ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 43 : กาทอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,486
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 150 ครั้ง
    18 ธ.ค. 63

สิงเดินทางออกไปยังประตูวัง พบกับชายหลังค่อม แน่นอนว่าเขาคือกาทอง กาทองทราบข่าวจากหน่วยหน้ากากว่าองค์ชายใหญ่ต้องการพบตัว เขาปลอมตัวเป็นคนหลังค่อม ย้อมผมใหม่ ขีดเขียนหน้าตาให้ดูหยาบกร้าน ใช้ฝุ่นดินชโลมร่างกายให้สกปรกเดินออกจากที่พักอันห่างไกล เนื่องจากความเคยชิน เขาอ้อมเป็นวง พุ่งตรงไปยังร้านนั้นที ร้านนี้ที ทำทีเป็นสอบถามถึงที่พักบ้านประดับหยก กว่าจะเข้าพบสิงยังที่พักกลับพบว่าสิงไม่อยู่แล้ว บัวได้รับแจ้งเอาไว้ก่อน เธอบอกเล่าเหตุการณ์กล่าวกับเขาว่าสิงถูกเรียกตัวเข้าวังไปแล้ว ด้วยความตกใจกาทองวางแผนใหม่ เขาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ดูสะอาดสะอ้านขึ้น แต่ลักษณะท่าทางยังคงเดิม ปลอมเป็นหนึ่งในขณะพ่อค้าของบ้านประดับหยกที่สูญหายกลางทางพึ่งเดินทางมาถึง เมื่อทราบว่าสิงปลอมเป็นหมอบ้าน เขาจัดถุงย่ามสมุนไพรจำนวนมาก เดินด้วยความยินดีกระปรี้กระเปร่าไปยังหน้าวังเรียกหาเข้าพบมอบสิ่งของแก่ท่านหมอ เพื่อเป็นการตอบแทนที่ช่วยชีวิตหลานสาว ปลอมแปลงชื่อว่าตัวเองชื่อทิต ต่อให้ทางการหนานเจ้าต้องการสืบสวนจริงเขาก็จะได้พบความจริงว่ามีหมอคนหนึ่งติดตามขบวนมาด้วย แถมยังเคยช่วยเหลือหลานพ่อบ้านผู้ดูแลร้านคนใหม่ที่ชื่อทิตเอาไว้

เมื่อมาถึงหน้าประตูวังทหารยามค่อนข้างระวังตัว เมื่อบ้านประดับหยกส่งจดหมายถึงทางการเมืองขอเข้าพบผู้ปกครองหน้ากาก พวกเขาจึงเชิญกาทองไปสอบสวน ด้วยการเป็นจารชนต่างประเทศมานานปี มีหรือทางการเมืองจะจับได้ สุดท้ายจึงจัดให้เข้าพบ แต่ต้องมีผู้คนคอยจับตาอยู่

สิงเดินทางมาถึงผสานมือกล่าว “ท่านติดตามมาถึงเช่นนี้ ละอายใจนักที่ไม่อาจอยู่ต้อนรับท่านได้ด้วยตนเอง” สิงไม่ทราบว่ากาทองมาในฐานะอะไรจึงกล่าวอย่างเป็นกลางเพื่อทักทาย

“ท่านหมอ ไม่ซิ ไม่ซิ ท่านผู้ปกครอง ท่านกล่าวเกินไป เห็นข้าไอ้ทิตผู้นี้เป็นคนลำเลิกบุญคุณที่ช่วยหลานสาวหรือกระไรกัน” เมื่อกล่าวบอกถึงเข้าใจ สิงพยักหน้ารับ สำรวจมองลักษณะท่าทางการปลอมตัวแล้วกล่าว

“ไม่ทราบว่าท่านอาต้องการพบหาข้าด้วยเรื่องอะไรหรือขอรับ” เขารักษาท่าทางเช่นปรกติที่คุยกับทิต ถึงแม้ไม่เห็นใบหน้า แต่ผู้คนสามารถบ่งบอกได้ว่าสิงสุภาพเป็นอย่างมาก

แน่นอนว่าการกระทำของสิงอยู่ภายใต้สายตาของทหารมหาดเล็กและมือผีที่ยืนเฝ้าจับตาดูยังที่ห่างออกไป มือผีเอ่ยถามกับลูกน้องของเขาทันที “ผู้ปกครองหน้ากากที่หยิ่งยโส เหตุใดมันจึงนอบน้อมถึงเพียงนี้”

“ขอรับ! ...จากการสืบสวน ชายผู้นี้ชื่อทิต เขาเคยช่วยเหลือชีวิตของผู้ปกครองหน้ากากขณะพบเจอนักฆ่าและทำการรักษาเขาจนหายดี ปรากฏว่าผู้ปกครองหน้ากากกลับเป็นหมอเทวดาท่านหนึ่ง เขารักษาโรคปานพิษดำให้กับหลานสาวของทิตจนหายขาด หลังจากนั้นไม่นานทางบ้านประดับหยกออกตามหาเขาที่เมืองชายแดนจนพบตัว ผู้ปกครองหน้ากากยังได้รักษาโรคให้กับคุณหนูของบ้านประดับหยก ต่อมาผู้ปกครองหน้ากากทราบว่าพวกเขาต้องการเดินทางมายังหนานเจ้า จึงปลอมตัวอาศัยขบวนพ่อค้าแทรกแซงเข้าเมืองมา”

“นั่นแปลว่าพวกเขาเคยเห็นใบหน้าของผู้ปกครองหน้ากาก”

“ข้าไม่อาจทราบได้ว่าเป็นใบหน้าจริงหรือไม่ขอรับท่านหัวหน้า ดังนั้นจึงไม่ได้คาดเค้นให้พวกเขาบอกกล่าวออกมา เกรงว่าจะทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันได้ขอรับ”

“อืม ดีแล้วล่ะ” มือผีมองสิงอย่างสนใจ เขาเป็นปราชญ์พิษ ปราชญ์ยา ยังไม่อาจรักษาโรคปานพิษดำได้ เรื่องนี้คงต้องส่งขึ้นไปยังเจ้าฟ้าหญิงท่าน “ว่าแต่โรคอะไรที่ผู้ปกครองหน้ากากรักษาให้กับคุณหนูบ้านประดับหยก”

“จะเรียกว่าโรคคงไม่ได้ขอรับ เขาทำการรักษาแก่นเวทปีศาจขอรับ”

“แม้แต่แก่นเวทปีศาจ...” มือผีสูดลมหายใจเข้าโดยหนัก จับจ้องมองสิงอย่างมีความหวัง

ทางด้านสิงตอบรับน้ำใจของกาทอง เชิญชวนกาทองไปพักยังที่พักของตัวเอง แม้มหาดเล็กอยากจะขัดขว้างแต่ก็ทำไม่ได้ ทั้งสองไม่ได้พากันเข้าที่ลับ ยังคงเจรจาพาทีกันยังลานกว้างรับรองหน้าที่พัก ปล่อยให้นางกำนัลนำข้าวปลาอาหารมาต้อนรับด้วยความเป็นกันเอง สนทนากันเสียงดังหัวเราะเล็กน้อย คำกล่าวขอบคุณดังไม่ขาดปาก สิงขอตัวเข้าไปในห้องพร้อมทั้งเสกสร้างน้ำมนตร์ขึ้นมาหนึ่งขวดส่งมอบต่อกาทองทำทีเป็นแลกกันกับสมุนไพรที่ได้รับมา ทั้งสองทำความเคารพกันแล้วแยกจาก แน่นอนว่าน้ำมนตร์นั้นเป็นน้ำมนตร์วิญญาณ เขาบรรจุพลังวิญญาณลงไป เมื่อดื่มจะสามารถได้รับรู้ถึงความพูดของสิงที่สลักเอาไว้ไหลเข้าไปในหัว สิงสั่งมอบให้กาทองดูแลหน่วยหน้ากากที่เหลือ ช่วยให้พวกเขาเข้าเมืองมาอย่างเงียบที่สุด แลสืบหากลุ่มก้อนกองกำลังที่เคลื่อนไหวเมื่อทางเมืองประกาศการคงอยู่ของสิง

กาทองขอตัวแล้วเดินทางกลับ ปล่อยให้มหาดเล็กตรวจสอบทุกอย่าง รวมไปถึงขวดยา ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นปรกติ ทั้งหมดจึงวางใจ แต่ถึงอย่างนั้นมือผียังคงส่งคนติดตามอย่างห่าง ๆ เพื่อเฝ้าระวังเอาไว้


 

ตกดึก สิงนั่งกรรมฐานสั่งให้สายฟ้าแดงเฝ้ารักษาด้วยความเข้มงวด สั่งหน่วยหน้ากากไม่รับการเข้าพบจากผู้ได้ ให้แจ้งต่อทั้งหมดว่าผู้ปกครองหน้ากากกำลังหลอมสร้างยาจากสมุนไพร สิงหยิบเอาหม้อดินเผาออกมาวางไว้กลางห้องเช่นปรกติ หยิบธูปหอมชนิดพิเศษจุดส่งกลิ่นหอมออกไป เขาหลับตาลงจมดิ่งดูดซับพลังจากยักษ์วิญญาณ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไป เสียงนกกาเงียบสงบ จิ้งหรีดขับร้องเพลงส่งเสียงประสานเรียกคู่ ดวงตาของเขาลืมขึ้น สายฟ้าแดงรับรู้ได้ถึงพลังในกายของสิงที่พัฒนาขึ้นต้องพยักหน้าด้วยความยินดี ความเป็นจริงต้องบอกว่าเป็นพลังวิญญาณที่เพิ่มพูนมากขึ้นยิ่งกว่าเดิมจะเหมาะกว่า ตั้งแต่มายังโลกนี้พลังของเขาไม่เคยได้เต็มเท่าที่สามารถรองรับได้มาก่อน เพราะแบบนั้นการจะพัฒนายิ่งยากมากกว่ายาก เพราะมีเรื่องให้ต้องใช้พลังวิญญาณตลอดเวลา เช่นคืนนี้

“เจ้าเฝ้ารักษาให้ดี ข้าจะออกไปสำรวจวังหน่อย” สิงกล่าวบอก สายฟ้าแดงพยักหน้ารับ เขาหลับตาลงอีกครั้ง ร่างวิญญาณค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วเดินจากไป สายฟ้าแดงเดินออกไปเปิดประตู ทำท่าเป็นสูดอากาศ ปล่อยให้ร่างวิญญาณของสิงเดินจากไปแล้วปิดประตูลง ใครบอกว่าวิญญาณสามารถทะลุสิ่งของได้ ความจริงแล้วพวกเขายังคงต้องอาศัยช่องทางในการเดินผ่าน หากมีการปิดกั้นก็ไม่อาจเดินผ่านเข้าไปได้ ไม่เช่นนั้นโลกนี้คงไม่มีคำกล่าวว่าทางผีผ่าน

สิงสำรวจมองดูราชวัง จดจำทางหนีทีไล่ บริเวณต่าง ๆ เพื่อจัดทำแผนที่ ทางไหนไปได้เขาไป แม้แต่ประตูผีที่ใช้ขนศพของคนในวังออกไปเขายังเดินทางมาสำรวจ เหมือนเหล่าผีวิญญาณรับรู้ถึงผู้มาใหม่ พวกมันต่างเกรงกลัวหลบหนีไปจนหมดสิ้น สิงยังคงเดินทางสำรวจต่อ เมื่อเห็นว่าห้องบรรทมเจ้าฟ้าหญิงยังคงส่องแสงสว่าง จึงขยับเข้าไปใกล้ น่าเสียดายที่ไม่อาจได้ยินคำสนทนาใด ๆ แต่เมื่อกำลังเดินทางกลับ เขาเหลือบไปเห็นห้องรับรองอีกห้องที่เปิดหน้าต่างเอาไว้ สามารถมองเห็นคนที่อาศัยอยู่ภายในได้อย่างชัดตา เจ้าชายภารัตเมืองขีดเว้นที่นั่งอ่านหนังสืออยู่โดยอาศัยแสงจันทร์แลแสงเทียน สิงตัดสินใจเดินไปยังหน้าต่างนั้นสำรวจมองชายหนุ่มแล้วยกยิ้มขึ้น

“เจ้าชาย” สิงกล่าวคำพูดไปตามสายลม ใช้ออกด้วยพลังวิญญาณเปลี่ยนสายลมในอากาศให้กลายเป็นคำพูดฟังดูโหยหวนไม่เบา

“ใคร” ภารัตมองสำรวจรอบข้างโดยทันที เมื่อไม่เห็นใคร กลับมีเสียงดังขึ้นอีกครั้ง “กระหม่อมผู้ปกครองหน้ากากถวายความเคารพเจ้าชายภารัต”

“ผู้ปกครองหน้ากากหรือ” เขาเบาเสียงลงก้มหน้าอ่านหนังสือเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วกล่าวต่อ “ท่านต้องการอะไรจากข้า”

“ข้าน้อยอยากจะสนทนากับเจ้าชายท่านสักหน่อย เรื่องการลอบสังหาร” คำพูดชวนสยอง เนื้อหากลับชวนหวาดเสียวยิ่งกว่า เหงื่อของเจ้าชายภารัตปรากฏขึ้นจากไหนก็ไม่รู้จนชุ่มไปทั่วแผ่นหลัง

“ท่านต้องการอะไร เรื่องนี้เรามิได้ทราบเรื่องมาก่อน”

“กระหม่อมรับหน้าที่ตามสืบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น หวังว่าเจ้าชายจะให้ความร่วมมือ...ด้วย..ดี..” สิงกล่าวก่อนที่หน้าต่างจะปิดลง แสงไฟจากเทียบดำลง ห้องมืดสนิท ที่ประตูมีแสงจันทร์จากภายนอกสาดลอดเข้ามา ปรากฏเงาของชายผู้หนึ่งยืนอยู่ ขนแขนของเจ้าชายภารัตลุกชัน ดวงตาของเขาเบิกกว้างรีบปิดปากตัวเองลง

“ผู้น้อยผู้ปกครองหน่วยหน้ากาก ถวายพระพรเจ้าชายภารัตแห่งเมืองขีดเว้น ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน” ถึงแม้ไม่อาจเห็นใบหน้าของเขา แต่ภารัตทราบดีว่าดวงตาที่จ้องมองมาทำให้ตัวเขาขวัญผวาเพียงไหน มันเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังจดจ้องมองเหยื่อของมัน เจ้าชายภารัตสูดลมหายใจเข้าอย่างสั่นกลัว ขาและแขนแข็งทื่อทำตัวไม่ถูกเหมือนกลับโดนมัดตรึงเอาไว้ จ้องมองสิงที่ยืนตัวขึ้นแล้วก้าวเข้ามา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 150 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

204 ความคิดเห็น

  1. #69 Rosalyn 666 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 19:58

    อยากอ่านต่อมากค่าาา
    #69
    1
    • #69-1 DayDreamW(จากตอนที่ 43)
      19 ธันวาคม 2563 / 21:45
      วันนี้ขออภัยครับ ทำงานตั้งแต่ 7โมงเช้า พึ่จะกลับมาเมื่อสองทุ่ม แต่ตั้งแต่พรุ่งนี้ตอนเย็นไปน่าจะว่างจริงๆแล้ว
      #69-1