ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 91 : เจ้าปลอมเป็นชายไม่ได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 198
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    26 ก.พ. 64

“เอ้า กินซิ ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจไป” สิงผลักอาหารออกไปเบื้องหน้า ทั้งสองค่อย ๆ หยิบอาหารขึ้นมานั่งรับประทาน สิงยังคงกินอย่างไม่พูดไม่จา จ้องมองทั้งสองคนซ้ายทีขวาที มื้อนี้เงียบสงบเป็นพิเศษ แม้จะเคี้ยวอาหารในปากเบา ๆ ยังสามารถได้ยินเสียงของฟันที่กระทบกันได้อย่างชัดเจน ไม่นานกาทองเดินมากระซิบที่ข้างหู สิงจึงกล่าวออกมา

“ทางหมู่บ้านสิบเรือน คนของข้าอพยพไปที่หมู่บ้านขนดำแล้ว ส่วนพวกที่ต่อต้านตอนนี้ข้าจับมาขังที่กรมเมือง คงต้องสั่งสอนพวกไม่เชื่อฟังสักหน่อย..” เขากล่าวออกมาเสียงเรียบ แต่เป็นทั้งสองที่ขนลุกไปทั้งตัว

“น่าตลกที่มันคิดว่าสามารถทำอะไรลับหลังข้าได้ พวกท่านคิดเห็นว่าสมควรหรือไม่ที่ข้าส่งพวกมันเข้าคุมขัง” สิงกล่าวต่อ หันไปจับจ้องมองเจ้าเมืองพะโคที่ตอนนี้ชะงักค้างไปชั่วขณะ เขาหยักหน้ารับตอบคำ “เห็นสมควรพ่ะย่ะค่ะ”

“เน้อ ใช่ไหมล่ะ เอาเถอะ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด เรากินกันต่อ ประเดี๋ยวข้าวปลาจะเย็นชืดเสียก่อน” มื้ออาหารผ่านไปอย่างเรียบง่าย เป็นเจ้าเมืองพะโคที่กินได้เพียงเล็กน้อย องค์หญิงเองแทบไม่หยิบจับสิ่งใดบนโต๊ะ แตกต่างจากสิงที่กินในส่วนของตัวเองจนเกือบจะหมดสิ้นไป อีกทั้งยังตกรางวัลพ่อครัวอีกต่างหาก

เจ้าเมืองพะโคหันไปมองลูกสาวตนเองก่อนจะขอทูลลาจากสิง คิดจะจูงมือลูกสาวออกไป แต่สิงกลับห้ามเอาไว้เสียก่อน “ข้าคิดเที่ยวชมเมืองสักหน่อย ยังคงขาดผู้นำทาง เช่นนี้เถอะ องค์หญิงดวงกมลท่านก็ยังมิได้ติดตามคณะเชลยกลับเมืองขุนเขา ก็ให้องค์หญิงท่านอยู่นำทางข้าเถอะ”

“แต่....ท่านมหาอุปราชพ่ะย่ะค่ะ นางเป็นผู้หญิง อีกทั้งเคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว ข้าเกรงว่า..ชื่อเสียงของท่านมหาอุปราชจะเสียหาย”

“เสียหายหรือ นางค้างตึกหลังข้ามาคืนหนึ่งแล้ว ให้นางนำทางยังจะมีใครกล้าว่ากล่าวให้เสียหายอันใดอีก หากมีจริงข้าจะจับพวกมันมากุกหัวเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไป อีกทั้งท่านจักสนใจชื่อเสียงข้าไปไย ท่านกลับไปเถอะ ให้นางช่วยงานข้าอีกแรง ไหน ๆ นางก็รั้งอยู่แล้ว”

“พ่ะย่ะค่ะ ท่านมหาอุปราช”

เจ้าเมืองพะโคจากไปอย่างไม่ยินยอม สิงหันกลับไปจ้องมององค์หญิงดวงกมลที่นั่งเงียบสงบมาตั้งแต่แรก นางไม่กล้าส่งเสียงมากความ สิงก็ไม่สร้างความยุ่งยากมากขึ้น เขาลุกขึ้นยืนคิดจะเดินทางออกไป หญิงสาวรีบลุกขึ้นคุกเข่าลงโขกศีรษะ

“ขอท่านมหาอุปราชโปรดลงโทษ”

“ลงโทษหรือ? งั้นก็พักผ่อนให้ดี ข้าจะขังเจ้าอยู่ข้าง ๆ ข้าสักสองสามเดือน ถือเสียว่าเป็นการลงโทษจากข้า” สิงหันไปทางกาทองก่อนจะกล่าวต่อ “เจ้าเตรียมตัวเอาไว้ ข้าจะออกนอกราชวังเที่ยวชมเมืองสักเล็กน้อย”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“ให้ข้านำทางเถอะพ่ะย่ะค่ะ ท่านพึ่งกล่าวว่าท่านต้องการคนนำทางมิใช่หรือ?” ดวงกมลรีบกล่าวแทรก สิงปรายตามามองเล็กน้อย “ข้าคิดจะเที่ยวเล่นโรงชำเราชาย ร้านน้ำชา พวกมันมิยอมให้เจ้าเข้าไปหรือ ถึงแม้ยอมให้เข้าไป แต่พ่อเจ้าคงยกกำลังมาแตกหักกับข้าแล้ว”

เหอะ! นางสบถในใจ ยังจะมาคิดถึงการแตกหักกับบิดานางอีก เกรงว่าท่านมหาอุปราชจะยิ้มรับความขัดแย้งนี้เสียไม่ว่า แต่ใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้มกล่าวตอบคำ “ข้าน้อยสามารถปลอมแปลงเป็นชายได้...” กล่าวถึงตรงนี้กลับต้องสะดุดเพราะสายตาของสิง เขากำลังจ้องมองอะไรอยู่กัน เธอลองมองตามสายตาของเขาก่อนจะทราบว่าเขากำลังจ้องมองหน้าอกของตัวเอง หญิงสาวใบหน้าขึ้นสีด้วยความอับอายก้มศีรษะลงปิดบัง

“เจ้าปลอมตัวได้ไม่เนียนหรอก มันโดดเด่นเกินไป อยู่ที่นี่เถอะ”

“ข้า...ข้าสามารถปลอมเป็นสาวใช้ได้”

“เฮ้อ...พวกมันไม่ตายหรอก อยู่อย่างเรียบ ๆ ร้อย ๆ เป็นพอ” สิงทิ้งท้ายเอาไว้แล้วเดินจากไปโดยไม่สนใจอีก เขาเข้าไปยังห้องพักถอดเสื้อตัวนอกออก สวมใส่ชุดธรรมดา ทิ้งย่ามกับมีดประดับเอวเอาไว้ สั่งให้สายฟ้าแดงดูแลที่พักยามเข้าไม่อยู่ หลังจากจัดการเสร็จสิ้นก็นำกาทองลอบออกจากวังไป โดยที่มีกาทองในชุดธรรมดาติดตามอยู่ด้านข้าง

บรรยากาศภายในเมืองเต็มไปด้วยความครื้นเครงอย่างแปลกประหลาด หลังสงครามไม่นานแต่ผู้คนยังคงใช้ชีวิตปรกติ อาจเป็นเพราะตัวเมืองชั้นในไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ทั้งทหารของพยัคฆ์ทักษิณต่างเป็นทหารชำนาญศึก ทำการยึดเมืองแลจัดการให้เป็นระเบียบโดยทันที ผลกระทบต่าง ๆ จึงน้อยมากในบางพื้นที่ ส่วนใหญ่พื้นที่ที่มีปัญหากลับเป็นพื้นที่ตัวเมืองชั้นนอก ที่นั่นมีผู้ต่อต้านมากที่สุด สิงเดินตรวจเมืองชั้นในจ้องมองไปรอบ ๆ เหล่าพ่อค้ายังคงค้าขายได้ กิจการต่าง ๆ เริ่มเปิดขึ้นมา ยังมีบางร้านที่พึ่งจะขนของเข้าออก คาดว่าเป็นเจ้าของเดิมที่ทราบว่าการศึกจบลงไปแล้ว จึงกลับมาเปิดกิจการอีกครั้ง

“เจ้าเมืองพะโครับเชลยสาวชั้นสูงพวกนั้นไปนอนกกเท่าไหร่” สิงถามกับกาทองขึ้นเบา ๆ หลังจากหาร้านน้ำชาสองชั้นนั่งลงที่ริมหน้าต่างมองบรรยากาศภายนอกประดับการสนทนา กาทองนับคำนวณก่อนจะกล่าว

“สิบคนขอรับ ล้วนเป็นหญิงสาวชั้นสูงของคหบดีเก่า แต่ปัจจุบันคงเหลือเพียงหก พวกนางบางส่วนรับไม่ได้ จึงทำการจัดการตนเองไปแล้วสาม ตกตายคาเตียงอีกหนึ่ง”

“โอ้ เหตุใดจึงตกตายคาเตียง”

“จากสายภายในรายงานว่า บิดาของนางเคยมีปากเสียงกับเจ้าเมืองพะโคในอดีต วันนั้นเจ้าเมืองพะโคดื่มจนเมามาย มาถึงก็ลงมือทุบตีทำร้าย หลังจากเสร็จกิจก็เมามายนอนหลับไม่รู้สึกตัว ตื่นขึ้นมาอีกทีนางก็เป็นศพตัวแข็งไปเสียแล้ว”

“อ่า มนุษย์เมื่อมีอำนาจ มักมองผู้คนเป็นหมูหมา เจ้าจำเอาไว้ก็แล้วกันว่าข้าไม่ชอบ”

“ขอรับนายท่าน ข้าจะจดจำเอาไว้”

สิงนั่งคิดคำนวณต่อกล่าวคำ “มีผู้คนมากมายเท่าไหร่ได้ผลกระทบครั้งนี้”

“ประมาณสามหมื่นขอรับ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นครอบครัวทหารที่ตายบนกำแพงเมืองแลครอบครัวทหารรักษาการณ์เมืองพระราชวัง”

สิงเงียบไป จิตใจทั้งหมดกำลังตีกันไปมา ก่อนจะยกแขนทั้งสองขึ้นเท้าบนโต๊ะยื่นคางออกไปวางไว้บนมือ จ้องมองไปด้านนอกครุ่นคิด “เงินคลังเดิมสามารถจ้างงานได้สามหมื่นคนพอดี แต่ปัญหาคือหญิงสาวแลครอบครัวที่เสาหลักเป็นทหาร เจ้าคัดเลือกครอบครัวพวกนั้นไปที่เมืองแมกไม้เถอะ ให้พวกมันได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ที่นั่นมีกิจการงานค้ามากมาย งานส่วนใหญ่หญิงสาวสามารถกระทำได้”

“ขอรับ”

สิงจ้องมองไปยังที่ห่างออกไป บริเวณหน้าโรงชำเราชาย ตอนนี้ยังพึ่งผ่านพ้นเวลาตะวันตั้งตรงได้ไม่นาน ที่นี่กลับรับแขกไม่ขาดสายเสียแล้ว กาทองทราบความคิดของสิงจึงกล่าวก่อน “โรงชำเราชายแห่งนี้มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองพะโค อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์กับขุนนางหลายฝ่าย ทำให้สามารถเปิดตลอดเวลาขอรับ”

“พวกมันหาหญิงสาวที่ไหนมารองรับได้มากมายเช่นนี้”

“ล้วนเป็นหญิงสาวที่ออกมาขายตัวหาเงินหลังสงคราม กับหญิงสาวอพยพที่ยอมขายตัวเพื่อเอาชีวิตรอด”

“อืม...มีสายข่าวของเราภายในหรือไม่ ที่นี่เต็มไปด้วยผู้สูงศักดิ์ สามารถหาข่าวพวกชนชั้นสูงเหล่านั้นได้โดยง่าย” หลังจากสิงกล่าวคำ เป็นกาทองสูดลมหายใจเขาแย้มยิ้มเล็กน้อย เขาถอนหายใจเบา ๆ หว่างคิ้วของสิงกระตุกเล็กน้อย ยังจะลีลาทำการละเล่นอะไรอีก เมื่อเห็นสีหน้าตำหนิกาทองจึงได้กล่าวออกมาเบา ๆ พยายามกดเสียงให้ต่ำที่สุด

“โรงชำเราของที่นี่เป็นของกลุ่มการค้าเสียบฟ้าขอรับ”

“เอ๋?” หากข่าวมหาอุปราชเปิดโรงชำเราชายหลุดรอดออกไป คงโด่งดังเป็นพลุแตก

“ตอนที่นายท่านถูกจองจำข้าเรียกประชุมกลุ่มการค้าต่าง ๆ ไม่ทราบว่านายท่านยังจำนางคณิกาเนื้อหอมเจ้าของเรือนโยนีหอมโหยได้หรือไม่ขอรับ”

“อืม ข้าจำได้” หญิงคณิกาที่ถูกหักขาทั้งสองข้างยามที่สิงเข้าไปยึดกลุ่มการค้าแสงอาทิตย์ที่เมืองหนานเจ้า

“ตัวนางทำการส่งหญิงคณิกาออกเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ อยู่แล้ว นางจึงเสนอให้ข้าเปิดโรงชำเราชายตามเมืองใหญ่เพื่อเพิ่มเม็ดเงินให้กับกลุ่มการค้า อีกทั้งยังได้ข่าวภายในของเมืองนั้น ๆ อีกด้วย ข้าจึงตกลงรับคำ ทำการส่งจารชนเปิดโรงชำเราชายเป็นการลับตามเมืองต่าง ๆ พวกนางเองเมื่อทราบว่าตนเองมีค่ามากกว่าขายตัวยิ่งรีบตกปากรับคำ ข่าวส่วนใหญ่ของพวกคหบดีมีชื่อของเมืองต่าง ๆ ล้วนได้รับมาจากพวกนาง พวกนางขยันขันแข็งในการเก็บรวบรวมข่าวนัก” คุณค่าของพวกนางยิ่งเพิ่มมากยิ่งขึ้นเมื่อพวกนางสามารถได้รับข่าวที่ใหญ่มากยิ่งขึ้น ศักดิ์ศรีความเป็นคนนับเป็นน้ำผึ้งรสหวานของเหล่าคณิกา พวกนางยินดียิ่งที่ได้ดื่มน้ำผึ้งหยดนี้ ถึงแม้จะเล็กน้อยก็ตาม

สิงรับฟังแล้วพยักหน้ารับ “คณิกานางหนึ่งก็มีประโยชน์อื่น ๆ ให้ใช้งานได้ บอกนางเนื้อหอมว่าข้าชื่นชมความคิดของนาง”

“ขอรับนายท่าน” คำชื่นชมจากปากมหาอุปราชยังมีค่าเสียกว่าเงินทองอีก เพียงคำชื่นชมคำเดียวทำให้นางสามารถทำการค้าได้อย่างราบรื่นไปอีกนาน ถือเสียว่าเป็นรางวัลของนาง สิงมองซ้ายขวาต้องการชื่นชมตัวเมืองแลผู้คนอย่างสงบ แต่กลับต้องถูกทำลายไป เมื่อชายร่างยักษ์ที่ดูเหมือนจะเป็นคนของเผ่ายักษ์เดินขึ้นมาบนชั้นสองตะโกนก้องไล่ผู้คน

“คุณชายข้าจักมาท่องเที่ยวจากแดนไกล พวกเจ้าจงไสหัวลงไปให้หมด คุณชายข้าเหมาชั้นสองแล้ว!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

203 ความคิดเห็น

  1. #188 book1122 (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 17:45
    ตายเเน้5555
    #188
    0
  2. #167 krisanachai1998 (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:26
    หาที่ตาย5555
    #167
    0