ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 83 : ตัวประกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 277
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    13 ก.พ. 64

รุ่งขึ้นสิงเรียกประชุมเหล่าขุนนางและคหบดีชนชั้นสูงทั้งหมดของเมืองพะโคเข้ามาประชุมที่ห้องโถง เขานั่งตำแหน่งประธานแทนที่นั่งเจ้าเมือง ให้พญาสองศึกนั่งต่ำกว่าตำแหน่งหนึ่ง ประจำที่เดียวกับพยัคฆ์ทักษิณ ประกาศคำออกไปสู่ผู้คนทั้งหมดทั้งมวลในที่แห่งนี้

“เมืองพะโคตกอยู่ภายใต้อาณาเมืองขุนเขาเราแล้ว พวกเจ้าล้วนกลายเป็นหนึ่งในขุนนางแลคหบดีในอาณาขุนเขาเรา ข้าในนามตัวแทนขององค์กษัตริย์เมืองขุนเขาก็ได้แต่หวังว่าพวกเจ้าจะทำงานเพื่อเมืองขุนเขาอย่างสุดความสามารถเรื่องที่แล้วไปแล้วก็ให้มันแล้วไป ขอให้ทุกคนทำงานต่อไปอย่างเต็มความสามารถก็แล้วกัน”

“กระหม่อมน้อมรับคำสั่ง”

“เออใช่ เมืองขุนเขาเราขึ้นชื่อในเรื่องการศึกษา มีอาจารย์มากหน้า การค้าก็นับเป็นศูนย์กลาง เอาเช่นนี้เถอะ พวกท่านก็ส่งลูกหลานไปตั้งรกรากที่นั่นเถอะ ให้พวกมันได้เรียน ให้พวกมันได้ทำการค้ารู้จักผู้คน ล้วนดีต่ออนาคตวันข้างหน้า” สิงกล่าวธรรมดา ๆ แต่แผ่นหลังของทุกคนกลับชื้นขึ้นจากเหงื่อที่ไหลอย่างไม่รู้ตัว บางคนถึงกับสั่นกระตุกชั่วขณะอย่างเห็นได้ชัด บ้างบางคนดีหน่อยเตรียมใจเอาไว้แล้วจึงรักษากิริยาเอาไว้ได้ไม่ทำให้เสียหน้า

“กระหม่อมน้อมรับคำสั่ง”

“วันนี้พวกท่านจัดการภายในเมืองก่อน พรุ่งนี้ก็ให้คนที่พวกท่านเตรียมเอาไว้เดินทางไปยังเมืองขุนเขาพร้อมกับพวกราชนิกุลก็แล้วกัน อย่างไรเสียไปกับพวกเขาล้วนปลอดภัย เพราะมีทหารติดตามอารักขามากมาย พวกท่านไปเถอะ” เหล่าขุนนางต่างมองหน้ากันไปมาก่อนที่ขุนนางผู้หนึ่งจะก้าวออกมา คุกเข่าโขกศีรษะ

“ท่านมหาอุปราชพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยมีเรื่องจะรายงาน”

“ลองว่ามา”

“ข้าตรวจพบว่าครอบครัวของเจ้าเต่าตาบอดบัดซบนั่นยังอยู่ภายในเมือง ของท่านมหาอุปราชนำกำลังไปจับตัวครอบครัวของมันมาคุมขังด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

“พวกเจ้าไม่ต้องห่วง ปล่อยมันไว้แบบนั้นแหละ” สิงโบกมือให้ขุนนางผู้นั้นถอยหายไป ทุกคนยังคงเต็มไปด้วยความแปลกใจ ก่อนจะทูลลาแล้วถอยหลังจากไป วันนี้หลังการประชุมเป็นวันแรกที่ยังคงทำตัวไม่ถูก แต่ละคนไม่อาจเสียเวลาพูดคุย ต่างต้องรีบกลับไปบ้าน คัดเลือกคนที่จะไปเป็นตัวประกันที่เมืองขุนเขา พวกเขาจะเลือกคนไร้ความสามารถหรือคนไม่สำคัญไม่ได้ หากทำเช่นนั้นคงเป็นภัยแล้ว ทำเนียบโบราณหากมีการปลดเจ้าเมืองเหล่าขุนนางเกินกว่าครึ่งล้วนตกตายหรือต้องอาญา ท่านมหาอุปราชให้ทางเลือกกับพวกเขาแล้ว ว่าจะเลือกอ่อนน้อมหรือตกตายคุมขัง แน่นอน พวกเขาย่อมต้องแสดงความจริงใจโดยส่งบุตรคนสำคัญไปประจำอยู่ที่เมืองขุนเขา

คงจะเป็นเหล่าคหบดีที่ทำตัวไม่ถูกที่สุด พวกเขาถูกปฏิบัติด้วยดีมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าเมืองคนไหนขึ้นครอง พวกเขาล้วนอยู่รอดเสมอมา แต่ครานี้ไม่ใช่ พวกเขาถูกเรียกเข้าห้องโถงราชวังเป็นคราแรก นึกถึงเมื่อยามเดินทางมาด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องยินดีกลับยิ่งรู้สึกอับอาย ใครจะคิดว่าการเข้าเฝ้ามหาอุปราชคราแรกในห้องโถงราชวังพะโคกลับกลายเป็นการต้องส่งตัวประกันออกไป จะไม่ทำตามก็ยังคงคิดถึงภาพเหตุการณ์ในงานเลี้ยงของวันนั้น ตอนนี้คหบดีชั้นสูงต่าง ๆ ที่แข็งข้อเป็นอย่างไร บางส่วนในครอบครัวของพวกมันยังกลายเป็นสัตว์เลี้ยงอยู่ในห้องนอนตัวเอง เมื่อเห็นตัวอย่างก็ได้แต่งอมืองอเท้ารับคำสั่ง กลุ่มคหบดีจึงแบ่งออกเป็นสองกลุ่มอารมณ์โดยทันที หนึ่งคือผู้ที่คั่งแค้นภายในใจไม่อาจระบายออก กับอีกกลุ่มคือกลุ่มที่มองเห็นโอกาส พวกเขารีบจัดแจงสิ่งของ เดินออกจากราชวังไปพร้อมทั้งการคำนวณสิ่งต่าง ๆ

“ท่านเจ้าเมือง” เมื่อทั้งหมดออกไปเขากล่าวออกมาเบา ๆ เจ้าเมืองพะโคคนใหม่พญาสองศึกรีบลุกขึ้นคุกเข่าลงเบื้องหน้าพระที่นั่ง “กระหม่อมน้อมรับคำสั่งพ่ะย่ะค่ะ” ตอนนี้เขารู้ความมากแล้ว ยามอยู่ด้วยกันค่อยเรียกสิงว่านายท่าน แต่หากมีผู้คนอยู่ด้วย ยังคงเรียกว่าท่านมหาอุปราช แทนตัวเองว่ากระหม่อม เมื่อยามอยู่ลำพัง ถึงได้แทนตนเองว่าข้าน้อย แทนสิงว่านายท่าน ลดตัวเป็นบ่าวในบ้าน แต่สิ่งที่เขาไม่ทราบคือ สิงไม่สนใจเลยว่าเขาจะเรียกตนเองหรือเรียกเขาว่าอย่างไร

“ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนั้นก็ได้ ลุกขึ้นนั่งพูดคุยเถอะ”

“พ่ะย่ะค่ะท่านมหาอุปราช”

“ครานี้ไม่ได้ท่านช่วย กว่าเราจะตีชิงเมืองสำเร็จคงใช้เวลามากโข ความดีความชอบส่วนนี้เราจะกราบทูลกับองค์กษัตริย์ขุนเขาที่สองแทนให้ ท่านไม่ต้องห่วงว่าตำแหน่งของตนเองจะถูกปลดหรืออย่างไร สบายใจได้”

เจ้าเมืองพะโคลุกขึ้นโขกศีรษะอีกครั้ง “ล้วนเป็นสิ่งที่กระหม่อมสมควรกระทำ มิได้ต้องการกระทำเพื่อบำเหน็จใดพ่ะย่ะค่ะ”

“เอาเถอะ เราจะกราบทูลให้กับท่าน” สิงหันไปมองพยัคฆ์ทักษิณ แน่นอนว่าเขาทราบดี ลุกขึ้นผสานมือแบบทหารเดินทางออกไป เหล่าทหารองครักษ์ล้วนรู้ความเมื่อเห็นแม่ทัพใหญ่เดินทางออกไป พวกเขาล้วนถอยออกไปในระยะได้ยิน

“ข้าทราบมาว่า...” สิงยังกล่าวไม่ทันจบ เป็นเจ้าเมืองพะโครีบกล่าวแทรกขึ้นมาก่อน

“ข้าน้อยมีบุตรีที่ยังไม่แต่งออกนางหนึ่ง น่าเสียดายปีนี้นางเพียงอายุสิบสองขวบปี ข้าน้อยหวังว่านางจะติดตามรับใช้นายท่านต่างม้าลา หวังว่านายท่านจะรับไว้ หากนางถึงวัยแรกฤดูนายท่านจะรับนางไว้เป็นสนมนางบำเรอหรือส่งออกไปเป็นของกำนัลก็สุดแล้วแต่นายท่านขอรับ” สิงเอียงคนเล็กน้อย ดูเหมือนเจ้าเมืองพะโคคนใหม่จะทราบความต้องการของเขาดี เพียงแต่ว่า ออกจะดูแคลนไปบ้าง

“อันตัวเราเป็นคนหยาบช้า เกิดมากลับมีแต่น้องชายอยากจะมีน้องหญิงกับเขาบ้าง ก็ให้นางมาเป็นน้องบุญธรรมเราเถอะ แม้สอนความรู้ความสามารถให้กับนางได้ แต่ถึงอย่างไรเสียเราหาได้สามารถสั่งสอนเหล่ามารยาทอันควรได้ไม่ ครอบครัวท่านบุตรีคนโตที่ดูแลกิจการงานหลังของครอบครัวอยู่นางนั้น ล้วนดีงามเลิศประเสริฐศรี มีมารยาทเป็นกุลสตรีดีงาม น่าเสียดายที่ต้องเป็นม่ายตั้งแต่ยังสาวแลยังต้องรับผิดชอบการงานของทั้งครอบครัวตนแลครอบครัวฝ่ายสามี เช่นนี้เถอะ ให้นางติดตามข้ากลับเมืองพะโคอีกคน เปิดสาขากิจการท่านที่นั่น อีกทั้งข้ายังจ้างวานให้นางคอยสั่งสอนบุตรีคนสุดท้องของท่าน เป็นเช่นนี้ยังทำให้บุตรีของท่านไม่เปลี่ยวเหงาอีกด้วย”

“ล้วนแล้วแต่นายท่านขอรับ” ไหลของเขาสั่นชั่วพริบตาเมื่อพูดถึงบุตรีคนโต ต้องเข้าใจก่อนว่าการเงินทั้งหมดเกิดขึ้นจากน้ำมือของบุตรีคนนี้ นางดูแลกิจการทั้งสองบ้าน บ้านสามีของนางเป็นครอบครัวที่มีลูกคนเดียว เมื่อสามีนางตกตายครอบครัวทางนั้นสนับสนุนนางอย่างเต็มที่ กลายเป็นเจ้าบ้านหญิงอย่างเต็มตัว อีกทั้งมีผู้มีความรู้ความสามารถมากมายคอยช่วยเหลือ ช่วยสร้างความรุ่งเรืองแก่ตระกูลทั้งสอง แม้แต่ธุรกิจการค้าของคหบดีทั้งหลายที่ยึดมายังต้องให้นางช่วยดูแลเป็นหลังฉาก การนำนางไปด้วยดั่งเช่นการถือจุดตายของพวกเขาเอาไว้

“ส่วนบุตรชายของท่าน ก็ให้มันไปประจำการในกองกำลังทหารของข้าเถอะ ตอนนี้ตัวข้ามีแต่ทหารจากหมู่บ้านขนดำ ข้าคิดจะก่อตั้งกองกำลังธรรมดาขึ้นมาบ้างแต่ยังขาดนายทหารคนสนิทในกองกำลังทหารธรรมดาอยู่ ก็ให้มันมาประจำการก็แล้วกัน”

“นายท่าน...”

“ทำไม..ท่านไม่ต้องห่วงหรอก ถึงแม้ขึ้นชื่อว่าเป็นทหาร แต่ล้วนเป็นพลเสบียง เพียงควบคุมดูแลเสบียงอาหารเท่านั้น”

“ขอรับ ล้วนแล้วแต่นายท่านออกคำสั่ง”

“ความเป็นจริงข้าคิดอยากร้องขอให้ท่านไปตั้งรกรากครอบครัวที่เมืองขุนเขา แต่คิดดูดี ๆ อีกที ยังคงให้ท่านอยู่ที่เมืองพะโคนั่นดีแล้ว ยังคงช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับข้าได้อีกแรง ข้าคาดหวังกับท่านไว้มากท่านเจ้าเมือง พยัคฆ์ทักษิณจะอยู่ที่นี่สักปี ช่วยฝึกแลวางกำลังทหารใหม่ ท่านก็บริหารเมืองให้ดี...ไปเถอะ ข้าอยากพักแล้ว” สิ่งกล่าวเตือนชัดเจนว่าวางแมวขี้เกียจเอาไว้คุมความประพฤติ

เจ้าเมืองพะโครีบโขกศีรษะแล้วถอยออกไป สิงนั่งอยู่อย่างเงียบสงบก่อนจะประกาศออกไป “ปิดประตูวัง ไม่รับแขก ให้บอกไปว่าเราเหนื่อยมากแล้วต้องการพักผ่อน หากมีสิ่งใดต้องการพบ ให้แม่ทัพพยัคฆ์ทักษิณรับหน้าแทน” สิงลุกขึ้นเดินไปยังห้องพักเดิมของเจ้าเมืองพะโค ตอนนี้เขาเข้าพักที่เมืองราชวัง ผู้คนทราบว่าสิงชอบความสงบสุข จึงไม่เข้ามายุ่งยากสร้างความรำคาญอันใด

เขาหยิบของออกจากย่าม เตรียมแท่นพิธี ปักไม้สี่มุม ผูกสายสิญจน์ไว้รอบด้าน หยิบมีดงาช้างชักออกจากฝัก ผสานมือยกขึ้นไว้กล่าววาจาหลับตาแล้วจมดิ่งลง ฝาหม้อดินเผาถูกเปิดออกมาแล้ว พิธีกรรมที่ทำออกยังครบครับมีอำนาจเสียมากกว่ายามที่เขาจับยักษ์วิญญาณเสียอีก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

204 ความคิดเห็น

  1. #183 book1122 (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 15:28
    ต่อเลย
    #183
    0
  2. #157 Tenkasu (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:12
    ขออีกกกกก
    #157
    0