ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 19 : ควายศักดิ์สิทธิ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,604
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 278 ครั้ง
    19 พ.ย. 63

เมื่อยามเช้าถามหา ดวงดาราลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์สาดส่องลอยเข้ามา ดวงตาของสิงค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างไม่ยินยอม ม่านหมอกในยามเช้าทำให้บรรยากาศภายในบ้านร้านหลังหนึ่งเยือกเย็นเป็นพิเศษ แต่บรรยากาศกลับไม่หนักอึ้งเช่นเคย ไอสีดำรอบกายของสิงค่อยๆ สลายหายไป พร้อมด้วยดวงตาที่ลืมขึ้นจนมองเห็นรอบข้างได้อย่างชัดตา

สิงอ้าปากหาวจนน้ำตาไหล ก่อนที่จะบิดกายไปมายืดเส้นยืดสายแล้วจ้องมองไปยังหม้อดินเผาที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงโลหิต ลวดลายใบหน้าของเหล่าภูตผีสีดำที่แสดงความเจ็บปวดโหยหวนชวนสยองถูกวางเอาไว้เบื้องหน้า เขาอดไม่ได้ที่จะนำมันขึ้นมาบรรจงจูบลงอย่างถนุถนอมแล้วเก็บลงไปในถุงย่าม

สิงลุกขึ้นบิดขี้เกียจอีกครั้งแล้วเดินจากหมู่บ้านร้างแห่งนี้ไปอย่างเงียบๆ

สิงใช้เวลาเดินทางอีกสองวันก่อนที่จะมาถึงเมืองชายแดนในยามตะวันกลางหัว เขาเดินต่อแถวเข้าเมืองอย่างเป็นระเบียบพร้อมกับผู้คน เมื่อชายแดนที่เข้มงวดกวดขันยิ่งเข้มงวดมากเสียยิ่งกว่าเดิม เมื่อถึงรอบให้สิงเดินเข้าไป เขาหยิบป้ายหน่วยงานของหลวงขึ้นมาหยิบยื่นให้อย่างระวัง กลุ่มทหารรักษาประตูเมืองจ้องมองไปยังป้ายก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้าง

ผู้มีความชำนาญอย่างนายประตูกวาดตามองเพียงคราเดียวก็สามารถจดจำได้ ป้ายผ่านทางสีทองสำหรับคนสองกลุ่ม หนึ่งคือม้าเร็ว สองคือนักรบเวทระดับสูงผู้ทำภารกิจลับ แต่เมื่อสังเกตสิงที่มีผมสีดำเขาตัดนักรบเวททิ้งเหลือไว้เพียงม้าเร็ว แต่เขากลับไม่พบแม้แต่ม้าสักตัว หากเป็นม้าเร็วจริงพวกเขาจะควบม้าด้วยความเร็วตามชื่อแล้วชูป้ายเหนือหัวขอทางจากผู้คน เพราะฉะนั้นสิงควรจะเป็นกลุ่มที่สอง แต่เทื่อคิดจะเอ่ยปาก เขากลับคิดถึงหน่วยๆ หนึ่งขั้นมาได้

มีข่าวลือมาจากเหล่าพ่อค้าแลขุนนางว่าหน่วยหน้ากากขององค์ชายใหญ่ที่ทำหน้าที่อารักขาองค์รัชทายาทถูกดึงกลับเพื่อทำงาน

นายประตูพยักหน้าให้ทหารเฝ้าประตูแล้วตะโกนออกไป “คนต่อไป”

สิงแย้มยิ้มน้อยๆ หยิบเงินเหรียญขึ้นมาวางบนโต๊ะเป็นค่าธรรมเนียมภาษีการเข้าเมืองแล้วเดินไปอย่างไม่เร่งรีบหนัก สายตาของนายประตูยังคงชำเลืองมองไปยังร่างของสิงที่เดินเข้าเมืองไป เมื่อเห็นว่าเขาเดินเข้าเมืองไปจนลับสายตาจึงกวักมือเรียกทหารเฝ้าประตูมากระซิบบอกสองสามคำ นายทหารนั้นก็ควบม้าเรียบกำแพงเมืองหายไป

สิงหาที่พักโดยเช่าโรงแรมหรือที่คนยุคนี้เรียกกันว่าจุดพักม้าแห่งหนึ่งบริเวณใจกลางเมือง เขาไม่เช่าบ้านหรือแม้แต่ไปจุดพักม้าของทางการ สิงต้องการรับข่าวสารจากพวกพ่อค้าและนักเดินทางทั่วไป แห่งที่จะทำให้เขาได้รับข่าวสารมากที่สุดคงเป็นจุดพักม้าเช่นนี้แหละ จุดพักม้าได้รับอนุญาตให้เข้าพักได้อย่างเดียว พวกอาหารต่างๆ ไม่อนุญาตให้ทำการขาย จึงจะเห็นได้ว่าที่ภายนอกจุดพักม้าเต็มไปด้วยร้านค้ามากมายที่วางแผงอาหารไว้ข้างทางอย่างครึกครื้น ตามนโยบายของเมืองขุนเขา ทุกประเทศราชของพวกเขาต้องปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อส่งเสริมการค้าในท้องถิ่น ยิ่งเป็นเมืองชายแดนที่เต็มไปด้วยผู้คนสัญจร การเงินของที่นี่จึงไหลเวียนมากมาย อย่าเห็นว่าเมืองชายแดนอยู่ชายแดนแล้วต้องเป็นเมืองที่รบปะทะบ่อยครั้ง ความเป็นจริงแล้วเมืองชายแดนคือเมือง หาใช่หน้าด่าน จุดปะทะอยู่ห่างออกไปนับห้าโยชน์ ต่อให้มีสงครามก็ยากที่ศัตรูจะส่งผลกระทบต่อเมืองชายแดนได้ นอกเสียจากเมืองทางใต้ทั้งหมดจะรวมตัวกันแล้วทำสงครามใหญ่กับเมืองขุนเขา พวกเขาจึงงจำเป็นต้องทำสงครามกับเมืองชายแดน

แต่เมืองชายแดนหาใช่เนื้อหมูที่นั่งให้เคี้ยวเล่นไม่ พวกเขาเป็นศูนย์ฝึกกำลังทหารและมีการผลัดเปลี่ยนทหารอยู่ตลอดเวลา ทำให้ทหารของที่นี่คึกคักแจ่มใส่ บ้างก็ถูกส่งไปแนวหน้าเพื่อทำหน้าที่ บ้างก็พึ่งกลับมาจากแนวหน้าทำให้ทหารของเมืองชายแดนเต็มไปด้วยผู้มีประสบการณ์ หรือจะเรียกที่แห่งนี้ว่าถ้ำเสือรังมังกรก็ว่าได้

สิงจับจองห้องพักส่วนตัว ถึงแม้เขาจะไม่ได้คิดมาก แต่การนอนรวมกับเหล่าพ่อค้าคนจรที่เดินทางขึ้นล่องในห้องนอนรวมที่มีราคาถูกนั้นยากที่จะข่มตาหลับลงไปจริงๆ อีกประการ ทุกคืนเขายังต้องดูดซับพลังงานจากหม้อดินกักขังวิญญาณอีก ทำให้เขาใช้เงินของตนเองเช่าห้องที่ใหญ่ที่สุดด้านหลังโรงพักม้า เมื่อจ่ายเงินเสร็จสิงจึงเดินออกมาเที่ยวเล่นที่ตลาดเพื่อเลือกหาซื้อสิ่งของ ตอนนี้เขาต้องรอหน่วยหน้ากากเดินทางไปยังเมืองหลวงแล้วกลับมาที่นี่อีกครั้งเพื่อเดินทาง

ถึงแม้เขาจะมั่นใจในตนเองมากแค่ไหนแต่นอกด่านอย่างไรเสียย่อมเป็นนอกด่าน ที่นั่นเต็มไปด้วยความป่าเถื่อนโหดร้าย ปีศาจ โจร ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทุกประเทศไม่อนุญาตให้มีภายในประเทศล้วนอยู่เต็มไปหมดที่นอกด่าน เขาไม่อยากประมาท ถือเสียว่ามาเที่ยวเล่นเมืองชายแดนสักอาทิตย์ก็แล้วกัน สิงได้แต่คิดแล้วตบถุงย่ามเบาๆ เดินออกจากจุดพักม้าไป

“แม่หญิง เจ้านี่ราคาเท่าไหร่” ทางใต้ของเมืองขุนเขานั้นใช้ภาษาที่ค่อนข้างแตกต่าง เขาต้องระวังในการใช้คำเรียกหาเพื่อไม่ให้เป็นการลบหลู่เกียรติของผู้คน

หญิงสาวที่ดูเหมือนจะอายุประมาณอายุสี่สิบพวกแล้ว ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเหี้ยวย่น แต่กลับผอกแป้งสีขาวหน้า ขีดเขียนคิ้วด้วยถ่านสีดำ ปากสีแดงแต่งเติมด้วยน้ำหมึกดูแปลกประหลาดหันมากล่าวคำ

“สามเหรียญเงินเจ้าค่ะนายท่าน” เธอตอบรับคำ สิ่งของในมือของสิงเป็นชิ้นส่วนของสัตว์ที่ดูแปลกตา เขาอยากจะลองนำมันไปทดลองทางไสยศาสตร์ดูเสียหน่อยเมื่อมีโอกาส แต่ด้วยราคาที่แม้แต่องค์ชายใหญ่ยังขมวดคิ้ว สิงจึงกล่าวต่อ

“มันไม่แพงไปหน่อยเหรอแม่หญิง ข้าดูแล้วนี่มันไม่ได้สมบูรณ์เช่นนั้น”

ใบหน้าของแม่ค้าหน้าขาวแย้มยิ้มก่อนที่จะกล่าวตอบ “เจ้าของชิ้นนี้ คือเขี้ยวหมาป่าภูเขา อย่าเห็นว่ามันเป็นเพียงเขี้ยวหมาป่านา มันคือเขี้ยวหมาป่าภูเขาจากทางเหนือเชียวนะเจ้าคะ”

“ทางเหนือ” สิงหยุดมองมันอีกครั้ง เขาสำรวจแล้วมองเห็นว่ามันใหญ่กว่าปรกติจริง ต้องเข้าใจก่อนว่าทางเหนือคือเมืองของชนเผ่ายักษ์ ที่นั่นสิงที่จะรอดชีวิตอยู่ได้ล้วนต้องวิวัฒนาการตัวเองให้สามารถต่อกรกับผู้ล่าสูวสุดเช่นชนเผ่ายักษ์ได้

“ถูกต้อง”

“มันก็ยังแพ้อยู่ดี เอาน่า แม่หญิงคนสวย เจ้าช่วยลดให้หน่อยได้หรือไม่”

“ไม่ได้เจ้าค่ะ” เธอยังคงยืนยันคำเดิมก่อนที่จะพูดต่อ “ราคานี้ข้าแทบไม่ได้กำไรจากมันเลยจริงๆ”

“อืม..” สิงพิจารณาอยู่อีกสักพัก ตอนนี้เขาเหลือเงินติดต่อเพียงสิบเหรียญทอง หรือเท่ากับพันเหรียญเงิน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าสามารถนำออกมาใช้อย่างไม่ระวังได้ เพราะเขายังต้องเดินทางอีกสักระยะ แต่ความเป็นจริงแล้วสิงสามารถเดินทางไปเบิกเงินที่สำนักงานเมืองได้ แต่เขายังไม่อยากเปิดเผยตัว

“แล้วเจ้าสิ่งนี้ล่ะ” สิงวางเขี้ยวหมาป่าภูเขาลงแล้วหันไปหยิบเขาควายขึ้นมาแทน

“เจ้านี่คือเขาควายศักดิ์สิทธิ์ของทางใต้”

“สินค้าสงวนของทางใต้นิ”

“เจ้าค่ะ แต่สำหรับที่นี่เราสามารถขายได้” เธอถูมือไปมา สรุปแล้วมันก็คือของผิดกฎหมายนั่นแหละ แต่ไม่ใช่สำหรับที่นี่ เพราะฉะนั้นจึงมีการลักลอบส่งออกของพวกนี้มาบ่อยๆ เมืองชายแดนจึงเป็นอีกที่หนึ่งสำหรับการค้าสิ่งผิดกฎหมายจากประเทศอื่น

“เจ้ามีเท่าไหร่” สิ่งยกมันขึ้นมาสำรวจ เขาหวังว่ามันจะนำไปทำควายธนูได้ ถึงจะไม่สมบูรณ์แต่ก็ไม่ได้ยากสำหรับผู้มากประสบการณ์เช่นสิง

“ท่านต้องการเท่าไหร่” เธอมองซ้ายมองขวาก่อนที่จะพูดอย่างระวัง

“จะกลัวอะไรกัน ไหนบอกว่าไม่ผิดกฎหมาย” สิงหัวเราะตอบก่อนที่จะกล่าวต่อ “สักสิบชิ้นเป็นยังไง แต่ถ้าหากได้มาทั้งหัวจะเป็นอะไรที่ดีมาก ยิ่งเป็นหัวที่พึ่งตัดใหม่ๆ ยังไม่ได้ทำความสะอาดยิ่งดีเข้าไปใหญ่”

“ถ้าแบบนั้น” เธอแบมือออกมาพร้อมทั้งใช้นิ้วหัวแม่มือถูกไปยังนิ้วชี้และนิ้วกลางอย่างเบามือ สิงไม่รอช้าหยิบเหรียญทองส่งให้เธอ “หนึ่งเหรียญทอง” เขาพึ่งคิดว่าต้องประหยัดไปอยู่เมื่อผ่านมาไม่กี่วินาทีแต่กลับหยิบจ่ายเหรียญทองไปในทันทีเมื่อเจอสิ่งที่อยากได้

ดวงตาของแม่ค้าหน้าขาวลุกวาวขึ้น เธอเรียกหยิบเหรียญทองมาลูบแล้วกัดดู เมื่อพิสูจน์ได้ว่าเป็นของจริง เธอก็กวักมือเรียกสิงให้ยืนในหน้าเขาไป เธอกระซิบบอกไม่กี่คำ ก่อนที่สิงจะแย้มยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ “ถ้าท่านจ่ายอีกหนึ่งเหรียญทอง พวกข้าสามารถมอบควายศักดิ์สิทธิ์ของทางใต้ให้ท่านทั้งตัวก็ยังได้”

“ตกลง” สิงส่งเหรียญทองให้เธออีกเหรียญทันที ถ้าเจอสิ่งที่อยากได้ต่อให้หมดตัวเขาก็จะจ่าย สิงหัวเราะภายในใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 278 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

180 ความคิดเห็น

  1. #125 PraeRyDog​ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มกราคม 2564 / 16:29
    55555 อารมณ์เดียวกันค่ะพอเจอของถูกใจแต่แพงมันจะลังเล แต่พอเจอของที่อยากได้นะมันจะแบบ ฉันจะจ่าย! เอามา! เอามาให้หมดดดดดดดดด
    #125
    0
  2. #88 bumbimmini (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 22:21
    พิมพ์ผิดเยอะมาก ฝากแก้ไขด้วยนะคะ

    ...สนุกมากค่ะ
    #88
    1
    • #88-1 DayDreamW(จากตอนที่ 19)
      15 มกราคม 2564 / 10:35
      ครับผม ถ้ามีเวลาว่างจะย้อนกลับไปแก้ไขนะครับ
      #88-1
  3. #85 pkst (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 13:11
    เดี๋ยวๆๆ3เหรียญเงินไม่กล้าจ่าย แต่กล้าจ่าย2เหรียญทอง นั่นมันเงิน200เหรียญเงินเชียวนะ
    #85
    0
  4. #21 SOOORA (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 09:46

    2 ทองหายไปอย่างง่ายดาย
    #21
    1
    • #21-1 (จากตอนที่ 19)
      20 พฤศจิกายน 2563 / 20:03
      เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายครับ 5555
      #21-1
  5. #18 Kmmio (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 18:57

    รอคร้าบบ
    #18
    0
  6. #16 0867816597n (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 09:57

    ........
    #16
    0