war prisoner

ตอนที่ 45 : บทที่ 47

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,639
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 165 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            ซูยีมองหวางเอี๋ยนซูด้วยความรู้สึกทั้งนิยมนับถือและเกลียดชัง ชายตรงหน้าเป็นศัตรูที่เก่งฉกาจที่สุดที่เขาเคยพบ แต่ก็ยังเป็นคนที่สนิทใกล้ชิดที่สุดเท่าที่เคยมีในชีวิตเช่นกัน และชายผู้นี้ยังเป็นคนที่หมายจะเอาชีวิตของเขา แต่ตอนนี้ต้องการที่จะชนะใจเขา ความรู้สึกของซูยีในตอนนี้นั้นยากเกินกว่าจะอธิบายได้ด้วยคำพูดหรือด้วยสมอง เพราะมันเริ่มที่จะเกิดความรู้สึกบางสิ่งขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

            ความรู้สึกที่ซูยีควรจะมีต่อหวางเอี๋ยนซูผู้ที่เขาเกลียดเข้ากระดูกดำนั้นควรจะเป็นความเกรี้ยวกราดในทุกครั้งที่นึกถึง แต่ทำไมตอนนี้เมื่อหวางเอี๋ยนซูมายืนอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกที่อยู่ในใจของซูยีกลับเป็นความอ่อนโยนที่หวางเอี๋ยนซูที่แสดงให้เห็นในช่วงคืนอัปยศที่ผ่านมา แต่ถ้าเขายอมรักผู้ชายคนนี้แล้วจะทำอย่างไรกับความรู้สึกเศร้าโศกเสียใจที่ถูกทำลายประเทศ ซูยียืนนิ่ง จ้องหน้าหวางเอี๋ยนซูพร้อมกับพยายามคลี่คลายปริศนาในใจ แต่ยิ่งพยายามเท่าใดก็เหมือนจะยิ่งยุ่งเหยิงมากยิ่งขึ้น

            “ซือน่ง มีอะไรติดอยู่บนใบหน้าข้า?”  หวางเอี๋ยนซูลูบใบหน้าตนเองไปมา ปกติซูยีมักไม่สนใจที่จะเหลือบแลเขา แต่ตอนนี้กลับจ้องหน้าเขาอย่างตั้งใจ เหตุผลเดียวที่หวางเอี๋ยนซูคิดได้ในตอนนี้คือบนใบหน้าเขามีบางอย่างผิดปกติ

            ซูยีมองหน้าหวางเอี๋ยนซูที่กำลังลูบใบหน้า ในใจของเขาก็จินตนาการว่าบุคคลผู้นี้เป็นชายที่มีเกียรติเป็นผู้ปกครองสูงสุดของประเทศ แต่ยินยอมที่จะยืนอยู่ในเรือนรับรองเล็ก ๆ เพื่อใช้ทั้งพระเดชและพระคุณขอให้ประชาชนคนธรรมดาร่วมมือเพื่อทำการแสดงตบตาให้เขายินยอมเป็นจักรพรรดินี ซูยียังจินตนาการถึงภาพของหวางเอี๋ยนซูที่จ่ายเงินสิบตำลึงให้กับชาวบ้านแต่ละคนหลังการแสดง ภาพในลานกว้างวันนั้นที่เขาจำฝังใจและทำให้เขาเจ็บปวดเมื่อใดที่นึกถึง แต่พอคิดถึงภาพของหวางเอี๋ยนซูที่กว่าจะจัดการให้ภาพวันนั้นเกิดขึ้นอย่างสมบทบาทก็พบว่ามันน่าขบขัน และเมื่อความคิดนี้แล่นอยู่ในหัว ซูยีก็อดที่จะหลุดหัวเราะออกมาไม่ได้

            หวางเอี๋ยนซูตกใจราวกับมีสายฟ้าฟาดอยู่ข้างตัวเมื่อเห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของซูยีความสุขที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันนี้ทำให้เขาขยับตัวไม่ได้และไม่รู้สึกอะไร หัวใจของเขาไม่ได้ยินเสียงอื่นใดแล้วนอกจากเสียงหัวเราะของซูยี

            ซูยีคล้ายกับเพิ่งรู้สึกตัว ใบหน้าของชายหนุ่มระบายด้วยสีแดงสดใส พร้อมกับคิดในใจว่า เขาคงจะไม่สบายไปแล้ว เมื่อเผชิญหน้ากับคนที่ทำลายประเทศของตนและบังคับให้เขาแต่งงานด้วย แต่กลับหัวเราะออกมาเสียงดัง ซูยีตระหนกกับพฤติกรรมของตนเอง จึงหันหลังกลับและหมุนตัวเพื่อเดินต่อ แต่ก็โดนหวางเอี๋ยนซูขวางไว้แล้วชวนพูดคุย ซูซูนั่น ซูซูนี่ไม่หยุดหย่อนขณะเดินไปด้วยกัน

            “หวางเอี๋ยนซู ท่านไม่มีเรื่องที่ต้องไปกระทำหรือ?” เมื่อเขาไม่สามารถสลัดหลุดจากหวางเอี๋ยนซูที่เดินตาม ในที่สุดก็หันไปถามด้วยสีหน้าและอาการที่แสดงถึงความรำคาญ แต่ดูเหมือนชายที่เดินตามเขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลยหลังจากที่ได้ยินเสียงเขาหัวเราะเพียงครั้งเดียว ดูเหมือนว่าจิตวิญญาณของหวางเอี๋ยนซูตกอยู่ในบ่วงของซูยีแล้ว ซือน่งยังรู้สึกละอายแทนเมื่อเห็นพฤติกรรมของผู้เป็นนาย

            “มีสิ แต่ข้าจัดการจนเสร็จสิ้นแล้ว” หลังจากที่ถูกซือน่งใช้ศอกกระทุ้งที่ซี่โครง หวางเอี๋ยนซูจึงคิดได้และรายงานองค์จักรพรรดินีเกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้ปฏิบัติในท้องพระโรง “หลายสิ่งในตอนนี้ดีกว่าเมื่อก่อน ตอนนี้ก็เพียงแค่ติดตามผล ไม่เหมือนตอนที่เริ่มต้นปกครองแผ่นดินนี้ใหม่ ๆ ที่มีเรื่องให้ต้องสะสางมากมาย ข้าไม่อยากพูดถึงคนที่ตายไปแล้ว แต่ข้าคิดว่าจักรพรรดิ์ฉีนั้นรู้จักแค่ดื่มกินและหาความสุขใส่ตัวเอง บรรพบุรุษทิ้งอาณาจักรที่อุดมสมบูรณ์ให้แต่เขากลับไม่สามารถปกครองให้เจริญรุ่งเรืองได้ มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย การบริหารกิจการบ้านเมืองก็สับสนวุ่นวายข้าจึงต้องจัดการให้เป็นระบบ เริ่มต้นจากลดภาษีที่ชาวบ้านต้องจ่ายลงจากสมัยจักรพรรดิ์ฉีที่เพิ่มภาษีขึ้นสูงเกินไป...”

            หวางเอี๋ยนซูคิดจะพูดเรื่องนี้เพื่อเอาชนะใจซูยี แต่กลับถูกซูยีพูดขัดขึ้นมาก่อน “ข้าต้องการเห็นว่าท่านบริหารประเทศได้ดีกว่าต้าฉีด้วยตาตนเอง ตอนนี้ใกล้เวลาอาหารกลางวันแล้ว ทำไมพวกเราไม่ลอบออกจากพระราชวังแล้วไปรับประทานอาหารในเมืองโดยไม่ให้ผู้อื่นรู้ ข้าออกจากจงหยวนไปห้าหรือหกปีแล้ว สงสัยว่าร้านบะหมี่เนื้อวัวร้านโปรดจะยังค้าขายอยู่หรือไม่?”

            เมื่อได้ยินซูยีพูดดังนั้น ซือน่งเข้าใจทันทีว่าซูยียังคงสงสัยว่าหวางเอี๋ยนซูสามารถทำตามที่เขาให้สัญญาว่าจะให้สิทธิ์กับประชาชนชาวฉีเท่าเทียมกันกับชาวจินเหลียวหรือไม่ จึงยกข้ออ้างมาเพื่อจะได้เห็นด้วยตาของตนเองว่าประชาชนของตนจะใช้ชีวิตใต้การปกครองของหวางเอี๋ยนซูอย่างไร แม้ว่าซูยีจะเคยได้เห็นสภาพบ้านเมืองเมื่อมาถึงที่จงหยวนเป็นครั้งแรก แต่เส้นทางการเดินทางที่ยาวนานและมีการบอกกำหนดการมาถึงขององค์จักรพรรดิ์คนใหม่ไว้ล่วงหน้า ซูยีอาจจะคิดว่าเป็นการจัดฉาก หรือแม้จะได้ยินจากปากของสหายเก่าสือเจิงเหอมาบ้างแล้วแต่ก็เป็นเพียงคำบอกเล่า

            แต่หวางเอี๋ยนซูกลับรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้ยินซูยีพูดเช่นนั้น เขารีบพยักหน้าแล้วกล่าว “เป็นความคิดที่ดี ซูซู แม้ตอนนี้เจ้าจะเป็นจักรพรรดินี แต่ข้าจะไม่ปฏิบัติต่อเจ้าเหมือนชีวิตพวกนางในที่เมื่อเดินผ่านประตูวังเข้ามาแล้วชีวิตก็เหมือนจมดิ่งอยู่ในท้องทะเล ข้าจะไม่กักขังให้เจ้าอยู่แต่เพียงในวัง ข้าจะรีบให้คนเตรียมการให้พวกเราสามารถออกจากวังได้ทันที และไม่ต้องเป็นกังวล ถ้าร้านขายบะหมี่เนื้อวัวนั้นปิดกิจการไปแล้ว ข้าก็จะไปตามตัวเจ้าของร้านให้มาเปิดกิจการอีก”

            หลังจากที่ทั้งสามคนลับไปจากสายตา ร่างอ้อนแอ้นของซือหยวนก็ก้าวออกมาจากหลังต้นไม้ สายตาของซือหยวนแสดงความเกลียดชัง หญิงสาวพึมพำกับตนเอง “เป็นตามที่ข้าคิดไว้แต่แรก หากไม่สามารถกำจัดซูยีได้ ชะตากรรมของจินเหลียวก็คงจะตกอยู่ในอันตราย ดูเหมือนว่าแผนการของแม่ทัพหยูยังไม่สมบูรณ์ แต่โชคดีที่ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มเป็นไปตามที่ต้องการแล้ว” ซือหยวนพูดจบก็หมุนตัวเดินจากไป

 ****

            จงหยวนเป็นเมืองหลวงมาถึงห้าราชวงศ์ จึงมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน แต่จักรพรรดิ์ทรราชฉีกลับทำลายเมืองใหญ่นี้ด้วยการกำหนดนโยบายที่หาประโยชน์ใส่ตัว ปล่อยให้เศรษฐกิจถูกทำลาย และประชาชนรู้สึกไม่มั่นคงในชีวิต แต่เมื่อหวางเอี๋ยนซูเข้ามาปกครองจงหยวน สถานการณ์ก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นมีเสถียรภาพมากขึ้น และในเวลานี้เมืองแห่งประวัติศาสตร์นี้ก็เริ่มเจริญรุ่งเรืองเหมือนในอดีต

            เมื่อหวางเอี๋ยนซู ซือน่ง และซูยีเดินผ่านไปตามท้องถนน ก็สามารถเห็นร้านค้ามากมาย ผู้คนจับจ่ายใช้สอยกันจอแจ จงหยวนดูไม่เหมือนเมืองหลวงของประเทศที่เพิ่งล่มสลายแม้แต่น้อย ซูยีเหลือบตามองชายที่เดินข้างกาย เมื่อนึกถึงเรื่องที่อีกฝ่ายได้พูดถึงความสำเร็จในการบริหารประเทศด้วยความกระตือรือร้นอย่างน่าหมั่นไส้ แต่เมื่อเห็นว่าประชาชนได้รับความสุขและการค้าเจริญรุ่งเรืองภายใต้การปกครอง ทำให้ไม่รู้สึกว่าเป็นการโอ้อวดเกินจริงแม้แต่น้อย เมื่อพบร้านบะหมี่เนื้อวัวที่ซูยีชื่นชอบ จึงเข้าไปนั่งรับประทาน ขณะที่กำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารตรงหน้า พวกเขาก็ยังเงี่ยหูฟังบทสนทนาของลูกค้าอื่นในร้าน

            เมื่อหัวข้อสนทนาเป็นเรื่องของจักรพรรดิ์จินเหลียว ทั้งสามคนได้ยินชัดเจนว่าความคิดเห็นจากผู้อื่นนั้นชื่นชมและยกย่อง หวางเอี๋ยนซูกำลังปลาบปลื้มกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ทันใดนั้นซูยีก็พูดขึ้นมาว่า “ท่านเคยบอกว่าได้ปล่อยพวกตัวประกันทั้งหมดไปแล้ว วันนี้มีเวลาว่าง ข้าต้องการไปเยี่ยมเยียนพวกเขา ข้ายังจำบ้านของคนพวกนั้นได้”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 165 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

576 ความคิดเห็น

  1. #442 kaew0123456789 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 22:06
    ช่วงค่อยๆเติมน้ำตาล​
    #442
    0
  2. #423 leenaprk (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 21:48
    น้องหัวเราะแล้ว น้ามตาไหล
    #423
    0
  3. #368 Kankao94 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 10:56
    นังซือหยวน เทอมีแผนการอะไรอยู่ในใจน่ะ เห็นเงียบหายไปนาน ไว้ใจไม่ได้เลยจิง
    #368
    0
  4. #289 chocolato.p (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 17:06

    กรี๊ดดดดดดดด น้องหัวเราะแล้ว!!!!! ตั้งแต่เปิดเรื่องมาแทบจำไม่ได้ว่าน้องแสดงออกอย่างมีความสุขตอนไหน แงงงงง ซือหยวน มีแต่หล่อนที่หมกมุ่น แหกตามองกว้างๆบ้างนะ

    #289
    0
  5. #214 punngirigiri (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 13:44
    ซูยีเริ่มมีใจให้แล้ว นี่อยากจะกรี๊ดดดดดด สามีเก่งก็ชมออกมาได้นะคะ ให้กำลังใจเค้าหน่อย แต่ซูซูก็ร้ายนะ เค้าเคยแสดงละครตบตาให้มั้ย นี่คือการเอาคืนให้ เอี๋ยนซูร้อนๆหนาวๆ สนุกๆ
    #214
    0
  6. #18 วัวพันปี (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 20:06
    คริ คริ..เมียท่านร้ายนะ
    #18
    0