war prisoner

ตอนที่ 42 : บทที่ 44

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,548
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 175 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            เมื่อซูยีได้ฟังซือน่งและซือหลิวสนทนากันก็พอจะคาดเดาเรื่องราวได้ราวเจ็ดถึงแปดส่วน แต่เขาก็ไม่เชื่อว่าบรรดาชาวบ้านที่สนิทสนมกับเขาจะสมคบคิดกับหวางเอี๋ยนซูแสดงละครตบตาเพื่อบีบบังคับให้เขาเป็นจักรพรรดินี

            ซือหลิวและซือน่งนั้นสติไม่อยู่กับตัวแล้ว ได้แต่ยืนนิ่งไม่กล้าสบตากับซูยี แล้วพูดตะกุกตะกัก “นายท่าน...” แต่พอพูดสองคำนั้นแล้วก็ไม่สามารถพูดคำอื่นต่อได้อีก

            ซูยีจ้องหน้าหญิงรับใช้ทั้งสองคนอย่างเย็นชาก่อนจะหมุนตัวเดินกลับ แล้วพูด “ถ้าพวกเจ้าไม่บอกข้า ข้าจะไปถามหวางเอี๋ยนซู” ทันใดนั้นเงาร่างสองสายก็รีบรุดมาดักหน้า ซือน่งและซือหลิวทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเขา แล้วพูดเสียงสั่นเครือ “นายท่าน โปรดเมตตาพวกผู้น้อยด้วย ถ้าฝ่าบาทรู้ว่าพวกเราเป็นคนพูดเรื่องนี้ พวกผู้น้อยคงไม่รอดชีวิตแน่ เห็นแก่มิตรภาพระหว่างพวกผู้น้อยกับนายท่าน วิงวอนให้นายท่านช่วยเหลือพวกเราด้วย”

            เมื่อซูยีเห็นทั้งสองคนคร่ำครวญ ใจก็อ่อนยวบขึ้นมาทันที แต่ก็ยังแข็งใจพูด “ถ้าพวกเจ้าอยากให้ข้าช่วย พวกเจ้าต้องเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้นมาให้หมด วางใจได้ว่าข้าจะไม่พูดเรื่องนี้กับหวางเอี๋ยนซู แต่ถ้าเจ้าไม่พูดก็อย่าโทษว่าข้าไม่เห็นแก่มิตรภาพระหว่างเรา” หลังพูดจบ ก็ให้ทั้งคู่ยืนขึ้น หลังจากนั้นซือน่งจึงพูดขึ้นว่า “ผู้น้อยไม่กล้าหลอกนายท่าน แต่ขอให้นายท่านเดินกลับไปนั่งที่ศาลา พวกผู้น้อยจะอธิบายทุกอย่างให้ท่านฟังทั้งหมด”

            ซือน่งมองหน้าซือหลิวคล้ายกับตกลงใจกันแล้ว ก่อนจะกล่าว “เมื่อเรื่องมาถึงตอนนี้ พวกเราได้แต่เล่าความจริง เพียงแต่พวกเราขอไม่ให้นายท่านบอกให้ฝ่าบาทรู้ คืนนั้นเมื่อนายท่านตัดสินใจฆ่าตัวตาย ฝ่าบาทโมโหมากจึงเรียกตัวเสนาบดีเหอ ผู้ที่ดูแลกระทรวงยุติธรรมและสั่งให้ไปหาตัวสหายเก่าและเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกับนายท่าน เพื่อจะใช้คนพวกนั้นคุกคามนายท่าน”

            “สามวันต่อมา เสนาบดีเหอก็สามารถจับกุมผู้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายท่านได้ทุกคน ถึงตอนนั้นความโกรธของฝ่าบาทได้ทุเลาลงบ้างแล้ว เมื่อฝ่าบาทเห็นว่าในหมู่เชลยมีทั้งผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และสตรีมีครรภ์ จึงรู้ได้ว่าคนพวกนี้เหมาะสมที่จะใช้บีบบังคับนายท่าน แต่ฝ่าบาทไม่ต้องการทำอันตรายคนพวกนี้จริง ๆ แต่ดูจากลักษณะของชาวบ้านเหล่านี้นั้นก็รู้ว่าคงจะไม่สามารถทนต่อการถูกขู่เข็ญได้ ถ้ามีใครสลบหรือเสียชีวิตก็คงจะไม่สามารถอธิบายให้นายท่านเข้าใจได้ และคงจะเป็นตราบาปของฝ่าบาท พระองค์จึงปล่อยคนพวกนั้นออกจากที่คุมขังแล้วพามาที่เรือนรับรองเล็ก ๆ ในพระราชวังและบอกแผนการทั้งหมดให้ทราบ โดยใช้เหตุผลชักจูงว่าหลังจากที่นายท่านได้เป็นจักรพรรดินี จินเหลียวและต้าฉีก็จะเป็นครอบครัวเดียวกัน และต่อไปคนจินเหลียวก็ไม่มีเหตุผลที่จะรังแกกดขี่ประชาชนของฉี”

            “เมื่อคนพวกนั้นได้ฟังเรื่องทั้งหมดก็ยินดี แต่พวกเขาไม่ต้องการหลอกลวงนายท่าน ฝ่าบาทจึงบอกว่าไม่ว่าคนพวกนั้นจะยินยอมเล่นละครตบตาหรือไม่ อย่างไรเสียพระองค์ก็ต้องได้นายท่านมาเป็นจักรพรรดินี เพียงแต่แทนที่จะแสดงละครก็ต้องเล่นจริง ซึ่งพระองค์ไม่ปรารถนาที่จะทำเช่นนั้นเพราะไม่ต้องการทำร้ายผู้ใด ตอนนั้นเองที่สตรีมีครรภ์ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของนายท่านมาตั้งแต่เด็กได้ลุกขึ้นยืนและสัญญาว่านางจะทำตามแผนการของฝ่าบาท”

            “ฝ่าบาททรงดีพระทัยมาก และสัญญากับคนพวกนั้นว่า เมื่อใดก็ตามที่นายท่านตกลงใจว่าจะเป็นจักรพรรดินี ทุกคนจะได้รับเงินรางวัลคนละสิบตำลึง และถึงแม้นายท่านจะใจแข็งไม่ยอมตกลง ฝ่าบาทก็ยังรับประกันว่าจะไม่ทำร้ายผู้ใดสักเพียงคนเดียว เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกชาวบ้านจึงไม่ลังเลอีกต่อไป คนพวกนั้นบอกว่าเงินสิบตำลึงนั้นเป็นจำนวนมิใช่น้อย ต้องทำงานถึงสองสามปีจึงจะเก็บเงินได้ พวกเขาจึงมีความสุขกับข้อเสนอนี้จากนั้น...จากนั้นก็เป็นไปตามเหตุการณ์ที่นายท่านได้พบเจอ”

            ซือหลิวกล่าวเสริม “วิธีนี้อาจจะไม่ได้ผล แต่นายท่านอดอาหารมาสองสามวันทำให้การตัดสินใจและการพิจารณาเหตุต่าง ๆ ไม่ถี่ถ้วน ประกอบกับความเครียดและอาการตื่นตระหนกทำให้ความคิดของนายท่านไม่แจ่มใสทั้งที่การแสดงของคนพวกนั้นไม่สมจริง แต่นายท่านก็ไม่ทันสังเกต คนพวกนั้นไม่ได้ทำการนี้เพราะทรยศต่อนายท่าน แต่พวกเขาทำเพราะไม่มีทางเลือก ซึ่งไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ ฝ่าบาทก็ยังจะใช้พวกเขาเพื่อขู่เข็ญบีบบังคับนายท่านเช่นเดิม ซึ่งถ้าพวกเขาไม่ให้ความร่วมมือก็อาจจะมีใครบางคนถึงแก่ชีวิต นายท่านไม่ควรตำหนิพวกเขาหรือเห็นว่าพวกเขาหลอกลวงท่าน ถ้าผู้น้อยเป็นคนพวกนั้นก็คงตัดสินใจทำเช่นเดียวกัน”

            เมื่อหญิงรับใช้ทั้งสองกล่าวจบ ก็แอบเหลือบมองใบหน้าของซูยีและพยายามจับความรู้สึก แต่ที่เห็นก็ยังคงเป็นใบหน้าที่เรียบเฉยเป็นปกติ จึงไม่รู้ได้ว่าซูยีคิดเห็นอย่างไร ทั้งคู่รอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ ทันใดนั้นซูยีก็ถอนหายใจและกล่าวว่า “ที่แท้เรื่องเป็นเช่นนี้ หวางเอี๋ยนซูไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไร”

            หญิงรับใช้ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ ตอนนี้นซูยีรู้ความจริงทั้งหมด ไม่เพียงจะไม่โกรธแค้นฝ่าบาทและบรรดาชาวบ้านที่หลอกลวงเขา แต่กลับแสดงอาการโล่งอก หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้ยินซูยีพูดต่อ “หวางเอี๋ยนซูมีความตั้งใจดี แต่ทำไมเขาจึงไม่บอกความจริงต่อข้า เมื่อข้าบอกว่าจะบอกเรื่องนี้ต่อเขา ทำไมเจ้าสองคนจึงมีทีท่าตระหนกตกใจ ก่อนหน้านี้ข้าชิงชังเขาเพราะเห็นเขาไร้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี แต่เมื่อเหตุการณ์ไม่ได้เป็นเช่นนั้นจริง ถ้าเขาบอกเรื่องนี้ต่อข้า ข้าก็ยังอาจจะรู้สึกดีต่อเขาอยู่”

            ซือน่งบอก “ฝ่าบาทกลับไม่คิดเช่นนั้น พระองค์บอกว่านายท่านไม่เคยเชื่อถือในตัวพระองค์ ถ้าฝ่าบาทพยายามบอกความจริง นายท่านก็ไม่เพียงเกลียดพระองค์แต่ยังอาจจะคลางแคลงใจอีก ฝ่าบาทบอกว่าให้นายท่านคิดว่าพระองค์เป็นคนเย็นชาและจิตใจโหดเหี้ยมดีกว่าให้นายท่านคิดว่าพระองค์เป็นคนโกหกและไม่น่าเชื่อถือ ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงห้ามไม่ให้พวกเราเปิดเผยความจริงแก่นายท่าน นอกจากนี้ แม้เหล่าเพื่อนบ้านของนายท่านถูกบีบบังคับให้ร่วมมือ แต่ตอนท้ายพวกเขาก็ยอมรับเงินและตั้งใจแสดงอย่างเต็มที่ ฝ่าบาทเกรงว่านายท่านจะไม่สามารถรับเรื่องการทรยศของบรรดาเพื่อนบ้านของท่านได้”

            “ด้วยเหตุผลทั้งสองประการนี้ ฝ่าบาทจึงสั่งให้พวกเราเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ แต่เหมือนกับคำกล่าวที่ว่า ความลับไม่มีในโลก ในที่สุดนายท่านก็ได้รับรู้ความลับนี้แล้ว ตอนนี้พวกผู้น้อยจึงขอเพียงนายท่านมีเมตตาต่อพวกเราด้วย ขอให้นายท่านแสร้งทำเหมือนยังไม่รู้เรื่องนี้ ถ้าฝ่าบาทรู้ว่าพวกเราเป็นคนบอกเรื่องนี้ต่อนายท่านพวกผู้น้อยก็คงได้พบกับจุดจบที่น่ารันทด และแม้แต่ตายไปแล้วก็ยังไม่มีที่ให้กลบฝัง” พูดจบทั้งคู่ก็คุกเข่าและร้องไห้ ใบหน้าของคนทั้งคู่เต็มไปด้วยความหวาดวิตกอย่างแท้จริง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 175 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

576 ความคิดเห็น

  1. #530 ronique (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:53
    ต่อให้ไม่ได้ทำจริง แต่การตั้งใจแสดงละครบีบคั้นจิตใจให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตัวเองต้องก็แย่อยู่ดีมั๊ยอ่ะ :(
    #530
    0
  2. #286 chocolato.p (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 16:41

    น้องไม่โกรธก็ดีไป เฮ้อ

    #286
    0
  3. #212 punngirigiri (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 13:21
    กรี๊ดดดด หลางเอี๋ยนซูคะแนนไม่ติดลบแล้ว เย้! เราก็แอบกลัวซูยีจะโกรธ แต่ผิดคาดแหะ ดีจังๆ
    #212
    0
  4. #15 วัวพันปี (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 19:54
    สอดคล้องเหมาะสม
    แต่..ไม่เจ็บตูดแลัวเหรอ
    #15
    0