ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 57 : ยึดครอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 593
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    8 ม.ค. 64

สิงตอบรับข้อเสนอทั้งหมด ตอนนี้คงเหลือเพียงผู้นำไร่และกองกำลังห้าร้อยคนที่อยู่ด้านนอก ทั้งสองจึงได้เปิดอกพูดคุยกัน สิงเป็นคนแรกที่เปิดประเด็นขึ้นมาก่อน

“ท่านเคยคิดบ้างไหมว่าตนเองจะเดินมาจนถึงเส้นทางนี้”

“องค์ชาย ข้าถูกใส่ร้ายจริงพ่ะย่ะค่ะ”

สิงพยักหน้าก่อนจะกล่าวตอบ “ข้าทราบ” บรรยากาศถึงได้เงียบสงบลง เสียงหัวเราะหึหึดังขึ้นในลำคอของผู้นำไร่ เขาคาดคิดเอาไว้ไม่มีผิด องค์ชายท่านทราบแต่แรกแต่ยังคงกระทำ

“ท่านคิดจะฆ่าล้างตระกูลหม่องจริง ๆ”

“ไม่เลยผู้นำไร่ เราเพียงต้องการเขี่ยพวกท่านให้กลายเป็นเพียงคนดูเท่านั้น แต่หากท่านไม่ตาย พวกมันคงไม่ยอมอยู่เฉย ๆ แลมองดูจากด้านข้าง เอาเถอะ เราจะส่งท่านไปด้วยตนเอง หากกองกำลังตระกูลของท่านคิดจะเป็นศัตรูของเรา เราก็จะนำพาพวกมันไปอยู่เป็นเพื่อนท่าน”

“ทางตระกูลหม่องของเรามีความสัมพันธ์กับผู้คนมากมาย...”

“ท่านยังคิดว่าเรื่องไร้สาระเหล่านี้สามารถข่มขู่ข้าได้?” สิงถูมือไปมาจับจ้องมองสายตาอันลนลานของผู้นำไร่แล้วกล่าวต่อ “ท่านเชื่อหรือไม่ หลังจากเราฆ่าท่าน สังหารกองกำลังของท่านทั้งหมด ตระกูลของท่านจะเป็นเหมือนเศษเนื้อที่ถูกสัตว์ร้ายตามธรรมชาติบุกเข้ามาปล้นชิง เราไม่ต้องลงมือซ้ำเติมใด ๆ แม้แต่น้อยด้วยซ้ำไป”

“องค์ชาย...” ผู้นำไร่อ้าปากคิดบอกกล่าวแต่เมื่อเอ่ยออกมากลับปิดมันลงไป หลั่งน้ำตาอยู่ชั่วครู่พร้อมทั้งก้มหน้าลงรอรับชะตากรรม

“เอาเถอะ ได้เวลาแล้ว”

“องค์ชาย ข้ามีข้อเสนอ...” สิงที่ยกดาบขึ้นชะงัก

“ข้าขอเสนอตระกูลหม่องเข้าร่วมกับองค์ชายท่าน ทั้งตระกูล ทั้งการค้า เราล้วนยกให้แก่องค์ชายใหญ่ท่านท่าน”

“อืม...” สิงไม่ได้หยุดลง เขาลากดาบเดินกดดันเข้าไปต่อ

“ยังมี ยังมี สมบัติทั้งหมดของตระกูล เราขอยกให้แก่องค์ชายท่าน บ้านเรามีลูกสาวอยู่อีกสามคน เรายกให้เป็นนางบำเรอท่านทั้งหมด ยังมี หากท่านชื่นชอบบุตรชายเรา เรามีบุตรชายสี่คนสามารถยกให้ท่านได้ทั้งหมด ให้พวกมันเป็นม้าเป็นลาเราล้วนไม่ปริปากตำหนิ ยังมีภรรยา นางบำเรอ อนุเราอีกรวมยี่สิบนาง เราล้วนยกให้ท่านทั้งหมด”

สิงเท้าชะงักจ้องมองดูชายอ้วนเบื้องหน้าอย่างแปลกใจ “เจ้ากลับยกพวกมันให้กับข้าทั้งหมด ยอดเยี่ยมเสียจริง”

“อย่างน้อยให้พวกมันรับใช้ท่านยังดีกว่าตกอยู่ในน้ำมือเจ้าพวกนั้น มันไม่ต่างจากลงนรกทั้งเป็น”

“เจ้าต้องการอันใดเป็นการแลกเปลี่ยนล่ะ”

“ข้าขอให้พระองค์ท่านโปรดเมตตา ปกป้องคุ้มครองตระกูลหม่อง อย่างน้อย ๆ ข้าก็ไม่อยากให้มันถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของข้า ขอพระองค์เมตตาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

“ได้ เราอนุญาตตามนั้น” สิงหยิบยาลูกกลอนขึ้นมาเม็ดหนึ่งสั่งการ “อ้าปาก” ผู้นำไร่ทำตามทันทีไม่ปริปาก ดวงตาของเขาเกิดความหวังขึ้น มันไม่ใช่ความหวังที่จะรอดชีวิต แต่เป็นความหวังที่ผู้คนอันเป็นที่รักของเขาจะรอดชีวิต อย่างน้อย ๆ ไม่ต้องทุกข์ทรมานในโลกที่เต็มไปด้วยคนหน้าเนื้อใจเสือเช่นนี้ เมื่อพวกท่านเคยมีอำนาจแต่กลับไร้ซึ่งอำนาจ ท่านไม่อยากจินตนาการหรอกว่าจะต้องโดนศัตรูกระทำอันใดบ้าง

“ยานี่เรียกว่ายาสั่ง เราอนุญาตให้เจ้ากลับไปอยู่กับครอบครัวได้จนถึงวันพรุ่ง หลังจากพระอาทิตย์ขึ้นเจ้าจะตกตายทันที บอกพวกเขาให้เรียบร้อย แต่ไม่ต้องห่วง หากเจ้าคิดบิดพลิ้วหรือกลับกลอก เราขอสัตย์สาบานเลยว่า เราจักทำให้ครอบครัวของเจ้าทุกผู้ทุกนามยิ่งเสียกว่าตกนรกทั้งเป็นเสียอีก นี่คือสิ่งที่เจ้าคิดจะแลก ไม่ใช่เราเป็นผู้เสนอ จงจำไว้”

“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”

“หน่วยหน้ากาก ส่งท่านผู้นำไร่กลับบ้าน”

“พ่ะย่ะค่ะ”

ทุกอย่างจัดการเสร็จสิ้นอย่างง่ายดาย ผู้คนต่างบอกว่าคนเราห้ามมีเรื่องกับคนสองประเภท หนึ่งคือคนเมา สองคือคนบ้า คนทั้งสองประเภทนี้จะไม่สนผลที่ตามมาใด ๆ จากการกระทำของพวกเขา และแน่นอนว่าตามแบบฉบับของสิง องค์ชายดำคือคนบ้าผู้หนึ่ง เขาไม่เคยสนใจผลที่จะตามมาทำให้ผู้คนมากมายล้วนเกรงกลัว อีกทั้งคนบ้าคนนี้ดันเป็นคนบ้าที่มีความสามารถแลกองกำลังอันแข็งแกร่งเป็นของตนเอง

สิงปิดประตูตึกอาคาร ยึดกลุ่มการค้าแสงอาทิตย์ ทำลายป้ายทิ้ง สั่งให้นักบู๊แลคนรับใช้ทั้งหมดที่ยอมจำนน โยนซากศพของผู้ตายทั้งหมดออกจากประตูบ้าน ทิ้งไว้ยังเบื้องนอก เปิดโอกาสให้ครอบครัวพวกเขามารับตัวไปทำศพ ยุคนี้เป็นเช่นนี้ ตายแล้วก็ไร้ค่า แม้แต่ซากศพยังยากจะมีครอบครัวมารับไปทำพิธี จากศพนับร้อยมีเพียงไม่กี่สิบศพที่มีครอบครัวมารับศพไป ผู้คนเช่นผักปลา ตายแล้วก็คือตาย แต่การนองเลือด ทำลายล้างอำนาจอย่างยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นภายในเวลาเพียงครึ่งค่อนวัน เป็นเพียงหินก้อนหนึ่งที่ไม่น่าจดจำในประวัติศาสตร์ เพียงแต่กลับสร้างผลึกความกลัวแก่ผู้คนในพื้นที่ไปอีกนานแสนนาน

หน่วยหน้ากากบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย เมื่อพวกเขาบุกมาถึงแล้วทำการเข่นฆ่าทันที นักบู๊ประจำตึกไม่อาจเตรียมตัวต้านศึกล้วนตกเป็นเบื้องล่าง อีกทั้งคำป่าวประกาศของสิง เพียงวางอาวุธสามารถมีชีวิตสืบไป นักบู๊ส่วนใหญ่ที่สูญเสียความคิดต่อสู้ฆ่าฟันรีบทิ้งอาวุธก้มตัวลง ยิ่งลดทอนความสามารถแลกำลังใจแกนักบู๊คนอื่น ๆ ขึ้นไปอีกขั้น การบุกยึดกลุ่มการค้าแสงอาทิตย์ครั้งนี้ นับว่าฆ่าไปหนึ่ง ได้เชลยมาสอง

“เจ้าปล่อยมันไป?” แมวผีเดินเข้าห้องมาพบเห็นสิงที่กำลังนั่งดูแบบจำลองแผนที่ในห้องประชุมของกลุ่มการค้าแสงอาทิตย์ สิงพยักหน้ากล่าวตอบคำ “ถูกต้อง ข้าปล่อยพวกมันทั้งหมดไป”

“เจ้าไม่ควรปล่อยให้พวกมันตั้งตัว เจ้าควรสังหารมันเสีย แบบนี้มันทิ้งแบบฉบับเดิม ๆ ของเจ้าไป”

“เป็นไร แมวผีนิยมฆ่าผู้คนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

“เจ้า...” แมวผีถอนหายใจถอดหมวกออกนั่งลง เขาไม่คิดว่าจะมีสภาพเช่นนี้ หากเป็นอดีต ตอนนี้พวกมันทั้งสี่ตระกูลคงถูกล้างบ้านไปแล้ว อย่าได้เห็นว่าหน่วยหน้ากากมีจำนวนน้อย หากพวกเขาคิดล้างบางครอบครัว ครอบครัวหนึ่ง ล้วนมีวิธีการร้อยแปด หาใช่เปิดประตูสังหารเป็นอย่างเดียว

“เจ้าไม่ต้องห่วง คนทั้งสี่ที่ข้าปล่อยไปพวกมันล้วนไม่มีประโยชน์เมื่อตกตาย แต่กลับมีประโยชน์เมื่อยังอยู่ ข้ากำลังจะบอกชาวโลกว่า พวกมันที่บาดหมางกับข้าหากเป็นเพียงผู้ติดร่างแหสามารถมีชีวิตสืบต่อไปได้ เพียงแต่ต้องแลกเปลี่ยนเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่หากเป็นตัวการใหญ่ ยังคงต้องตกตายอย่างแน่นอน”

“แต่เจ้าก็ปล่อยมันไป”

“มันตกตายแต่แรก ข้าเพียงให้มันกลับไปถ่ายโอนทุกสิ่งอย่างมาเพียงเท่านั้น พรุ่งนี้เช้าเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น มันจะตายโดยทันที”

“เจ้ามั่นใจเพียงนั้น”

“ข้าไม่เคยผิดพลาดเรื่องการใช้ยาชนิดนี้มาก่อน” สิงดีดนิ้วเล็กน้อย ปรากฏยาเม็ดสีดำขึ้นมา เขาใช้เวลาเป็นอย่างมากในการค้นหาสมุนไพรในการทำยา โชคดีที่เมืองหนานเจ้าเป็นเมืองการค้าแห่งหนึ่งทำให้การหาพวกมันได้มาง่ายขึ้นแลสุดท้าย เขาสามารถทำมันได้สำเร็จทั้งสิ้นสิบเม็ด ตอนนี้เหลือเพียงเก้าแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นล้วนคุ้มค่า

“เจ้าฟ้าสั่งให้เจ้าเข้าเฝ้าทันทีเมื่อทั้งหมดเสร็จสิ้น”

“เจ้าบอกพระนางว่าเช่นไร” สิงถอนหายใจ ถึงแม้เขามั่นใจว่านางจะสนับสนุนการกระทำของเขา แต่อย่างไรเสียก็ต้องบากหน้าไปอธิบายอยู่ดี หากไม่รู้จักกันย่อมไม่ใช่ปัญหา แต่ล้วนเจรจาจนหมดสิ้น เจรจาจนเห็นเนื้อแท้กันและกัน ยังคงมีความลำบากใจอยู่บ้างที่ต้องเดินทางไปสารภาพผิดในเรื่องบางประการ

“ข้าบอกว่าเจ้าจะมาอธิบายเอง...เพียงแต่ ข้าไม่ค่อยเข้าใจ ทำไมดูเหมือนนางจะโกรธเคืองอยู่บ้าง แต่ไม่ได้พิโรธอันใด เพียงบ่นออกมาเล็กน้อยแล้วเงียบไป ทำเอาคิดถึงแม่ดอกที่บ่นสามีนางเป็นประจำที่ข้างบ้านพักข้าในเมืองขุนเขาเลยทีเดียวเชียวล่ะ”

“เอาน่า ข้าไม่ได้บอกนางและทำเกินกว่าเหตุ นางจะบ่นย่อมเป็นเรื่องธรรมดา เจ้าจัดการที่นี่ก็แล้วกัน ข้าคงต้องรีบไปเข้าเฝ้าเสียหน่อย” สิงกล่าวคำแล้วรีบเดินทางออกไปในทันที ทางเดินเข้าวังค่อนข้างสะดวกสบาย มีนางกำนัลนำทางโดยมหาดเล็กชุดทองคอยควบคุมอีกชั้น เมื่อเข้าไปยังวังชั้นใน มุ่งตรงสู่ห้องทรงงาน ทั้งหมดจึงได้แยกย้ายจากไป ทิ้งเอาไว้เพียงสิงที่หน้าประตู

“ท่านมาแล้ว” เสียงอันเฉยชากล่าวมาจากภายใน สร้างความสยองให้สิงได้ไม่เบา สิงพยักหน้าถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไป “ผู้น้อยองค์ชายใหญ่ในกษัตริย์เมืองขุนเขาคำนับท่านเจ้าฟ้าหญิงเมืองหนานเจ้า” สิงลอบสังเกตโดยรอบ เมื่อเห็นว่าไร้ซึ่งผู้คนจึงเดินไปยังด้านข้างเจ้าฟ้าเพื่อนั่งลง นางไม่กล่าวคำเพียงจิบชาเล็กน้อย

“เรื่องบางเรื่องเราไม่อาจชักช้าได้ ท่านน่าจะเข้าใจที่สุด”

“ยกตระกูลหม่องให้กับข้า”

“เจ้าฟ้า...ตระกูลหม่องทำให้หมู่บ้านขนดำยืนบนเมืองหนานเจ้าได้อย่างมั่นคง”

“แล้วอย่างไร เราไม่ควรได้รับสิ่งใดตอบแทนเลยหรืออย่างไง”

“เฮ้อ ได้ ได้ ข้ายกตระกูลหม่องให้กับเจ้าฟ้าท่าน เพียงแต่ข้ารับปากเรื่องความปลอดภัยของครอบครัวมันเอาไว้”

“เรื่องนั้นท่านไม่ต้องห่วง พวกมันทั้งหมดจะได้รับความคุ้มครองจากเรา”

“ได้! ล้วนเป็นท่านร้องขอ เราไม่ปฏิเสธ แต่ถึงอย่างนั้นเส้นทางการค้าแลผู้คนทั้งหมดยังคงต้องแบ่งปันน้ำร้อนน้ำชาซึ่งกันและกัน ถือซะว่าท่านจ่ายข้าเรื่องการช่วยหาทางลงให้กับเจ้านางน้อย”

“ตกลง”

“ต้องอย่างนี่ซิ” ว่าแล้วก็ลอบจุมพิตไปที่แก้มของนางเล็กน้อยสลายหน้ากากน้ำแข็งใบนั้นทิ้งไป “ท่านยังคงอยู่อย่างเรียบ ๆ ร้อย ๆ เถอะ มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าใจร้ายที่จะลงมืออย่างหนักหน่วงกับท่าน” เสียงหึดังขึ้นในลำคอเจ้าฟ้าเล็กน้อย ก่อนจะแสดงสีหน้าท่าทางท้าทายออกมา น่าเสียดายที่เขายังมีเรื่องให้ต้องจัดการ เอาไว้ค่อยว่ากันเถอะ สิงทูลลาแล้วออกจากวังในทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

202 ความคิดเห็น