนซูมองไปที่พระสนมหยินซึ่งโชคร้ายที่สุดที่กำลังทำท่าเหมือนจะร้องไห้

            หวางเอี๋ยนซูได้แต่ถอนหายใจและคิดว่าเมื่อมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชน สตรีเหล่านี้ไม่อาจเทียบได้กับซูซู ถ้าซูซูยังเป็นจักรพรรดินี เขามั่นใจว่าจะต้องเห็นแก่ประโยชน์สุขของประชาราษฎร์มากกว่าความสุขส่วนตัว ไม่ลังเลที่จะเสียสละเงินเพื่อช่วยเหลือพสกนิกร ในใจของซูซูมีแต่ประชาชนเท่านั้น ข้าปรารถนาให้เขาเห็นแก่ตัวบ้างเล็กน้อยก็ยังดี ถ้าเพียงแต่เหมือนบรรดาพระสนมพวกนี้ที่พยายามเอาชนะใจข้าเพียงเล็กน้อยก็ยังดี แต่โชคชะตาก็เล่นตลก เพราะข้ารู้ดีว่าซูซูไม่มีทางที่จะเป็นแบบนั้นแน่นอน

            แค่พริบตาเดียวหวางเอี๋ยนโจวก็สามารถแก้แค้นได้สำเร็จ เด็กชายพูดกับสมเด็จพระชนนีว่า “เสด็จย่าจะมีรับสั่งใดเพิ่มเติมหรือไม่ หลานจะไปสั่งให้คนทำตามแผนการนี้”เมื่อสมเด็จพระชนนีส่ายศีรษะ เด็กชายจึงเดินออกไปด้วยทีท่ากระตือรือร้น ได้ยินเสียงหวางเอี๋ยนซูตะโกนตามหลัง “ให้เจ้าสวมใส่เสื้อหนาอีกชั้น” หลังจากนั้นก็สั่งให้ซือน่งเดินตามหลังองค์รัชทายาทไปด้วย เมื่อหวางเอี๋ยนโจวหันกลับมามองก็เห็นซือน่งกำลังเดินตามและร้องเรียก “องค์รัชทายาท กรุณาคอยผู้น้อยด้วย”

            ทั้งสองคนเดินไปตามทางต้นพลัมที่กำลังผลิดอกบานสะพรั่งตัดกับสีขาวของหิมะ หวางเอี๋ยนโจวยิ้มและกล่าวว่า “เมื่อเสด็จย่าเห็นภาพต้นไม้นี้ในวันพรุ่งนี้ ท่านต้องดีใจแน่นอน”  พูดจบก็เดินเข้าไปในอาคารเล็ก ๆ ที่อยู่ท่ามกลางต้นไม้และเห็นเหล่าขันทีและนางกำนัลกำลังจัดเตรียมโต๊ะเก้าอี้สำหรับงานชมดอกไม้ในวันพรุ่งนี้

            หวางเอี๋ยนโจวรู้สึกมีความสุข แต่เมื่อได้ยินเสียงใครบางคนที่นอกประตู “เจ้ามาทำอะไรที่นี่?” ตามด้วยเสียงที่คุ้นหูตอบกลับไปว่า “ข้านำผ้าม่านกับมุ้งกันยุงจากโรงซักผ้ามาส่ง ช่วยตรวจดูและรับของด้วย” หัวใจของหวางเอี๋ยนโจวแทบจะหยุดเต้น พอเหลือบมองที่ซือน่งก็พบว่าหญิงสาวก็มีสีหน้าแตกตื่น เด็กชายลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ตัดสินใจเดินออกมาจากอาคารน้อยแต่ก็เห็นเพียงด้านหลังของซูยี เมื่ออยู่ท่ามกลางหิมะขาวโพลน ร่างโดดเดี่ยวของซูยียิ่งดูอ้างว้างราวกับถูกห่อหุ้มด้วยผ้าห่อศพสีขาวที่เย็นเฉียบ

            หวางเอี๋ยนโจวมองตามอย่างเงียบงัน ก่อนจะหันไปทางซือน่ง “นำจานขนมไปให้เขา อากาศหนาวแบบนี้เขาคงลำบากมาก...ขาเขาก็ไม่ค่อยดี...” พูดถึงตอนนี้น้ำตาก็ไหลออกมา เด็กชายหันหน้าหลบไปอีกทาง ซือน่งรีบทำตามคำสั่งจัดขนมใส่จานจนพูนก่อนจะเดินตามหลังซูยีไป ก่อนจะได้ยินหวางเอี๋ยนโจวเรียกตามหลัง “ซือน่ง รอก่อน” หญิงสาวหันไปหาตามเสียงเรียกโดยไม่รู้ว่าองค์รัชทายาทคิดจะพูดอะไร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 135 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

576 ความคิดเห็น

  1. #524 โดม (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 19:32

    จากวันเป็นเดือน เลื่อนไป สิบปี ......จบ

    #524
    0
  2. #143 inchx_ (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 01:58
    นํ้าตาคลอเลย ㅠㅠ
    #143
    0
  3. #2 EyeJasmine / อายย์จัสมิน (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 16:08
    ร้องไห้จนแสบตาแล้วฮือ?_?
    #2
    0