ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 28 : สร้อยสังข์ขมังเวท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,250
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 243 ครั้ง
    29 พ.ย. 63

“ท่านตัดสินใจกันว่ายังไงขอรับ” สิงถามขึ้นทันทีเมื่อเห็นทั้งสามคนกำลังนั่งคุยกันอยู่ ใบหน้าของคุณหนูดูดีขึ้นมากแต่ปากยังคงแห้งแตกขาวซีดไม่ต่างจากเดิม

“ข้าเคยได้ยินว่าทางตะวันออกสามารถทำการสักแบบไร้สีได้ ท่านหมอสามารถทำแบบนั้นได้หรือไม่ขอรับ” คหบดีอ้วนถามขึ้นเป็นลำดับแรก สิงได้แต่ถอนหายใจแล้วอธิบาย

“การสักครั้งนี้เป็นการตั้งป้อมค่ายกลภายในร่างกายขอรับท่านอ้วน ถ้าหากเราทำการสักแบบไร้สีหรือไร้ซึ่งร่องรอยใดๆ เราจะไม่สามารถทราบได้เลยว่ามีค่ายกลตรงไหนที่แตกหักไปแล้วบ้าง หากวันไหนมันแอบหลุดรอดออกมาได้ ข้าคงไม่อาจสามารถซ่อมค่ายกลที่พักทลายภายในร่างกายแลจิตใจได้ ครั้งนี้ข้าต้องสักอักขระลงบนสี่จุดใหญ่ภายในร่างกาย อกสร้อย หลังสังข์ ท้องขมัง แผ่นหลังพระเวท

หากมีจุดใดจุดหนึ่งชำรุดเสียหายเพียงคุณหนูตั้งกรรมฐาน อธิษฐานจิตตามที่ข้าบอกก็สามารถซ่อมจุดที่ชำรุดเองได้ไม่ยากนัก สร้อยเป็นอักขระแห่งเพลิงสะกดข่มเหมันต์เวทมิให้ลุกลามออกภายนอก ประกอบกับสังข์ที่คอยรองรับพลังเวทที่จนมากเกินความจำเป็นบรรจุกักเก็บเอาไว้เพื่อเรียกใช้ยามต้องการใช้ได้อีกชั้น ขมังจับธนูสร้างด่านป้อมด่านกำแพงป้องกันชั้นที่สองดั่งค่ายทหารต้านศึก พระเวทคือหัวใจหลักเสริมสร้างพลังของค่ายกลทั้งหมดสอดประสานงานสนับสนุนซึ่งกันและกัน เปลี่ยนร่างของคุณหนูท่านเป็นภาชนะกักขังพลังชนิดหนึ่งที่คงทน กักขังแก่นปีศาจเอาไว้ไม่ให้ออกสู่ภายนอก เมื่อมันไม่อาจออกสู่ภายนอกได้นั่นหมายถึงคุณหนูก็ไม่ต้องสิ้นชีพด้วย” สิงกล่าวอธิบายยาวเหยียด ก่อนที่จะมองไปยังทั้งสามคนอีกครั้ง

“แต่ถ้าหากไม่สัก ข้าขออนุญาตพูดตามตรง คุณหนูยังคงสามารถมีชีวิตสืบไปจนสิ้นอายุขัย เพียงแต่ไม่อาจที่จักใช้ชีวิตเช่นคนปรกติได้อีก ตัวยาของข้าสามารถช่วยเหลือเพียงสะกดข่มมันได้ชั่วขณะ เมื่อถึงเวลาที่มันพักฟื้นตัวเองด้วยการดูดซับพลังเวทอันมหาศาลในตัวคุณหนู ไม่นานคุณหนูก็ต้องล้มป่วยลงอีกครั้ง”

“เจ้าว่ายังไงบัว”

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะเจ้าคุณพ่อ ให้ท่านหมอรักษาเถอะ ถึงอย่างไรลูกก็ไม่คิดที่จะออกเรือนอยู่แล้ว” บัวกล่าว

“ความเป็นจริงแล้วคุณหนูเพียงเปลี่ยนการแต่งตัวใหม่ ปกปิดรอยสักเอาไว้ก็สามารถเดินทางไปไหนต่อไหนได้โดยสะดวกแล้วขอรับ ในการสักครั้งนี้คงสร้างความลำบากให้คุณหนูเพียงเรื่องนั้นเรื่องเดียวจริงๆ”

“เอาล่ะ จัดการเถอะ” คหบดีอ้วนถอนหายใจอีกครั้ง เขาไม่เชื่อว่าจะมีคนกล้าดูถูกลูกสาวของเขา ด้วยอำนาจทางการเงินที่เขามีผลประโยชน์ที่เขามอบให้ลูกเขยแลครอบครัวของเขา ต่อให้ลูกสาวของเขาต้องสักทั้งตัว เขาไม่เชื่อว่าสามีที่แต่งเข้ามาจะยังกล้าดูถูกนาง แต่ถ้าลูกของเขาไม่คิดจะแต่งบุรุษเข้าเรือนมา ก็ไม่ต้องแต่ง ลูกสาวคนเดียวเขาเลี้ยงได้

“ขอรับ” สิงยิ้มออกมา เขาอธิบายบอกทุกอย่างแล้วแต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่ได้บอกก็คือ ผู้ที่สัก สร้อยสังข์ขมังเวท จากเขาจะถูกผูกดวงวิญญาณเข้ากับเขาด้วย เมื่อตกตายไปแล้วร่างวิญญาณนั้นจะเป็นของสิง สิงต้องสิ้นเปลืองความคิดแลพลังวิญญาณเนื่องจากหญิงสาวเบื้องหน้าหาใช่คนธรรมดา การที่อยากได้สฟิงซ์มาเป็นสัตว์เลี้ยงวิญญาณ ย่อมต้องลงทุนที่หนักขึ้น

“ขอรบกวนท่านอ้วนช่วยจัดหา เข็มสามเล่มแต่ละเล่มยาวสามนิ้ว ไม้ไผ่ยาวสามข้อ สีแดงชาด เลือดหมาดำหนึ่งถ้วย เลือดไก่หนึ่งถ้วย เลือดหญิงสาวบริสุทธิ์หนึ่งถ้วย ธูปหอมสามดอก” สิงกล่าวเหมือนมันเป็นเรื่องปรกติ เหมือนกับการแจกแจงข้าวของในห้องหอ คหบดีอ้วนรีบเดินออกไปสั่งให้คนจัดหาสิ่งของทั้งหมดโดยทันที

สิงเดินออกมาจากห้องมองไปยังท้องฟ้าก่อนที่จะยกนิ้วขึ้นมาคำนวณทำท่าเหมือนผู้รู้ทั้งๆที่ไม่ได้เรียกศาสตร์การพยากรณ์หรือโหราศาสตร์มาก่อน เขาเพียงต้องการสร้างความน่าเชื่อถือเท่านั้น ก่อนที่จะพยักหน้าส่งเสียงอืมสองครั้งในลำคอแล้วกล่าวต่อ “ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปได้ควรทำให้เสร็จ คืนนี้ข้าจะได้ทำการรักษา”

“ได้ท่านหมอ ท่านไม่ต้องห่วง เมืองชายแดนนับเป็นเมืองที่มีสินค้ามากมายเกือบเทียบเท่ากับเมืองหลวง ข้ารับรองว่าสามารถให้สิ่งที่ท่านต้องการได้ภายในเวลาหนึ่งก้านธูปไหม้หมดดอก”

“ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ขอรับท่านอ้วน ขอเพียงนำมันมาก่อนที่พระจันทร์จะลอยเด่นฟ้าก็เพียงพอแล้ว”

“ไม่ทราบว่า คือ...” คหบดีอ้วนเขินอายเล็กน้อย เมื่อเขาสบายใจเรื่องลูกสาวทุกสิ่งทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปเหมือนเป็นคนละคน เขาดึงสิงที่สูงกว่าเล็กน้อยลงมากระซิบถามเบาๆ “ไม่ทราบว่าท่านหมอมียาที่สามารถทำให้ข้ามีลูกได้หรือไม่ขอรับ ลูกสาวข้าคงไม่ยอมแต่งออก ข้าเองก็มีเมียมากมายแต่กลับมีลูกยากเหลือเกิน ข้าพยายามหาหญิงสาวมามากมายจนช่วงหลังมานี้เจ้านั่นก็ไม่สู้เอาเสียเลย”

สิงมองตาเขาพร้อมทั้งยิ้มออกมาเล็กน้อย จับข้อแขนของคหบดีอ้วนขึ้นมาทำท่าตรวจสอบดู “ท่านอ้วนไม่ต้องคิดมาก ท่านเพียงคิดเรื่องของคุณหนูมากไปเท่านั้น ความเครียดทำให้มันไม่แข็งตัว ส่วนเรื่องลูกล้วนเป็นที่บุญกรรมของท่าน เอาแบบนี้ หลังจากรักษาคุณหนูเสร็จข้าจะทำการหลอมสร้างยาให้กับท่าน เพียงหยดลงข้าวปลาอาหารหนึ่งหยด อยู่กินกับนางสักอาทิตย์สองอาทิตย์ ข้ารับรองเลยว่าท่านจะเห็นผลในหนึ่งเดือนสองเดือนอย่างแน่นอน”

“ขอบคุณขอรับท่านหมอ” คหบดีอ้วนถูมือของตัวเองไปมาก่อนที่จะจ้องมองไปยังเหล่าภรรยาทั้งหลายที่กำลังวิ่งวุ่นเตรียมของไปมาอยู่เบื้องหน้า การมีลูกของคุณโบราณนับเป็นความสามารถหนึ่ง ยิ่งมีลูกมากครอบครัวยิ่งมีอิทธิพลมาก การมีเงินมีทองใช่จะถือว่าเป็นผู้มีอำนาจในท้องถิ่นเสมอไป บ้างบางครอบครัวโบราณไร้ซึ่งเงินทองแต่กลับมีลูกมาก สุดท้ายก่อตั้งหมู่บ้านสร้างตระกูล สุดท้ายลูกหลานมากมายตบแต่งภรรยาเข้ามาสร้างครอบครัวเข้าไปอีกกลายเป็นเมืองขนาดใหญ่โดยใช้เวลาเพียงสองชั่วอายุคน การมีลูกในสมัยนี้จึงนับเป็นอีกความสามารถหนึ่งจริงๆ ยิ่งมีลูกมากยิ่งถูกนับถือมาก

“ของเตรียมพร้อมแล้วขอรับ” เป็นไปตามคหบดีอ้วนว่าไว้ทุกประการ เพียงไม่นานอุปกรณ์ทั้งหมดก็เตรียมมาไว้จนพร้อมเสร็จ สิงสั่งให้ทั้งหมดนำมันเข้าไปในห้อง ปล่อยให้คุณหนูคุยกับมารดาของตนเองอย่างไม่รบกวน อย่างไรเสียแม่ลูกไม่พูดคุยสนทนากันมานาน นางพยายามป้อนอาหารดีหลายๆอย่างเท่าที่จะหามาได้ให้ลูกสาวที่ค่อยๆ นั่งรับประทานอยู่ สิงมองภาพเบื้องหน้าอย่างเงียบๆ ปล่อยเวลาผ่านไปจนกระทั่งตะวันเริ่มที่จะตกดิน

เขาเชิญคุณนายใหญ่ออกจากห้องปล่อยตัวเองอยู่กับคุณหนูสองต่อสอง สิงยกยิ้มประดับเล็กน้อยเมื่อห้องปิดสนิทเหลือเพียงแสงเทียนที่ให้ความสว่าง เมื่อทุกอย่างเงียบสงบลงเขาจึงได้กล่าวขึ้น “โปรดถอดเสื้อผ้าออกแล้วนอนลงเถอะขอรับ ถึงเวลารักษาแล้ว”

บัวเองก็กล้าๆ กลัวๆ หากเธอไม่ทราบมาก่อนว่าต้องทำสิ่งใด เธอคงเรียกดาบเหมันต์ประจำตัวออกมาสับชายหนุ่มเบื้องหน้าที่บอกให้เธอเปลื้องผ้าผู้นี้ไปแล้ว แต่เมื่อยิ่งทราบอยู่แล้วใบหน้าของเธอกลับขึ้นสีอย่างเอียงอายขึ้น ชายหนุ่มเบื้องหน้านี้อายุอานามคงมากว่าเธอไม่กี่ปี รูปร่างหน้าตาของเขายังดูดีเสียไม่เบา แถมยังมีความสามารถอยู่บ้าง ทำเอาหญิงสาวคิดออกไปไกล สิงเองก็ไม่ได้สนใจ เขานำกระถางธูปออกมา จุดธูปทั้งสามดอกด้วยเทียน ปากบ่นงึมงำร่ายเวทอัญเชิญเทพต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือรักษาทำพิธีกรรม

บัวจึงค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออก เผยร่างอันเปลือยเปล่าที่ขาวผ่อง ร่างของเธอแทบไม่ได้เจอแสงแดดสีผิวจึงขาวจนผิดปรกติ ประกอบกับร่างกายพึ่งมีเลือดไหลผ่านทำให้ผิดขาวนั้นขับความอมชมพูขึ้นมาดูเหมือนเด็กสาวตัวน้อยที่น่ารักคนหนึ่ง เมื่อสิงหันหน้ากลับมามองสำรวจเธอ หญิงสาวรีบปกปิดส่วนสงวนของตนเองแล้วจ้องมองเขากลับไปด้วยความเอียงอายบิดตัวไปมา

“ไม่ต้องอายหรอกขอรับ ท่านไม่ต้องห่วงว่าข้าจะพิศวาสเด็กน้อยเช่นท่านหรอก นอนลงเถอะ เราเสียเวลาทำพิธีมามากแล้ว” บัวถูกคำพูดของสิงจู่โจมจนอับอายกลายเป็นโกรธแค้น ขณะที่เธอกำลังจะพูดอะไรออกมาสิงกลับกล่าวต่อ

“ผู้หญิงที่ผ่านการทำพิธีจากข้ามีมากมาย สวยกว่าท่าน หน้าอกใหญ่กว่าท่าน รูปร่างดีกว่าท่าน ยั่วยวนกว่าท่าน ข้ายังไม่คิดแตะต้องพวกนาง ท่านไม่ต้องห่วงหรอก ข้าไม่คิดเกิดจิตพิศวาสกับท่านแน่นอนคุณหนู” ยิ่งสิงกล่าวซ้ำย้ำอธิบายเพื่อให้คุณหนูตัวน้อยเบื้องหน้ามั่นใจ เธอยิ่งรู้สึกอยากฆ่าหมอหนุ่มเบื้องหน้านี่มากกว่าเดิม โดยหารู้ไม่ว่าสิงเพียงมองเธอเป็นเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้นจริงๆ หากเปลี่ยนเป็นมารดาของเธอหรือป้าของเธอโน้นซิค่อยมาเฝ้าระวังเขา ‘เฮ้อ เด็กน้อยขนอ่อนเช่นเจ้าหรือจะสู้กระดังงาลนไฟได้ ช่างไม่เจียมตัว รีบๆนอนลงเสียทีเถอะ เสียฤกษ์หมด’ เมื่อเห็นว่าบัวไม่ยอมนอนลงเสียทีสิงจึงกล่าวกระตุ้นเตือนอีกครั้ง

“ถึงฤกษ์แล้วขอรับคุณหนู รีบขึ้นเตียงสักที”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 243 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

204 ความคิดเห็น

  1. #147 sunyb2 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:40
    สิงชอบคนมีอายุ 😆
    #147
    0
  2. #104 book1122 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 00:36
    ตลกดี55555
    #104
    0
  3. #47 Batto- (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 17:38
    รอครับ
    #47
    0