ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 71 : ยิงปืนนัดเดียว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 474
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    27 ม.ค. 64

“ข้าไม่เข้าใจ เจ้าทำเช่นนี้เพื่อสิ่งใด” ร่างสีดำรูปลักษณ์เหมือนดั่งกษัตริย์เมืองขุนเขาทุกประการกล่าวคำขณะที่ทั้งสองนั่งประจันหน้ากันที่ห้องหนังสือ กษัตริย์เมืองขุนเขาถอนหายใจกล่าวตอบ “ตอนนี้เราคุมวังด้วยการช่วยเหลือของเสด็จแม่ อำมาตย์ถานคุมการบริหาร แต่ฝ่ายการทหารเราไม่อาจเข้าไปควบคุมได้ เจ้าก็รู้ว่าฝ่ายทหารเรานั้นไม่มีบทบาทแต่แรก จะให้กระทำการรุนแรงเช่นเสด็จพ่อท่านเราก็ยังไม่มีอำนาจเพียงพอ ได้แต่ส่งพระเชษฐาออกไป อย่างน้อยเขาก็มีความสัมพันธ์อันดีกับกองกำลังฝ่ายทหารต่าง ๆ”

“เขามีชื่อเสียงในฝ่ายทหารมากจริงแต่ถึงอย่างนั้นอยู่ ๆ เจ้าแต่งตั้งเขาขึ้นมาแล้วคิดจะให้เขานำทัพบุกตีเมืองพะโคโดยทันทีเช่นนี้ใช่ต้องการกำจัดหรือไม่ ข้าบอกเจ้าไว้ล่วงหน้าเลยว่าพระเชษฐาเรามิได้โง่งม หากเราท่านทำเขาโกรธา ทหารทั้งหลายอาจมีความเคลื่อนไหวขึ้นมาได้ อย่าได้เห็นว่าเสด็จพี่ไม่ได้มีอำนาจกับทางวังแลทางบริหารโดยตรง แต่เจ้าข้ารับรู้ดีว่าหากเขาต้องการ เขาจะไม่สนว่าต้องแลกเปลี่ยนสิ่งใด อีกทั้งคนของเขาในกรมต่าง ๆ ก็ยากที่จะแกะออกได้”

“เช่นนั้นจะให้ข้าทำเช่นไร ปล่อยเขาเอาไว้เฉย ๆ เช่นนี้หรือ ปล่อยให้เขาเป็นหนามตำใจเราเช่นนี้หรือไร” กษัตริย์เมืองขุนเขาในฉลองพระองค์ชุดเบาบางยกสุราขึ้นกระดกดื่มจนหมดแก้วกล่าวต่อ “จะส่งเขาไปดูแลเมืองเราก็ไม่ไว้ใจ เปรียบเสมือนรอเวลาให้เขาแข็งเมืองต่อเรา หมู่บ้านขนดำนับเป็นค่ายทหารค่ายหนึ่งแลเป็นกองกำลังแกร่งที่อยู่ใกล้เมืองขุนเขาเราที่สุด เช่นนี้ก็พาลส่งเขาคุมทหารไปแนวหน้าเถอะ อย่างน้อยเราก็ยังเบาใจมากกว่านี้ ปล่อยให้เขารบสักห้าปีสิบปี หากเขามีความสามารถ ข้าไม่ต้องทำสิ่งใดก็จะกลายเป็นกษัตริย์นักรบแห่งยุค แต่หากเขากระทำการผิดพลาด ข้าก็จักหาเรื่องจัดการกับเขาเสีย เป็นไร ไม่นับว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกทั้งฝูงหรือ”

“ข้าเกรงว่าจะเป็นการปล่อยเสือเข้าป่าเสียเปล่า ๆ อย่าลืมว่าเขาอยู่นอกสายตาเรา เขาอาจกระทำสิ่งใดก็ได้ พระเชษฐาเราท่านไร้สิ่งห่วงใดภายในเมืองแห่งนี้ ใยไม่จัดงานอภิเษกสมรสพระราชทานก่อนเล่า เช่นนั้นถึงจะสามารถตรึงความห่วงหาเอาไว้ไม่ให้มันคิดขบถได้”

“เจ้าคิดได้ดีแต่จักมีใครอยากส่งบุตรีแต่งให้กับคนเยี่ยงมัน เช่นนี้เถอะ เราตัดสินใจให้มันนำทัพแล้ว หลังจากมันรบกับเมืองพะโคเสร็จสิ้นกลับมา หากมันแพ้เราพาลประหารมันเสีย แต่หากมันชนะกลับมา เราก็ปรึกษากับท่านอำมาตย์จัดหาบุตรีขุนนางฝ่ายเราสักคนให้แก่มันเป็นรางวัลพร้อมทั้งให้มันพักผลิตทายาทสักปีเป็นการตอบแทน” กษัตริย์เมืองขุนเขาแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจ

“เฮ้อ ยังจะทำสิ่งใดได้อีก เจ้าจัดการไปแล้ว คราวหน้าคราวหลังให้เราออกมาก่อน อย่างน้อยเราสองปรึกษากันย่อมดีกว่าการตัดสินใจเอง” ร่างเงาสลายหายไป กษัตริย์เมืองขุนเขายังคงดื่มรับน้ำสุรา เขาแย้มยิ้มกับสุราในกาเผากล่าวเบา ๆ เหมือนกำลังกล่าวกับตนเอง “ได้ข่าวว่าทหารของพยัคฆ์ทักษิณเก่งกาจ เช่นนั้นก็ให้พวกเขาไปเก่งในสนามรบด้วยกันเถอะ”


 

ในวันนั้นเองคนจากหมู่บ้านขนดำเข้าเมืองสามสิบนาย พวกเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย เป็นกลุ่มไสยเวทสายดำที่เดินทางมาก่อน คนเหล่านี้ไม่ติดอาวุธ สวมชุดคลุมผ้าสีดำปกปิดทั้งตัวให้ปรากฏเพียงใบหน้า ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยสักบนม้าสีดำสร้างความสยองขวัญแก่ผู้คน กลิ่นอายความตายคุกคามไปทั่วบริเวณแม้แต่ทหารรักษาประตูเมืองยังต้องเอ่ยถามที่ไปที่มาอย่าง กล้า ๆ กลัว ๆ ก่อนจะปล่อยให้เข้าเมืองมา

พวกเขาเดินทางจนถึงวังของสิง เข้ามาทำความสะอาดปัดกวาดดูแลพื้นที่ดั่งคนรับใช้ไม่มีผิด หากผู้คนภายนอกได้เห็นย่อมรู้สึกแปลกตาเป็นอย่างมากแต่สำหรับคนที่นี่ล้วนรู้สึกว่าสมควรแลคุ้มค่า กองกำลังกลุ่มนี้ล้วนไม่ได้ลงทะเบียนทหารเช่นกลุ่มไสยศาสตร์สายขาว พวกเขาสามารถเดินทางเข้าออกภายในเมืองได้อย่างอิสระ เพียงไม่พกพาอาวุธสงครามจ่ายภาษีแสดงป้ายที่มาที่ไปก็เดินทางได้ ไม่นานอาซูนำทหารองครักษ์เดินทางมาถึง พวกเขาล้วนล่าช้ากว่า ทหารเดินทางเข้าเมืองต้องไปรายงานตัว สิงรีบเดินออกไปต้อนรับด้วยตนเอง อาซูพาทหารติดตามมาด้วยสามคน สิงมองปาดเดียวสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าพวกเขาคือจอมไสยศาสตร์สายขาวขั้นสามทั้งสามคน ทั้งสี่พบหน้าสิงต่างเต็มไปด้วยรอยยิ้ม คุกเข่าลงโขกศีรษะ สิงรีบห้ามอาซูเอาไว้ ปีนี้อาซูแก่ขึ้นมาจริง ๆ ทั้งริ้วรอยความแก่ชราบนใบหน้า ทั้งรูปกายที่เปลี่ยนไปดูไม่แข็งแรงเช่นเดิม

“ท่านลุงอาซู ท่านไม่ต้องเคารพข้าหรอก สองปีมานี้ลำบากท่านแล้ว”

“ลำบากอันใดกันขอรับนายเหนือข้า” อาซูสำรวจมองสิงตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะปาดน้ำตาเล็กน้อยทำเอาสิงกล่าวหยอกล้อออกมา “ได้อย่างไรกัน เสือเฒ่าเช่นท่านกลับมีน้ำตาเช่นนี้จะให้ข้าไปพบหน้าคนในหมู่บ้านได้เช่นไร พวกเขาคงหยิบดาบปืนไล่ล่าสังหารข้าเป็นแน่” แม้สิงจะกล่าวติดตลกแต่ผู้คนไม่ได้ตลกด้วยสักเท่าไหร่ หมู่บ้านเป็นของท่าน ผู้คนเป็นของท่าน ใครมันจะกล้าลงมือกับท่าน ล้วนหาที่ตาย สิงพาอาซูเข้ามาพัก นายทหารทั้งสามคนเดินทางไปทักทายกลุ่มสหายที่มาก่อน แบ่งหน้าที่กันทำงานในตำแหน่งของตนเอง

สิงเองก็ไม่รอช้าให้กาทองไปเชิญหมอมีชื่อมาดูอาการอาซู แม้จะบอกว่าเป็นเพียงอาการไข้ที่เกิดจากพิษเย็น แต่การเดินทางครั้งนี้สิงดูออกว่าอาซูใช้ให้จอมไสยศาสตร์ขั้นสามทั้งสามคนช่วยประคองกำลังของเขาเอาไว้ตลอดทาง

“เฮ้อ ท่านไม่น่าร้อนใจเช่นนี้ หลังจากรับราชโองการเสร็จข้าก็จะออกไปพบท่านที่หมู่บ้านอยู่แล้ว ข้าไม่ได้กลับไปหมู่บ้านนับสามปี ตั้งแต่ไปหนานเจ้าก็ขาดการติดต่อกับพวกท่านไปเลย ไม่ทราบว่าทุกอย่างยังสงบดีหรือไม่”

“พ่ะย่ะค่ะ ด้วยพระบารมีของนายเหนือท่าน ทุกอย่างล้วนสงบสุขดี”

“กาทองไปตามหมอมาแล้ว อีกเดี๋ยวท่านก็พักสักหน่อย” น้ำเสียงของสิงอ่อนลงอย่างชัดเจน เขาทราบดีกว่าการสร้างกลุ่มไสยเวทจำนวนมากต้องใช้การเฝ้าระวังสูงขนาดไหน ไม่ใช่เพียงแค่มีวินัยในการฝึกเท่านั้น ยังต้องมีผู้ความคุมตารางการฝึกฝนที่ดีด้วย อาซูไม่เคยทำให้ผิดหวังแม้แต่ครั้งนี้ก็เช่นกัน

“นายเหนือ ท่านผอมลงไปมาก..” อาซูเกาะแขนของสิงเอาไว้บีบเบา ๆ สิงแย้มยิ้มตอบคำ “ผอมอันใด กลับอ้วนกว่าเดิมเสียอีก ดูซิไร้ซึ่งกล้ามเนื้อแล้ว คงเหลือเพียงแต่ไขมันหนา ๆ อีกหน่อยคงอ้วนดั่งช้างศึก ฮา” เมื่อนายเหนือเช่นสิงหัวเราะออกมาอาซูค่อยยิ้มออกมาได้ เขาจับจ้องมองใบหน้าของสิงก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลงอย่างอ่อนล้า เมื่อคนเราสบายใจร่างกายย่อมผ่อนคลายอย่างไม่ทันรู้ตัว

สิงถอนหายใจก่อนเดินออกมาอย่าช้า ๆ พบกับหมอแลกาทองพอดี เขาเปิดทางให้หมอเข้าไปตรวจอาการ ส่วนตัวเองเรียกกาทองไปยังห้องข้างเพื่อปรึกษาหารือ

“ท่านว่าอันใด ราชโองการให้ท่านไปช่วยงานฝ่ายทหาร”

“อืม..เจ้าเห็นว่าอย่างไร”

“คาดว่ากษัตริย์เมืองขุนเขาคิดกำจัดท่านแล้วขอรับ”

“ลองว่ามา” สิงตัดขาดจากโลกภายนอกสองปี อย่างไรต้องถามกาทองเป็นอันดับแรก เขาควบคุมดูแลหน่วยข่าวสารของหมู่บ้านขนดำทั้งหมด 

“พ่ะย่ะค่ะ จากการข่าว ช่วงนี้ทหารทั่วด้านต่างตรึงกำลังที่ชายแดน มีเพียงพื้นที่เดียวที่ไร้ทหารตรึงกำลังอย่างแข็งขันคือฝั่งใต้เพราะไร้แม่ทัพแกร่งประจำการ..เมืองพะโค...เอ่อ..การข่าวภายในเมืองพะโครายงานมาว่าทางนั้นเตรียมตัวกระทำศึกแล้ว เมื่อเห็นว่าแม่ทัพไร้สามารถจึงมองเห็นโอกาส คาดว่าอาจต้องการกลืนกินเมืองขุนเขาที่พึ่งมีกษัตริย์ไร้ประสบการณ์เข้าไป แม่ทัพชายแดนนายอื่น ๆ ต่างไม่อาจละทิ้งพื้นที่ของตนเอง พยัคฆ์ทักษิณเองกลายเป็นแม่ทัพอยู่ว่างประจำเมืองแมกไม้ไม่ถูกใช้งาน ในครั้งนี้อย่างไรเสียก็ไม่อาจเลี่ยงศึกได้ แต่หากพระองค์ต้องการเลี่ยงศึกยังมีอีกหนทาง...”

“ไม่จำเป็น เมืองพะโคเร็วช้าเราล้วนต้องตีหัก จักเร็วช้าไม่ต่างกัน หากเป็นตามเจ้าว่าจริงเราคงต้องรอรับศึกจากเมืองพะโคในสักวัน หากข้าได้กุมกำลังในมือพาลเปิดศึกก่อนเถอะ การข่าวภายในวังเป็นอย่างไร”

“พ่ะย่ะค่ะ ในวังอำมาตย์ถานเกาะกุมขุนนางฝ่ายบริหารไว้อย่างมั่นคงแล้ว แต่ด้วยเคยคุมกองกำลังตรวจสอบฝ่ายในฝ่ายนอก ล่วงเกินฝ่ายทหารน้อยใหญ่มากมายทำให้การเมืองแบ่งออกเป็นสองขั้วใหญ่แต่ยังไม่แตกหัก แม่ทัพนายทหารไม่พึงพอใจอำมาตย์ถานเป็นอย่างมากแต่โชคดีที่เหนือหัวท่านได้รับการช่วยเหลือจากพระพันปีท่าน ทำให้ยังสามารถควบคุมสะกดข่มฝ่ายทหารเอาไว้ได้ มิเช่นนั้นคงต้องแตกออกเป็นสงครามภายในอย่างแท้จริงแล้ว” ขุนนางฝ่ายทหารในเมืองส่วนใหญ่เป็นแม่ทัพที่เกษียณจากแนวหน้า พวกเขามีความสัมพันธ์กับทหารแนวหน้าทั่วทิศ แม่ทัพบางคนยังเป็นลูกหลานของพวกเขา

“อืม..เจ้าส่งรายชื่อแม่ทัพทั้งหมดที่ไม่พอใจเหนือหัวมาให้เรา”

“กระหม่อมจะจัดการให้ทันทีพ่ะย่ะค่ะ”

“อ่า..อีกเรื่อง นำตัวญ่าญิง อดีตหัวหน้ากองกำลังทหารรับจ้างเลือดหินมาพบข้า”

“พ่ะย่ะค่ะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

203 ความคิดเห็น

  1. #141 Kmmio (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 18:51
    ขออีกตอนค้าบบ
    #141
    0
  2. #140 book1122 (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 17:42
    ต่อเลยคับ
    #140
    0