ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 77 : ศึกพะโค (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 308
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    5 ก.พ. 64

หลังจากผ่านการเดินทางมาอย่างยาวนาน ในที่สุดกองกำลังขนดำสองกองธงได้เคลื่อนเข้ามาถึงริมแม่น้ำ ตั้งป้อมค่าย สั่งทาสเชลยทำการล้มต้นไม้สร้างสะพานรวมไปถึงแพไม้เพื่อเตรียมไว้สำหรับการเคลื่อนทัพข้ามแม่น้ำ เก็บใบไม้ใส่กระสอบผ้าป่าน นำกิ่งไม้มาสุมกองรวมกัน กาทองควบคุมทุกสิ่งอย่าง นับว่าเขาเป็นรักษาการแม่ทัพใหญ่แทนอาซูที่ป่วยไม่อาจเดินทาง โดยผู้ที่ให้คำปรึกษาทั้งหมดล้วนเป็นรองแม่ทัพชำนาญการ นามว่ารักษ์ ยม ที่เป็นรองทัพทหารราบ และยอด รองทัพดูแลทหารม้า

รักษ์ควบคุมดูแลทัพไสยศาสตร์ขาว กองกำลังทะลวงฟัน หน่วยกล้าตาย ทัพแกร่งฟันแทงไม่เข้าของสิง เขามีผมสั้นเปิดข้างสีดำ ดวงตาเช่นพญาเหยี่ยว บริเวณแก้มมีแผลเป็นใหญ่จากรอยฟัน สวมเกราะแผ่นเหล็กแวววาว บนเกราะสลักเต็มไปด้วยอักขระสวมทับด้วยผ้าคลุมสีแดงขีดเขียนยันต์เจดีย์เก้ายอดวางแปดทิศเป็นวงกลมนับเป็นเนื้อหนังยันต์ ตรงกลางเป็นยันต์เทวดาเกราะเพชรนับเป็นกระดูกยันต์ รวมกันเป็นค่ายกลมหาราช ศาสตร์คุ้มกันภัย เสริมบารมี ปัดป้องคุ้มกัน ภัยร้ายหนีหาย มีไว้ไม่ตายโหง ส่วนยมนั้นควบคุมดูแลทหารพลปืนไฟธนูแกร่ง รวมไปถึงพลเสบียง สวมผ้ามัดผมรวบเอาไว้ด้านบน ใบหน้ายังคงราบเรียบธรรมดา ผิวดำคล้ำ ดวงตาคมกล้า ปากบางเบา แย้มยิ้มอยู่ตลอดเวลา ชุดของเขาสวมเช่นรักษ์ไม่มีผิด เพียงแต่ผ้าคลุมเป็นสีเขียวเข้มแตกต่างจากของรักษ์เท่านั้น

ส่วนยอดนั้นแตกต่าง ทั่วตัวเขาห่มด้วยผ้าดิบสีดำ มีเพียงเท้า มือ และคอขึ้นไปเท่านั้นที่โผล่พ้นผ้าสีดำนั้นออกมา ผ้าสีดำหากมองให้ดีทั่วบริเวณถูกเขียนเอาไว้ด้วยยันต์มากมายจนมองได้ยากว่าเป็นยันต์อะไรบ้าง ล้วนเป็นเสื้อยันต์ทดแทนการเขียนยันต์ ยันต์โจมตีแทบทุกประเภทที่เขาใช้ได้ถูกเขียนเอาไว้บนผ้าผืนนี้ สามารถเรียกใช้ได้ตลอดเวลา ทัพทหารม้าล้วนสวมเกราะเกล็ดหรือเกราะเบา แต่ตามตัวพวกเขาล้วนเต็มไปด้วยยันต์คาถา แม้แต่หมวกยังเขียนยันต์ตาหลัง ช่วยในการมองเห็นคาดการณ์

บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียด ยามนี้สิงแจ้งออกมาแล้วว่าเขาจะอยู่รอในเมือง ภารกิจคือตีหักกำแพงเมืองชั้นแรกให้ได้ภายในหนึ่งวันเมื่อทัพของพยัคฆ์ทักษิณพร้อม อีกทั้งจัดวางแผนการไว้ให้เรียบร้อยแล้ว พวกเขาไม่ได้ตึงเครียดเรื่องการตีเมืองไม่ได้ แต่พวกเขาตึงเครียดเกรงพญาสองศึกจะไม่รักษาคำมั่นที่ให้ไว้

ภายในตัวเมือง ปัจจุบันเมืองชั้นนอกต่างเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ชาวบ้านเดินทางเข้าไปยังบ้านของตนเอง ปิดประตูแน่นไม่เปิดออก ทหารต่างเดินตรวจตราลาดตระเวน ขนย้ายสิ่งของป้องกันเมืองขึ้นสู่กำแพงเมือง ค่ายกลม่านสลายเวทถูกเปิดใช้ ม่านสลายเวทเป็นม่านบาง ๆ ตั้งค่ายกลด้วยธงสี่ธงประจำประตูเมือง หากมีธงไหนสักธงหักลงม่านจะสลายหายไป

ตัวม่านทำให้พลังเวทที่ส่งกระทบม่านนั้นหายไป แต่ธนูหน้าไม้รวมไปถึงปืนใหญ่ยังสามารถใช้ได้อย่างปรกติ ปืนใหญ่ยี่สิบกระบอก ถูกบรรจุที่กำแพงเมืองด้านละห้ากระบอก พร้อมทำการรบอย่างเต็มที่ รวมไปถึงหน้าไม้แกร่ง ที่มีทิศละกว่าสิบคัน กว่าจะโจมตีตัวเมืองได้ ล้วนต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อจำนวนมาก นี่ยังไม่ร่วมท่อนไม้ ก้อนหิน แลน้ำร้อนอีกจำนวนมาก

หลังจากตั้งทัพได้สองวัน ทัพพยัคฆ์ทักษิณได้มาถึง พวกเขาตั้งทัพเตรียมพร้อม สั่งทหารพักผ่อน ก่อนที่รองแม่ทัพทั้งสามด้านการนำของกาทอง ขอเข้าพบแม่ทัพพยัคฆ์ทักษิณ เสียงปะทะคารมได้ดังขึ้นทั่วบริเวณ จอมทัพเช่นสิงกลับอยู่ในเมือง บอกพวกเขาว่าวันพรุ่ง หลังรับอาหารเช้า ให้ทหารพักผ่อนชั่วขณะแล้วเปิดศึกทันที โดยทัพพยัคฆ์ทักษิณจะต้องตรึงกำลัง ให้ทัพขนดำโจมตีก่อน เมื่อม่านสลายเวทหมดไป ทัพพยัคฆ์ทักษิณถึงจะสามารถเข้าโจมตีได้

“แทนที่พวกเราจะรวมกัน แสร้งบุกตีทางหนึ่งแล้วให้ทหารอ้อมไปอีกทาง ไม่ดีกว่างั้นหรือ พวกเจ้าจะมั่นใจกันเกินไปหน่อยหรือไม่ อย่างไรเสียเรื่องการตีเมืองทัพข้าล้วนมีผุ้ชำนาญการมากกว่าพวกเจ้าที่เน้นรบภายในเมือง”

“ท่านแม่ทัพโปรดสงบจิตสงบใจก่อน ท่านยังไม่ทราบว่าทัพขนดำเรารบเช่นไร”

“ไม่ทราบ มึงก็บอกซิวะ” เสียงทุบโต๊ะดังขึ้น ภายในห้องกลับเงียบกริบ เป็นกาทองลุกขึ้นแล้วกล่าวคำ “ขอท่านแม่ทัพโปรดอภัย จอมทัพเรามีคำสั่ง เราล้วนต้องทำตามแผนการของนายท่าน ท่านแม่ทัพคงไม่ทราบ จอมทัพเราท่านมหาอุปราชเดินทางมายังเมืองพะโคล่วงหน้าหลายเดือน ปลอมตัวเข้าไปปะปนกับผู้คนภายใน พร้อมทั้งกองกำลังจำนวนหนึ่ง ขอเพียงพวกเราบุกตีกำแพงเมืองส่วนนอกแตก กำแพงเมืองส่วนที่สองจะอยู่ในการควบคุมของพวกเรา”

“แต่กำหนดการหนึ่งวันนี่มันคืออะไรกัน ข้าเข้าใจว่าหากมีการโจมตีทั้งนอกและในสามารถทำให้ทัพของศัตรูเกิดความปั่นป่วนวุ่นวายขึ้นได้ แต่กำหนดการหนึ่งวันมันออกจะเกินไป เราควรส่งพวกชาวบ้านเข้าไปลดทอนอุปกรณ์ป้องกันกำแพงเมืองของพวกมันก่อน หลังจากนั้นอีกสักสองสามอาทิตย์ค่อยนำทัพแกร่งบุก แต่นี่มัน..”

“เรื่องนั้นท่านแม่ทัพไม่ต้องห่วง การยึดทำลายม่านสลายเวทเป็นหน้าที่ของทัพขนดำเรา เรามีความชำนาญในการรบในเมืองมากกว่า ขอเพียงม่านสลายลง ท่านแม่ทัพโหมตีกำแพงเมืองทันที ทัพขนดำเราปั่นป่วนกำแพงเมือง พร้อมทั้งจัดการทหารตามเมืองสอดประสานกัน”

“พวกเจ้าคิดว่าการสงครามเป็นเรื่องการละเล่นของเด็กหรืออย่างไรกัน ทำอย่างกับทัพขนดำเจ้าไม่เคยออกรบมาก่อนเช่นนี้ เจ้าคิดว่าเมืองพะโคตีง่ายถึงเพียงนี้เชียวหรือ หากเป็นเช่นนั้นใยเมืองพะโคไม่ตกอยู่ภายใต้เมืองขุนเขาเรามานานแล้วเล่า!”

“หาไม่ขอรับท่านแม่ทัพ” ยอดออกมาพูดเป็นครั้งแรกหลังจากเงียบรับฟังมานาน ดวงตาของเขาปรากฏแสงสีแดงขึ้นพร้อมทั้งรอยยิ้มชวนขนลุกขนพอง “ข้าเข้าใจท่านแม่ทัพดี แต่สิ่งที่เราจะบอกคือ เป็นท่านแม่ทัพต่างหาก ที่ยังไม่เคยเห็นศักยภาพกองทัพขนดำสองกองธงของเรามาก่อน”

“เหอะ! ได้ ข้าจะรอดู เมื่อถึงเวลา อย่าโทษข้าก็แล้วกัน ที่ทำตามกฎทหาร”

“ขอรับ” ยอดผสานมือรับคำ แต่ดวงตายังคงจับจ้องมองพยัคฆ์ทักษิณอย่างไม่เกรงกลัว อีกทั้งยังประดับรอยยิ้มเย้ยหยันน้อย ๆ เอาไว้ที่มุมปากอีกด้วย

“ประกาศออกไป เมื่อม่านสลายเวทสลายหายไป ยามนั้นจะถึงเวลาบุกของทัพเรา”

แม่ทัพนายกองทั้งหมดของทัพพยัคฆ์ทักษิณลุกขึ้นตบหน้าอกก้มศีรษะแล้วเดินออกไปถ่ายทอดคำสั่ง ทัพขนดำสองกองธงขอตัวกลับ แต่เป็นกาทองยังคงอยู่ เขาแย้มยิ้มพร้อมทั้งส่งจดหมายให้กับแม่ทัพพยัคฆ์ทักษิณแล้วจากไป

เมื่อเขาเปิดจดหมายฉบับเล็กนั่นออก ทำเอาพยัคฆ์ทักษิณร่ำร้องตะโกนสาปแช่งออกมา น้อยครั้งจะเห็นแม่ทัพโกรธแค้นเช่นนี้ เหล่าทหารต่างขยับตัวออกห่าง ภายในกระโจมแม่ทัพร่างของพยัคฆ์ทักษิณหอบหายใจทางปากปล่อยให้น้ำลายไหลหยดเป็นทางก่อนจะสบถด่าอีกคำแล้วสูดลมหายใจเข้าปรับสภาพตนเองเข้าสู่สภาวะปรกติ “มันบ้าไปแล้วหรือไงกัน อยากตายก็ตายไปคนเดียวซิวะ จะลากข้ามาตายไปด้วยได้อย่างไรกัน...ไอ้ปีศาจใหญ่!”

รุ่งเช้าบรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้น ทหารขนดำยกทัพข้ามแม่น้ำมาแล้ว ทัพพยัคฆ์ทักษิณเริ่มลั่นกลองรบ จัดระเบียบแถว เต่าตาบอดบนกำแพงเมืองมองดูทัพนับหมื่นจ่อประชิดเมืองไม่ได้ทุกข์ร้อนอันใด ทหารกล้ามีเพียงหลักพัน เกินกว่าครึ่งล้วนเป็นชาวบ้านที่ถูกกวาดต้อนมา ยังมีพวกชนเผ่าที่ติดตามมาบ้างรวมไปถึงทหารรับจ้างหูยาวทั้งหลาย แต่ก็นับได้ว่ามีจำนวนน้อย เขาไม่สนใจทางฝั่งทหารขนดำแม้แต่น้อย หากนับภาษีการรบชิงเมือง แม่ทัพพยัคฆ์ทักษิณผู้นี้ขึ้นชื่อกว่ามหาอุปราชมากนัก

ตามความคิดของเต่าตาบอด ทัพพยัคฆ์ทักษิณควรบุกเข้าโจมตีก่อน ยื้อเวลาจนกระทั่งเครื่องตีเมืองหมด ถึงได้เปิดตัวทัพแกร่ง เพราะทัพขนดำถนัดรบในเมือง เมื่อผ่านกำแพงเมืองชั้นแรกไปได้ ค่อยถึงเวลาที่ทัพขนดำได้ออกโรงเพราะฉะนั้นการที่ทัพขนดำลั่นกลองรบเคลื่อนกำลังออกจะเป็นอุบายเสียมากกว่า อีกทั้งผู้คนส่วนใหญ่ถูกกวาดต้อนมารวมตัวกันยังทัพพยัคฆ์ทักษิณ ความเป็นไปได้จึงควรเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์

“ท่านแม่ทัพขอรับ ทางด้านประตูทิศตะวันออกแจ้งมาว่าทัพขนดำทำการแปลกประหลาด พวกมันตั้งโต๊ะสิบกว่าโต๊ะ จัดวางเรียงกันเป็นชั้น ๆ อีกทั้งนั่งลงสวดบางสิ่งบางอย่าง นายประตูมองดูไม่เข้าใจจึงได้ส่งคนมากล่าวกับท่านเพื่อขอคำแนะนำ”

“เหอะ คิดเล่นลูกไม้ล่ะไม่ว่า เตรียมพร้อมไว้ทุกด้าน อย่าให้พวกมันฉวยโอกาสได้ หากประตูต้านไหนแตก ก็ให้นายประตูหิ้วหัวมาหาข้า”

“ขอรับท่านแม่ทัพ!” นายทหารรับคำแล้วเดินจากไป บรรยากาศกำแพงเมืองเต็มไปด้วยความตึงเครียด ต่างจากบรรยากาศของเมืองชั้นใน เสียงตีกลองดังขึ้น เหล่าคหบดีต่างเดินทางออกจากบ้านพร้อมทั้งคนสนิท มุ่งตรงสู่วังของพระอาเมืองพะโค เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองชัยชนะล่วงหน้ากันอย่างถ้วนหน้า ช่างรื่นเริงนัก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

180 ความคิดเห็น