ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 2 : ฝังรูปฝังรอย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,607
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 450 ครั้ง
    23 พ.ย. 63

สิงจ้องมองไปยังร่างของเขาอย่างไร้ความรู้สึก “ไอ้หนู ลุกขึ้นมาเถอะ เอ็งตายแล้ว” วิญญาณส่วนมากมักไม่รับรู้ว่าตนเองตายแล้ว “สงสัยยังไม่ได้ยิน” สิงเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วดึงหอกออกมาทิ้งไปในความมืด ร่างของเด็กหนุ่มจึงค่อยๆ ยืนขึ้น เขามองไปรอบๆอย่างหวาดกลัว เมื่อเห็นใส่ร่างอันแก่ชราของสิง เด็กหนุ่มผงะถอยหลังล้มลงไปด้วยความหวาดกลัวทันที

“แกเป็นใคร ข้าอยู่ที่ไหน” คำถามเดิมๆ ที่เขาได้ยินมาตลอดชีวิต เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาจับวิญญาณมาเป็นทาส พวกมันมักจะถามคำถามนี้ต่อเขาเสมอ สิงแสร้งทำเป็นลึกลับกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ข้าคือราชาปีศาจ เจ้าได้ตายไปแล้ว” พูดจบหัวเราะออกมาอย่างน่าเกลียด

“ไม่นะ ไม่จริง ข้ายังตายตอนนี้ไม่ได้”

“เฮ้ย อย่าจริงจังไปเลยน่า โลกนี้มีราชาปีศาจที่ไหนล่ะไอ้หนู เอ็งดูข้าซิ แก่ขนาดนี้แล้วจะไปเป็นราชาปีศาจได้ยังไง โตเป็นควายแล้วทำขวัญอ่อนไปได้” สิงตัดบทอย่างน่ารำคาญ

“จริงเหรอ”

“เออ” สิงตอบแล้วเดินออกไป เขาไม่รู้ว่าควรไปที่ไหน ทุกที่มันมืดไปหมดแต่ตอนนี้เขาสามารถเดินได้แล้วเขาก็อยากที่จะเดินก่อนที่อาจจะไม่ได้เดินอีก

“แล้วเจ้าจะไปไหน” เด็กหนุ่มถามอีกครั้ง แผลของเขายังคงมีเลือดไหลออกมา เพียงแต่เลือดที่ว่านั้นเป็นเลือดของวิญญาณ มันมีสีดำเหมือนควันแล้วลอยขึ้นไปในอากาศ

“เรื่องของข้าซิ”

“ข้า ข้าขอไปด้วยได้ไหม” สิงมองรอบตัวอีกครั้งเมื่อมองไม่เห็นสิ่งใดอีกเขาก็พยักหน้ารับ ชีวิตเขาเต็มไปด้วยลูกศิษย์ลูกหาห้อมล้อม การเดินไปโดยไร้ซึ่งจุดหมายคนเดียวมันออกจะเปลียวเหงาอยู่บ้าง การที่ได้เดินไปกับใครสักคน พูดคุยกันบ้างให้คลายเหงา มันก็ไม่เลว

“ให้ข้าช่วงพยุงหรือไม่ท่านผู้เฒ่า” เมื่อเห็นร่างของสิงเดินอย่างยากลำบาก เขาก็อดไม่ได้ที่จะเข้าไปช่วย สิงยังไม่ทันตอบคำเด็กหนุ่มก็เดินเข้ามาประคองที่แขนของเขาเอาไว้แล้ว “เอ็งนี่พัฒนาความสัมพันธ์ได้ไวเสียจริง” สิงหัวเราะก่อนที่บรรยากาศรอบข้างจะเปลี่ยนไป พวกมันเต็มไปด้วยซากศพของทหารในยุคโบราณที่นอนตายเกลื่อนกลาด บ้างไร้แขน บ้างไร้ขา บ้างไร้หัว ทุกศพล้วนไร้ซึ่งความสมบูรณ์ของร่างกาย เสียงร้องของอีกาดังระงมเต็มไปทั่ว เขาเงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้า นกสีดำบินวนรอบบริเวณ ถึงแม้เขาจะอยู่กับความตายและเห็นคนตายมาเป็นจำนวนมากแต่นี่นับเป็นครั้งแรกที่สิงได้เห็นซากศพมากมายถึงเพียงนี้ สิงรีบสะบัดมือออกจากเด็กหนุ่มภาพเบื้องหน้าก็หายไป

“อะไรกัน”

“ท่านผู้เฒ่าเป็นอะไรงั้นเหรอ? ทำไมอยู่ๆ ตัวท่านก็มีเหงื่อออก”

“เหงื่องั้นเหรอ” เขาลูบไปที่ข้างแก้มของตัวเอง ‘วิญญาณไม่มีเหงื่อ เกิดอะไรขึ้นกัน’ เขาหันไปจ้องมองเด็กหนุ่มคนนั้นอีกครั้ง “เจ้าไม่เห็นงั้นเหรอ”

“เห็นอะไรหรือท่านผู้เฒ่า” เมื่อจ้องมองดวงตาที่ล่องลอยของเด็กหนุ่มทำให้สิงรับรู้ว่าใกล้ถึงเวลาอายุขัยของวิญญาณแล้ว “เจ้าเป็นใครกัน”

“ตัวข้างั้นเหรอ ข้า...” เด็กหนุ่มเงียบไปเหมือนคิดอะไรบ้างอย่าง เขาพยายามคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก “ข้าเป็นใครกัน ใช่แล้ว ข้า ข้ามีชื่อว่าดำ บุตรชายของ... เอ่อ บุตรชายของกษัตริย์เมืองขุนเขา เขาเป็นใครกัน...” เด็กหนุ่มเซื่องซึมลงไป คอของเขาค่อยๆตกลงก้มมองไปที่บาดแผลของตัวเอง

“เจ้าได้ยินข้าไหม” สิงถอยออกมาสองก้าวแล้วยกมือซ้ายขึ้นมาแบมือทั้งห้า “ด้วยนามของเทพอสูราทั้งห้าข้าขอใช้นามสูงสุดแห่งเทพผู้คุมขังเพื่อเรียกหาและจองจำเจ้า” สิ้นเสียงของสิงร่างของเด็กหนุ่มพุ่งเข้าหาเขาทันที ใบหน้าของเด็กหนุ่มกลับกลายเป็นเละเทะ ร่างกายค่อยๆ ย่อยสลายไม่อาจคงสภาพของผู้คนได้อีก เสียงปะทะกันของร่างวิญยาณกับกรงขังดังสนั่น ร่างของชายชราอย่างสิงไม่อาจรับแรงกระแทกในครั้งนี้ได้ ตัวเขาปลิวกระเด็นล้มลงไถลไปกับพื้นนับสิบเมตร

“แค๊ก แค๊ก” สิงสำลักเลือดสีดำออกมาก่อนที่เลือดสีดำนั้นจะกลายเป็นควันแล้วลอยขึ้นฟ้าไป “ไอ้เด็กเวร จะกลายสภาพไม่ยักกะบอกกัน เกือบไม่ทันแล้วไง” ดำที่กลายสภาพเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจไร้รูปร่าง หากจะบอกว่ามันกลายเป็นดวงวิญญาณดวงหนึ่งก็คงจะใช่ ดวงวิญญาณที่ถูกขังเอาไว้ในกรงสีดำไร้ซึ่งทางออก

“เอาล่ะ” สิงลุกขึ้นอย่างยากลำบากแล้วเดินเข้าหามัน “ขอดูหน่อยเถอะว่าแกทำอะไรได้บ้างก่อนสูญสิ้นอายุขัย” เมื่อถึงช่วงเวลาสุดท้ายของอายุขัยวิญญาณ วิญญาณทุกดวงจะไม่สามารถควบคุมตนเองได้ พวกมันจะดุร้ายเป็นพิเศษ ความเป็นจริงแล้วคำว่าสิ้นอายุขัยคือการใช้พลังงานวิญญาณจนหมดแล้วหายไปตลอดกาล ขั้นตอนก่อนการสิ้นอายุขัยคือการที่บีบให้ร่างวิญญาณนั้นๆ ใช้พลังวิญญาณจนหมดตามสัญชาตญาณของวิญญาณดวงหนึ่งเท่านั้น

“เอ็งไม่ต้องร้อนรนทนทรมานหรอก” สิงเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้ววาดมือไปกลางอากาศแต่กลับไม่สามารถทำอะไรได้ “อ่า เวรตะไลแล้วไง” ร่างของวิญญาณของดำขยายตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ถึงแม้จะถูกบีบรัดด้วยกรงขังสีดำแต่พละกำลังของมันกลับแข็งแรงกว่าอำนาจแห่งวิญญาณของสิง กรงขังค่อยๆ ปริแตกแต่เขายังคงขีดเขียนด้วยความรวดเร็วกลางอากาศ เมื่อกรงขังถูกพังออก ร่างของดำกลายเป็นลำแสงพุ่งเข้าไปยังบริเวณหน้าอกของสิงทะลุจนเป็นรูกลวงใหญ่

“อ๊าก” เสียงกระอักเลือดของสิงดังขึ้นพร้อมทั้งอาคมที่ขีดเขียนเสร็จสิ้นแต่น่าเสียดาย ด้วยเลือดสีดำที่กระเซ็นออกมาจากแผลประกอบกับเลือดที่กระอักออกมาจากปาก เปลี่ยนคาถาจาก “ดับสูญสลาย” เป็น “ฝังรูปฝังรอย” หากเป็นในทางไสยศาสตร์ที่ผู้คนเข้าใจกัน มันเป็นเพียงการทำเสน่ห์อย่างหนึ่ง แต่ความเป็นจริงแล้วมันคือการฝังจิตฝังวิญญาณเข้าด้วยกันให้เป็นหนึ่ง ร่างของทั้งสองหลอมรวมเข้าด้วยกัน ด้วยร่างวิญญาณที่กำลังทะลุผ่าน กระทบซึ่งกันและกัน ทำให้พิธีกรรมสมบูรณ์แบบ

“องค์ชาย....” เสียงเรียกเบาๆ เข้ามาในหู สิงพยายามขยับตาอย่างยากลำบาก “องค์ชาย” เสียงเรียกเดิมดังขึ้นอีกครั้ง ถึงแม้จะได้ยินแต่ไม่อาจตอบคำใดๆ ได้

“อย่าไปกวนองค์ชายท่านเลย อย่างองค์ชายเท่านี้ไม่ตายหรอก”

“ระวังปากหน่อย”

“ก็จริงนิ ท่านเจอมามากกว่านี้ในครั้งก่อนก็ยังไม่เห็นเป็นอะไร เดี๋ยวท่านก็คงฟื้นแล้วล่ะ เจ้าไปเตรียมน้ำจัณฑ์มาเถอะ” เสียงอันคมเข้มพูดหยอกล้อชายอีกคนภายในห้อง

“ข้าขอเตือนเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ระวังปากของเจ้าด้วย หากไม่อยากเอาไว้ข้าสามารถช่วยเจ้าเอามันออกไปทิ้งได้นะ”

“บัดเดี๋ยวนี้เลยไหมล่ะ” ถึงแม้สิงไม่สามารถมองเห็นได้ในตอนนี้แต่เขารับรู้น้ำเสียงและท่าทางของชายหนุ่มเสียงเข้มนั้นได้อย่างชัดเจน “อ๊าก” เสียงร้องเปล่งออกมาจากปากเขาเบาๆ ปลุกสติของชายทั้งสองที่ยืนโต้เถียงกันอยู่

“องค์ชาย”

ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดพุ่งเข้าโจมตีสิงที่นอนอยู่ ตอนนี้สมองของเขาเหมือนกำลังจะระเบิด มันรวบรวมข้อมูลต่างๆ ของดำแล้วยิงเข้ามาในสมองของเขาโดยตรง ความทรงจำต่างๆ ทับซ้อนกันเหมือนแยกไม่ออกว่าเขาคือใคร ใครคือเขา ภาพเหตุการณ์ในอดีตบางอย่างของสิงถูกเขียนทับไป ช่วงอายุเริ่มต้นในชีวิตของเขาที่ถูกลืมไปแล้วก็ถูกเขียนทับขึ้นมาด้วยความทรงจำของดำ ภาพเหตุการณ์อันน่าแปลกประหลาดและขั้นตอนอันสุดโต่งนี้สร้างความเจ็บปวดจนเขาต้องร้องออกมาเหมือนเป็นเสียงเฮือกสุดท้ายในชีวิต ที่หากไม่ร่ำร้องออกมาจะไม่สามารถลดทอนความเจ็บปวดที่ได้รับได้เลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 450 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

202 ความคิดเห็น

  1. #92 book1122 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 17:07
    สนุกดี
    #92
    0
  2. #1 Sweetie-. - (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 18:10

    เม้นแรก555 สู้ๆไรท์ เรารอติดตามผลงานอยู่นะ
    #1
    1
    • #1-1 (จากตอนที่ 2)
      5 พฤศจิกายน 2563 / 19:32
      ขอบคุณครับ
      #1-1