ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 6 : สายลมเจ็ดดาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,699
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 405 ครั้ง
    24 พ.ย. 63

หลังจากถอดชุดของตัวเองออก สิงปลอมตัวด้วยชุดลำลองของทหาร เมื่อตัดผ่านป่าอันหนาทึบ ชายหนุ่มไม่รอช้า เขาก้าวเดินเข้าไปยังที่ลับตาก่อนที่จะทิ้งตัวลง ตอนนี้เป็นเวลาที่ค่อนข้างยากลำบาก เขาต้องการหาพื้นที่ที่สงบเพื่อกักเก็บพลังวิญญาณจากบรรยากาศโดยรอบแล้วรักษาตัวเองให้ไวที่สุด

อาซูกล่าวไว้ไม่มีผิด สิงต้องได้รับการรักษาอีกครั้งก่อนที่จะเริ่มทำภารกิจใดๆ ก็ตาม เพียงแต่เขาต้องแยกออกมา ความสามารถของเขาเหนือเกินกว่าความเข้าใจของผู้คนในยุคนี้ สิงเลือกที่จะหลีกเลี่ยงถ้ำหรือบริเวณใกล้ริมน้ำในการรักษาตัว ในถ้ำเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายและแมลงมีพิษ รวมไปถึงการพักอยู่ริมน้ำอาจทำให้เขาพบกับพวกสัตว์ที่กำลังเข้ามากินน้ำ ดังนั้นเขาจึงเลือกพื้นที่ที่เงียบสงบใต้ต้นไม้ใหญ่ที่สามารถมองออกไปเห็นได้รอบทิศ

สิงจัดแจงพื้นที่นั่งให้เหมาะสมเบาสบายที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาปูพื้นด้วยหญ้าแห้งใบไม้แห้งบริเวณนั้น ก่อนจะวางผ้าทับลงไปอีกชั้น ก่อนที่จะนั่งลงเขาปักไม้สี่ทิศรอบต้นไม้ใหญ่เอาไว้ ผูกเชือกที่ได้มาตอนอยู่บนรถกับทั้งสี่ด้าน นั่งขัดสมาธิดึงพลังงานชีวิตของต้นไม้ใหญ่ที่สะสมมานับพันพันปีในการสร้างข่ายอาคมป้องกันภัย คนว่าอาคมขึ้นอยู่กับผู้คิดค้นว่าจะเรียกมันว่าอะไร อาจารย์แต่ละคนล้วนมีคาถาของตนเอง ศักดิ์สิทธิ์ขนาดไหนขึ้นอยู่กับพลังวิญญาณของอาจารย์คนนั้นๆ แต่สิงนั้นแตกต่าง เขาศึกษาเกี่ยวกับการหยิบยืมพลังมากกว่าการสะสมพลัง

การสะสมพลังนั้นดี แต่การหยิบยืมพลังคือการใช้พลังของคนอื่นก่อนจนหมดสิ้นแล้วถึงใช้พลังของตนเอง แม้จะฝึกยากแต่นั่นทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในสองสุดยอดไสยเวทแห่งยุค และวันนี้เขาก็ได้หยิบยืมพลังจากต้นไม้โบราณต้นนี้โดยทันที

เมื่อหลับตาลงบรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ เสียงของสายลมที่พัดผ่านกลับเบาลง เสียงเดินของสรรพสัตว์เริ่มหดหาย แม้แต่เสียงของแมลงยังหยุดร้อง ไอความเย็นแผ่ออกจากร่างกายของสิง มือสีดำที่มองไม่เห็นค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปผ่านเงาไม้ เงาต่อเงา พวกมันขับไล่สัตว์ขนาดเล็กให้เตลิดเปิดหนี ผูกโยงตัวเองกับซากพืชซากสัตว์ที่ตกตายรอบบริเวณเพื่อกัดกินและดูดซับ แผลที่เคยฉีกขาดค่อยๆ สมานกันอย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาฉีดเซียวลงอย่างรวดเร็ว ปากเริ่มแห้งแตก ดวงตาภายใต้เปลือกตาขยับเคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่ง

สิงใช้พลังที่ดึงดูดมาทั้งหมดในการรักษาร่างกายเป็นอันดับแรก ตอนนี้เขารับรู้แล้วว่าร่างกายของดำแข็งแรงประดุจเพชร ต่อให้ไม่มีอาคม เขายังสามารถรอดชีวิตได้อย่างสบาย หากไม่ได้เจอกับจอมเวทมีชื่อ ก็ยากที่จะหาคนล้มตัวเขายามร่างกายสมบูรณ์แบบได้อย่างง่ายดาย

เป็นอีกครั้งที่เลือดสีดำค่อยๆ ไหลออกจากบริเวณท้อง กลิ่นของมันเหม็นยิ่งว่าเดิม เขาใช้โอกาสนี้ในการขับของเสียทั้งหมดออกผ่านทางเลือด ไม่ว่าจะเป็นเหล้าทั้งหมดที่เคยทาน พิษจากยาที่ตกค้างในร่างกาย ของเสื่อมของเสียทั้งหมดค่อยๆ ถูกขับออกไปอย่างช้าๆ หากมองจากระยะไกลตอนนี้ตัวตนของเขาคงไม่ต่างจากโพธิสัตว์เลือดใต้ต้นไม้

วันเดือนเคลื่อนคล้อย จากแสงสู่มืด ยิ่งมืดสนิทยิ่งเงียบสงบ แต่ไกลออกไปกลับมีดวงตาของนักล่าจำนวนมากจับจ้องมองดูร่างของเขา พวกมันสูดดมกลิ่นเน่าเหม็นด้วยน้ำลายสอ แต่จิตขลาดเขลามากเกินกว่าจะกล้าเสี่ยงโจมตีแลกชีวิต พลังของสิงมากขึ้นกว่าตอนเช้าเยอะขึ้นมากแล้ว เหล่านักล่าที่คิดจะลองดีมีประสาทสัมผัสสูง พวกมันก้าวเท้าเข้ามาในระยะสามสิบก้าวก็ต้องรีบถอยออกไปเมื่อมือเงาจำนวนมากเริ่มเคลื่อนย้ายเข้าหา

รุ่งเช้าของอีกวันเริ่มต้นขึ้น จากมืดสู่แสง จากแสงสู่มืดสนิท เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้สิงกลายเป็นร่างที่ซีดผอมไร้เรี่ยวแรงโดยสมบูรณ์ เขาไม่ได้รับน้ำและอาหารมาเป็นเวลานานแล้ว หากเป็นตัวเขาในยามอยู่โลกเดิม การได้รับพลังงานวิญญาณอย่างเดียวก็เพียงพอ แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ร่างของดำมีพละกำลังที่มาก นั่นหมายความว่าเขาต้องการพลังงานที่มากขึ้นเช่นกัน

“เฮ้อ” สิงถอนหายใจก่อนที่จะลุกขึ้นโดยที่ยังหลับตาอยู่ เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบากเพื่อต่อกรกับแสง เมื่อขยี้ตาอยู่พักใหญ่เพื่อปรับสมดุลของดวงตาจนเห็นได้เด่นชัด ค่อยสังเกตว่าคราบเลือดที่เขาถ่ายเทออกมาเกาะติดแห้งกรังส่งกลิ่นเหม็นสะอิดสะเอียนชวนคลื่นไส้

เขามองสำรวจแผลที่ตอนนี้ปิดสนิทแล้ว จากการคำนวณของตนเองตอนนี้ผ่านไปนับอาทิตย์ ทางเมืองหลวงคงเริ่มมีการเคลื่อนไหว เขาไม่เชื่อว่าการดึงหน่วยหน้ากากออกมาจะไม่มีผล พวกเขาต้องเริ่มขยับตัวทำอะไรสักอย่างแล้วแน่ๆ ส่วนเรื่องตัวปลอม อีกสองวันพลังวิญญาณที่เขาอัดเอาไว้ในร่างเพื่อทำให้มันกลายเป็นผีดิบน่าจะหมดไปแล้ว

“เอาเถอะ ในเมื่อมาแล้วก็ปรากฏตัวเถอะ” สิงยิ้มออกมาอย่างเหนื่อยล้า ความเงียบสงบยังคงอยู่ แต่สายลมที่เงียบสงบกลับพัดกรรโชกรุนแรงขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“สายลมเจ็ดดาว”

“นับเป็นเกียรติที่องค์ชายใหญ่รู้จักข้าน้อยด้วย”

“น่าแปลกใจที่พวกเขาส่งเจ้ามาสังหารข้า” สายลมเจ็ดดาว มือสังหารมีชื่อจากแดนเหนือกลับเดินทางมาด้วยตนเอง นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สิงไม่ออกจากญาณตั้งแต่แรก เขารับรู้ถึงการมีอยู่ของมันตั้งแต่สองวันก่อน สายลมเจ็ดดาวเฝ้ารอคอยสิงอยู่เงียบๆ ดั่งผู้ล่าที่รอคอยเหยื่อ สิงอยากจะใช้เงาโจมตีเขา แต่น่าเสียดายที่เงาสามารถทำได้เพียงขับไล่สิ่งมีชีวิตและโจมตีกับสิ่งที่ไม่มีชีวิตแล้วเท่านั้น

“ข้าน้อยก็ไม่คาดคิดว่าท่านจะรอดชีวิตมาจากการรุมสังหารได้” เขาหัวเราะยิ้ม สิงก็ยิ้มขึ้นอย่างเหนื่อยใจเช่นกัน

“หากไม่ใช่เพราะโชคดีข้าคงตายไปแล้วจริง แต่ในเมื่อเจ้ามาแล้ว...ข้าคงต้องตายแล้ว” สิงหัวเราะออกมา

“องค์ชายท่านทราบก็ดี ไม่ทราบก็ดี แต่ครั้งนี้ท่านต้องตายแน่นอน”

“งั้นเหรอ เจ้ามาก็ดี ข้าอยากรู้จริงๆ ว่าใครเป็นคนสั่งให้เจ้ามาฆ่าข้ากัน...เถอะน่า ยังไงข้าก็ต้องตายเพราะน้ำมือเจ้าอยู่แล้ว เจ้าช่วยบอกข้าให้ข้าตายตาหลับหน่อยจะเป็นอะไรไป”

สายลมเจ็ดดาวชะงักเล็กน้อย เขามองไปที่สิงพร้อมทั้งสำรวจสิ่งไม่ชอบมาพากล ก่อนที่จะสลัดมือ สายลมก่อตัวขึ้นกะทันหันแล้วกระโชกแรงอีกครั้งกระจายตัวออกไปทำให้ต้นไม้ทั้งหมดเอนเอียงเล็กน้อย ใบไม้หมุนวนเสียดแทงปลิวไปตามสายลมดั่งใบมีด แต่สิ่งที่ทำให้เขาแปลกประหลาดใจก็คือ ต้นไม้โบราณของสิงกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย

สายลมเจ็ดดาวต้องรอถึงสองวัน เขายังไม่กล้าเข้าโจมตี หลังจากทดสอบอยู่หลายครั้งเขามั่นใจว่าสิงถูกปกป้องจากอะไรบางอย่างอยู่ เขาไม่สามารถโจมตีด้วยเวทสายลมได้เลย เขาใช้เวลากว่าสองวันในการพยายามตรวจสอบนักเวทในพื้นที่โดยรอบไกลเท่าเสียงช้างร้องอย่างเดือดดาลก็ไม่พบเจอแม้แต่เงาของผู้คน เขาจึงสันนิษฐานว่าองค์ชายใหญ่ผู้นี้คงมีสิ่งของเวทใดติดตัวมา

“ทำไม เจ้าจะไม่เล่าจริงๆ เหรอ” สิงลูบท้องเบาๆ “ข้าชักหิวแล้วด้วยซิ เจ้ามีอะไรติดย่ามมาด้วยหรือไม่ เรารับประทานอาหารสักพักแล้วค่อยฆ่ากันเป็นอย่างไร? อะไรกัน เจ้าไม่พอใจงั้นเหรอ” เมื่อเห็นท่าทางของสายลมเจ็ดดาวสิงก็ถามอย่างสงสัย เขาขีดเขียนไปในอากาศที่ด้านหลังของตัวเองตลอดเวลาที่พูดคุยหรือยื้อเวลาอยู่ตลอด หากสายลมเจ็ดดาวโจมตีมาจริง เขาสามารถฝ่าทะลุมาได้อย่างไม่ยากลำบาก แต่สายลมเจ็ดดาวกลับผิดพลาด เขาเลือกที่จะพูดคุยและลองเชิงกับไสยเวทประเภทอาคมเช่นสิง

“งั้นเจ้าก็ตายเสียก็แล้วกัน ถึงเวลานั้นเจ้าค่อยบอกข้า โองการเชิญสรรพไม้” อยู่ดีๆ ต้นไม้โบราณที่ด้านหลังของเขาก็ขยับ กิ่งก้านสาขาของมันรวบรัดกลายเป็นหนึ่ง ดั่งแขนของยักษาบนแดนดิน แยกเอียงไปมาสองสามคราก็ฟาดลง ดวงตาของสายลมเจ็ดดาวเต็มไปด้วยความหวาดผวา แต่นักฆ่าเช่นเขาตกใจไม่แตกตื่น เรียกสายลมขึ้นมาต้านปะทะโดยทันที

แต่ผู้ที่แตกตื่นที่สุดคงเป็นสิง เขาใช้โองการเชิญสรรพไม้เพื่ออัญเชิญดวงวิญญาณที่สิงสู่ในต้นไม้โบราณเข้ามาร่วมต่อสู้ แต่ต้นไม้โบราณกลับเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มีชีวิตแล้วเข้าต่อสู้แทน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 405 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

202 ความคิดเห็น

  1. #94 book1122 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 19:27
    ดีๆสนุก
    #94
    0
  2. #38 111555999888Jo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 08:36
    สนุกมากๆๆๆๆๆ
    #38
    0