ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 21 : แผนการทูต?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,393
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 254 ครั้ง
    21 พ.ย. 63

ทางด้านเมืองหลวงกลับเต็มไปด้วยความระทึก ความแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นกับองค์ชายใหญ่ทำให้หลายฝ่ายต่างเฝ้าระวัง องค์ชายใหญ่ผู้ขึ้นชื่อว่ามีความโหดเหี้ยมกลับส่งตัวคนร้ายที่ลอบสังหารตนเองให้กับทางวังหลวงอย่างระวัง และกำชับให้ดูแลพยานคนนี้เป็นอย่างดี อย่าได้ทำการทัณฑ์ทรมานโดยเด็ดขาด ต่างจากนิสัยลงมือก่อนแล้วค่อยถามขององค์ชายเป็นอย่างมาก แต่ที่น่าแปลกประหลาดคือ ถึงแม้หัวหน้าทหารรับจ้างคนนี้จะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร แต่จิตใจของเธอกลับเลื่อนลอยไม่เหมือนผู้คนปรกติ

และหลังจากวันฝากขังเพียงหนึ่งวัน หมู่บ้านขนดำเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ กองกำลังทั้งหมดต่างผ่อนคลายลง พร้อมด้วยข่าวลือมากมายเกี่ยวกับการเปิดรับคณะทูตของหมู่บ้าน ทางการเองก็ทำการหลับตาลงข้างหนึ่งปล่อยให้หมู่บ้านในปกครองมีคณะทูตของตนเองเหมือนกำลังปลอบโยนองค์ชายใหญ่ผู้ผ่านความตาย

หน่วยหน้ากากที่เคลื่อนไหวไปมาไร้ร่องรอยกลับปรากฏขึ้นที่เมื่อหลวงครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเขาเลือกที่จะไม่ปกปิดตัวตนหากไม่จำเป็นเช่นเดิมอีก แต่หากคิดจะติดตาม ไม่นานผู้ติดตามนั้นจะพบว่าหน่วยหน้ากากไม่ได้มีดีเพียงแค่ข่าวลือ หากพวกเขาคิดจะปกปิดตัวตนหาได้ยากไม่เพียงแต่เมื่อเข้าในเมืองพวกเขาเลือกที่จะไม่ปกปิดมัน

“เจ้าตัวดีนั้นต้องการทำสิ่งใดกัน” กษัตริย์ขุนเขานั่งจ้องมองรายงานตรงหน้า รายงานจากกรมเมืองเกี่ยวกับนักโทษที่ถูกรักษาตัวในคุกหลวง ทหารขนดำเองก็ส่งหนังสือประทับตราองค์ชายใหญ่เพื่อขอเข้าประจำการที่กรมเมือง ทำหน้าที่ดูแลนักโทษคนนี้เป็นการพิเศษ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำกลับทำตามระเบียบแบบแผนไม่มีช่องให้สามารถโจมตีได้

“หรือองค์ชายใหญ่ผ่านความตายครั้งนี้มาได้แล้วจึงกลายเป็นคนอยู่กับร่องกับรอยขึ้น” อำมาตย์ถานตอบคำอย่างระวัง ใบหน้าของกษัตริย์ขุนเขากลับแสยะยิ้มขึ้น “ถ้าไอ้ลูกตัวดีนี่สามารถอยู่กับร่องกับรอยเช่นองค์ชายปรกติได้ มันคงกลับมาเป็นองค์ชายอยู่ว่างแล้ว เจ้าอย่าลืมซิว่าวังองค์ชายใหญ่นั้นแทบกลับเป็นวังเย็นไปแล้วตอนนี้ หากมิได้มีพวกก็อมนอยอาศัยอยู่ร่วมกำนัล ข้าคงมิกล้าแม้แต่จะเดินผ่านยามวิกาลแล้ว” เขาพูดพลางหัวเราะออกมาก่อนที่จะประทับตราอนุมัติ

“จะอยู่กับร่องกับรอยก็ดี หรือจะวิปลาสก็ดีอย่างไรเสียล้วนต้องอนุมัติ แม้แต่แผนการทูตที่ต้องการผูกสัมพันธ์กับทางชนเผ่าน้อยใหญ่มันยังส่งมาให้ข้าอนุมัติ”

“แผนการทูต?” อำมาตย์ถานถามอย่างสงสัย

“ใช่แผนการทูต ทั้งการเจรจา ทั้งการใช้งบประมาณแผ่นดิน....อ่า งบประมาณแผ่นดิน” กษัตริย์เมืองขุนเขาพูดถึงแล้วก็ได้คิด ช่วงนี้เขาเอาแต่มุ่งเป้าไปที่ความแปลกประหลาดของบุตรชายกลับมิได้มองไปที่ส่วนอื่น

“อำมาตย์ถาน”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“สั่งการ....ไม่ซิ แอบไปตรวจสอบอย่างลับๆ ไม่....ไม่มีอะไร” กษัตริย์เมืองขุนเขาอยากจะใช้หน่วยข่าวกรองตรวจสอบในคราแรกแต่เขาก็นึกขึ้นได้ว่าเขาดึงอำนาจส่วนนี้ออกจากอำมาตย์ถานแล้ว เขาจะให้แอบตรวจสอบอย่างลับๆ หนังสือเบื้องหน้าของเขาก็มีรายละเอียดทั้งหมดวางอยู่ แลยังมีการตรวจสอบของหน่วยข่าวกรองที่ช่วยตรวจสอบการทำงานของหมู่บ้านขนดำด้วยอีกชั้น ตอนนี้บุตรชายคนโตของตนเองกำลังใช้คนของตนเองตรวจสอบคนของเขาด้วยอีกชั้นในขณะที่ดึงเอาหน่วยหน้ากากที่ช่วยตรวจสอบไปทำงาน มันทำให้เขาอดยิ้มออกมาไม่ได้ “ไม่มีอะไรแล้ว เจ้าไปเถอะ”

“พ่ะย่ะค่ะองค์เหนือหัว” อำมาตย์ถานเดินออกมาด้วยความมึนงง แต่ด้วยตากลับฉายประกายความเด็ดเดี่ยวเอาไว้ หน่วยข่าวกรองส่งข่าวออกไปสามสาย หนึ่งคือกษัตริย์เมืองขุนเขา สองคือองค์ชายใหญ่ และสุดท้ายสายของเขาแอบส่งข่าวมาให้ด้วย ถึงแม้จะไม่ได้ครบถ้วนแต่ก็พอทำให้เขาสามารถวิเคราะห์และปรับตัวในแวดวงขุนนางได้

“องค์ชายท่านต้องการสิ่งใดกัน” อำมาตย์ถานได้แต่คิด โดยที่ไม่ได้สนใจรอบข้างแม้แต่น้อยว่าจะมีขุนนางน้อยใหญ่มากมายเพียงไหนกำลังทักทายเขาอยู่


 

หลังจากอำมาตย์ถานจากไป หลังม่านมุมห้องกลับปรากฏเสียงความเคลื่อนไหว ร่างของหญิงสาวในชุดขาวเดินออกมาอย่างอ้อนช้อย เธอถูกประคองเอาไว้ด้วยนางกำนัลที่ดูแล้วไม่เหมือนหญิงสาวปรกติเสียเท่าไหร่ ด้วยมัดกล้ามแลรูปร่างที่ใหญ่โตไม่ต่างจากชาย

“เจ้าคิดว่าลูกเรากำลังเดินเกมอันใดกันแน่” กษัตริย์เมืองขุนเขาไม่แม้แต่จะหันไปมอง เขายังอ่านกระดาษร่างงานเบื้องหน้าพร้อมทั้งวิเคราะห์

หญิงสาวนางนี้ย่อมเป็นพระมารดาขององค์ชายทั้งสองพระองค์ นางย่อตัวทำความเคารพเล็กน้อยแล้วปล่อยให้นางกำนัลนั้นประคองนั่งลงก่อนที่นางกำนัลจะหมอบกราบแล้วถอยออกไปหลังม่านอีกครั้ง

“ท่านพี่ ท่านไม่ควรมองลูกเราเป็นศัตรู หากท่านมองเขาเป็นศัตรูท่านก็จะเอาแนวคิดมุมมองการต่อสู้มาหักล้างไป หากเรามองในมุมของพ่อแม่ ข้ากลับเห็นว่าลูกเรากำลังต้องการหาทางกลับมาอยู่ร่วมกับเรา”

“ร่วมกับเรา? เจ้าใหญ่นั่นน่ะเหรอคิดอยากจะมาอยู่ร่วมกับพวกเรา เขาจะเรียกข้าว่าพ่อสักคำยังไม่มี”

“นี่ต้องโทษว่าข้า ในยามที่เขายังเด็กหากข้าไม่กดดันเขามากเกินไปเขาคงไม่ต้องมากลัวชื่อเสียราชวงศ์ต้องแปดเปื้อนเพราะเขาเยี่ยงนี้ หากวันนั้นเขาไม่เห็นข้าร้องไห้ทุกข์ใจ เขาคงไม่ต้องทำทุกสิ่งอย่างมากมายเช่นนี้”

“และไม่ต้องมากราบไหว้อ้อนวอนข้าให้แต่งตั้งน้องชายเป็นรัชทายาท” เขาพูดแล้วก็ถอนหายใจ “แต่ครั้งนี้ลูกเราเดินเกมแปลกเกินไป เขาตั้งตนไม่สนกับผู้ใดเพื่อไม่ให้เป็นข้อครหา แต่ครานี้กลับต้องการแต่งตั้งทูลแลใช้งบของทางการในการจัดตั้ง”

“ข้าถึงได้บอกท่านว่าให้มองในมุมมองว่าเขาเป็นคนของเรา อย่าได้ใช่มุมมองที่มองศัตรูในการมองเขาตอนนี้ ในความคิดเห็นของข้า ข้ากลับคิดว่าลูกของเราโตขึ้นแล้ว เขาใช้ความคิดมากกว่ากำลังย่อมเป็นเรื่องที่ดี ในเมื่อเขาอยากจะหาสมัครพรรคพวกแล้วไม่อยากให้มีข้อครหาตามมาเขาก็ทำให้มันเป็นทางการเสีย ใช้งบของทางการ ทำทุกอย่างตามขั้นตอน เท่านี้ก็สามารถลบข้อครหาได้แล้ว แถมยังดีเสียอีก เขากลับเป็นองค์ชายผู้ทรงงานเพื่อบ้านเมือง พวกชนเผ่าเล็ก ชนเผ่าน้อย ค่ายกองกำลัง สำนักอาจารย์ต่างๆ ในพื้นที่ของเราเองก็เริ่มจะสร้างปัญหา หากมีคนช่วยแบ่งเบาภาระเหล่านี้ไปย่อมมีเรื่องดีมากกว่าเสีย”

“อืม น้องหญิง เจ้าพูดมาแบบนี้ก็ทำให้ข้าได้คิด แต่ข้าคงต้องขอดูไปอีกสักพักถึงจะวางใจได้ เจ้าลูกคนนี้มักไม่อยู่กับร่องกับรอย เราไม่สามารถใช้ตรรกะของคนปรกติมาวัดกับตัวเขาได้”

ทั้งสองยังคงปรึกษาหารือพร้อมทั้งมีปากเสียงกันเล็กน้อย โดยที่ไม่รู้เลยว่าเจ้าตัวดีนั้นตอนนี้กำลังแบกถุงกระสอบที่เต็มไปด้วยเขาควายศักดิ์สิทธิ์ฮัมเพลงไปตามท้องถนนอย่างอารมณ์ดีดั่งคนไม่สมประกอบผู้หนึ่ง

“พ่อเลี้ยง เตาเผานี่ราคาเท่าไหร่” สิงเดินแบกกระสอบเข้าไปในร้านขายพวกเครื่องปั้นทันที เขามองสำรวจเตาเผายาอย่างระวังแล้วถามออกไป เจ้าของร้านเองก็มองสำรวจสิงตั้งแต่หัวจรดเท้า หากไม่นับใบหน้าที่ดูมีสง่าราศี เขาคงไม่ขายให้พวกชุดดำเช่นนี้แน่ ในยุคนี้ผู้มีเงินไม่มีใครแต่งชุดดำกัน สีของชุดบ่งบอกถึงความมีฐานะ หากยิ่งมีฐานะดียิ่งใส่ผ้ามากสี ยิ่งมีฐานะต่ำต้อยยิ่งไม่ต้องพูดถึง แม้แต่ผ้าธรรมดายังไม่อาจหาใส่ได้จะเอาเงินที่ไหนหาซื้อผ้าสีใส่ได้

“เอ็งมีเงินหรือเปล่า เตานี่ทำจากทองเหลืองเชียวน่า มันมีค่ามากกว่า....” เขายังพูดไม่ทันจบสิงก็วางเงินเหรียญทองเอาไว้เบื้องหน้าแล้ว “แน่นอนขอรับนายท่าน เราย่อมขายให้ท่านในราคาที่เหมาะสม กระผมรับรองเลยว่าเตาเผาของที่ดีเป็นเตาเผาที่ดีที่สุดเท่าที่เมืองชายแดนจะหาให้ได้” เจ้าของร้านกล่าว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 254 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

202 ความคิดเห็น

  1. #46 Je..Je..Jeen (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 01:04
    เปลี่ยนไวสุดๆ พ่อค้า นับถือ 5555
    #46
    0
  2. #45 111555999888Jo (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 18:49
    เปลี่ยนสีเก่งจริงพ่อคุนนน
    #45
    0
  3. #25 masukusang (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 20:02
    ภาษาเปลี่ยนอีกแล้ว5555
    #25
    0
  4. #23 Totorokun (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 16:07
    ชอบความหักเลี้ยว180องศาของพ่อค้าอ่ะ
    #23
    0