ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 85 : องค์ประกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 278
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    15 ก.พ. 64

“ไม่ไป อย่างไรข้าก็ไม่ไป” เสียงของเด็กสาวดังขึ้นลั่นบ้าน ชายหัวโล้นพยายามปิดปากและรวบตัวของเธอที่พยายามดิ้นไปมาอยู่ให้เบาเสียงลง หญิงสาวที่นั่งจ้องมองอยู่ถอนหายใจออกมาก่อนที่จะเชิดใบหน้าของตัวเองขึ้นสูง

“ปล่อยน้องเล็กไปเถอะท่านพ่อ หากนางไม่ยอมจริง ๆ ก็ให้ท่านมหาอุปราชมาจัดการกับนาง ดูซิว่าเขาจะกินเนื้อของนางส่วนไหนก่อน แต่ก่อนที่ท่านมหาอุปราชจะกิน เขาคงจะควักไส้ควักเครื่องในของนางออกมาก่อนเป็นแน่”

“ท่านพี่ ท่านอย่าโกหกข้า มหาอุปราชนั่นมันเป็นคนหาใช่ปีศาจไม่”

“เช่นนั้นหรือ เช่นนั้นเจ้าก็ลองไปวิ่งเล่นที่กำแพงเมืองเถอะ หัวของผู้คนที่ถูกมันกินเนื้อถลกหนัง ถูกปักเสียบเอาไว้เต็มไปหมด”

“ท่านพูดจริง?”

“อืม เจ้าไม่เชื่อก็ให้เจ้ารองพาเจ้าไปชมดู แต่พี่ขอเตือนไว้ก่อนเลย หากเจ้าว่านอนสอนง่าย ติดตามพี่ไปในวันพรุ่ง พี่ยังจะปกป้องดูแลเจ้าได้ แต่หากพี่เดินทางไปก่อนแล้ว เจ้าอย่าได้ว่าพี่ว่าไม่ปกป้องเจ้าก็แล้วกัน”

“เช่นนั้นข้าจะไปเก็บของทันที ใช่แล้ว ยังมี ข้าอยากเอาเจ้าม้าตัวน้อยตัวนั้นไปด้วย อย่างน้อยมันยังช่วยปกป้องข้าได้อีกแรง”

“ตามใจเจ้าเถอะ” หญิงสาวพยักหน้ารับ เด็กน้อยถึงได้วิ่งออกไปด้วยความยินดี นางนั่งลงเงียบสงบ ใช้หางตาจ้องมองผู้เป็นพ่อของตนเองที่ตอนนี้หัวเราะแห้ง ๆ เมื่อเขานั่งลงหญิงสาวจึงกล่าวออกมา

“ท่านพ่อ ท่านควรปรึกษาข้าก่อน หาใช่ตกปากรับคำกระทำเช่นนี้”

“ลูกหญิง ลูกไม่เข้าใจ วันนั้นท่านมหาอุปราชเดินทางมาด้วยตนเอง พ่อก็ทำอันใดไม่ถูกแล้ว อีกทั้งเขาสืบทราบมาจนทะลุปรุโปร่ง เรื่องเล็กเรื่องน้อยล้วนอยู่ในมือเขา พ่อยังทำอันใดได้ เจ้าไม่เห็นหรือว่าการตอบรับเข้าร่วมนั้นเต็มไปด้วยผลประโยชน์มากมาย การค้าของเรามากขึ้น ผู้คนของเรามากขึ้น อิทธิพลของเราก็มากขึ้นเช่นกัน”

“ท่านพ่อ ในเรื่องการเมืองในราชวังข้าไม่เข้าใจมากนัก แต่เรื่องการเมืองในกลุ่มการค้าท่านยังคงต้องฟังข้า การค้าของเรามากขึ้นจริงแต่ท่านทราบหรือไม่ว่าเราท่านต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของท่านมหาอุปราชตลอดไป หาไม่เราคงถูกรุมฉีกกระชากออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ท่านไม่สังเกตหรือ ทุกการค้าที่เราได้รับมา ล้วนเป็นการค้าที่เหยียบลงบนส้นเท้าของผู้อื่น ต่อแต่นี้เราคงไร้ซึ่งพันธมิตรทางการค้าแล้ว...”

“แล้วจะเป็นไร ปรกติพวกมันล้วนคบหาเคารพเราด้วยเรื่องผลประโยชน์ เราจะเหยียบมันเพิ่มอีกสักสองสามเท้าแล้วอย่างไร”

หญิงสาวจ้องมองพ่อของเธอแล้วได้แต่ถอนหายใจ กำลังจะกล่าวอันใด เจ้าเมืองพะโครีบกล่าวขัดขึ้นมาก่อน “ลูกหญิง พ่อจำเป็นจริง ๆ เจ้าไม่ทราบ ในการตกลงกับท่านมหาอุปราช เขายอมเอาตนเองเป็นองค์ประกันในเรือนเรา ทั้งกำหนดให้มีการตีเมืองชั้นนอกเพียงหนึ่งวัน หากไม่สำเร็จจะยอมให้เราจับตัวส่งทางการ แล้วเขาก็สามารถตีเมืองชั้นนอกได้ภายในหนึ่งวันจริง ไม่ซิ เพียงเวลาลั่นกลองรบไม่นานเสียด้วยซ้ำ” เขาพูดจนกระแอมไอ หยิบชาอันเย็นชืดขึ้นมากระดกกล่าวต่อ “ต่อให้ข้าไม่ส่งมอบเมืองชั้นในออกไป พวกเราก็คงยื้อได้ไม่นานก่อนที่เมืองชั้นในจะแตก เจ้าไม่ทราบ พวกเขาไม่อาจตีเมืองราชวังได้หากพวกเราเมืองชั้นในร่วมกันต่อต้าน แต่ด้วยเพราะเหตุนี้ เมืองชั้นในของเราจะฉิบหายกันทั้งหมด คหบดีทั้งหมดคงถูกกวาดต้อน ทรัพย์สินต่าง ๆ ที่สะสมมาคงต้องสูญไป ความคั่งแค้นของท่านมหาอุปราชคงมาลงที่พวกเราทั้งหมด เจ้ายังจะได้มีหน้ามีตามากล่าวติเตือนพ่อเช่นนี้หรือ”

ทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะถอนหายใจออกมา “ลูกผิดไปแล้ว แต่ครานี้เราคงทำได้เพียงเกาะขาท่านมหาอุปราชแล้วจริง ๆ”

“ท่านมหาอุปราชมีความสัมพันธ์อันดีกับเมืองหนานเจ้า เปิดเส้นทางการค้าภาคใต้ อย่างไรเสียเจ้าไปอยู่เมืองขุนเขาย่อมดีกว่าอยู่ที่นี่จริง ๆ หากเจ้าไม่อยากเกาะแข้งเกาะขาผู้ใด ก็ไปจัดการการค้าที่เมืองขุนเขาให้ดี ธุรกิจเติบโตขึ้น เราก็ไม่ต้องสนใจพวกเหลือบไรที่เมืองพะโคแล้ว ลูกไปเถอะ”

“เจ้าค่ะท่านพ่อ”

“อีกอย่าง ฝึกเด็กน้อยนั่นให้ดี เมื่อถึงเวลา ความเจริญรุ่งเรืองของครอบครัวเราล้วนอยู่ในมือของนาง ทำให้ท่านลุ่มหลงนางให้ได้” ทั้งสองจ้องมองใบหน้าซึ่งกันและกันอีกครั้ง เมื่อเห็นสายตารู้สึกผิดของพ่อตนเอง เธอได้แต่ลุกขึ้นย่อกายลง น้องเล็กนับว่าถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก ด้วยการเป็นลูกสาวคนสุดท้อง อยากได้สิ่งใดพ่อแม่พี่น้องทุกคนล้วนส่งมอบให้ด้วยความรักความเอ็นดู แต่เวลานี้กลับ...เธอได้แต่ถอนหายใจ “ลูกรับคำสั่ง ท่านพ่อโปรดระวังให้ดี การกระทำครั้งนี้ของท่านมหาอุปราชทำให้คหบดีหลายส่วนไม่พอใจ เจ้าเมืองคนเก่ายังคงไม่ตกตาย อีกทั้งแม่ทัพใหญ่เต่าตาบอดตัวนั้นยังคงอยู่ ลูกเกรงว่า…”

“ไม่ต้องห่วง คราแรกพ่อไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงปล่อยครอบครัวของเต่าตาบอดตัวนั้นอยู่อย่างสงบ ตอนนี้พ่อถึงได้เข้าใจ เมื่อพวกมันอยู่ที่นี่ เต่าตัวนั้นจะกระทำการสิ่งใดล้วนต้องระมัดระวังมากกว่าเดิม”

“พวกมันยังไม่ถูกกำจัด?” เธอรีบถามพ่ออย่างแปลกใจ จะทิ้งเสี้ยนหนามพวกนั้นเอาไว้ทำสิ่งใดกัน หากเกิดสิ่งที่ไม่พึ่งประสงค์ขึ้นจะทำอย่างไร

“เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไป หลังเจ้าจากไปไม่นานพ่อคงต้องนำทัพออกศึกกวาดล้างหมู่บ้านที่แข็งข้อสร้างความดีความชอบสักครา หาไม่คงนั่งตำแหน่งโดยลำบากแล้ว”

“ท่านพ่ออายุมากแล้ว ขอท่านพ่อถนอมตัว”

“เจ้าไม่ต้องห่วง พวกแม่ทัพนายกองทั้งหลายล้วนกระเหี้ยนกระหือรืออยากทำผลงาน พ่อเพียงบัญชาการศึก คงมิมีเรื่องอันตรายอันใด”

“เจ้าค่ะท่านพ่อ วันพรุ่งลูกจะให้คนแปลงโฉมเป็นลูกออกเดินทางไปก่อน ลูกยังคงขอตัวออกไปจัดแจงธุรกิจการค้าของเราให้เรียบร้อยที่หมู่บ้านเจ้าค่ะ”

“อืม อย่าชักช้านักล่ะ หูตาของท่านมหาอุปราชอยู่เต็มไปทั่ว ทำการอันใดให้ระมัดระวัง”

“เจ้าค่ะท่านพ่อ”

“เฮ้อ ครั้งนี้เราได้หรือเสียกันแน่ ผู้คนกว่าครึ่งถูกกวาดต้อนกลับไป เรายังเป็นศัตรูใหญ่กับพวกคหบดีนายทหารทั้งหลาย คงได้แต่กอดแข้งขาของท่านมหาอุปราชให้แน่นที่สุดแล้วจริง ๆ” เจ้าเมืองพะโคพึมพำกับตนเองหลังจากเห็นบุตรีจากไป ไม่นานจึงเอ่ยปาก “เจ้าไปนำเชลยพวกนั้นเข้ามา ข้าคิดจนปวดหัวไปหมด ให้พวกนางมาบริการปรนนิบัติลดความเครียดของข้าสักหน่อยก็แล้วกัน” เสียงรับคำดังขึ้นจากภายนอกแล้วเงียบหายไป แต่ยังไม่ทันได้ทำสิ่งใดประตูกลับถูกผลักเปิดออก ชายภายใต้หน้ากากปีศาจยืนอยู่ประจำตำแหน่งหน้าประตูห้อง

“เจ้า..ไม่ซิ ท่านที่ปรึกษาหน้ากาก ท่านต้องการสิ่งใดหรือ เหตุใดถึงได้มาเงียบ ๆ เช่นนี้ หรือท่านมหาอุปราชท่านมีคำสั่งใด” เขาเอียงคอมองทองชุ่มอย่างสงสัย มหาอุปราชมิได้เดินทางมาด้วยตนเอง เขายังคงไม่สุภาพจนตกเป็นเบี้ยมากนัก หากนับตามความเป็นจริง เขาทั้งสองล้วนมีตำแหน่งใกล้เคียงกัน ทองชุ่มออกจะต่ำต้อยกว่าด้วยซ้ำไป การเรียกว่าท่านนับเป็นการให้เกียรติแล้ว

“ข้ามีของกำนัลมามอบให้ต่อท่าน” ทองชุ่มผสานมือเคารพหยิบกล่องขึ้นมาหนึ่งกล่องเดินมาภายในห้อง เจ้าเมืองพะโคจ้องมองอย่างระวัง เมื่อวางเอาไว้กลางห้องแล้วเขาจึงได้จากไปโดยไม่กล่าวสืบต่อ

เจ้าเมืองพะโคกล้า ๆ กลัว ๆ แต่อีกฝั่งกลับเป็นคนฝักฝ่ายเดียวกับตนคงไม่ทำร้ายตนเป็นแน่ เมื่อคิดได้เช่นนั้นจึงเปิดฝากล่องออกก่อนใบหน้าจะซีดเซียว ไม่นานดวงตากลับเบิกกว้าง ปากแย้มยิ้ม ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างรวดเร็ว

“นี่มัน...เด็ก ๆ!! ไม่ซิ ทหาร!! ตามท่านแม่ทัพพยัคฆ์ทักษิณมา!!” เขาทราบข่าวมาแล้วว่าท่านมหาอุปราชไม่รับแขก เช่นนั้นก็ตามแม่ทัพพยัคฆ์ทักษิณมา หัวของเจ้าเมืองพะโคคนเก่าอยู่ที่นี่ แล้วเต่าตาบอดตัวนั้นอยู่ที่ไหนกัน ไม่ได้การ “ทหาร! ทหาร! นำกำลังไปกำชับพื้นที่เรือนเจ้าเต่าตาบอดนั่นไว้ เร็ว รีบเข้า” เขาตะโกนไปด้านนอกพร้อมทั้งวิ่งออกไปด้วย แต่ในมือยังไม่ยอมทิ้งกล่องใส่ศีรษะของเจ้าเมืองพะโคคนเก่าไป

“รายงานท่านเจ้าเมือง” ขณะที่เขากำลังพยายามวิ่งออกไป ทหารผู้หนึ่งกลับขับควบม้ามา

“มีอันใด ข้ากำลังรีบ”

“มีการแจ้งไปที่วังหลวงว่าพบเต่าตาบอดที่เรือนของมัน ตอนนี้พยัคฆ์ทักษิณนำกำลังไปปิดล้อมแล้ว ขอท่านเจ้าเมืองรีบไป”

“ดียิ่ง เร็ว พวกเรา เจ้า....” ยกพูดไม่ทันจบใบดาบกลับพาดไปที่ลำคอของเขาเสียแล้ว... “จากมาสบายดี ท่านเจ้าเมืองคนใหม่ ข้าน้อยกลับมากราบกรานเยี่ยมเยือน” ใบหน้าของทหารผู้นั้นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธก่อนจะกลับกลายเป็นใบหน้าเดิมที่สงบเสงี่ยม เขาแย้มยิ้มจ้องมองเจ้าเมืองพะโค ก่อนจะพุ่งเข้าไปคว้ารวบแขนเอาไว้ กล่องใส่ศีรษะของเจ้าเมืองพะโคคนเก่าตกลงกระแทกพื้น ศีรษะกลิ้งไปตามทาง

“เหตุใดเจ้า...”

“ท่านอยู่นิ่ง ๆ เถอะ อีกประเดี๋ยวทุกอย่างก็จบแล้ว” เต่าตาบอดกล่าวกระซิบ ในขณะที่ทหารและนักบู๊ประจำตัวตึกพึ่งรู้สึกตัวชักดาบกระบี่ออกมา แต่ไม่ทันการเสียแล้ว เจ้าเมืองพะโคถูกจับเป็นองค์ประกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

202 ความคิดเห็น

  1. #159 Tenkasu (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 / 02:04

    รออออออ
    #159
    0