ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 47 : ข้อเสนอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 925
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    25 ธ.ค. 63

กลางลานฝึกในที่พักคณะทูต ร่างเงาสีดำสองร่างโบกสะบัดดาบหอกเข้าห้ำหั่นซึ่งกันและกัน สิงจับหอกหมุนวนดีดตัวใช้ส้นเท้าเตะกระแทกใบดาบของแมวผีเปิดออก โบกสะบัดหอกขึ้นลงอีกครั้งตัวดาบโบยบินหลุดออกจากมือ คมหอกจ่อประชิดคอหอยของแมวผี ก่อนที่จะยกยิ้มขึ้น ทั้งสองหอบเหนื่อย ร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อใคร่

“ฝีมือเจ้ายังไม่ตกจริง ๆ ต่อให้ข้าฝึกมากกว่านี้คงเข้าไม่ถึงจุดที่เจ้าอยู่” แมวผีกล่าวขณะยังคงหอบอยู่ เขาใช้มือปัดคมหอกออกไปแล้วลากร่างของตนเองมานั่งลงที่โต๊ะ หน่วยหน้ากากนำน้ำเปล่ามาวางไว้ให้แล้วโค้งตัวถอยออกไป

“เจ้าก็พัฒนาขึ้นมาก ไม่เจอกันไม่กี่ปีเจ้ากลับพัฒนามันได้อย่างรวดเร็ว” สิงตอบ พร้อมทั้งใช้มือขวาแตะไปที่ไหล่ของแมวผีให้แมวผีช่วยลากเดินไป ทั้งสองคนประลองกันตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทอแสงจนกระทั่งผ่านไปจนอาทิตย์ตั้งเฉียง นับเป็นเวลาแล้วกว่า 4 ชั่วโมง แขนขาอ่อนล้า ด้วยการประลองต่างจากการต่อสู้จริง ถึงแม้หยิบดาบอาวุธเข้าห้ำหั่นกันแต่หาได้หมายชีวิต ต่างจากการฆ่าฟันเอาชีวิตที่ต่างชิงไหวชิงพริบ จึงทำให้ใช้ออกด้วยพละกำลังน้อยกว่ามากนัก

“ในบรรดาเราสามอาจารย์เคยบอกว่านับเจ้าเป็นอันดับหนึ่งเรื่องทักษะการต่อสู้ ข้าเป็นอันดับสอง เจ้าแมวขี้เกียจเป็นอันดับสุดท้าย คราแรกข้าไม่อาจเชื่อ แต่นับวันคำพูดของอาจารย์ยิ่งปรากฏชัดขึ้นเรื่อย ๆ” แมวผียกแก้วน้ำขึ้นกระดก ก่อนจะพูดต่อ “แต่น่าเสียดายในขั้นวางแผนเจ้ากลับเป็นอันดับสุดท้ายในพวกเรา”

สิงรินน้ำในแก้วของตนเองเช่นกัน “อย่าได้พูดอย่างนั้น หากได้สู้กันในสนามรบจริงเราสองหาได้สู้เจ้าแมวขี้เกียจนั่นได้ เพียงเราคิดขยับ มันก็มาน้อมรอต้อนรับแล้ว” ทั้งสองหัวเราะฮิฮะ ก่อนที่แมวผีจะกล่าวต่อ

“แมวโง่เช่นเจ้าจักไปรู้อันใด หากคิดจะปลิดปลงมันข้าคงใช้วิธีลอบสังหาร หาได้ต่อสู้โดยตรง”

“เจ้าคิดได้มันหรือคิดไม่ได้ หากเป็นข้า ข้าจะเรียกมันเข้าวังแล้วค่อยว่ากล่าว”

“อืม..นั่นนับเป็นความสามารถของเจ้า อย่างที่อาจารย์บอก หากจะจัดการกับแมวขี้เกียจต้องใช้เจ้า หากจะจัดการข้าต้องใช้แมวขี้เกียจ แต่หากจะจัดการเจ้า ต้องใช้ข้า” แมวผีหัวเราะ พยุงตนเองขึ้นมา ทั้งสามเปรียบสามเสาหลักที่ค้ำยันซึ่งกันและกัน ถูกสร้างปมเด่นปมด้อยขึ้นมาพึงหักล้างซึ่งกันและกัน

“หากเป็นเจ้าคิดจะฆ่าข้า เจ้าควรทำเช่นไร” สิงยังคงยกดื่มน้ำต่อ แมวผีบิดขี้เกียจเล็กน้อยยืดเส้นยืดสายตอบ “ข้าจะสร้างเรื่องขึ้นมาสักเรื่องหนึ่ง วางแผนล่อเจ้าเอาไว้ เจ้าเป็นแมวโง่ตามที่อาจารย์บอก เมื่อรับรู้ว่าเป็นกับดัก เจ้าจะวิ่งหากับดักอย่างไม่เกรงกลัว ถึงเวลานั้นมีหรือข้าจะจัดการเจ้าไม่ได้ ปะ ทานอาหารกันเถอะ ข้าชักหิวแล้ว”

“ได้” สิงลุกขึ้นติดตามแมวผีเข้าไปภายในทันที ทั้งสองทางหนึ่งรับประทาน ทางหนึ่งถามสารทุกข์สุกดิบของแต่ละคน ในอดีต ทั้งสามคนล้วนรู้จักกันโดยบังเอิญ แมวผีขายตัวเป็นทาสเพื่อบรรจุโลงฝังศพผู้เป็นพ่อที่ตกตาย โชคดีที่อาจารย์เดินชมนกชมไม้อยู่บริเวณนั้นจึงรับมาเลี้ยงดูสั่งสอนวิชา แมวขี้เกียจถูกขับออกจากวงศ์ตระกูล แม่ของเขาพาเขามาหาชีวิตใหม่ที่เมืองหลวงกลับล้มป่วยลง แมวขี้เกียจออกทำงานตั้งแต่ยังเด็ก สภาพร่างกายอ่อนแอ เคยเข้ามาขอรับจ้างอาจารย์ที่บ้านพัก อาจารย์เห็นว่าเด็กคนนี้ฉลาดรอบรู้จึงรับเลี้ยงเอาไว้พร้อมทั้งช่วยเลี้ยงดูรักษา แต่มันกลับปฏิเสธ ซึ่งกันและกันเรียน กลางวันทำงาน กลางคืนดูแลมารดา จนติดนิสัยเป็นคนง่วงเหงาหาวนอนตลอดเวลา แม้ยามเรียนยังสามารถหลับได้ แต่กลับรับรู้ทุกสิ่งอย่างรอบข้างด้วยพลังเวทของตัวมัน สุดท้ายคือดำ องค์ชายผู้แปลกประหลาด ดำเดินทางกราบอาจารย์หาความรู้ทั่วหล้าฟ้าอาณาขุนเขา มีอาจารย์มามากมาย อาจารย์คนสุดท้ายของเขาคืออาจารย์คนนี้ ดำจึงเข้าเรียนกับทั้งสองคน แม้เป็นองค์ชายแต่ไม่ได้ถือดี ในงานศพของแม่แมวขี้เกียจเขายังขอพระราชทานเพลิงศพจัดตั้งสุสานให้ ทั้งสามจึงเป็นทั้งครอบครัวและสหายของกันและกันในคราเดียว ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันจนแยกย้ายกันออกไปทำหน้าที่

“เจ้ามานี่ได้เข้าไปพบเจ้าแมวขี้เกียจตัวนั้นหรือยัง” สิงกล่าวก่อนที่จะถูมือไปมา “ข้าพบของดี” เสียงหัวเราะฮิฮะชั่วร้ายตามหลัง แมวผีส่ายศีรษะก่อนจะกล่าว “ช่วงสองสามปีหน้ามานี้ตัวมันเป็นอันใดมิรู้ เมื่อพบว่าข้าเข้ามาในเขตเมือง ตัวมันก็รีบเดินทางไปยังเมืองหน้าด่านทันที ข้าเดินทางไปเมืองชายแดนมันไปหน้าด่าน พอข้าเดินทางไปตรวจสอบเมืองหน้าด่านมันกลับนำทัพออกรบ อย่าถามหาถึงของดีเลย แม้แต่หน้ามันข้ายังไม่เห็น”

สิงโน้มหน้าเข้าไปใกล้ ๆ กล่าวเบา ๆ “เจ้าแมวขี้เกียจมีแม่เสือสาวแล้ว”

“จริงหรือ ข้าไม่อยากเชื่อ”

“ฮา แถมมันยังนำนางเข้าร่วมกองทัพเสียด้วย เป็นไง ของดีไหมล่ะ”

“แต่นั่นมันผิดกฎ” แมวผีถอนหายใจ สิงจึงกล่าวต่อ “มันก็แค่แมวติดสัดตัวหนึ่งจะนับเป็นหนึ่งในกฎได้อย่างไร เจ้านี่ไม่เข้าใจถึงความสุนทรีย์ในความรักเอาเสียเลย” สิงหยิบขาไก่ขึ้นกัดกิน

“เอาเถอะ ข้าจะปล่อยไปสักครั้งก็แล้วกัน” แมวผีแย้มยิ้มแล้วหยิบไก่ขึ้นมาเช่นกัน “เจ้าก็อย่าได้คิดอะไรให้มากความ หากเป็นเช่นที่เจ้าว่ามาจริง มันต้องไม่ปล่อยให้เจ้าปั่นป่วนเป็นแน่”

“ข้าโตแล้วสหายข้า หาใช่เด็กมิรู้ความเช่นอดีต” สิงกล่าวพร้อมทั้งหัวเราะ ภาพในหัวของเขาตอนที่แกล้งแมวขี้เกียจในวัยเด็กช่างสมควรที่จะถูกเรียกว่าปีศาจใหญ่จริง ๆ สิงได้แต่ส่ายศีรษะ ในตอนเด็กทุกคนต่างมีการกระทำอันไร้สาระเป็นของตนเอง

“ว่าแต่เจ้าเถอะ เรื่องหมั้นหมายครั้งนี้ ทำไมถึงพยายามจะล้มเลิกมันเสียจริง”

“ข้าไม่ชอบนาง เด็กสาวขนอ่อนเช่นนั้น แค่คิดก็รู้สึกแปลกประหลาดแล้ว อีกอย่างนางไม่มีอำนาจมากพอในทางการเมือง แต่งเข้ามามิเพียงไม่ดีขึ้นกลับต้องจ่ายออกไปมากกว่า ได้ไม่คุ้มเสีย” แมวผีจ้องมองดูเขาอย่างแปลกใจ จากอายุแล้วทั้งสองแตกต่างห่างกันนับสิบปีจริง แต่แล้วอย่างไร ไม่ใช่ว่าผู้คนชอบเด็กสาวที่อายุน้อยกว่าหรือ แต่เรื่องได้มิคุ้มเสียนั้นเป็นเรื่องจริง หญิงสาวเช่นนี้ได้เป็นภริยาออกจะสร้างความปวดหัวได้มากกว่าสร้างคุณประโยชน์ส่งเสริมกันและกัน

“แต่ข้าว่าไม่น่าใช่แค่สองเรื่องนี้ดอกมั้ง บอกมาเถอะ หากมีอะไรช่วยได้ข้าสามารถประสานเสริม”

สิงจ้องมองเพื่อนของตนเอง ฉีกกระชากปีกไก่ในปากเคี้ยวจนละเอียดกลืนลงไปก่อนจะกล่าวตอบ “ข้าต้องการอำนาจครอบครองเมืองหนานเจ้าครึ่งหนึ่ง”

“เจ้าจะยึดเมืองครึ่งหนึ่ง? กำลังทหารไม่อาจตีเมืองนี้ได้ เจ้าทราบดีว่าเพราะเหตุใด คิดจะข่มขู่หนานเจ้าด้วยกำลังทหารออกจะคิดฝั้นเกินไปหน่อย การจะยึดเมืองหนานเจ้าวิธีที่ดีที่สุดคือแต่งกับเจ้านางน้อย อย่างไรเสียเจ้าฟ้าหญิงเมืองหนานเจ้ามีบุตรีเพียงคนเดียว เมื่อถึงเวลานั้นเมืองหนานเจ้าจะหนีเจ้าไปไหน อย่าว่าแต่ครึ่งเลย แม้แต่ทั้งหมดยังทำได้”

“เมืองหนานเจ้าขับเคลื่อนด้วยการค้า ข้าต้องการส่วนแบ่งการค้าจำนวนมากในเมืองหนานเจ้า เท่านี้ก็เท่ากับครองเมืองแล้ว”

“เจ้าพูดน่ะมันง่าย แต่วิธีการนั้นยาก เจ้าฟ้าหญิงมีหรือจะมองไม่ออก นางต้องทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดไม่ให้เจ้าเข้าครอบครองตลาด”

“แต่ถ้าหากนางสนับสนุนข้าล่ะ” สิงกล่าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่บรรยากาศกลับเงียบลง แมวผีจ้องมองเขาอย่างไม่เข้าใจ ทำไมเจ้าฟ้าหญิงต้องสนับสนุนเขา

“นางจะสนับสนุนคนนอกได้อย่างไร”

“เจ้ารอดูไปเถอะ ข้ามีวิธีการของข้า”

“ให้ข้ารอดูเจ้าตายงั้นหรือ..หึ..ฝันไปเถอะ” แมวผีคิดชั่วขณะก่อนจะกล่าวต่อ “เจ้าเสนออะไรให้กับเจ้าฟ้าหญิง”

“ข้าเสนอความปลอดภัยและความเจริญก้าวหน้า”

“หมายความว่าอย่างไร”

“หากเจ้าฟ้าหญิงสนับสนุนข้าเป็นผู้ครองทางการตลาด ปกครองดูแลการค้าสนับสนุนเงินกงสีร่วมกันโดยจัดสรรปั่นส่วนโดยเท่ากัน ข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแลทหารของที่นี่ ต่อให้เจ้าฟ้าหญิงท่านตกตายลง เจ้านางน้อยยังคงได้ขึ้นครองโดยที่มีข้าสนับสนุน นั่นคือความปลอดภัย แลข้ายังสนับสนุนเส้นทางการค้า สร้างเส้นทางการค้ากับอาณาจักรขุนเขาเรา สร้างเส้นทางการค้าสู่ภายนอกทั่วทุกทิศทางด้วยกองกำลังของหมู่บ้านขนดำ นั่นคือความก้าวหน้า” กล่าวคือสิงจะเข้ามาครอบครองดูแลการเงินไม่เข้ายุ่งเกี่ยวทางการเมือง โดยให้เมืองใช้กำลังทหารสะกดข่มตรวจสอบการทำงานของสิงอีกที เป็นการเฝ้าระวังซึ่งกันและกัน เหมือนสิงเข้ามาทำงานให้กับเมืองหนานเจ้าแต่แบ่งปันความรุ่งเรืองซึ่งกันและกัน

“แล้วนางก็รับปาก...เหตุใดนางถึงเชื่อเจ้า หากเจ้าคิดฉ้อฉลมีหรือเมืองหนานเจ้าจะทำอะไรได้”

“เพราะนางเชื่อใจข้า...” แมวผีจับจ้องมองสิงอย่างแปลกประหลาด เจ้าฟ้าหญิงกลับเชื่อใจคนคนหนึ่งได้อย่างน่าแปลกประหลาด นางขึ้นชื่อว่าระแวดระวังผู้คน ก้าวเดินด้วยความระวังมาตลอดทุกฝีก้าว องค์ชายดำยังเสนออะไรให้นางอีกกัน เขาได้แต่คิด แต่ไม่ถามออกไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

203 ความคิดเห็น