ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 61 : ราชันมังกรสี่ปีก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 592
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    15 ม.ค. 64

“ไม่อาจบอกได้” แมวผีมองตรงไปยังเส้นขอบฟ้าตอบคำ เขาเหม่อมองคิดถึงความหลังก่อนจะยิ้มเยาะ “ข้าไม่ได้รู้สึกผิดแต่อย่างใด” สิงชะงักไปเล็กน้อย หากไม่รู้สึกผิด ล้วนเป็นภารกิจทางการ แมวผีแม้ไม่บอกโดยตรงแต่ล้วนเป็นการบอกใบ้รูปแบบหนึ่ง หากทางการมีคำสั่ง ต่อให้ข้าหญิงท้องเด็กแรกเกิด แมวผีล้วนกระทำอย่างยินดี ใบหน้าของสิงดำคล้ำลงครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนกล่าวออกไป

“เช่นนั้นหรือ” เขารีบควบขับม้าขึ้นไปยิ้มอย่างตื่นเต้น “เจ้าพูดจริง?”

“เรื่องอันใด”

“เรื่องที่เจ้าไม่รู้สึกผิดที่ได้ฆ่าข้า” หากเป็นเรื่องจริงคงหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ 

“ย่อมแน่นอน ข้าทำตามภารกิจจะให้มารู้สึกผิดอันใด แต่เดิมข้าถูกฝึกเอาไว้เพื่อการนี้อยู่แล้ว ข้าสามารถยอมรับมันได้ตั้งแต่แรก เจ้าเองก็ยอมรับการจัดการจากข้าได้มิใช่หรือ”

สิงทำหน้าผิดหวังเล็กน้อยถอนหายใจออกมา “ข้าทายผิดอีกแล้ว” นึกย้อนกลับไปตอนอดีต ทั้งสองเคยเดินเที่ยวเล่นด้วยกันที่เขตเริงรมย์ ไม่ยี่หระยกสุราขึ้นกล่าวกับแมวผีกับแมวขี้เกียจตัวนั้นว่า หากเขาต้องตายในชีวิตนี้อยากตายด้วยสองสถานการณ์ด้วยกัน หนึ่งคือตายบนสนามรบ ทำให้แมวขี้เกียจไม่อยากเจอสิงบนสนามรบ สองคือถูกมือสังหารระดับสูงสังหาร ทั้งสองเหตุการณ์ล้วนเป็นที่น่าจดจำในประวัติศาสตร์ ‘ล้วนเป็นเด็กที่อ่านนิทานมากจนเกินไป’ สิงได้แต่นึกย้อนไปแล้วขำ เด็กน้อยที่มีความฝัน แต่กลับเป็นความฝันที่เต็มไปด้วยความตายและการนองเลือด เป็นอย่างแมวผีว่าจริง ๆ สุดท้ายแล้วแมวผีคือมือสังหารระดับสูง หากเขาไม่ได้ฟื้นขึ้นมาในร่างนี้ นับว่าองค์ชายได้ตายในสนามรบโดยการลอบสังหารจริง ๆ 'เจ้าย่อมทำตามฝันได้สำเร็จ องค์ชายใหญ่' สิงคิด

ว่าแล้วก็ยืดเส้นยืดสายบิดคอไปมา “อย่างไรต่อ”

แมวผีกลับยื่นสิ่งของในห่อผ้ามาให้เขาแทน “ไม่เอาอย่างไร นี่เป็นของที่อาจารย์มอบให้กับข้า ท่านบอกว่าหากฆ่าเจ้าไม่ได้ให้ใช้มัน”

“มันคือ”

“ตราเรียกอสูร” แมวผียิ้มขึ้นมาหันหน้าไปจ้องมองสิง ก่อนที่อยู่ ๆ ทั้งสองจะหัวเราะขึ้น สิงหัวเราะไปตบบ่าแมวผีไป “อาจารย์ท่านนั้นคิดอะไรอยู่ ถึงกับวางแผนสังหารองค์ชายเช่นข้า มันคิดว่าตัวเองเป็นตัวอะไร”

“ตัวอะไรอย่างไรก็เป็นอาจารย์ข้าและอาจารย์เจ้า เจ้าควรให้เกียรติบ้างสักเก้าส่วน”

“อย่าพูดให้ตลกน่า ตัวข้ามีอาจารย์นับร้อยพัน เจ้าคิดว่าข้าจะสนใจเขาจริงหรือ ถุย! เมื่อมันคิดสังหารข้ายังให้เกียรติมารดามันอันใดอีก” สิงสบถออกมาอีกมากมายก่อนจะกล่าวเป็นถ้อยเป็นคำขึ้นอีกครั้ง “อาจารย์ของข้าแต่ละคนเจ้าคิดว่าเป็นตัวดีหรืออย่างไร ชีวิตข้าเดินบนเส้นทางแห่งสายเลือดกษัตริย์ ทั้งหมดล้วนเข้ามาหาเพียงเพราะผลประโยชน์ หาได้มองข้าเป็นศิษย์คนหนึ่งจริงเสียที่ไหน เมื่อรับรู้ถึงเรื่องนี้จากอาจารย์ห้าคนแรกของข้า ข้าก็เดินทางทั่วอาณาขุนเขา กราบอาจารย์เป็นว่าเล่น เราสองต่างอาศัยผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ข้าให้ความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานแก่พวกเขา พวกเขามอบความรู้แลขุนกำลังให้กับข้า พวกเจ้าอาจไม่ทราบ ในอดีตเจ้ากรมการปกครองคนเก่าเป็นเพียงรองเจ้ากรมไร้อนาคตไร้ที่พึ่ง ไม่อาจมีสิทธิ์มีเสียงใด เขาถึงขั้นคุกเข่าขอร้องให้ข้ากราบเขาเป็นอาจารย์ ย่อมแน่นอน ข้ากราบเขาเป็นอาจารย์ ไม่กี่ปีหลังจากนั้นเขาก็ขึ้นเป็นเจ้ากรม เจ้าคิดว่ายังไง...ตัวข้าเต็มไปด้วยผู้ที่จ้องจะหาแต่ผลประโยชน์ ยังจะสนความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์ไปไย คำว่าศิษย์อาจารย์สำหรับข้าก็เพียงแค่ผลประโยชน์ก้อนหนึ่ง หลังจากนั้นมาข้าอยากเรียนรู้อะไร อยากได้ใครเป็นพวก ข้าก็ไปกราบคนนั้นคนนี้เป็นอาจารย์ เรียนวิชาจากพวกเขาเล็กน้อยใช้ทรัพยากรของพวกเขามากหน่อย ส่วนพวกเขาที่หวงวิชานักหนากับคนทั่วไปกลับตอบรับโดยทันที เจ้าก็น่าจะเห็นอยู่...คงมีท่านเดียวที่ข้าต้องคุกเข่าถึงสามวันเขาถึงจะสั่งสอนให้ เฮ้อ... ทุกคนในวังหากเป็นใหญ่เป็นโตล้วนต้องมีสายสัมพันธ์กับคนในวัง ช่องทางสำหรับขุนนางตระกูลเล็ก ๆ แต่มีความสามารถคงมีแต่หยิบยื่นความเป็นอาจารย์ให้กับข้าเท่านั้นกระมัง”

แมวผีถอนหายใจออกมาอย่างเห็นใจ นี่เป็นอีกเหตุผลที่สิงตัดสินใจสร้างหมู่บ้านขนดำ กราบอาจารย์ของเขาเป็นอาจารย์ อาจารย์ของพวกเขาท่านนี้เชี่ยวชาญการฝึกทหารเป็นพิเศษ สิงต้องการสร้างผู้คนที่เขาสามารถไว้วางใจได้ ชีวิตองค์ชายที่เต็มไปด้วยเงินทอง ผู้คนเคารพนอบน้อม แต่กลับไร้ซึ่งผู้ที่สามารถไว้วางใจได้อย่างแท้จริงเช่นนี้... “ครั้งนี้ข้าต้องแจ้งเจ้าก่อนว่าไม่ได้รับภารกิจอย่างเป็นทางการมา เป็นเพียงการพูดปากเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นก็นับเป็นคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา”

“หึ! มันกลัวแล้วซินะ” สิงยิ้มเยาะเย้ยแล้วกล่าวต่อ “เจ้าอธิบายภารกิจครั้งก่อนได้หรือไม่”

“ไม่มีอะไร ภารกิจบอกให้ฆ่าเจ้า หน่วยสืบข่าวสืบเรื่องการซุ่มโจมตีได้ พวกเขาให้ข้าก็หาช่องทางฆ่าเจ้า แค่เท่านั้น”

“นั่นแสดงว่ามีหลายกลุ่มคิดสังหารข้าจริง ทางเจ้านางน้อยเมืองหนานเจ้าน่าจะมีเงินไม่พอจ้างวานขนานนั้น พวกเขาน่าจะจ้างไหวเพียงทหารรับจ้างเลือดหิน อื่น ๆ ล้วนเป็นพวกจับปลาตอนน้ำขุ่นแล้ว มันเป็นใครกัน แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็คร้านจะสนใจแล้ว..” สิงเอียงศีรษะมองดูใบหน้าของแมวผี เมื่อเห็นเขาไม่ตอบ สิงได้แต่ยิ้มอย่างทีเล่นทีจริงแต่กลับเยียบเย็นเป็นพิเศษ “ด้านหน้ามีลานว่างอยู่..”

“ข้าเห็นแล้ว” แมวผีควบขับม้าไปยังข้างทางหักกิ่งไม้ออกมา อย่าเห็นว่าเป็นเพียงกิ่งไม้เล็ก ๆ แต่ในมือแมวผีกลับเป็นอาวุธที่น่ากลัว สิงพยักหน้ากล่าวชื่นชม “เลือกได้ดี กิ่งต้นหนาม มีทั้งหนามแหลมคมและแข็งแรง สามารถบรรจุเวทของเจ้าเข้าไปทำให้มันร้ายกาจมากกว่าเดิม” สิงเองก็หยิบมีดงานช้างขึ้นมาเช่นกัน เขาชักออกจากฝักตรวจสอบดูความคม

“ข้าขอหยิบยืมหน่อย” แมวผีที่เดินทางมาจนถึงบริเวณเคียงข้างยื่นมือออกมา แน่นอนว่าสิงยกไหล่ทั้งสองขึ้นแล้วส่งมอบออกไปอย่างไม่ยี่หระ แมวผีหยิบมีดขึ้นมากล่าวชมเชยว่ามีดดี ทำการใช้มีตัดแต่งกิ่งไม้เล็กน้อยแล้วส่งคืน

“เอาล่ะ” ทั้งสองลงม้า จับม้าไปมัดเอาไว้ ลานกว้างกลับเงียบสงบ สายลมอันเบาบางขับเน้นความเย็นของขุนเขาและพงไพร อีกทั้งความเยือกเย็นตามฤดูกาลจนสิงอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกไป

“เริ่มจะเข้าฤดูหนาวแล้ว ปีนี้กลับออกจากบ้านเมืองนานถึงเพียงนี้” เขาถอนหายใจก่อนที่สายฟ้าแดงจะเดินออกมายืนอยู่ด้านข้าง ยกมือผสานเคารพทั้งสองดั่งทหารผู้น้อยเคารพผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่า “สายฟ้าแดง เจ้าเคยเห็นมาแล้ว เขานับเป็นปีศาจอัญเชิญของข้า มีความสามารถสูงเยี่ยม ระวังให้ดี”

“เข้าใจ เจ้ามีคำใดฝากฝังหรือไม่”

“ดูแลเจ้าน้องเวรนั่นให้ข้าด้วย เจ้าล่ะ”

“เมืองแมกไม้ไม่มีผู้อื่นเกี่ยวข้องอีก เจ้าควรจัดการเฉพาะผู้ที่มีความผิด ไม่อาจล้างเลือดได้”

“ข้ารับปากเจ้า” ทั้งสองถอนหายใจออกมา เป็นแมวผีเดินออกไปก่อน เขาหันหน้ากลับมามองสิงหยิบ ‘ตราเรียกอสูร’ ขึ้นมาวางเอาไว้ “จงเปิด!” สิ้นคำ เสียงร้องเห่าหอนดังขึ้นทั่วบริเวณ สรรพสัตว์เคลื่อนไหวหลบหนี ฝูงน้อยแตกรัง แม้แต่อสูรระดับสูงยังกู่ร้องอย่างหวาดกลัว สายฟ้าแดงเองก็ใช่ย่อย ใบหน้าควายของมันชักกระตุกเล็กน้อยแต่กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด ตราเรียกอสูรจมลงไปในพื้นดินก่อร่างสร้างบ่อเลือดขึ้นมาปะทุทะลุขึ้นฟากฟ้า เลือดทั้งหลายค่อย ๆ ก่อเป็นรูปร่าง สายฟ้าแดงสูดลมหายใจเข้าอย่างเหน็บหนาวจ้องมองไปยังสิงที่ยังคงยืนอยู่นิ่งไม่ขยับอย่างระวัง ร่างมนุษย์ในชุดเกราะกำเนิดขึ้น หัวเป็นมังกร ปีกที่ห่อหุ่มร่างกายสยายออกมาสี่ปีก เปิดดวงตาอันแดงก่ำนับร้อยดวงจดจ้องมองไปรอบ ๆ ร่างของมันสูงเกือบสิบเมตร ร่างกายเช่นนี้ทำเอาใบหน้าของสิงแย้มยิ้มขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น หันไปจ้องมองแมวผีที่กำลังสูดลมหายใจเข้าอย่างหนักหน่วงกล่าวคำ “ถึงกับเป็นราชันมังกรสี่ปีก” แต่เมื่อเห็นท่าทางของแมวผีสิงกลับหัวเราะขึ้นมา “เจ้าแมวผี ไอ้เพื่อนตะไล เจ้ากลับกลัวแล้ว ฮา”

“เจ้าไม่เกรงกลัวหรือไงกัน”

“เหตุใดต้องเกรงกลัว...โองการเชิญสรรพปฐพี!” ฝ่ามือทาบปฐพี ลำแสงสาดส่องขึ้นทั่วหล้า แผ่นเดินไร้ความรู้สึกกลับเคลื่อนไหวก่อตัว ร่างของสิงถูกยกลอยขึ้นเรื่อย ๆ ตามความนูนของผืนดิน ดวงตาของแมวผีเบิกกว้างเกินกว่าจะกว้างได้อีกแล้ว ร่างของโกเลมยักษ์สูงเทียบเท่าราชันมังกรสี่ปีกกู่ร้องตะโกนก้อง ใครไม่อาจรับรู้ เพียงก้าวเข้ามาสิงก็ขีดเขียนอาคมยันต์โองการเสร็จสิ้นแล้ว

“ข้าบอกไปแล้ว เหตุใดข้ายังต้องกลัว ฆ่า!” สิงยืนอยู่บนศีรษะโกเลมยักษ์ ดวงตาแดงฉานไม่รีรอ มันได้รับคำสั่งยกมือกำหมัดพุ่งตรงไปยังราชันมังกรสี่ปีกโดยทันที สายฟ้าแดงเริ่มก่อเภทภัย ท้องฟ้ามืดลงแล้วเช่นกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

202 ความคิดเห็น

  1. #120 midang (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 14:01

    หลากหลายความสัมพันธ์แต่ถึงอย่างนั้นก็ให้เกียรติและซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ //รู้สึกอิ่มเอม
    #120
    0
  2. #113 book1122 (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 15:57
    ต่อเล่ย
    #113
    0
  3. #95 Rosalyn 666 (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 21:20

    รออ่านค่าาาา
    #95
    1
    • #95-1 DayDreamW(จากตอนที่ 61)
      16 มกราคม 2564 / 08:39
      ครับผม!
      #95-1