ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 63 : เมืองแมกไม้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 548
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    18 ม.ค. 64

ทหารม้ายี่สิบนายวิ่งอยู่กลางท้องทุ่ง มุ่งตรงเดินทางด้วยความไม่เร่งรีบ แต่กลิ่นอายการฆ่าฟันกลับเต็มไปหมดจึงผู้คนที่พบเห็นต่างรีบหนีไปอีกเส้นทาง ทั้งหมดล้วนเป็นทหารที่ผ่านความเป็นความตายมากหลายครั้ง เป็นทหารติดตามของพยัคฆ์ทักษิณ หลังจากที่แมวขี้เกียจได้รับราชโองการ เขาออกเดินทางโดยทันที นำกองกำลังส่วนตัวมุ่งตรงสู่เมืองแมกไม้

“เจ้าเหนื่อยหรือไม่” เขาหันไปมองนายทหารหน้าขาวใบหน้าตาจิ้มลิ้มที่ควบม้าอยู่เคียงข้าง

“ไม่เจ้าค่ะท่านแม่ทัพ” นางกลับเป็นหญิงสาวนางหนึ่ง เธอส่งยิ้มให้กับเขาแล้วพูดต่อ “ทำไมเราต้องรีบเดินทางด้วยเจ้าคะ ข้าเห็นว่าอีกสักอาทิตย์ให้กองกำลังส่วนใหญ่เตรียมพร้อมแล้วออกเดินทางโดยพร้อมเพรียงกันน่าจะปลอดภัยกว่า”

“เจ้าไม่รู้อะไร หากกษัตริย์เมืองขุนเขาท่านมีราชโองการให้ข้าไปประจำการที่เมืองอื่น ข้าอาจเดินทางล่าช้าไปสักเดือนสองเดือนได้ แต่หากให้ไปประจำการที่เมืองแมกไม้ล่ะก็ ตัวข้าไม่อาจชักช้าได้”

“ทำไมล่ะท่านแม่ทัพ”

“เจ้าไม่ต้องรู้หรอก” เมื่อเห็นว่าใบหน้าของหญิงสาวเขียวคล้ำลงเขาจึงรีบกล่าวเปลี่ยนหัวข้อ “ที่นั่นเป็นเมืองที่สวยงาม เป็นเมืองการค้า ถือเสียว่าไปพักผ่อนก็แล้วกัน ที่นั่นไม่ต้องรบทัพจับศึก ได้พักจากการจับหอกดาบบ้างก็ดี อย่างมากเราคงอยู่ที่นั่นแค่ปีเดียว เดี๋ยวก็ได้กลับชายแดนแล้ว”

“อืม...” ถึงแม้ชายแดนไม่สวยงามแต่เต็มไปด้วยอิสระมากกว่า ส่วนนี้แม่ทัพเช่นเขาไม่ได้บอกออกไป ซาลีอาเป็นหญิงไม่อาจปลอมตัวอยู่เคียงข้างเขาในพื้นที่ได้ง่าย ๆ แม่ทัพใหญ่ยังคงปวดหัวเช่นกัน นี่ไม่ใช่พื้นที่ของเขา

 .

ส่วนสิงเดินทางถึงเมืองแมกไม้แล้ว คราแรกที่วางแผนไว้ เมื่อผ่านแม่น้ำใหญ่เส้นชายแดนไปจะเข้าหมู่บ้านขนดำ แวะพักให้หายเหนื่อย แต่หลังจากการปะทะ ยังคงต้องเร่งเดินทางไปยังเมืองแมกไม้ เขาเดินทางด้วยม้าที่ซื้อมาจากหมู่บ้านระหว่างทาง ถึงแม้ไม่ใช่ม้าศึกหรือม้าดี แต่อย่างน้อยยังคงดีกว่าเดินทางด้วยเท้า แวะอ้อมขอบแม่น้ำขุนเขา เปลี่ยนตัวเองปลอมเป็นพ่อค้า ซื้อวัวเทียมเกวียนขนหญ้าเสบียงจากหมู่บ้านแถวนั้นมุ่งหน้าต่อยังเมืองแมกไม้

เมืองแมกไม้เป็นเมืองท่าทางตะวันตกของเมืองขุนเขา นับเป็นหน้าด่านทางด้านตะวันตกไปด้วย ที่นี่เป็นเมืองที่ร่ำรวยที่สุดของอาณาขุนเขา พวกเขาเป็นเมืองการค้า ขับเคลื่อนการค้านำเข้าส่งออกมากมาย ภาษีที่ได้รับแลส่งให้เมืองขุนเขามากมายในแต่ละปีจึงจัดเป็นเมืองสำคัญ

ถึงแม้จะเรียกอาณาขุนเขา แต่กลับมีเมืองใหญ่ภายใต้อาณาเพียง สามเมือง คือ เมืองหลวงขุนเขา เมืองการค้าแมกไม้ และเมืองชายแดนเป็นหน้าด่านทางใต้แลตะวันออก ดูแลตามแม่น้ำป้องกันชายแดน ภายในอาณากลับเต็มไปด้วยหมู่บ้านมากมาย

สิงปลอมตัวเป็นหนึ่งในหมู่บ้านเหล่านี้ อ้างว่าทำการค้าเกี่ยวกับหญ้าเสบียงทางการทหาร หญ้าเสบียงทหารทุกคนสามารถค้าขายได้ เพียงแต่ขายให้เพียงทางการเท่านั้น คนทั่วไปไม่อาจหาซื้อได้ เพราะฉะนั้นทำให้ใช้เป็นข้ออ้างในการลักลอบเข้าเมือง แจ้งชื่อที่มาอย่างละเอียดนิดหน่อย ส่งมอบเงินค่าผ่านทางมากหน่อย ก็สามารถเข้าเมืองการค้าได้ เมืองการค้าหลายเมืองล้วนเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยการประนีประนอม และเงิน คือการประนีประนอม มีเงินมากก็ประนีประนอมมาก มีเงินน้อยก็ประนีประนอมน้อย

เขาเดินทางไปกรมเมืองขายหญ้าเสบียง สอบถามสืบข่าวเล็กน้อย ฝากของเข้าไปในอาคารบ้านเจ้าเมือง เป็นสินน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ทางทหารย่อมรับเอาไว้เป็นธรรมดา ทุกคนที่ผ่านไปมาล้วนส่งมอบของขึ้นไปให้เจ้าเมือง และไม่กล้าหยิบจับเอาไว้เป็นของตนเอง ตกเย็นวันนั้น ‘ของ’ ก็เข้าสู่บ้านของเจ้าเมืองเป็นอันสิ้นสุด

เมื่อมั่นใจแล้วว่าไม่มีผู้ใดติดตามมา สิงเลือกจุดพักม้าระดับกลาง เดินเข้าไปภายใน “ข้าต้องการห้องพักทั้งใหญ่และเล็ก ไม่ขอสบายมากแต่สบายมากสักหน่อย ราคาประมาณสิบกว่ายี่เหรียญเงินต่อคืน ไม่ทราบว่าท่านเจ้าของมีหรือไม่ขอรับ” สิงกล่าวอย่างนอบน้อม ดวงตาของเจ้าของจุดพักม้าเบิกกว้างแล้วลดลงอย่างรวดเร็ว เขาหัวเราะเฮฮา กล่าวคำไม่กี่คำ กำชับลูกน้องให้พาสิงออกเดินทางไป ภายในจุดพักม้าริมเมือง มีห้องพักลับห้องหนึ่ง เขาเข้าไปพัก เมื่อปิดประตูลงลูกน้องคนนั้นของเจ้าของจุดพักม้ารีบคุกเข่าลงโขกศีรษะ

“ไม่ทราบว่าองค์ชายใหญ่มาจึงไม่ได้ต้อนรับ ขออภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่เป็นไร ข้าเดินทางมาเป็นการลับ รบกวนพวกเจ้าปิดข่าวทั้งหมดของข้าด้วย...ไม่ต้องทำถึงขนาดเคลื่อนกำลังทั้งหมดคุ้มครองข้า ขอแค่ปิดข่าวการเดินทางมาของข้าก็พอ” สิงเงียบไปก่อนจะกล่าวต่อ “ข้ามาเที่ยวน่ะ อีกสักเดือนคงจากไปอย่างเงียบ ๆ แล้ว ไม่รบกวนพวกเจ้ามาก” เมื่อท่าเช่นเมืองแมกไม้ขึ้นชื่อเรื่องโรงชำเราชายเป็นอันดับหนึ่งในละแวกนี้ หากบอกว่ามาเที่ยวทุกคนล้วนรู้กันว่าเหตุใดถึงมาเป็นการลับ แต่พวกเขาก็แปลกใจอยู่ดี องค์ชายใหญ่หายบาดเจ็บแล้วเดินทางเป็นการลับเพื่อมาเที่ยวในทันที นี่มันช่าง...

“จะเรียกว่ารบกวนได้อย่างไรขอรับ ทั้กหมดทั้งมวลล้วนเป็นหน้าที่” ภายในจุดพักม้าแห่งนี้และร้านค้าอีกสองสามแห่งเป็นร้านค้าลับของหมู่บ้านขนดำ สิงไม่ก่อร่างสร้างการค้าให้มันใหญ่มากเกินไปเพื่อไม่ให้สะดุดตาพวกกองกำลังต่าง ๆ อีกทั้งขุนนางในเมืองขุนเขาเองก็สร้างร้านค้าลับมากมายยังเมืองการค้าแห่งนี้ ทำให้กรมเมืองแมกไม้คร้านจะยุ่งเกี่ยว กลัวจะเจอตอใหญ่สร้างความยุ่งยากให้กับตัวเองเข้าสักวัน พวกเขาจึงทำการหลับตาข้างลืมตาข้าง ขอเพียงจ่ายภาษีตรงตามเวลาในทุกเดือนก็เพียงพอแล้ว นั่นทำให้เมืองแมกไม้ยิ่งมั่นคงในทางการเมืองมากเสียยิ่งกว่าเดิม ด้วยการสนับสนุนของขุนนางเมืองขุนเขาที่มาเปิดการค้ายังที่นี่

“ขอบใจ พวกเจ้าออกไปเถอะ”

“พ่ะย่ะค่ะ” ชายหนุ่มลุกขึ้นปัดฝุ่นผงออกเบา ๆ เปิดประตูออก ตบศีรษะตัวเองยิ้มแห้ง ๆ โยกหัวปลก ๆ เดินออกไป

สิงเปลี่ยนเสื้อผ้าเดินเข้าไปยังด้านหลัง ถึงแม้ที่นี่จะไม่ใหญ่มากแต่กลับมีถึงสามห้อง ทั้งห้องน้ำส่วนตัว ห้องนอน ห้องรับแขก ที่ด้านหลังยังมีลำธารธรรมชาติที่ถูกเบี่ยงเส้นทางน้ำเอาไว้ สร้างเป็นแอ่งสระ ทำให้มีน้ำใสสะอาดบ่อเล็ก ๆ อีกต่างหาก ในยุคนี้คนคิดจะอาบน้ำล้วนเดินทางไปอาบกันที่แม่น้ำ หากมิใช่ลูกเจ้าลูกนางแล้วล่ะก็ ยากที่จะมีคนมาขนน้ำเข้ามาในบ้านเพื่อให้ใช้อาบ จึงจะเห็นได้ว่าบริเวณแม่น้ำเต็มไปด้วยบ้านเจ้านายเต็มไปหมด การมีกลิ่นตัวของผู้คนที่ไม่ได้อาบน้ำนับอาทิตย์นับเดือนจึงเป็นเรื่องปรกติ ยิ่งเมืองใหญ่มากแค่ไหนกลิ่นอันไม่พึ่งประสงค์ยิ่งมากตาม แต่เมืองแมกไม้ดีหน่อย ด้วยเป็นเมืองท่า ทำให้ทุกคนสามารถเข้าใกล้แม่น้ำได้ง่าย ๆ ด้วยเหตุนี้จึงนิยมเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจนัก

สิงไม่รอช้าแก้เสื้อผ้าลงไปแช่ในน้ำทันที น้ำที่เย็นสบายทำให้ผ่อนคลายไปได้ไม่เบา ตอนนี้พลังวิญญาณของเขาฟื้นคืนมาหนึ่งส่วนแล้ว หลายวันมานี้ดูดซับพลังจากหม้อดินเผาได้เพียงเล็กน้อย ยังดีที่ยักษ์วิญญาณยังคงหลงเหลือพลังอยู่ คืนนี้เขาคงดูดซับพวกมันจนหมด พลังวิญญาณคงกลับมาได้สามในสิบส่วน แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว หลังจากนี้คงต้องหาสถานที่ใหม่ในการรวบรวมวิญญาณ เมื่อได้ผ่อนคลายน้ำตาถึงได้ไหลออกมา เขายกยิ้มเยาะเย้ยที่ไม่รู้เป็นการเยาะเย้ยตนเองหรือผู้ได้ กวักน้ำใสไหลเย็นล้างใบหน้าแย้มยิ้มมองขึ้นไปบนท้องฟ้า วางแผนการฟื้นคืนพลังวิญญาณอีกครั้ง

ยุคนี้เมื่อมีโรคระบาด ผู้คนจะจากพื้นที่หมู่บ้านไป ปล่อยให้ผู้ติดเชื้อตกตาย ผู้คนส่วนใหญ่ไม่กล้าเข้าอาณาเขตหมู่บ้านที่ติดเชื้อ จึงทำให้มีหมู่บ้านเก่าใหม่มากมายเกิดขึ้นดั่งดอกเห็ด และนั่นเองที่ทำให้สิงสามารถเก็บรวบรวมพวกพลังวิญญาณได้ง่ายขึ้น แต่คงต้องเอาไว้ก่อน เขาต้องจัดการเรื่องเฉพาะหน้าให้เสร็จ ‘ของ’ ถูกส่งเข้าไปแล้ว คงต้องใช้เวลาและพิธีกรรมอีกหน่อย ไม่ทราบว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่แต่จากความคิดและการคำนวณแล้ว อย่างน้อย ๆ ยังคงต้องใช้เวลาอีกสักอาทิตย์เป็นอย่างน้อย

.

เจ้าเมืองแมกไม้ 'ยาตรา' ไม่ออกมาทำงานเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้ว เขาเอาแต่นั่งจ้องมองน้ำในอ่างกลางห้องโถม ภายในน้ำเต็มไปด้วยหินกลมมากมาย เมื่อหินลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ ก็ได้แต่หยิบออกมาพร้อมทั้งถอนหายใจ แต่ตอนนี้กลับมีหินก้อนหนึ่งที่ลอยขึ้นมาแต่ชายชราไม่กล้าหยิบขึ้น มันไม่ได้ลอยจนเหนือน้ำแต่อีกเพียงเล็กน้อยก็ใกล้ที่จะพ้นน้ำแล้ว เขาจ้องมองเฝ้าระวังมันอยู่ตลอดเวลา

“ท่านเจ้าเมืองขอรับ”

“ว่ามา” นายทหารวิ่งเข้ามาด้วยความเร่งรีบ เสียงกระทบกันของเกราะปลุกตื่นผู้คน เขาคุกเข่าลงรายงาน “แม่ทัพพยัคฆ์ทักษิณเข้ามาที่เมืองแล้วเมื่อเช้าขอรับ”

“เช่นนั้นหรือ เป็นอย่างไร จัดเตรียมบ้านพักเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่” ยาตราได้รับข่าวทันทีหลังจากราชโองการถูกตีออกจากเมืองขุนเขา เขาสั่งให้คนจัดการดูแลบ้านพักหลังใหญ่ใจกลางเมืองเพื่อให้แมวขี้เกียจตัวนั้นได้เข้าพัก

“จัดเตรียมเรียบร้อยแล้วขอรับ...จะให้ข้าเชิญตัวเขามาไหมขอรับท่านเจ้าเมือง”

“ไม่ต้องหรอก อย่าไปรบกวนแม่ทัพเขาเลย ปล่อยให้เขาได้พักผ่อนให้มากหน่อย ช่วงเวลาที่ชายแดนเต็มไปด้วยความยากลำบาก ให้เขาได้พักบ้างก็ดี” พูดแล้วก็ถอนหายใจออกมา หันไปมองม้วนไม้ไผ่ที่วางเอาไว้บนโต๊ะ “หาองค์ชายเจอหรือไม่”

“ไม่พบเลยขอรับ ทั้งคนของเราทั้งที่ลับที่แจ้ง ล้วนไม่อาจ...”

“ออกไปเถอะ” ยังกล่าวไม่ทันจบยาตราก็ไล่ทหารผู้นั้นออกไป เขาเดินไปที่เก้าอี้เปิดม้วนไม้ไผ่ขึ้นอีกครั้ง จ้องมองรายละเอียดที่เขียนด้วยรอยยิ้ม ก่อนประทับชื่อลงไป ‘ขอลาออกจากตำแหน่งเพื่อกลับบ้านเกิด’

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

204 ความคิดเห็น

  1. #115 book1122 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 11:18
    ต่อเลยคับ
    #115
    1
    • #115-1 DayDreamWriter(จากตอนที่ 63)
      18 มกราคม 2564 / 11:27
      ใจเย็นนะครับ 555
      #115-1