ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 70 : ลืมตาตื่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 471
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    26 ม.ค. 64

ปีที่สอง รัชกาลขุนเขาที่สอง กษัตริย์เมืองขุนเขาที่สองขึ้นครองสิริราชสมบัติ ประกาศให้อภัยโทษนักโทษทั่วอาณา

เสียงร่ำร้องโหวกเหวกโวยวายของนกกาแมลงถิ่นดั่งไปทั่วเมือง สัตว์น้อยใหญ่ตื่นกลัวจนหาที่หลบหนี มนุษย์แม้ไม่มีสัมผัสที่หกดั่งเช่นสัตว์สิ่งแต่ย่อมสามารถสังเกตสิ่งอันอัปมงคลทั้งหลายได้ จิตใจของพวกเขาเริ่มตื่นกลัว ดวงตาที่ปิดสนิทเปิดขึ้นเป็นครั้งแรก ร่างอันผอมซีดเหลือแต่กระดูกจ้องมองอย่างไรชีวิตภายในห้องที่เต็มไปด้วยใยแมงมุมและฝุ่นผง มันแย้มยิ้มแลสูดลมหายใจเข้าออก ผมสีดอกเลาค่อย ๆ ถูกเทสีดำลงไป ร่างที่ผมจนหนังหุ้มกระดูกค่อยพองออกเช่นฟองน้ำได้รับน้ำหล่อเลี้ยง ดวงตาไร้ชีวิตค่อยกลับมามีชีวาอีกครั้ง ใบหน้าปรากฏเลือดฝาดขึ้นมาทีละเล็กละน้อย

สิงลุกขึ้นยืนพร้อมทั้งเสียงที่ดังกรุบกรับของกระดูก มันเหมือนจะแตกหักบิดงออย่างไรอย่างนั้น เขามองมายังมือตนเอง ตอนนี้เส้นลายมือเปลี่ยนไปสร้างความพึงพอใจให้กับสิงเป็นอย่างมาก เสียงความเคลื่อนไหวที่นอกประตูดังขึ้นสร้างความแปลกประหลาดให้กับสิงไม่เบา ที่นี่เขาขับไล่ผู้คนทั้งหมดออกไป ปิดประตูฝึกวิชาไม่ให้ผู้ใดเข้าออก แต่วันนี้กลับมีความเคลื่อนไหวแล้ว

“ผู้...” เสียงอันแหบพร่ากับลำคอที่แห้งผ่าเหมือนมีเม็ดทรายจำนวนมากอัดจุอยู่จนต้องกระแอมไอขับไล่มันออกไป สิงเดินไปที่ประตูผลักเปิดออก จ้องมองผู้มาใหม่ที่ภายนอก เหล่าหน่วยหน้ากากพบผู้เป็นนายเหนือรีบคุกเข่าลงโขกศีรษะ

“น้ำ...” สิ้นคำ กาทองรีบประคองน้ำที่นำติดตัวมามอบให้ เขาจ้องมองสิงที่เปลี่ยนไป กล้ามเนื้อหลายส่วนหายไปบ่งบอกถึงการไม่ได้ฝึกฝนร่างกายแม้แต่น้อย กลายเป็นผู้อยู่ว่างเสียมากกว่า ที่นี่ไม่มีแม้แต่คนรับใช้สักคน นายเหนือตัวเองคงอยู่ในความลำบากแล้ว

สิงยกน้ำทั้งกระบอกดื่มกินจนสะใจ ไอสำลักออกมาเล็กน้อย “ทางใต้เป็นอย่างไร”

“บ้านประดับหยกรับหน้าที่ดูแลกลุ่มการค้าเสียบฟ้าร่วมกับเมืองหนานเจ้าทำให้การค้าเจริญก้าวหน้า อิทธิพลขยับขยายลงใต้ไปเรื่อย ๆ จนถึงเมืองสามเสา ทางตะวันออกถึงเมืองสองสายแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“เช่นนั้นหรือ หมู่บ้านเป็นอย่างไร”

“ท่านอาซูจัดการหมู่บ้านเป็นอย่างดี แต่สองปีมานี้ท่านอาซูหักโหมไม่เบา อีกทั้งอายุที่มากแล้ว เมื่อเดือนก่อนจึงล้มป่วย แต่ข้านำหมอเข้าไปดูอาการแล้วเพียงล้มป่วยเพราะพิษเย็น ไม่มีอันตรายใดแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“เฮ้อ ลำบากพวกเจ้าแล้ว หน่วยหน้ากากในมือเราเหลือเท่าไหร่”

“ข้าน้อยทำตามบัญชาของพระองค์ ตอนนี้จารชนทั้งหมดถูกบรรจุเข้าหน่วยหน้ากาก หน่วยหน้ากากดั้งเดิมเหลือยี่สิบคน แบ่งเป็นยี่สิบกลุ่ม แต่ละกลุ่มควบคุมดูแลจารชนของตนเองห้านาย ประสิทธิภาพการสังหารลดลงแต่กลับเพิ่มประสิทธิภาพของข้อมูลที่มากขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”

“เท่านี้ก็เพียงพอ” สิงมองหน่วยหน้ากากห้าคนที่ติดตามกาทองมา พวกเขาล้วนสวมใส่หน้ากากสีทอง “พวกเจ้าทำงานกรมเมืองเป็นเช่นไร มีอะไรผิดปรกติหรือไม่”

“หน่วยหน้ากากในกรมเมืองได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีพ่ะย่ะค่ะ”

“อืม ไม่ต้องทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ อันใด เพียงทำหน้าที่ของตนเองให้ดีก็พอ ทำทุกอย่างเพื่อเมืองขุนเขา”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“พวกเจ้ากลับไปทำงานเถอะ กาทองอยู่ก่อน” ทั้งหมดรับคำแล้วจากไป ทิ้งสิงกับกาทองเอาไว้ สิงสะบัดตัวเล็กน้อยขับไล่ฝุ่นที่เกาะตัวออกไป เดินนำกาทองหาที่อันเงียบสงบนั่งลง แล้วเอ่ยถามอีกครั้ง

“ท่านอาซูฝึกฝนหน่วยของข้าได้ทั้งหมดกี่คน”

กาทองเบาเสียงลงเหมือนดั่งกระซิบตอบ “สายขาวจากหนึ่งพันคน ห้าร้อยคนสามารถฝึกฝนจนผ่านขั้นแรกได้ หนึ่งร้อยคนสามารถผ่านขึ้นสองได้ สามคนสามารถผ่านขั้นสามได้ ที่เหลือสอบตกพ่ะย่ะค่ะ”

“อืม ให้พวกเขาที่สอบตกฝึกต่อไป แต่อย่าลืมฝึกฝีมือการต่อสู้ควบคู่ไปด้วย”

“พ่ะย่ะค่ะ” กาทองถอนหายใจออกมากล่าวต่อ “ส่วนสายดำออกจะแย่หน่อย มีเพียงสองร้อยคนที่สามารถผ่านขั้นหนึ่งได้ สามารถผ่านขั้นสองได้ห้าสิบคน อีกร้อยห้าสิบคนสามารถผ่านขั้นที่สามได้ แต่มีเพียงสองคนที่สามารถผ่านถึงขั้นสี่ได้ในปัจจุบัน ที่เหลือล้วนบาดเจ็บทางวิญญาณ ยังดีที่พระองค์ฝึกสายขาวพร้อมกับดำ ทำให้พวกเขาสามารถช่วยรักษาไว้ได้ทัน”

“อืม สายดำเมื่อผ่านขั้นแรกได้แล้วย่อมก้าวกระโดด นับว่าขั้นแรกยากที่สุด แต่สุดท้ายจะไปเจอคอขวดที่ขั้นที่สี่ นับว่ามันยากเสียยิ่งกว่ายาก พวกเขาอาจสูญเสียสามัญสำนึกไปได้ในขั้นนี้ สายขาวไม่สลับซับซ้อนเท่าแต่กลับยากลำบากมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ให้ผู้ที่ไม่ผ่านสายดำให้หันเข้าสายขาว ถือว่าขัดเกลาวิญญาณที่บอบช้ำ ทั้งได้เรียนรู้แล้วสามารถใช้ต่อต้านสายดำนอกคอกได้ในอนาคต”

“พ่ะย่ะค่ะ...ในวังตอนนี้...”

ขณะสิงจะกล่าวต่อที่ด้านนอกกลับมีเสียงเคลื่อนไหวเป็นการใหญ่ ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาเป็นขบวนใหญ่ เสียงดาบเกราะกระทบกันดังอย่างเป็นระเบียบ กาทองกับสิงสบตากันเป็นกาทองพูดขึ้นมาก่อน

“ระเบียบการเดินพร้อมทั้งเสียงกระทบกันของเกราะ เป็นองครักษ์หลวง พวกมหาดเล็กในพระองค์พ่ะย่ะค่ะ”

“อืม เจ้าไปก่อน”

“กระหม่อมทูลลา” ร่างของกาทองเปลี่ยนเป็นอีกาโบยบินจากไปในทันที สิงจ้องมองเขาอย่างสนใจ กาทองสำเร็จถึงขั้นสองแล้ว ไสยเวทต่างจากวิชาอื่น ขั้นหนึ่งยังสามารถล้มขั้นสุดท้ายได้ขึ้นอยู่กับความชำนาญในวิชาของผู้ใช้ เนื่องจากพลังล้วนเกิดจากการเก็บสะสมวิญญาณและความชำนาญ แต่ละขั้นเป็นเพียงการเปิดสมุดเล่มใหม่เพื่อให้ตนเองมีโอกาสได้เรียนรู้เวทใหม่เท่านั้น สุดท้ายแล้วผู้คนก็เลือกวิชาที่ตนเองชำนาญไม่กี่วิชาฝึกฝน แต่ละขั้นก็มีข้อดีของมัน เช่นสิงที่ถนัดวิชาสายอัญเชิญของขั้นหนึ่ง แต่เรียนรู้จนถึงขั้นที่สี่ ขั้นที่หนึ่งยุ่งยากน้อยที่สุดเขาจึงมีโอกาสฝึกจนชำนาญได้ จากการฝึกมากว่าหกสิบขวบปีทำให้สามารถอัญเชิญได้แทบทุกรูปแบบ

“สายฟ้าแดง” สิงกล่าวเบา ๆ สายฟ้าแดงเดินออกมาจากห้องด้านข้าง คุกเข่าลงเคารพโขกศีรษะตามแบบฉบับเมืองขุนเขาเคารพเบื้องสูงร้องมอออกมาคำหนึ่ง

“สองปีมานี้รบกวนเจ้าแล้ว” สิงถอนหายใจก่อนสะบัดมือเรียกสายฟ้าแดงที่อารักขาเขาตลอดเวลาในห้องหนังสือด้านข้างมาสองปีกลับสู่หุ่นปั้นวางไว้บนโต๊ะ

ไม่นานประตูวังองค์ชายใหญ่ก็เปิดออกทหารในชุดเกราะแบบใหม่ที่เขาไม่เคยเห็นเดินเข้ามายืนเรียงเป็นแถวอย่างมีระเบียบต่อหน้า สร้างความพึงพอใจแกเขาไม่เบา มหาดเล็กนำหน้าสุดกลับทำให้สิงแปลกใจเป็นที่สุด ถิฮา พระสหายสนิทของกษัตริย์เมืองขุนเขาที่สอง ลูกชายอำมาตย์ถาน

“องค์ชายดำ พระเชษฐาในกษัตริย์เมืองขุนเขาที่สองรับราชโองการ”

สิงรีบลุกขึ้นคุกเข่าลงโขกศีรษะตามแบบฉบับ “กระหม่อมรับราชโองการ”

“ท่านพี่ เราท่านไม่ได้พบกันนาน พระเจ้าพี่จากมาสบายดี เราคิดถึงท่านเป็นนักแต่ไม่อาจขัดคำสั่งของเสด็จพ่อได้ เมื่อนี้ถึงเวลาอันเหมาะสม ข้างกายเราขาดแม่ทัพนายกองที่มีฝีมือ ประกอบกับพี่ท่านออกรบตั้งแต่เยาว์วัยเป็นที่รู้จักของแม่ทัพนายกองทั้งหลาย พี่ท่านออกมาช่วยงานเราเถอะ”

สิงมองถิฮาอย่างแปลกใจ ดูเหมือนใบหน้าของถิฮาจะแปลกใจเช่นกันกับราชโองการนี้ เหมือนพวกเขาจะไม่ได้ปรึกษากันมาก่อน เกิดอะไรขึ้นกัน สิงโขกศีรษะลง “กระหม่อมรับราชโองการ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

204 ความคิดเห็น

  1. #142 มิลฟาซิส (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 21:35
    ฉันจะต่อเรือผีลำนี้!!!!
    รับสมัครฝีพาย!!!
    #142
    0
  2. #139 Ethernal Frostz (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 11:32

    โฮ่ยๆ ตื่นมา น้องก้มารับเลย น่าสนใจจริงๆ
    #139
    0