ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 82 : ปีศาจสุรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 259
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    11 ก.พ. 64

“ท่านจอมทัพ เจ้าเมืองพะโคหนีไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ” กาทองรีบเดินทางออกมารายงาน สิงพยักหน้ารับโดยไม่รีบร้อนอันใด ปล่อยให้กาทองกล่าวต่อ “เจ้าเมืองพะโคนำองค์ชายใหญ่ติดตามออกไปด้วย ลอบเดินทางออกจากวังโดยการปลอมตัวเป็นทหาร คาดการณ์ว่ามีทหารติดตามอารักขาประมาณสามร้อยนายพ่ะย่ะค่ะ”

“ใจเด็ดไม่เบา กลับทิ้งลูกเมียเอาไว้แล้วนำไปแต่พระองค์โต...พวกมันหนีไปทางไหน”

“ทางทิศใต้ ทิศที่ทหารเราเปิดช่องเอาไว้เพื่อให้ทหารหนีศึกพ่ะย่ะค่ะ” กาทองกล่าวอย่างร้อนใจ เขาเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าของสิงที่ไม่ได้ทุกข์ร้อนอันใด สิงยังคงมองไปยังสระบัวไม่ขยับเคลื่อนไหวก่อนจะแย้มยิ้ม “ปล่อยมันไป” เขาหันไปตบไหล่ทองชุ่มเบา ๆ “ปะ ทีนี้เราเข้าห้องโถงวังประกาศชัยชนะกันเถอะ”

“พ่ะย่ะค่ะ ท่านจอมทัพ” แต่เหมือนจะคิดได้ เขารีบนำนิ้วขึ้นมาหักงอข้อคำนวณก่อนที่ใบหน้าจะซีดเผือด “ท่านจอมทัพนี่มัน...”

“ทำไม คิดอันใดได้หรือ” สิงทิ้งท้ายเอาไว้พร้อมทั้งหัวเราะต่อ ร่างอันไร้วิญญาณของซากศพทั้งหมดร่วงหล่นไร้สติ ทองชุ่มยังคงยืนแข็งค้างไม่ขยับ เป็นกาทองเดินเข้ามาถามอย่างไม่เข้าใจ “เป็นอันใดท่านทีปรึกษา ไม่ขยับเขยื้อนติดตามท่านจอมทัพไปเล่า” หากยามนี้ไม่มีหน้ากากปีศาจบดบังใบหน้า เขาคงได้เห็นว่าใบหน้าของทองชุ่มเขียวคล้ำถึงเพียงไหน

“ไม่ได้การ”

“ไม่ได้การอันใด?”

“มหาอุปราชท่านกำลังหาเรื่องก่อสงครามกับเมืองสิ้นศึก”

กาทองชะงักค้าง ก่อนจะไม่ได้สนใจ กล่าวคำทิ้งท้ายแล้วติดตามสิงที่ก้าวเดินไปได้ไกลแล้ว “ก่อสงครามแล้วอย่างไร ไม่ก่อสงครามแล้วอย่างไร เมื่อนายท่านต้องการเราล้วนต้องตอบสนอง” ทองชุ่มยังคงยืนนิ่ง ก่อนจะวิ่งออกไปอีกทาง


 

ปีที่สาม เดือนหก รัชสมัยกษัตริย์เมืองขุนเขาที่สอง มหาอุปราชหาญกล้าศึกรับราชโองการออกรบแทนกษัตริย์ โหมตีเมืองพะโคสุดกำลังด้วยทหารเพียงหนึ่งหมื่นนาย ด้วยบารมีแห่งกษัตริย์ยอดนักรบ เมืองพะโคไม่อาจต้านทานได้แม้เพียงคืนวัน เมืองพะโคตกอยู่ภายใต้อาณาเมืองขุนเขานับแต่นี้สืบไป


 

“ท่านจอมทัพ ท่านบอกว่าเจ้าเมืองพะโคหนีออกไปแล้ว?” พยัคฆ์ทักษิณพึ่งรักษาความสงบตัวเมืองชั้นนอกเสร็จ สั่งจัดการจับขังโจรและชาวบ้านที่คิดสร้างความวุ่นวายไปสามพัน กว่าจะเสร็จงานก็ตกดึกเสียแล้ว ยามนี้คิดจะพัก เดินทางมายังห้องโถงราชวัง กลับพบเจอผู้คนมากมายหมอบกราบ สิงหมุนแก้วสีแดงในมือดูแปลกตาจ้องมองไปยังพวกเขา เหล่าผู้หมอบกราบล้วนเป็นเหล่าราชนิกุล พยัคฆ์ทักษิณหาได้สนใจไม่ เดินไปประจำตำแหน่ง รับอาหารเช่นทุกคราหลังเสร็จศึก ยามที่เขาตีหมู่บ้านเมืองเล็กเมืองน้อยต่าง ๆ ต่อให้มีคนถูกทรมานตรงหน้า เขายังสามารถรับข้าวปลาได้ เพียงคนกลุ่มใหญ่หมอบกราบเบื้องหน้าหาได้ยากแก่การรับประทานไม่ เพียงแต่ว่าเมื่อสิงพูดออกมาว่าเจ้าเมืองหนีไปแล้ว ทำเอาพยัคฆ์ทักษิณรับข้าวปลาไม่ลง นี่มันบ้าอะไรกัน เจ้าเมืองกับองค์ชายใหญ่เมืองพะโคหนีไปได้ ยังมานั่งชื่นชมดีใจอันใดอีกกัน

“ใจเย็นน่า พวกมันไปไม่ได้ไกลหรอก หรือต่อให้ไปได้ไกลแล้วทำไม เมืองเป็นของเราแล้ว ปล่อยพวกมันไปเถอะ คนเราน้อย ให้ทหารติดตามไปไม่ได้” สิงตอบกลับ ก่อนจะหันไปมองเหล่าราชนิกุลที่หมอบกราบอยู่ โดยที่พยัคฆ์ทักษิณยังคงตกอยู่ในห้วงความคิด

“เจ้าเลือกไปสักหน่อยแล้วกัน”

“เลือกทำอันใด ส่งไปเมืองขุนเขาให้หมดนี่เลยแล้วกัน พวกมันล้วนเป็นของมีค่า นำส่งมอบล้วนได้รับปูนบำเหน็จอย่างงาม แต่เจ้าเมืองกับองค์ชายใหญ่กลับหนีรอดออกไปได้ แบบนี้ไม่เท่ากับที่ทำมานับเป็นสูญหรือ”

“ใช่ไหมเล่า เฮ้อ พวกมันกลับหนีออกไปทางทิศใต้..” สิงยังพูดไม่ทันจบพยัคฆ์ทักษิณรีบกล่าวตัดบทไปเสียก่อน “เมืองสิ้นศึกตีไม่ได้ พวกมันเป็นเมืองท่า ทหารรับจ้างมากมาย พวกหูยาวนับพันหมื่นพร้อมทั้งอุปกรณ์สงครามแปลกใหม่มากมาย ยากแก่การทำศึก ด้วยกำลังเพียงนี้ยังคงต้องส่งคนไปขอกำลังเสริมเสียก่อน แต่ข้ามั่นใจว่าไม่ได้...”

“อ่า แล้วหากข้าใช้เมืองพันเข้าตีร่วมเสริมประสานล่ะ” ทั้งสองมองหน้ากันก่อนที่พยัคฆ์ทักษิณจะส่ายศีรษะ “พวกมันไม่ยอมมาหรอก เจ้ายังมีอำนาจในพื้นที่ริมมหาสมุทรต่ำไป”

“ข้าก็คิดเห็นเช่นนั้น” สิงไม่เอ่ยต่อเพียงแย้มยิ้ม เป็นพยัคฆ์ทักษิณที่จ้องมองไปยังราชนิกุลทั้งหลายก่อนจะถอนหายใจ “พวกมันมีทั้งหมดเท่าไหร่”

“นับได้สองร้อย”

“อืม ครานี้คงหักลบกันไปได้ รบกับเจ้ามีแต่เสียจริง ๆ ครานี้ข้าคงถูกทิ้งให้อยู่ว่างอีกครา”

“เป็นไร เจ้ามิชอบหรือ ให้ข้าหานางงามให้เจ้าอีกสักคนดีหรือไม่ เอาแบบ..” ว่าแล้วก็แสดงท่าทางรูปร่างของหญิงสาว ก่อนจะหัวเราะออกมา “เฮอะ! คนเช่นข้ายังต้องหาอีกหรือ เพียงข้ากระดิกนิ้ว...” “เกรงว่าเจ้าพึ่งจะกระดิกนิ้ว แม่เสือบ้านเจ้าจะเผาเรือนเอาน่ะสิ” สิงอดเหน็บแนมไม่ได้

“อะแฮ่ม! ท่านจอมทัพ ท่านแม่ทัพ พวกเราตรวจนับเชลยทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“อ่า เอามาดู” สิงยื่นมือไปรับมาเปิด พยัคฆ์ทักษิณสนใจข้าวปลากลางโต๊ะต่อ เขาล้างไม้ล้างมือก่อนจะจากไปควบคุมทัพเพื่อเก็บกวาด ที่หน้าประตูกลับได้ยินเสียงของทหารรักษาการณ์ประกาศคำ เขาจึงกลับมานั่งประจำที่ต่อ

“พญาสองศึกขอเข้าเฝ้าท่านจอมทัพพ่ะย่ะค่ะ”

สิงกลับเงยหน้าขึ้นอย่างสนใจ เขามองไปยังราชนิกุลก่อนจะมองออกไปที่ประตูพยักหน้า “ให้มันเข้ามา”

พญาสองศึกรีบเดินทางเข้ามาทิ้งเข่าลงโขกศีรษะโดยที่ไม่สนใจสายตาอันโกรธแค้นของผู้คนในห้องโถงแม้แต่น้อย “ท่านมหาอุปราช ไม่ซิ...นายท่าน บัดนี้ตัวเมืองชั้นในกลับเข้าสู่ความสงบแล้ว คหบดีตระกูลใหญ่ที่แข็งข้อล้วนถูกทหารของเราจัดการจนหมดสิ้น ขอนายท่านตรวจสอบ...”

“เจ้ากบฏ ” เป็นเสียงที่ดังออกมาจากใจกลางผู้คน เสียงของหญิงสาวที่ค่อนข้างมีอายุเรียกความสนใจจากสิงจนต้องหันไปจ้องมอง พญาสองศึกสะท้านขึ้นคราหนึ่งก่อนจะหันไปจ้องมองด้วยความโกรธแค้น

“กบฏหรือ เป็นเรากบฏหรือไร เราเพียงต้องการสิ่งที่เป็นของเราคือมา เป็นพวกเจ้าต่างหาก พวกเจ้ามีสิทธิ์อันใดขโมยของของเราไป”

“นางเป็นใคร” สิงหันไปถามกาทองที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตอนนี้สองฝ่ายเริ่มเปิดปากด่าทอกันแล้ว เชลยราชนิกุลทั้งหลายเริ่มมีคนลุกขึ้นมาต่อปากต่อคำเพิ่มอีกสี่คน สิงจ้องมองทั้งสองฝั่งฝ่ายเหมือนจ้องมองคณะละครคณะหนึ่ง จิบไวน์องุ่นในมือ เมืองพะโคเป็นเมืองที่อยู่ใกล้เมืองท่า มีสุราต่างชาติมากมายให้ได้ลิ้มลอง แม้แต่นางสนมบางคนของเจ้าเมืองพะโคยังเป็นชนต่างชาติต่างเผ่ามากมาย

“ทหาร!” สิงเอ่ยปากทั้งหมดถึงได้เงียบสงบลง “นำดาบให้ท่านพญาสองศึก ไม่ซิ...” เขาแย้มยิ้มเอียงคอเล็กน้อยกล่าว “นำดาบให้กับท่านเจ้าเมืองพะโค ประหารพวกเชลยไม่รู้สำนึกทั้งหลายเสีย” สิ้นเสียงของสิง ใบหน้าของพญาสองศึกคึกคักขึ้นอักโข ทหารเดินมาลากคนที่มีปากเสียงแต่แรกออกไป โดยที่พญาสองศึกสบถด่าทอราชนิกุลทั้งหลายอีกคราแล้วติดตามออกไป เสียงร่ำร้องดังขึ้นไม่นานก็เงียบสงบลง

ทหารหน้าห้องโถงประกาศขึ้นอีกครั้ง “แม่ทัพเมืองหนานเจ้า ปีศาจสุรา นำทัพหนึ่งพันเดินทางมาขอเข้าเฝ้าท่านจอมทัพ” สิงหันไปมองหน้าพยัคฆ์ทักษิณ ทั้งสองจ้องมองกันอย่างแปลกใจ ก่อนที่สิงจะกล่าวต่อ “ให้เข้ามา”

เป็นว่าเจ้าฟ้าหญิงเมืองหนานเจ้าได้รับข่าวว่าสิงถูกแต่งตั้งเป็นมหาอุปราชเมืองขุนเขา นางสูดได้กลิ่นอันอัปมงคล ก่อนจะได้รับข่าวอีกคราว่าสิงต้องยกทัพสองพันผสมผสานกับทัพพยัคฆ์ทักษิณเดินทางมาตีเมืองพะโค ก็ทราบแล้วว่าที่ตนเองคาดเดานั้นถูกต้อง สิงหายไปสองปีไม่อาจติดต่อได้ ไม่ทราบว่าตัวเขาเป็นเช่นใด หลังจากพิจารณาอยู่นาน จึงแต่งตั้งปีศาจสุราเป็นแม่ทัพ จัดทัพเคลื่อนที่เร็วหนึ่งพัน เดินทางข้ามป่าเขาลำเนาห้วยมาสมทบ แต่เมื่อปีศาจสุรามาถึงกลับสายไปแล้ว เมืองถูกตีแตกเสียก่อน

“นาง..เจ้าฟ้าหญิงท่านเป็นเช่นไรบ้าง ข้าถูกขังสองปีไม่อาจสอบถามสารทุกข์สุกดิบ หลังจากออกจากการคุมขังยังต้องมานำทัพเป็นการเร่งด่วน ไม่อาจส่งจดหมายสอบถามนาง ช่างเสียมารยาทนัก”

“เจ้าฟ้าท่านทราบว่าท่านมหาอุปราชมีภาระงานใหญ่หลวงต้องรับผิดชอบ ท่านจึงได้ส่งมอบจดหมายพร้อมทั้งคำพูดมาถึงพ่ะย่ะค่ะ”

“เจ้าว่ามาเถอะ”

“เจ้าฟ้าหญิงท่านกล่าวว่า..” เขาหันไปมองพยัคฆ์ทักษิณเล็กน้อยก่อนจะหันมากล่าวกับสิงต่อ “เจ้าฟ้าหญิงท่ากล่าวว่า ข้าจัดเรือสินค้าไว้ที่เมืองพันสิบลำ ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่เมืองท่าตะแว”

“อ่า...เจ้าฟ้าหญิงท่านดูเบาข้าไปแล้ว” พูดจบก็หัวเราะเล็กน้อย ถึงแม้กล่าวเช่นนั้นแต่ในใจกลับอบอุ่นไม่เบา เพียงแต่หญิงสาวล้วนคิดแต่ในแง่ลบ นี่นางไม่คิดว่าเขาจะตีเมืองได้หรืออย่างไร ยังไม่ทันไรก็วางแผนคิดให้เขาหลบหนีเสียแล้ว

สิงลุกขึ้นมาตบไหล่ปีศาจสุราเล็กน้อย แนะนำให้รู้จักกับพยัคฆ์ทักษิณก่อนจะขอตัวจากทั้งสอง ติดตามทหารองครักษ์สั่งการให้นำเชลยทั้งหลายเข้าห้องคุมขังก่อนจะส่งกลับไปยังเมืองขุนเขาในอีกสองวัน

 

……………………..

ปล. ตอนแรกกะว่าไม่ได้ลงแล้วผม สายเน็ตไฟเบอร์ขาด ใช้เน็ตไม่ได้ ที่ไหนได้โง่ตั้งนาน มือถือมันต่อ usb ฮอตสปอตได้ ฮา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

202 ความคิดเห็น

  1. #156 panda_King (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:14
    ติดตามครับสนุกมาก //บางทีผมอยู่ข้างนอกจะส่งงาน ก็ลืมว่าเดี๋ยวนี้มันเชื่อมเน็ตกับมือถือได้ เคยชินแต่กับใช้แค่สายแลนด์;-; แก่แล้วสินะ
    #156
    2
    • #156-1 DayDreamW(จากตอนที่ 82)
      12 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:00
      555555 อย่าซิ เรายังหนุ่มๆ เพียงแค่ลืมชั่วขณะ 5555
      #156-1
    • #156-2 panda_King(จากตอนที่ 82)
      12 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:04
      แหมะคนเรามันเบลอกันได๊
      #156-2
  2. #155 Tenkasu (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:24
    เยียมๆ
    #155
    1
    • #155-1 DayDreamWriter(จากตอนที่ 82)
      11 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:44
      เขินแปป อิอิ
      #155-1