ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 76 : พญาสองศึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 323
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    4 ก.พ. 64

การเดินทางมาครั้งนี้นับว่าไม่ได้มาอย่างสูญเปล่า เขาวางสายเอาไว้ แต่กับเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่เขายังไม่เกิด มันออกจะซับซ้อนกว่าที่คิด สิงมองเห็นช่องโหว่ของเรื่องราว ใช้เวลาสามวันในการศึกษาตารางชีวิตของพญาสองศึก เขาเป็นทหารที่มีความสามารถ มีความรู้ แม้ปัจจุบันอายุจะเข้าเลขห้าช่วงปลายแล้ว แต่ยังคงไม่ละทิ้งการฝึก นั่นสามารถบอกได้ว่าตัวเขาทั้งมีวินัยและมีความต้องการถึงเพียงไหน คนเราเมื่อหมดอาลัยตายอยากมักไม่สนใจสิ่งใด ยิ่งแก่ตัวยิ่งไม่สนใจวินัย ไม่สนใจการงาน แต่ไม่ใช่กับพระอาเมืองพะโคท่านนี้ ตัวเขายังคงทำตนเองให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา

เมื่อฟ้ามืดลง สิงตัดสินใจนำของขวัญห่อเป็นอย่างดี เดินทางสู่วังพระอาเมืองพะโคในนามของพ่อค้ายานรสิง เพื่อมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับเขาเช่นปรกติที่พวกพ่อค้าทั้งหลายต่างทำกัน

“เจ้าว่าเจ้ามาจากพ่อค้าที่ชื่อนรสิงนั่น”

“ขอรับท่านผู้กล้า” สิงตอบคำคนเฝ้าประตู เขาแย้มยิ้มออกมากล่าวต่อ “โปรดเรียนท่านพญาสองศึกท่านให้ด้วยขอรับ”

“เจ้าไม่เข้าใจมารยาทหรือไร เหตุใดถึงมายามนี้ อีกทั้งนายเจ้ายังคงไม่มาด้วยตนเองอีก”

“มันเป็นของขวัญที่ไม่อาจมอบให้ในยามเวลาปรกติได้ ขอท่านผู้กล้าโปรดเข้าใจ” สิงส่งมอบของขวัญเข้าไป “ท่านลองนำมันไปมอบต่อท่านพญาก่อนก็ได้ขอรับ ข้าจะรออยู่ตรงนี้”

คนเฝ้าประตูลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนพยักหน้ายอมรับ หยิบกล่องไม้อย่างดี รีบวิ่งเข้าไปรายงานด้านใน เพียงเวลาไม่นาน พ่อบ้านประจำวังกลับเดินทางออกมาด้วยตนเอง เชิญสิงเข้าไปด้านใน สิงย่อมนอบน้อมเช่นเคย ติดตามเข้าไป ก่อนประตูวังจะปิดลงทันที

ปลายหอกจำนวนมากชี้มาที่สิง ทหารกว่าห้าสิบนายยืนรายล้อมเขาเอาไว้ พ่อบ้านดีดตัวถอยห่างออกไป ที่ลานบ้านตอนนี้ เต็มไปด้วยกลิ่นอายการฆ่าฟันเสียแล้ว เพียงแต่สิงยังคงแย้มยิ้มไม่เปลี่ยนแปลง ออกจะหัวเราะเล็กน้อยด้วยซ้ำไป

“เจ้ากล้าดีจริง ๆ” เสียงอันน่าเกรงขามดังขึ้นมาจากภายใน สิงยกมือขึ้นแตะหน้าอกทั้งสองข้างก้มตัวลง

“ท่านพญาสบายดี?”

“เหอะ” พญาสองศึกเดินทางออกมา สวมชุดสีเขียวเข้ม ใบหน้าสี่เหลี่ยม ผิวกายดำคล้ำ กล้ามเนื้อปูดโต เพียงแต่น่าเสียดายที่เขาสูงไม่มาก แต่ก็ไม่ถึงขั้นต่ำเตี้ย ดวงตาแหลมคมแข็งกร้าว ปากหนาใหญ่ จมูกมนโต หน้าผากกว้างหัวโล้นราบเรียบ เขาหมุนมีดทองในมือเล่นไปมา  ก่อนที่คนรับใช้จะยกเก้าอี้เท้าแขนออกมาตั้งวางเอาไว้

พญาสองศึกนั่งลงจ้องมองชายชราเบื้องหน้าอย่างสนใจ “เจ้าเป็นผู้ใด”

สิงกลับไม่ตอบคำ เขามองสำรวจคนรอบ ๆ ปลายหอกเริ่มเข้ามาประชิดอีกครั้ง แต่สิงกลับไม่รู้สึกทุกข์ร้อนอันใด เขาถอนหายใจออกจากทางจมูกส่ายศีรษะเล็กน้อยเหมือนชมดูการละเล่นของเด็กน้อย “ข้าเกรงว่าพวกมันทั้งหมดจะตกตายหากได้รับรู้ ท่านพาลส่งพวกมันออกไปก่อนเถอะ”

ทั้งสองจับจ้องมองกันไปมา สิงยังคงประดับรอยยิ้มอันจริงใจ ต่างจากพญาสองศึกที่เย็นชาไม่เบา เขามองดูมีดทองคำในมือที่กำลังหมุนควงไปมา น้อยคนจะรู้ว่ามันคือสิ่งใด แต่กับเขาเข้าใจดี มีดทองคำของเมืองขุนเขา ประหารก่อนค่อยกราบทูล กลับอยู่ที่นี่ พญาสองศึกพยักหน้ารับ ไล่ทั้งหมดออกไป ทิ้งเอาไว้เพียงพ่อบ้านคนสนิท เพียงแต่ที่ห่างออกไปกลับมีพลธนูเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา แม้ไม่ได้ยิน แต่สามารถจู่โจมช่วยเหลือได้

“ทีนี้ลองว่ามาว่าเจ้าเป็นผู้ใด”

สิงสำรวจมองพ่อบ้านนั่นก่อนจะแย้มยิ้ม เขาไม่กล่าวมากความ หยิบมีดงาช้างขึ้นมาจากแขนเสื้อ วางไว้บนมือเบื้องหน้าของเขา มีดงาช้างไม่ใช่ส่วนสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญคือของที่ประดับบนใบมีด พ่อบ้านเดินออกมาหยิบจับมีดออกมา “เจ้าควรจับมันอย่างระวัง” เขาอดกล่าวเตือนไม่ได้ พ่อบ้านทำงานมานาน เขารับรู้ดีว่าสิ่งใดควรไม่ควร เมื่อได้รับคำเตือนจึงไม่ถือดี หยิบจับอย่างระวัง ส่งมอบต่อผู้เป็นนาย

เมื่อมีดถูกชักออก ดวงตาของพญาสองศึกกลับแข็งค้างเบิกกว้าง จ้องมองมายังสิงอย่างไม่อยากเชื่อ ในอดีตมีมีดงาช้างผลิตขึ้นที่เมืองสิ้นศึกหนึ่งเล่ม มันประดับพลอยเจ็ดเม็ดที่ใบมีด เมื่อทั้งหมดทราบข่าว โรงประมูลของที่นั่นแทบแตก การประดับพลอยที่งาช้างว่ายากแล้ว การประดับให้งดงามเยี่ยงนี้ยังยากเสียยิ่งกว่าอีก เพียงแต่มีผู้หนึ่งสามารถประมูลได้มันไป เขาแจ้งต่อคนทั้งหมดในตอนที่ประกาศคำว่าห้าแสนออกไปว่าต้องการประมูลเพื่อมอบแก่บุตรชายที่พึ่งคลอดออกมาของตนเอง ขอทั้งหมดไว้หน้า ผู้คนจึงยอมลงให้ ย่อมเป็นเหตุการณ์ที่ผู้อยู่ในเหตุการณ์แก่ตายไปแล้วกว่าครึ่ง เป็นทองชุ่มไม่รู้ทราบมาจากไหน บอกวิธียืนยันตัวตนนี้กับสิงไป

“เจ้า...ท่าน” มือของพญาสองศึกสั่นเครือ รีบเก็บมีดเข้าที่เดิมสูดลมหายใจเข้าออก ผู้คนทั้งหลายกลับไม่สามารถเข้าใจได้ว่านายท่านของตนเองเกิดอันใดขึ้น

“เจ้าออกไปก่อน” พญาสองศึกไล่พ่อบ้านออกไปโดยทันที เขาลุกขึ้นนำมีดกลับไปมอบคืนให้กับสิง ก่อนจะพากันเดินเข้าห้องหนังสือไป

เมื่อนั่งลงใบหน้าของพญาสองศึกยิ่งเย็นชามากเสียยิ่งกว่าเดิม เขามองสำรวจสิงที่ถือวิสาสะนั่งลงเช่นกันอย่างระแวดระวัง เปิดปากพูดคำ “ท่านมหาอุปราชกลับเดินทางมาด้วยตนเอง นับเป็นวัวหนุ่มไม่กลัวเสือโดยแท้”

“เข้าถ้ำเสือน่ากลัวนักหรือ เรากลับเข้าออกถ้ำเสือวังมังกรมาเป็นว่าเล่นตั้งแต่เด็ก ยังไม่มีที่ใดสามารถจัดการวัวหนุ่มเช่นเราได้” เขาตอบอย่างไม่ยี่หระ หยิบเอาเอกสารออกมาวางไว้บนโต๊ะกล่าวต่อ “นี่เป็นข้อมูลทั้งหมดของคหบดีในตัวเมืองชั้นในที่ท่านดูแลอยู่ ท่านพญาโปรดช่วยข้าตรวจสอบความถูกต้องได้หรือไม่”

“ท่านนำมาบอกข้าเพื่อสิ่งใด”

“ร่วมมือกับข้า ข้าจะมอบความยิ่งใหญ่ที่ท่านใฝ่หาให้กับท่าน”

“อ่า” ใบหน้าของพญาสองศึกชะงักค้าง ก่อนจะแย้มยิ้มเหยียดหยาม “อย่าคิดว่าเราโง่เลยท่านมหาอุปราช การที่ท่านติดตามมาถึงข้าได้เช่นนี้ ท่านย่อมต้องการคนช่วยภายใน เพราะท่านทราบว่าไม่อาจจู่โจมทำลายจากภายนอกได้โดยง่าย” เพียงแต่สิงกลับยกนิ้วชี้ขึ้นมา

“หนึ่งวัน” เขายิ้มขึ้นมาพยักหน้าเล็กน้อย “ข้าสามารถตีกำแพงเมืองชั้นนอกของท่านได้ภายในหนึ่งวัน”

“เป็นไปไม่ได้ ประตูเมืองติดตั้งค่ายกลป้องกันเวท ไม่สามารถใช้เวทโจมตีได้ อีกทั้งยังมีป้อมปืนพลธนู อย่างน้อยยังคงต้องใช้เวลานับอาทิตย์ อีกทั้งตามรายงานที่ได้รับมา คนของท่านเองก็มีจำนวนน้อยกว่ามาก ยังคงไม่สามารถตีเมืองพะโคได้ภายในหนึ่งวัน”

“เช่นนั้นเรามาพนันกันดีหรือไม่ หากข้าสามารถตีเมืองพะโคชั้นนอกได้ภายในหนึ่งวัน ท่านต้องร่วมมือกับข้าเปิดประตูเมืองชั้นรองให้ทัพข้าเข้ามา หากข้าไม่สามารถทำได้ ข้าจะงอมืองอเท้ารอท่านจัดการ”

พญาสองศึกมองสิงอย่างไม่อยากเชื่อ เคาะโต๊ะด้วยจิตใจสั่นไหวบอกไม่ถูก ขาสั่นไปมาบ่งบอกว่ากำลังรวบรวมความนึกคิดอย่างรวดเร็วถึงผลได้ผลเสีย คาถายันต์เสร็จสิ้น จิตใจของพญาสองศึกเหมือนมีเมฆหมอกบดบังก่อนจะก่อเกิดแสงสว่าง เขาพยักหน้ายอมรับ “หากข้าร่วมมือกับท่านข้าจะได้สิ่งใด”

สิงยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก โค้งตัวมาเบื้องหน้าเล็กน้อย “ธุรกิจทั้งหมดของคหบดีที่ต่อต้านเราล้วนยกให้ท่าน รวมทั้งได้นั่งบัลลังก์เมืองพะโค หากเท่านี้ยังไม่เพียงพอ ข้าสามารถบอกท่านได้ว่าข้ามีความสัมพันธ์อันดีกับเมืองหนานเจ้า ท่านสามารถเปิดเส้นทางการค้าสู่ภาคใต้ผ่านทางภาคพื้นดินได้”

เป็นพญาสองศึกที่โน้มตัวลงกล่าวอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เหมือนไม่อยากถามมันออกมาสักเท่าไหร่  “แล้วท่านจะได้สิ่งใด ไม่ซิ ท่านต้องการแลกกับสิ่งใด” “

ข้าต้องการชื่อว่าสามารถพิชิตเมืองพะโคได้ อีกทั้งเมืองพะโคยังต้องส่งส่วยมายังเมืองขุนเขา แต่เรื่องนั้นท่านไม่ต้องห่วง หากท่านสามารถรับการค้าของพวกคหบดีเหล่านั้นมาได้ การจ่ายส่วยย่อมเป็นเรื่องเล็ก เราต้องการเพียงนี้แลยังมีเหตุผลเล็ก ๆ น้อย ๆ ท่านยังอย่าพึ่งทราบเลย”

“ทำไม...ท่าน...” ตัวเขาทั้งตื่นเต้นแลตื่นกลัวในเวลาเดียวกัน เพียงแต่กลับรู้สึกบอกไม่ถูกว่าเหตุใดตนเองถึงใจกล้าตกปากรับคำง่ายดายเช่นนี้

“ทำไมข้าถึงเข้าทางท่านแทนที่จะเป็นแม่ทัพนายกองที่น่าจะซื้อตัวง่ายกว่าใช่หรือไม่...เรื่องนี้ง่ายมาก” สิงลุกขึ้นบิดขี้เกียจเล็กน้อย เตรียมพร้อมเข้าพักในที่พักของวังพญาสองศึก อย่างไรเสียเขาก็ต้องเอาตัวเองมาเป็นตัวประกันก่อน เพื่อให้คู่เดิมพันสบายใจ

“เพราะว่าท่านกับข้าประสบเหตุการณ์เช่นเดียวกัน ข้าจึงเข้าใจท่านที่สุด วันนี้ข้าเป็นกำลังให้กับท่าน วันหน้า...” สิงทิ้งรอยยิ้มเอาไว้ออกปากอีกคำ “จัดที่พักให้เราเถอะ เราจะอยู่เล่นเดิมพันกับท่าน”

“ถ้าหากทัพเมืองขุนเขาของท่านตีประตูเมืองชั้นนอกไม่แตกภายในหนึ่งวัน เราก็ขอเสียมารยาทแล้ว”

พญาสองศึกลุกขึ้นเปิดประตูผายมือออกไปภายนอก “เชิญ”

“เชิญ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

203 ความคิดเห็น