ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 40 : กระซิบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,331
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 176 ครั้ง
    16 ธ.ค. 63

“ท่านน่าจะยังไม่ทราบว่าเราเป็นผู้ที่ไม่อาจล้อเล่นล่วงเกินได้” ใบมีดพุ่งเข้ามาจ่อประชิดที่คอหอยของสิง เขายังคงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพียงแต่ใบหน้ากลับประดับรอยยิ้มอันเหยียดหยามกล่าวตอบกลับไป

“ดูเหมือนเจ้าฟ้าหญิงท่านจะให้ความสำคัญกับนางกำนัลคนหนึ่งมากจนเกินไป จนทำให้นางเข้าใจผิด” สิงแตะที่มีดกล่าวคำ ใบมีดกลับบีดเบี้ยวร่วงหล่นลงไปในมือของเขา “มีดที่ดี”

“ท่านเชื่อหรือไม่ว่าเราสามารถฆ่าท่านได้”

“ข้าไม่เชื่อ” สิงพูดจบหัวเราะออกมา นางกำนัลหน้าทองเริ่มโกรธขึ้นมาจริง ๆ แล้ว นางลุกขึ้นยืน ผสานมือทั้งสองเอาไว้ ดาบกระบี่ข้างกายลอยขึ้นเหนือพื้น โดยที่สิงยังมองสำรวจมีดในมืออย่างสงบและสนใจ

“เจ้าฟ้าหญิงท่านช่างยอดเยี่ยมเสียจริง กลับกล้าให้นางกำนัลคนหนึ่งจุดไฟสงครามระหว่างสองประเทศขึ้น” สิ้นเสียงของสิงนางกำนัลหน้าทองค่อยหยุดชะงัก เธอคืนดาบเข้ากับฝักนั่งลงกล่าวคำทั้งที่ยังหายใจหืดหาดเต็มไปด้วยความโกรธ

“ท่านคิดว่าหนานเจ้าเรากลัวเมืองขุนเขาขนาดนั้นเชียว”

สิงใช้นิ้วดีดมีดคืนกลับไป มันแหวกผ่านผ้าม่านฉีกขาดจนเห็นใบหน้าของผู้ที่อยู่หลังม่านอย่างชัดตา ใบหน้าอันสะสวยไร้ริ้วรอยแห่งวัย หากไม่ทราบข้อมูลแต่แรกคงคิดว่านางพึ่งมีอายุก้าวขึ้นเลขสองหาได้คาดคิดว่านางมีอายุเกือบสี่สิบขวบปีแล้ว เพียงแต่หญิงสาวผู้งดงามบัดนี้กลับตกตะลึงรีบใช้เวทหยุดใบมีดที่กำลังพุ่งเข้ามา “แน่นอน หากท่านไม่เชื่อว่าหนานเจ้ากลัวขุนเขาเรามาก เรายังสามารถพิสูจน์ได้ ท่านเชื่อหรือไม่ หากเราฆ่าท่านในตอนนี้ เรายังถูกปฏิบัติแต่โดยดีจนกล่าวจะจบเรื่องทั้งหมดเรายังคงไม่ตกตาย แต่หากท่านฆ่าเราท่านกลับจะกลายเป็นคนบาปของหนานเจ้าโดยทันที”

“หนานเจ้าเราไม่เคยกลัวสงคราม” เสียงของเจ้าฟ้าเมืองหนานเจ้าดังขึ้น พร้อมทั้งเสียงเดินเข้ามา สิงรีบลุกขึ้นประสานมือกล่าวทักทาย “ผู้ปกครองหน่วยหน้ากากกราบเข้าพบแม่เมืองเจ้าฟ้าหญิงเมืองหนานเจ้า”

“ตามสบาย” เมื่อนางนั่งลงที่เก้าอี้ด้านข้างนางกำนัลหน้าทองกั้นไว้ด้วยโต๊ะวางชา นางกำนัลหน้าทองรีบลุกขึ้นทำความเคารพ ยกรินชาให้ และยืนอย่างสำรวมอยู่ด้านข้าง “ท่านกล่าวว่าหนานเจ้าเราเกรงกลัวเมืองขุนเขา”

“ย่อมแน่นอน”

“ท่านคิดว่าทหารหลวงแห่งขุนเขาจะขยับตัวเช่นนั้นหรือ หากเพียงผู้ปกครองของหน่วยงานหน่วยงานหนึ่งภายใต้การปกครองตกตาย”

“ย่อมแน่นอน” สิงเรียกควายธนูสายฟ้าแดงออกมา มันผสานมือทำความเคารพทั้งสองตามแบบฉบับหนานเจ้าสร้างความแปลกตาอย่างบอกไม่ถูก ต้องเข้าใจก่อนว่าสัตว์อัญเชิญส่วนใหญ่ล้วนไม่มีสามัญสำนึก พวกมันจะปฏิบัติตามคำสั่งเท่านั้น ต่างจากปีศาจควายเบื้องหน้าที่ดูเหมือนมันจะเป็นสัตว์อัญเชิญชั้นสูงที่มีความนึกคิดเป็นของตนเอง เมื่อเห็นทั้งสองสลายสิ้นถึงความตื่นตะลึงแล้ว สิงกล่าวต่อ “เพราะผู้ใต้บังคับบัญชาผู้นั้นคือผู้ที่มีผมสีดำแลยังสามารถใช้เวทมนตร์ประเภทอัญเชิญได้” ทั้งสองจับจ้องมองกัน ก่อนที่จะเจ้าฟ้าหญิงเมืองหนานเจ้าจะกล่าวคำ “เรือน เจ้าออกไปก่อน”

“เจ้าฟ้า”

“ออกไปก่อนเถอะ” นางกำนัลหน้าทองรับคำแล้วล่าถอยไป สายฟ้าแดงเองก็คำนับแล้วเดินถอยหลังออกไปด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการแสดงความจริงใจ มันก้มหน้ามองพื้นตลอดการเดินถอยออกประตูไป

“ท่านคิดว่าเรากลัวการสงครามจริงหรือองค์ชายใหญ่” เจ้าฟ้ายกชาขึ้นมาจิบกล่าวด้วยท่าทางเกียจคร้านสบายอารมณ์ แน่นอนว่าสิงถอดหน้ากากออกมาวางลงที่ตักเช่นกัน

“ท่านไม่กลัวหรอกแต่ผู้คนทั้งหมดจะตื่นกลัว” สิงคาดเดาได้แต่แรกว่าเจ้าฟ้าเมืองน่านย่อมทราบถึงการคงอยู่ของเขา ฉายาปกครองฟ้าไม่ใช่ได้มาเพียงเพราะโชคช่วย

“อย่างไร”

“ท่านเชื่อหรือไม่ว่าข้าโหดเหี้ยมพอที่จะสังหารครอบครัวของพ่อค้าทั้งหมดที่ทำการค้ากับหนานเจ้า” ด้วยภูมิประเทศที่ไม่เหมาะแก่การเพาะปลูก เมืองหนานเจ้าจึงเลือกขับเคลื่อนด้วยการค้า การจะโจมตีเมืองหนานเจ้าต้องทำให้ถูกจุด นั่นคือโจมตีที่เส้นเลือดใหญ่ของหนานเจ้า สิงถือวิสาสะเดินเข้าไปนั่งแทนที่นางกำนัลหน้าทองเทรินน้ำชาใส่แก้วของตนเอง “องค์ชายใหญ่ในกษัตริย์เมืองขุนเขากราบคำนับเจ้าฟ้าหญิงเมืองหนาน” พร้อมทั้งยื่นแก้วชาไปเบื้องหน้า

เจ้าฟ้าส่งเสียงหึในลำคอแต่ยังรับน้ำใจชูแก้วขึ้นมาชนด้วย “เจ้าไม่กลัวพวกพ่อค้ารวมตัวกันก่อกบฏ หรืออย่างไรกัน”

“ยิ่งพวกมันก่อกบฏ ยิ่งง่ายแก่การจัดการขอรับ” สิงส่งสายตาอันแปลกประหลาดจดจ้องมองดูเจ้าฟ้าที่ปรากฏริ้วรอยแห่งวัย แต่ถึงอย่างนั้นยังคงงดงามตามแบบฉบับหญิงงามโบราณ แต่งเติมชาดเล็กน้อย ขีดเขียนคิ้วไม่มากไม่น้อยจนเกินไป กลิ่นอายความงดงามทำเอาเขาอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจโดยแรงคำหนึ่งกล่าวชื่นชมภายในใจแล้วกล่าวต่อ “กล่าวคือข้าต้องการกวาดล้างพวกมันทั้งหมดแล้วเข้าแทนที่”

“โอ้ แต่ท่านกลับบอกสิ่งนี้ต่อข้า ท่านไม่กลัวเราแจ้งบอกต่อพวกมันหรือ” เจ้าฟ้าหญิงสอบถามอย่างสนใจ นางยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นและพูดเสียงเบาลง บุคคลนั้นน่าแปลก หากเป็นเรื่องลับ ต่อให้อยู่กันเพียงลำพังก็ยังพูดคุยกันอย่างเบาบาง

“หากท่านแจ้งบอกต่อพวกมันจะเป็นพระคุณต่อข้าพเจ้ามาก เพราะพวกมันจะรีบวิ่งไปขอความร่วมมือจากหมู่บ้านขนดำโดยทันที”

“โอ้ พวกมันไม่กลัวทางเมืองหลวงตำหนิหรืออย่างไรกัน”

“นี่คืออีกข้อที่ท่านยังไม่ทราบ ข้าตัดสินใจนำหมู่บ้านขนดำเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในหมู่บ้านของหลวงแล้ว”

“อ่า” ปรกติทั่วไปพ่อค้าต้องมองทิศทางลม พวกเขาไม่ค่อยให้การสนับสนุนหมู่บ้านขนดำเนื่องด้วยเกรงกลัวว่าหากกษัตริย์ขุนเขาสิ้นพระชนม์แล้วหมู่บ้านขนดำจะกลายเป็นกบฏ แต่ตอนนี้สิงโยกย้ายหมู่บ้านขนดำเข้าเป็นของหลวงทำให้พวกพ่อค้าสามารถหาข้ออ้างเข้าใกล้ชิดได้มากกว่าเดิม

“เมืองหนานเจ้ามีความสามารถทางการค้าสูง แต่การค้าย่อมพึ่งพาทั้งผู้ผลิตและผู้ซื้อ เพียงแค่ข้าโจมตีช่องทางใดช่องทางหนึ่ง ล้วนกระทบต่อหนานเจ้า เมืองหนานเจ้ายากเข้าตีแล้วเป็นอย่างไร หากมันกลายเป็นเมืองร้าง สุดท้ายข้าไม่ต้องเข้าตีเสียด้วยซ้ำ คร้านท่านจะยกมันให้กับข้าพเจ้าเอง”

“เช่นนั้นเราเข้าร่วมเมืองรุ่งหรือหงสามิดีกว่าหรือ อย่าว่าแต่ขุนเขา แม้แต่เมืองทองคำเองยังจับจ้องมายังหนานเจ้าเรา”

สิงทำปากร้อง จุ จุ จุ ออกไปสร้างความกวนประสาทได้ไม่เบา “หากเช่นนั้นท่านคงไม่ตัดสินใจหมั้นหมาย เมืองรุ่งหลังจากผ่านสงครามครั้งใหญ่กับขุนเขาเรา พวกมันสูญเสียพื้นที่ไปกว่าครึ่ง หากเราประกาศความเป้นศัตรูกับหนานเจ้าไป ข้าเชื่อว่าพวกมันจะทอดทิ้งท่านแต่แรก เมืองหงสา ถึงแม้ในตำราพิชัยสงครามบอกว่าให้คบไกลไว้ตีใกล้ แต่ท่านคิดหรือว่าหงสาจะยอมยื่นชื่อช่วยเหลือเมืองโดดเดี่ยวเช่นท่าน แน่นอนว่าได้ไม่คุ้มเสีย เมืองของท่านถนัดการป้องกัน หาได้เก่งกาจด้านการบุกเข้าตีไม่ ส่วนเมืองทองคำ” สิงยิ้มอย่างเหยียดหยามออกมา "เมืองขุนเขาไม่ต้องทำสิงใดพวกมันคงยกหนานเจ้าให้โดยแลกกับทองคำกองหนึ่งเท่านั้น ท่านทราบดีจึงได้เลือกตัวเลือกเช่นขุนเขาเรา ส่งบุตรีมาหมั้นหมายกับองค์ชายผู้หนึ่ง ยิ่งไม่อาจลดตัวเป็นเพียงพระสนมองค์หนึ่งของรัชทายาทได้ ทางเลือกเดียวคือเป็นเราเท่านั้น"

“นั่นซินะ แต่สามารถหมั้นหมายได้ก็สามารถยกเลิกได้”

“ถูกต้อง คราแรกข้าจะใช้ข้ออ้างที่บุตรีท่านส่งคนไปจับข้าพเจ้าเป็นข้ออ้างในการยกเลิกการหมั้น แต่เมื่อมีข้อผิดพลาดข้าเปลี่ยนใจแล้ว” เมื่อเอ่ยถึงเหตุลอบสังหาร จิตใจของเจ้าฟ้าเมืองหนานเจ้ากลับเต้นแรงขึ้น มันเป็นความผิดที่ยากจะหาสิ่งทดแทนได้จริง ๆ “ท่านกล่าวมาเถอะ ถึงอย่างไรเสียทางเราก็ผิดเต็มประดา ท่านเรียกร้องสิ่งใดเพื่อเป็นการชดเชยล้วนสมควรสิ้น”

“คราแรกข้าก็คิดเอาไว้ แต่เมื่อพบกับเจ้าฟ้าหญิงท่านข้ากลับต้องการเรียกร้องให้มีการถอนหมั้นเช่นเดิม”

“หมายความว่าเช่นไร”

“ข้าเคยรู้จักเมืองหนึ่งซึ่งมีชื่อคล้ายคลึงกับเมืองท่านนัก ที่นั่นมีตำนานบทหนึ่งที่เหมาะกับสถานการณ์นี้มาก” สิงเทรินน้ำชาลงไปในแก้วอีกครั้งพร้อมทั้งยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้เหมือนกำลังจะต่อกระซิบเล็กน้อย เจ้าฟ้าหญิงรีบยื่นใบหนูเข้ามารับฟ้า “ท่านทราบหรือไม่ท่านหญิง ท่านช่างงดงามเช่นเทพธิดาบนชั้นฟ้าอย่างไรอย่างนั้น ข้าชื่นชอบยิ่ง”

“นี่ท่าน” เจ้าฟ้าหญิงเมืองหนานเจ้าถอยตัวออกมา ชี้หน้าสิง ใบหน้าอันงดงามตามวัยกลับประดับเลือดฝาดขึ้นทีละเล็กทีละน้อย เธอไม่มีคำใดจะกล่าว และเมื่อยิ่งเห็นสายตาเจ้าชู้แย้มยิ้มอย่างยินดีของชายหนุ่มตรงหน้ายิ่งทำให้เธอทำอะไรไม่ถูก

“ข้าพูดจริงนะ” สิงกล่าวพร้อมทั้งกะพริบตาซ้ายให้หนึ่งทีแล้วเดินออกไป “พรุ่งนี้ข้าจะขอเข้าพบเจ้าฟ้าหญิงท่านอีกครั้ง หวังว่าท่านจะว่างจากราชการงานเมืองอยู่ต้อนรับเราอีกสักวัน ส่วนเรื่องการถอนหมั้นเราค่อยหารือรายละเอียดกันอีกครั้งหนึ่ง” สิงสวมหน้ากากแล้วเปิดประตูค้อมตัวลงคำนับกล่าว “ข้าน้อยผู้ปกครองหน้ากากขอทูลลา”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 176 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

204 ความคิดเห็น

  1. #166 PaRNtITi (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:26
    ชอบจริงตัวเอกฉลาด
    #166
    0
  2. #107 book1122 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 03:22
    555555ชอบวะ
    #107
    0
  3. #98 cussendo (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 14:05
    ได้พ่อแทน ผัวชังั้น
    #98
    0
  4. #87 napat2555666 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 18:32
    Milfs!!
    #87
    0
  5. #68 sx7c3v4 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 11:58
    ช็อกสิ-ผัวกลายเป็นพ่อเฉย
    #68
    0
  6. #64 นักรบซอมบี้ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 12:36
    สาวใหญ่ๆๆๆ
    #64
    0