ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 64 : นั่นมารดาเจ้าหรือ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 556
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    19 ม.ค. 64

“เมืองแมกไม้...” สิงมองไปรอบ ๆ เขาอาศัยอยู่ที่นี่ก่อนจากไป รู้ทุกช่องทางเข้าออก ผู้คนมากมายไม่เคยเห็นหน้าเขาเพราะเจ้าชายหนุ่มเอาแต่ฝึกอยู่กับกองกำลังและพวกทหาร แต่หากจะบอกว่าไม่มีคนพบเจอเลยก็ไม่ใช่ ยังคงต้องมีคนจดจำออกได้ ทางที่ดีอย่าได้ออกไปจะดีกว่า สิงตัดสินใจนั่งกรรมฐานติดต่อกันนับอาทิตย์ หลังจากดูดซับวิญญาณของยักษ์วิญญาณจนหมดสิ้น นั่งปรับพื้นฐานภายใน ฟื้นคืนร่างกาย เสียงเคาะประตูถึงได้ดังขึ้น สิงลืมตาตื่นกล่าวคำ “เข้ามา”

ชายชราเจ้าของจุดพักม้านำมือขึ้นจรดหน้าผากคุกเข่าลงโขกศีรษะกับพื้นดังที่เคยทำเป็นประจำ “มีรายงานพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย” ที่นี่ธรรมเนียมแตกต่างจากทางใต้ พวกเขาระวังการพูดการจาและธรรมเนียมในการพูดคุยกล่าวพึงพอใจเชื้อพระวงศ์เป็นพิเศษ แม้แต่จะมองหน้ายังไม่กล้า ยิ่งมีประสบการณ์มากเท่าไหร่ ยิ่งพยายามหลบเลี่ยงมากเท่านั้น

“ว่ามา” สิงกล่าวเสียงเรียบหลับตาลงเช่นเดิม ปล่อยให้ชายชรากล่าวทั้ง ๆ ที่ยังคงหมอบกราบอยู่

“ช่วงนี้ทหารเมืองแมกไม้ออกตรวจตราเข้มเป็นพิเศษ ด้วยแม่ทัพชายแดน พยัคฆ์ทักษิณมาประจำการที่เมืองแมกไม้ ทำให้มีการผลัดเปลี่ยนทหารนายกองมากมาย และยังมีการเปลี่ยนนโยบายทางด้านความปลอดภัยของเมือง ทำการตรวจสอบผู้คนร้านค้า ทำการจับกุมสายลับต่างชาติอีกจำนวนมาก จากสายของข้าน้อยรายงานมาว่า วันพรุ่งพวกเขาจะเริ่มตรวจที่ร้านค้าของพวกเรา ข้าน้อยเกรงว่า..”

“หากเขาอยากตรวจสอบก็ให้พวกเขาตรวจไป ไม่ต้องคิดมาก..” สิงหยุดคิดไปพักหนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ “ข้าอยู่ที่นี่มานานแล้ว ไม่ได้ออกไปยืดเส้นยืดสายที่ไหนสักที คงต้องไปเสียหน่อยไม่เช่นนั้นคงมาเสียเที่ยวแล้ว ให้คนของเราจองห้องพักในโรงชำเราชายเมืองแมกไม้ให้ข้าหน่อยก็แล้วกัน ไม่ต้องจัดเตรียมหญิงสาวให้ดีมาก เพียงนักขับร้อง หญิงสาวรับใช้ดูแลระดับกลาง กับอาหารสุราอย่างดีก็เพียงพอแล้ว” สิงยังคงเน้นย้ำ “จงจำไว้ อย่าได้จัดหาหญิงสาวที่ดีที่สุดมาล่ะ ข้ามาที่นี่เป็นการลับ”

“พ่ะย่ะค่ะ” โจทย์นี้กลับทำให้เจ้าของโรงพักม้าเหงื่อตก องค์ชายย้ำชัดว่ามาที่นี่เป็นการลับ แต่เขาจะจัดหาหญิงสาวระดับกลางให้องค์ชายได้อย่างไรกัน หากข่าวนี้หลุดรอดออกไป ต่อให้องค์ชายไม่เอาเรื่องหรือคิดว่าเป็นเพราะคำสั่งท่าน แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาคนอื่นคงไม่เห็นดีเห็นงามด้วย การกระทำเช่นนั้นย่อมเป็นการลบหลู่เกียรติขององค์ชาย เขายังคงต้องจัดหาหญิงสาวชั้นหนึ่งให้กับองค์ชาย เพียงแต่ อย่างไรถึงจะถูกใจกัน

สิงนั่งกรรมฐานจนถึงเย็น เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง เจ้าของโรงพักม้าเข้ามาแจ้งว่าทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว เชิญองค์ชายเสด็จ... ความเป็นจริงแล้วสิงสามารถอยู่ที่นี่ต่อได้ แต่อาจสร้างปัญหาได้ในภายหลัง ยังคงเก็บที่นี่เป็นความลับต่อไปจะดีกว่า เขาโดยสารรถม้าออกเดินทางสู่โรงชำเราชาย

ถึงแม้ในยุคหลังที่สิงจากมา โรงชำเรามากมายต่างแอบเปิดกันในที่ลับ รู้กันภายในพื้นที่ ผู้มีหน้าที่หลับหูหลับตาทำเป็นมองไม่เห็น มือถือสากปากถือศีลรับส่วยกันเป็นว่าเล่น แต่กับที่นี่ยุคนี้นั้นแตกต่าง แต่ละเมืองล้วนมีโรงชำเราอย่างน้อยสี่โรง ทางหลวงยังเปิดโรงชำเราของตนเองที่ขายพวกเมียน้อยขุนนาง บุตรีขุนนางตกอับกระทำความผิด แม้แต่บางครั้งภริยาเจ้าเมืองผู้กระทำผิดกฎบ้านจนไม่เป็นที่ถูกใจยังถูกส่งมาขายที่โรงชำเราของหลวง นับเป็นการค้าที่ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ ส่งเข้าสู่กรมเมืองใช้ในการจ่ายภาษีพัฒนาต่าง ๆ

ที่นี่เป็นโรงชำเราที่สิงค่อนข้างรู้จัก มันมีขนาดกลางไม่ใหญ่ เจ้าของโรงพักม้าตัดสินใจจัดการ ในเมื่อองค์ชายบอกว่าต้องการหญิงสาวระดับกลางก็เพียงพอ แต่เขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ พาลจัดหญิงสาวที่ดีงามที่สุดของโรงชำเราชายระดับกลางให้ทดแทนก็แล้วกัน แต่ทุกอย่างยังคงต้องดีที่สุดเท่าที่จะหามาได้ ใช้ออกด้วยเงินมากหน่อยจะเป็นไรไป ขอเพียงตำแหน่งของตนเองมั่นคงก็เพียงพอ

โรงชำเราชายแห่งนี้นามว่ารังผึ้ง สื่อว่าเต็มไปด้วยน้ำดอกไม้รสหวานที่โรงชำเราชายแห่งนี้เดินทางออกไปสรรหามาจนเต็มรัง เพื่อรอให้นายท่านทั้งหลายเดินทางมาลิ้มลอง สิงมองสำรวจห้องอย่างพึงพอใจ เขาค่อนข้างพึงพอใจในการทำงานของเจ้าของโรงพักม้าคนนี้ไม่เบา ไม่นานหลังจากเข้ามาภายใน เสียงดนตรีก็ดังขึ้น ล้วนเป็นนักดนตรีขึ้นชื่ออันดับต้น ๆ ของเมืองแมกไม้ คนเหล่านี้ถูกจ้างจับจ่ายมาล้วนไม่เป็นที่น่าสงสัย เพราะเขาเดินทางไปมาตลอดเวลาในทุกวันอยู่แล้ว

สิงมองอาหารที่เต็มโต๊ะไปหมด นั่งลงลิ้มลองพยักหน้าชื่นชม หญิงสาวในชุดนุ่งน้อยห่มน้อย ความเป็นจริงต้องบอกว่าหญิงสาวในชุดผ้าบางผืนเดียวเดินเข้ามา เธอใช้ผ้าผืนเดียวปกปิดร่างกายเหมือนดั่งหญิงสาวสวมผ้าขนหนูในยุคหลัง ทั้งปกปิดทั้งเปิดเผย ชักชวนยั่วยวนใจไม่เบา

“ข้าน้อยมีนามว่าปรางน้อย เคารพนายท่าน” นางย่อกายลงโชว์เนินอกเล็กน้อยพอให้ลุ่มหลง ส่งเสียงหวานหยาดเยิ้มยั่วใจ สิงพยักหน้าอย่างพึงใจ แต่ไม่กล่าวต่อ หญิงสาวรู้งานไม่เบา รีบเดินทางเข้ามารินสุราตักอาหารวางบนจานอย่างระวังวาดมือเชื่องช้ายั่วยวนใจ เปิดช่องเล็กน้อยพอให้ชายหนุ่มได้ลักลอบสอดส่งผ่านเนื้อผ้าไป เปิดเผยไม่สู้ลักลอบ ล้วนเป็นมารยาที่ใช้การได้ตลอดเวลา เปิดเล็กเปิดน้อยให้ได้รู้สึกว่าตนเองได้เปรียบ ยิ่งเสริมสร้างความตื่นเต้นเร้าใจ

“ไม่ทราบว่านายท่านต้องการรับฟังเพลงกลอนหรือไม่เจ้าคะ” ผู้ขายการชำเราแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มหลายประเภท แต่คนชอบเรียกกันเป็นชนชั้น แบ่งออกเป็นล่าง กลาง และสูง ระดับล่างไม่ต้องพูดถึง มีหน้าที่รองรับกามอารมณ์เพียงอย่างเดียว ล้วนเป็นทาสที่ถูกขายออกมา ใช้งานเสร็จใช้งานซ้ำรับแขกไม่เลือกหน้า รับแขกได้เท่าไหร่ต่อวันก็รับไปเท่านั้น จนกว่าจะตกตายไปหรือของไม่อาจใช้การได้ ก็ถูกกำจัดออกไปทำงานส่วนอื่น ระดับกลางยังดีหน่อย ถูกเรียกเข้าไปรับใช้ในหอห้องไม่เป็นที่อุจาดตามากนัก เน้นการบริการเป็นส่วนตัว แต่ในระดับสูงนั้นต่างออกไป ระดับสูงล้วนเป็นหญิงสาวชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความสามารถ แขกส่วนใหญ่ไม่ได้จับจ่ายมาเพียงให้หญิงสาวชายหนุ่มเหล่านี้รองรับกามอารมณ์เพียงอย่างเดียว พวกเขายังจ่ายเงินเข้ามาเพื่อเสพรับความสามารถของหญิงสาวชายหนุ่มเหล่านั้นด้วย

ชายหนุ่มบางคนยังสามารถคิดอ่านวางแผน ปรึกษาปัญหาต่าง ๆ แข่งขันกันแต่งกลอน รำดาบ ฝึกกระบี่ แข่งกันทำสิ่งต่าง ๆ ไม่ต่างจากบุคคลชั้นสูงทั่วไป บ้างบางคนรสนิยมแปลกหน่อยก็จัดเลี้ยงเรียกชายหนุ่มหญิงสาวชั้นสูงมาสมสู่กัน ล้วนถือเป็นการแสดงหนึ่งบนโต๊ะอาหาร แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังบริการกามไปด้วยเช่นกัน เช่นกันกับหญิงสาว พวกนางยังคงร้องเล่นเต้นรำ แต่งกลอนร้องกลอนต่าง ๆ สร้างบรรยากาศให้ภายในห้องได้เป็นอย่างดี

สิงพยักหน้ารับขอชมเพลงกลอนของเธอสักหน่อย ถึงแม้ยุคนี้ไม่อาจเท่ายุคที่สิงจากมา ก็ยังนับว่าเป็นสิ่งบันเทิงอย่างหนึ่งที่หาได้ยากในยุคนี้ เมื่อเสียงกลอนขับขาน สิงก็ยกถ้วนสุราขึ้นจิบดื่มฟังอย่างสบายหู ผ่อนคลายเป็นครั้งแรกตั้งแต่ได้เดินทางมายังเมืองแมกไม้ เมื่อนางขับร้องเสร็จบรรเลงตกรางวัลเล็กน้อยแล้วกล่าวสอบถาม

“ข้าพึ่งเคยมาที่นี่ ไม่ทราบว่าแม่น้องน้อยท่านนี้...” ยังกล่าวไม่ทันจบเสียงจากภายนอกก็ดังขึ้นเสียก่อน เสียงถาดอาหารตกหล่นลงพื้นกระจัดกระจาย ก่อนเสียงก่นด่าของหญิงสาวจะดังขึ้น สิงหลับตาลงถอนหายใจ คนกำลังผ่อนคลายจะมาวุ่นวายอันใดกัน

“ใครอยู่ข้างนอก” สิงกล่าวออกไป ชายหนุ่มสารถีที่เป็นคนขับรถม้ามาส่งสิงเปิดประตูเข้ามาคุกเข่าลงโขกศีรษะ วันนี้นอกจากเป็นสารถีแล้ว เขายังรับหน้าที่เป็นผู้คุ้มกันของสิงด้วย

“เกิดอะไรขึ้น”

“นางรับใช้สะดุดล้มทำถาดอาหารตกหล่นขอรับ”

“แล้วไอ้เสียงโวยวายนั่นล่ะ”

“แม่เล้าของที่นี่กำลังสั่งสอนนางขอรับ” สิงมองออกไปยังสุดปลายทางกำลังพบหญิงสาวนางหนึ่งวางแขนไว้ข้างลำตัวผงกหัวปลก ๆ รับคำ แม่เล้าที่แต่งตัวจัดจ้านชี้หน้าก่นด่าเสียงแหลมไม่หยุด

“เจ้าเดินไปตบปากนาง แล้วมอบเงินนี่ให้ไปรักษาเสีย” สิงโยนเงินส่งไปให้ สารถีรับคำ แต่ขณะกำลังจะเดินออกไป ปรางกลับคุกเข่าลงโขกศีรษะขอร้อง “นายท่าน แม่ข้าน้อยยังคงเจ็บป่วยอยู่ ความเป็นจริงแล้วนางควรที่จะนอนพักผ่อน แต่ข้าน้อยออกมารับงาน นางเป็นห่วงจึงอาสามาช่วยเหลือดูแลอีกช่องทางหนึ่งเพื่อไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ขอนายท่านเมตตาปล่อยแม่ข้าน้อยไปด้วยเจ้าค่ะ”

สิงมองหญิงสาวอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะกล่าวถาม “แม่เจ้าป่วยอันใดกัน ข้ายังเห็นยืนด่าผู้คนเสียงดังอยู่เลย”

“เอ๋” ปรางเงยหน้าขึ้นมองสิงก่อนจะมองออกไปแล้วรีบกล่าวต่อ “แม่ข้าน้อยคือคนที่ทำถาดอาหารตกหล่นผู้นั้นเจ้าค่ะนายท่าน”

“งั้นเจ้าจะมาขอร้องทำไม ข้าสั่งให้คนของข้าไปตบปากแม่เล้านั่น พูดมาก น่ารำคาญ ทำลายบรรยากาศเสียจริง” สิงหันไปมองสารถีพยักหน้าให้ยืนยันคำสั่ง เขารีบรับคำแล้วเดินออกไป เสียงฉาดดังขึ้น ก่อนเสียงร้องโหยหวนจะตามมา บรรยากาศค่อยกลับมาสงบดังเดิม ดนตรีที่กำลังบรรเลงเงียบไป แต่เมื่อสิงกวาดตาไปมองพวกเขาก็รีบเล่นต่อ

สิงหันมาจ้องมองปรางน้อยที่อยู่ในห้อง สำรวจมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง ตัวเธอเองเมื่อรู้ว่าเป้าหมายของนายท่านเบื้องหน้าไม่ใช่แม่ของเธอย่อมรู้สึกสบายใจและขอบคุณ ยิ่งมายิ่งขอบร้องได้งดงามมากกว่าเดิม สิงก็ยิ่งมองสำรวจเธออย่างพึงพอใจ ก่อนจะเอ่ยสอบปากถาม “นั่นมารดาเจ้าหรือ?”

“เจ้าค่ะนายท่าน”

“มารดาเจ้าก็เป็นคณิกาเช่นกันหรือ”

ใบหน้าของหญิงสาวเศร้าหมองลงแต่ยังคงเอ่ยปาก “นางเคยเป็นคณิกาหลวงเจ้าค่ะ หลังจากสามารถหาเงินไถ่ตัวเองได้ กลับพบว่าตนเองตั้งครรภ์ ไม่ทราบว่าควรทำอย่างไร หลังจากคลอดข้าออกมา นางจึงมาขายตัวที่โรงชำเราแห่งนี้ นำเงินเหล่านั้นมาเลี้ยงดูข้าจนเติบใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้น พวกเราก็นับว่าติดหนี้โรงชำเราแห่งนี้ไว้มากนัก ข้าจึงตัดสินใจขายตัวเองให้กับที่นี่” แม้เรื่องราวจะเศร้าหมอง แต่หญิงสาวคนหนึ่งขายตัวเองเข้าโรงชำเรา ทำตัวดีหน่อย มีความสามารถหน่อย ย่อมดีกว่าอดตายอยู่ข้างถนน ยังไม่นับบุตรที่เกิดจากคณิกาหลวงที่ถูกสั่งสอนมารยาทความสามารถของชนชั้นสูงมา ย่อมถูกดูแลประดังเทพการเงินของโรงชำเราชาย

“โอ้” สิงพยักหน้ายกสุราขึ้นจิบ “แม่เจ้ายังรับงานอยู่หรือไม่”

“เอ๋...”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

202 ความคิดเห็น

  1. #127 cussendo (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 21 มกราคม 2564 / 21:39
    ไอ่ตัว เจส แม่
    #127
    0
  2. #119 napat2555666 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 18:35
    นิสัยเก่ากำเริบ
    #119
    0
  3. #118 book1122 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 16:32
    5555ตลกดี หยั่งชอบ 555
    #118
    0
  4. #117 storydey54011 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 10:47
    ขิงเเก่ยิ่งเเก่ยิ่งเผ็ด555
    #117
    0