ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 39 : กลิ่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,303
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 146 ครั้ง
    15 ธ.ค. 63

“ท่านอาจารย์ มันผู้นั้น” เขียวจีกล่าวกับตีออราซูอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาพยายามจะเคลื่อนตัวไปปิดการเคลื่อนไหวของหน่วยหน้ากากที่กำลังเดินออกไป

“อย่าเสียมารยาท” ตีออราซูต้องกล่าวเตือน หยิบยกดาบขึ้นมากอดจ้องมองตามแผ่นหลังของหน่วยหน้ากากนั้นไป

“แต่ว่ามัน...” ตีออราซูหันมาจ้องตำหนิ “มีอะไรให้ไปคุยกันที่บ้าน”

“ขอรับ”

สิงกำลังจ้องมองทั้งสองอย่างสนใจ ก่อนที่จะสัมผัสได้ว่ามีการเคลื่อนไหวจากที่ห่างออกไปตรงมายังบริเวณด้านหลังของเขา สิงเพียงหันหน้าไปรับจ้องมองผู้มาใหม่ทั้งสองคน

“บาตายีทักทายท่านผู้ปกครองหน้ากาก” ชายร่างผอมซีดดั่งศพกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่ชายรางอ้วนอีกคนจะกล่าวต่อ “จั๋นคำทักทายท่านผู้ปกครอง เราไม่ทราบว่าผู้ปกครองเข้ามายังเมืองหนานเจ้าจึงทำการต้อนรับล่าช้า หวังว่าท่านผู้ปกครองหน้ากากจะให้อภัย”

“ย่อมแน่นอน” สิงยกมือขึ้นมาทำความเคารพตามแบบฉบับหนานเจ้า บาตายี เป็นหนึ่งในชนเผ่าภายใต้การปกครองของหนานเจ้า ด้วยทางบ้านยากจน เขาขายตัวเป็นทาสเข้าสู่วัง อดีตเจ้าฟ้าเห็นว่ามีฝีไม้ลายมือจึงชุบเลี้ยงกลายเป็นมหาดเล็กคนสนิท เมื่อเจ้าฟ้าตกตาย เจ้าฟ้าหญิงขึ้นครองเมืองบาตายียังคงรับใช้ราชสำนักหนานเจ้าเสมอมา คนทั่วไปรู้จักเขาในฉายามือผี ชำนาญยาและพิษ จัดอยู่ในห้าอันดับผู้แข็งแกร่งของหนานเจ้า อีกคนคือจั๋นคำ ทูตหลวงแห่งหนานเจ้า ดำรงตำแหน่งรองเจ้ากรมการทูตแห่งหนานเจ้า

“รบกวนท่านทั้งสองเดินทางมาด้วยตนเอง เราผู้ปกครองรู้สึกละอายใจนัก”

“เชิญ” จั๋นคำกล่าวพร้อมทั้งผายมือไปทางวังหลวง สิงพยักหน้ารับกล่าวตอบกลับไปเช่นกัน “เชิญ”

เมื่อเขาขยับ ทหารรวมไปถึงคนทั้งหมดภายในพื้นที่ถึงพึ่งสังเกตว่าสิงไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ร่างเงาสีดำภายใต้หน้ากากทั้งสิบเคลื่อนไหวติดตามทั้งสามคนไปโดยทันที

“ท่านอาจารย์ เขาเป็น...”

“ข้าบอกว่ามีอะไรให้พูดคุยกันที่บ้าน” ตีออราซูต้องกล่าวตำหนิเขียวจ้างอีกครั้งหนึ่ง เขียวจ้างที่เป็นคนใจเย็นรอบคอบเสมอมากลับต้องมาร้อนใจจนไม่อาจใช้ทักษะทั้งหมดของตนเองได้อย่างระวังได้ ปล่อยให้คู่ต่อสู้มีเปรียบทำเสื่อมเสียหน้าของหนานเจ้าไม่เบา แต่อย่างไรเสีย ตีออราซูรับหน้าที่สอนวิชาแก่ตระกูลเขียวย่อมทราบดีว่าทำไมเขียวจ้างผู้นี่ถึงได้ร้อนใจและอะไรไร้สาระเช่นนี้

“พวกเราไป” ตีออราซูกล่าวคำสุดท้ายตัวเขาหายไปอย่างไร้ร่องนอยทันที เทพสตรีดาบทองถอนหายใจเก็บดำ แต่กลับถูกปีศาจสุรายื่นเหล้าขึ้นมาไว้เบื้องหน้า “สักจิบไหม”

“ไปตายซะ”

.

สิงติดตามทั้งสองคนมาจนถึงหน้าประตูวัง วังที่ถูกสร้างขึ้นมาจากอิฐ ก่อนประดิษขึ้นมาอย่างสวยงาม ไม่มีส่วนไหนขัดนัยน์ตา เพียงแต่ออกจะแปลกประหลาดอยู่บ้างที่สิ่งประดิษฐ์ระดับสูงเช่นนี้กลับปรากฏขึ้นกลางหุบเขา แต่ชื่นชมได้ไม่นานเขาก็เดินเข้ามาถึงพระราชฐานชั้นใน หน่วยหน้ากากที่ติดตามมาถูกคณะทูตอีกชุดหนึ่งเชิญตัวไปยังห้องพัก แน่นอนว่าสิงสั่งให้พวกเขาปฏิบัติโดยดี อย่าได้เสียมารยาท

ตึกอาคารขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางสระบัว นางกำนัลรวมไปถึงมหาดเล็กเดินแตร่หัวเราะต่อกระซิบกันดั่งไม่ใช่วังหลวงสร้างความแปลกตาให้กับสิงอยู่ไม่เบา ที่นี่กับด้านนอกแทบจะไม่ต่างกัน ชีวิตของผู้คนยังคงปรกติสุข ไม่เหมือนเมืองขุนเขาที่ในวังและนอกวังต่างกันราวกับอยู่คนละโลก

สิงถูกเชิญเข้าไปยังห้องต้อนรับที่ ด้านในหลังม่านเขาพบเห็นร่างเงาของหญิงสาวนางหนึ่งนั่งอยู่ ที่ด้านหลังถูกสาดส่องมาด้วยแสงอาทิตย์ต้องสะท้อนเงากับผ้าม่านบางตาส่งผ่านอารมณ์ความลึกลับน่าค้นหาเชื้อเชิญอย่างแปลกประหลาด

ทั้งสองคนเมื่อนำสิงเข้ามาส่งถึงห้อง ก็โน้มตัวล่าถอยออกไป ปล่อยให้สิงเดินเข้ามาภายในห้องมองสำรวจข้าวของที่ปรกติธรรมดาไม่เหมือนที่พักของเจ้านายชั้นสูงเสียเท่าไหร่

“ท่านเดินทางมาจนถึงหนานเจ้าเพียงต้องการสำรวจห้องของหญิงสาวอย่างเสียมารยาทเช่นนี้หรือ” เสียงอันอ่อนหวานหยาดเยิ้มดังขึ้นผ่านม่านอันบางเบา

สิงตีหน้าซื่อกล่าวออกไปอย่างไม่ได้สนใจมากนัก “หามิได้แม่นาง ข้าเพียงต้องการหาช่องทางหลบหนี หากเจ้าฟ้าหญิงท่านมาถึง การเจรจาไม่เข้าหู ข้าคงต้องตายอยู่ที่นี่เป็นแน่ สู้ใช้โอกาสที่ยังมีเวลาสำรวจทางหนีทีไล่เอาไว้ก่อนจักดีกว่า”

หญิงสาวหลังม่านหัวเราะเล็กน้อย ก่อนจะยกชาขึ้นมาจิบดื่ม “ท่านไม่คิดว่าเราคือเจ้าฟ้าหญิง?” เธอถามอย่างแปลกใจ สิงก็ตอบกลับไปทันที “ท่านคือนางกำนัลหน้าทอง” สิงสูดดมกลิ่นในอากาศ ก่อนจะกล่าวต่อ “นางกำนัลหน้าทองเข้าวังมาตั้งแต่เด็ก เป็นเพื่อนเล่นกับเจ้าฟ้าหญิงจนกลายเป็นนางกำนัลข้างกาย”

“เพียงนี้ท่านก็คาดเดาว่าเป็นเราแล้ว”

“หาไม่ ความเป็นจริงแล้วที่ข้าทราบว่าท่านไม่ใช่ท่านหญิง กล่าวไปมีเพียงสองข้อ” สิงชูนิ้วชี้กับนิ้วกลางขึ้น “หนึ่งนั้นในห้องนี้มีเพียงคนสนิทของเจ้าฟ้าหญิงเท่านั้นที่กล้าวางตัวตามปรกติชน ดูจากมือผีกับรองราชทูตนั่นได้ พวกเขาแม้แต่จะมองพื้นยังไม่กล้ามอง เพียงปล่อยให้ใจร่องรอย ทำตาม แล้วจากไป ส่วนข้อสองสำคัญที่สุด” สิงบิดตัวซ้ายขวา มองโน่นนี่นั่นไม่ตอบคำจนหญิงสาวหลังม่านต้องคาดคั้นออกมา เพียงแต่เจ้าตัวกลับกล่าวจิกกัดกลับไป “ท่านไม่คิดจะเชิญข้านั่งก่อนเหรอ หากท่านไม่ทราบ ข้าพึ่งจะเดินทางมาถึงหนานเจ้าได้ไม่นาน กลับทราบข่าวว่าผู้ใต้บังคับบัญชาเกิดปัญหาขึ้นจึงต้องรีบเดินทางเข้าช่วยเหลือ แล้วยังต้องติดตามคนของท่านมาที่นี่โดยวิธีการวิ่งบนหลังคาอีก” เขากล่าวเชิงตำหนิ ในเมื่อคิดจะเชิญมาทำไมไม่จัดราชรถมาต้อนรับ ต้องให้แขกเดินทางมาเอง

“ท่านเชิญผู้ปกครองหน้ากาก เชิญนั่งลงก่อน” เก้าอี้ไม้ที่ข้างห้องกลับขยับเข้ามาใกล้ประชิด ตั้งไว้กลางห้อง

“ขอบคุณ” สิงหย่อนก้นลงแล้วกล่าวต่อ “ข้อสอง ง่ายมาก” เขาหัวเราะหึหะในลำคอ “นั่นคือกลิ่น”

“กลิ่น?”

“ใช่ กลิ่น มันเป็นความสามารถเฉพาะตัวของข้าที่สามารถแยกแยะกลิ่นได้”

บรรยากาศภายในห้องค่อนข้างตึงเครียดขึ้นมา หากชายภายใต้หน้ากากเบื้องหน้าสามารถแยกแยะกลิ่นได้จริง นั่นแสดงว่าเขาเคยได้กลิ่นมาก่อน หากเป็นเช่นนั้นแสดงว่าเขาเคยเข้ามาสืบยังวังหลวงแลห้องชั้นในได้

“หน่วยหน้ากากช่างมีความสามารถเสียจริง แม้แต่ราชฐานชั้นในท่านยังสามารถเข้ามาสูดดมกลิ่นเช่นสุนัขได้”

“ย่อมไม่ แม้หน่วยหน้ากากจะมีความสามารถเช่นท่านว่า แต่ด้วยสายพระเนตรของเจ้าฟ้าหญิงท่าน กล่าวไปน่าละอายนัก หน่วยหน้ากากเรายังไม่อาจเข้าสู่ราชสำนักหนานเจ้าได้”

“เช่นนั้นท่านเคยได้กลิ่นของเราจากไหนมาก่อนกัน”

“ข้าไม่เคยได้กลิ่นท่านจากที่ไหนมาทั้งนั้น”

“เอ๊ะ! ท่านยังจะเล่นลิ้นอีก” ถึงแม้จะกล่าวเช่นนั้นแต่ยังเป็นการตำหนิเชิงหยอกล้อ บรรยากาศภายในห้องกลับมาเป็นปรกติอีกครั้ง แต่เธอยังไม่อาจเข้าใจได้ว่ากลิ่นของเขาหมายความว่ายังไง “ได้ ข้ายอมแพ้ ท่านบอกกล่าวให้กระจ่างเถอะ”

“หากข้าบอกกล่าวให้กระจ่าง ให้ถือว่าท่านติดค้างน้ำใจข้าพเจ้าสักครั้งดีหรือไม่”

“ท่านผู้ปกครองหน้ากาก เหมือนท่านไม่ทราบว่าที่นี่คือที่ไหน”

สิงบิดขี้เกียจปล่อยตัวตามสบายหลับตาลงผ่อนคลาย “ท่านอย่าคิดขู่ข้าเลย ข้ามิใช่เด็กน้อย อยู่ที่นี่แม้แต่เจ้าฟ้ายังไม่อาจทำร้ายตัวข้าได้แม้แต่ปลายนิ้ว”

หญิงสาวยกชาขึ้นมาจิบหัวเราะอย่างเหยียดหยาม “ช่างไม่ประมาณตัว”

“มิได้ มิได้ แต่ท่านคงลืมไปว่าข้าถูกเชิญมาที่นี่โดยเจ้าฟ้าหญิงท่านอย่างเป็นทางการ หากเกิดข้อผิดพลาดแก่ข้าแม้แต่ปลายนิ้ว...หึหึ...ข้าไม่คิดว่าองค์ชายใหญ่ท่านจะนิ่งเฉย” สิงลุกขึ้นมานั่งเป็นปรกติโน้มตัวไปเบื้องหน้าเล็กน้อยกล่าวคำอย่างลึกลับ “เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน ท่านมอบนำชาแก่เราแก้วหนึ่งถือเป็นของรางวัลในการตอบความลับเรื่องกลิ่นของเรา”

ทั้งสองนิ้วเงียบ สิงยังคงจ้องมองผ่านม่านเบาบางนั้นอย่างเงียบสงบรอคอย มือของหญิงสาวชะงักกลางอากาศก่อนที่โต๊ะจะค่อย ๆ เคลื่อนออกมา ที่บนนั้นปรากฏแก้วชาพร้อมทั้งชาหอมกรุ่นตั้งอยู่ สิงไม่รอช้าหยิบมันขึ้นมาสูดดม “หอมจริง ๆ”

“ที่นี่ท่านก็ตอบคำได้แล้ว”

“ง่ายมาก กลิ่นที่ข้าใช้แยกท่านกับเจ้าฟ้าคือกลิ่นความบริสุทธิ์ เจ้าฟ้าหญิงท่านมีเจ้าหญิงน้อยแล้วย่อมไม่อาจรักษากลิ่นความบริสุทธิ์เอาไว้ได้อีก แต่นางกำนัลส่วนตัวประกอบกับการเป็นเพื่อนเล่นของเจ้าฟ้าหญิงท่านมาตั้งแต่เด็กอย่าหวังว่าใครจะสามารถคาดหมายได้ ตัวท่านเองก็อยู่ในกรอบระเบียบตลอดมา สิ่งที่ใช้แยกตัวท่านกับเจ้าฟ้าหญิงนั่นคือกลิ่นของความบริสุทธิ์นั่นเอง” สิงกล่าวจบ ปลดหน้ากากออกเผยส่วนปากยกกระดกชารวดเดียวจนหมด “อา ร้อนชิบ วันหลังท่านทำให้มันอ่อนหน่อยนะ”

“เจ้า.....” เสียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันดังขึ้นมาแต่มีหรือสิงจะสนใจ เขายังวางตัวปรกติตำหนิน้ำชาที่ร้อนเกินไปของนางกำนัลหน้าทอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 146 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

202 ความคิดเห็น