ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 13 : ขบวนพ่อค้าเร่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,037
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 346 ครั้ง
    4 ก.พ. 64

สิงออกเดินทางจนถึงตอนเย็นก่อนที่จะหยุดพักริมลำธารแห่งหนึ่งเพื่อหุงหาอาหาร ก่อนที่จะหาที่นอนในคืนนี้ แต่เมื่อหยุดเท้ากลับพบว่าที่ฝั่งตรงข้ามกลับมีขบวนพ่อค้ากลุ่มหนึ่งพักอยู่ ในยุคนี้มักมีพ่อค้าเร่ที่ใช้ควายในการบรรทุกสิ่งของเพื่อเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ทำการค้าขายอยู่เต็มไปหมด พวกเขาต่างปกป้องดูแลซึ่งกันและกัน ทำให้ขบวนพ่อค้ามีความปลอดภัยสูง แต่เพราะแบบนั้นทางผู้คุ้มกันจึงจ้องมองระแวดระวังสิงเป็นพิเศษ

เขาไม่ได้สนใจมากความ ทำเพียงทิ้งตัวลงแล้วนำอาหารแห้งออกมากัดกินแล้วก่อไฟด้วยพลังวิญญาณก่อนที่จะต้มน้ำเพื่อฆ่าเชื้อสำหรับใช้ในการกรอกน้ำลงกระบอกน้ำก่อนออกเดินทาง สิงไม่เหมือนคนสมัยโบราณที่ยังไม่รู้วิธีทำความสะอาดน้ำและอาหาร พวกเขาไม่เข้าใจว่าน้ำและอาหารสดตามธรรมชาติที่ไม่ผ่านความร้อนสร้างความฉิบหายมานักต่อนัก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับท้องของเขา สิงเลือกดื่มแต่น้ำต้มและอาหารปรุงสุกเท่านั้นเมื่ออยู่ในป่า

เขานั่งลงทานอาหารแห้งที่เตรียมมาได้ไม่กี่คำ ทางผู้คุ้มกันของขบวนพ่อค้าก็เดินข้ามแม่น้ำเข้ามาสามคน ทั้งสามคนไม่ได้มุ่งร้ายเพียงแต่ท่าทางของพวกเขาข่มขวัญผู้คนได้ไม่เบา

“ขอทราบนามของผู้พเนจร” ชายที่ไม่สวมเสื้อเกราะหนังถามขึ้น หน้าอกของเขาถูกสักสัญลักษณ์แปลก ๆ เอาไว้ ส่วนคนที่เหลือนั้นไม่แตกต่าง ทุกคนล้วนสักรูปแปลกประหลาดคล้ายคลึงกันบนหน้าอกและแขน

“ข้าน้อยมีนามว่าสิงขอรับ ไม่ทราบท่านผู้สูงส่งต้องการสิ่งใด” สิงตอบคำ มีแต่คนโง่เท่านั้นที่พยายามสร้างศัตรูไปทั่ว ทั้งสามคนมองสำรวจสิงตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนที่จะถามต่อ “ไม่ทราบว่าท่านเป็นคนจากแห่งหนใด ต้องการเดินทางไปที่ใดเช่นนั้นหรือ”

“ข้าน้อยมีนามว่าสิงขอรับ เป็นหมอบ้านจากเมืองขุนเขาต้องการเดินทางไปแสวงโชคที่เมืองหนานเจ้า” หมอบ้านมีค่าน้อยกว่าหมอทั่วไป พวกเขาล้วนถูกจัดอยู่ในชนชั้นของคนหลอกลวง หมอบ้านแบ่งออกเป็นสองประเภท ไม่เป็นคนต้มตุ๋นเลยก็เป็นหมอเทวดาไปเลย แต่ส่วนใหญ่กลับเป็นแค่นักต้มตุ๋น ใช้วิชาแพทย์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ร่ำเรียนมาเที่ยวหากินกับชาวบ้านที่ไม่อาจเข้าถึงหมอจริง ๆ ได้ ด้วยเหตุนี้ การอ้างว่าตนเองเป็นหมอบ้านจึงไม่น่าสงสัยสักเท่าไหร่

“ไกลมิใช่เล่น ท่านเดินทางแต่ผู้เดียว?” ชายคนเดิมสงสัย มนุษย์ผมดำกลับเดินทางเข้ามาในป่าเพียงผู้เดียว แม้แต่พวกเขายังไม่กล้าที่จะเดินทางเอง ตลอดทางเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายรวมไปถึงปีศาจที่จ้องจะกลืนกินผู้คน แต่ชายผมดำที่ไร้เวทมนตร์ผู้นี้กลับเดินทางมาได้ไกลถึงเพียงนี้

“ขอรับ ข้าน้อยเดินทางแต่ผู้เดียว โชคดีที่ครูบาอาจารย์ท่านสั่งสอนวิชาสมุนไพรขับไล่ปีศาจให้ไว้ มิเช่นนั้นข้าน้อยคงตกตายแต่แรก” คำพูดของสิงสร้างความน่าเชื่อถืออยู่บ้าง หมอบ้านแต่ละที่ล้วนมีวิชาที่ไม่เหมือนกันแล้วแต่ความถนัดของครูบาอาจารย์ของพวกเขา

“เช่นนั้นพวกข้าเสียคำนับแล้ว หากไม่เป็นการรบกวนข้าขอดูสิ่งที่ท่านว่ามาหน่อยได้หรือไม่”

“แน่นอนท่าน” สิงหยิบตุ๊กตาดินปั้นขึ้นมาให้ทั้งสามได้ดู “นี่เป็นตุ๊กตาดินที่ถูกสร้างขึ้นมาจากดินที่ใช้เพาะปลูกสมุนไพรพิษ ทำให้พวกปีศาจที่ได้กลิ่นจะไม่เข้าใกล้มัน น่าเสียดายที่มันจำกัดเพียงกลิ่นของคนผู้เดียวเท่านั้น ไม่อาจใช้ประโยชน์แก่ผู้คนจำนวนมาก”

“เช่นนั้นหรือ” ผู้คุ้มกันยังสำรวจอย่างระมัดระวัง สิงจึงยื่นส่งถึงเบื้องหน้าของพวกเขา “พวกท่านจะลองจับหรือดมดูก็ได้ มันเป็นดินที่ใช้ปลูกสมุนไพรพิษส่วนประกอบของตัวยาที่ใช้ในการฆ่าสิงมีชีวิตอย่างฉับพลัน เพราะฉะนั้นมันจึงมีกลิ่นเหม็นเขียวอ่อน ๆ อะไรกัน ไม่มีอันตรายหรอกขอรับ เพียงแต่ปีศาจไม่กล้าเข้าใกล้มันเท่านั้นเอง” สิงพยายามยื่นส่งแต่ผู้คุ้มกันทั้งสามกลับพยายามพาตัวออกห่างเขา

“เก็บมันเถอะ เก็บไว้เถอะ ของท่านควรเป็นของท่าน พวกเราเพียงมาสำรวจเพื่อความปลอดภัยเท่านั้น ขออภัยที่รบกวน”

“เช่นนั้นหรือ” สิงเก็บตุ๊กตาดินไว้ในย่ามแล้วถามคืนกลับไปบ้าง “พวกท่านคิดจะเดินทางไปที่ไหนกันหรือ ข้ามีความสามารถทางการแพทย์อยู่บ้างอยากจะขอรวมเดินทางไปด้วยได้หรือไม่”

“คงจะมิได้ ถึงอย่างไรพวกเราก็เดินทางไปคนละเส้นทาง พวกเขาจะเดินทางไปยังนอกด่าน”

“อ้อ นอกด่าน ข้าขอให้พวกท่านเดินทางปลอดภัย ครั้งนี้คงได้เม็ดเงินกันมิใช่น้อย ข้าได้ข่าวมาบ้างว่านอกด่านพวกหูยาวเดินทางโดยสำเภามาทำการค้าขายเป็นประจำกับเผ่าเงือก”

“พวกข้าก็ขอให้ท่านปลอดภัยในการเดินทางเช่นกัน ขอให้เทพแห่งเวทมนตร์สูงสุดคุ้มครอง” เขาตอบคำแล้วนำกำลังจากไปทันที สิงนำมือขึ้นมาทาบอกเล็กน้อยเพื่อส่งมิตรสหายผู้นี้จากไป

“เผ่าทมิฬ” เขามองสำรวจทั้งสามอย่างสนใจ ในโลกที่ไม่มีศาสนาแต่กลับมีความเชื่ออยู่ เผ่าทมิฬเป็นเผ่าเดียวที่นับถือเทพแห่งเวทมนตร์สูงสุดตามความเชื่อของพวกเขา ด้วยความเชื่อนี้เองทำให้บริเวณทางเหนือเต็มไปด้วยความขัดแย้ง มันน่าตลกที่ผู้คนพยายามยัดเยียดความเชื่อของตนให้กับผู้อื่น เมื่อเขาไม่สนใจที่จะเชื่อหรือมีความเชื่อของตนเองอยู่แล้วก็จะใช้กำลังบีบบังคับให้พวกเขามีความเชื่อเดียวกันกับตน อ่า ช่างน่าขัน

สิงส่ายศีรษะเบา ๆ แล้วหันมาสนใจอาหารของตนเองต่อ เขาไม่อยากอยู่ที่นี่นานนัก ถึงแม้ที่นี่จะรู้สึกปลอดภัยแต่มิใช่ปลอดภัยตลอดเวลา กลุ่มพ่อค้าเร่มีความปลอดภัยสูงจริง แต่พวกเขาก็ถูกโจมตีบ่อยครั้งด้วยเช่นกัน เหล่าพ่อค้าล้วนรอดชีวิต แต่คนอื่น ๆ กลับไม่ได้โชคดีเช่นนั้น

สิงทานอาหารจนอิ่มน้ำร้อนก็เดือดพอดิบพอดี เขากรอกน้ำในกระบอกลงกระเพาะอาหารก่อนที่จะกรอกน้ำร้อนลงไปทดแทนแล้วเดินทางจากไป แต่เมื่อก้าวออกมาได้ไม่นานเสียงของนกก็ร้องดังขึ้นมาอีกครั้ง สิงพยักหน้ารับนกพิราบตัวเดินก็บินโฉมลงมาคุกเข่าลงเป็นชายคนเดิมอีกครั้ง

“ข้านึกว่าเจ้ากลับไปแล้ว”

“พ่ะย่ะค่ะองค์ชายใหญ่ เพียงแต่ว่าขณะที่ข้ากำลังเดินทางกลับพบเข้ากับกองโจรกลุ่มหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ”

“กองโจร? จำนวนเท่าไหร่”

“คาดคะเนจากสายตาน่าจะประมาณสามร้อยนายพ่ะย่ะค่ะ”

“พวกมันน่าจะเตรียมตัวเข้าโจมตีขบวนพ่อค้า” สิงส่ายศีรษะออกมา เขารู้สึกดีที่ถอยออกมาก่อน ตอนนี้เขาอยู่ในภารกิจปลอมตัวไม่เหมาะที่จะทำตัวโดดเด่น

“เพียงแต่ว่าพวกมันมีสิ่งหนึ่งที่พระองค์น่าจะสนใจ” หลังจากสิ้นคำของหน่วยหน้ากากนายนี้ด้วยตาของสิงหดเล็กลง

“ลองว่ามา”

“พวกมันเป็นกองกำลังผสมพ่ะย่ะค่ะ”

“กองกำลังผสม?”

“พ่ะย่ะค่ะ รูปแบบเดียวกันกับกองกำลังที่ลอบสังหารพระองค์เมื่อครั้งก่อน จากการคาดการณ์ พวกมันน่าจะเป็นทหารรับจ้างที่พยายามปกปิดตัวตนหลบซ่อนการตรวจตราของทหารหลวง และจากจำนวนวันที่ผ่านมา เสบียงของพวกมันน่าจะหมดแล้วจึงปลอมตัวเป็นโจรเพื่อเข้าปล้นขบวนพ่อค้า” เขาหยุดไป แล้วคิดจะพูดต่อแต่สิงกลับพูดขัดขึ้นมาเสียก่อน

“ที่นี่อยู่ใกล้ชายแดน ทหารชายแดนเพียงป้องกันประเทศไม่ป้องกันพ่อค้า พวกมันสามารถปล้นเสร็จแล้วปลอมตัวเป็นคณะพ่อค้าเร่เดินทางสู่ชายแดนเพื่อค้าขายสิ่งที่ปล้นออกไป แล้วใช้เงินเหล่านั้นจ่ายค่าเดินทางโดยสำเภาเพื่อสลายตัวได้อีกด้วย” เขายิ้มขึ้นมา “ไม่เบาเลยนิ พวกเจ้าจับตาดูเอาไว้”

“พ่ะย่ะค่ะ!” หน่วยหน้ากากนายนั้นเงียบไปสักพักก่อนที่จะรายงานต่อ “เราได้รับข่าวมาจากหน่วยภายในว่าเหนือหัวท่านให้หน่วยข่าวกรองช่วยเหลือในด้านข่าวสารกับพวกเราหน่วยหน้ากาก”

“งั้นเหรอ” สิงหยุดคิดสักพักแล้วออกคำสั่งต่อ “ไม่ต้องคิดมาก เขาให้เราก็ยิ้มรับ แต่เราจะไม่เข้าไปยุ่งกับการทำงานขอพวกเขาเด็ดขาด”

“พ่ะย่ะค่ะองค์ชายใหญ่”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 346 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

202 ความคิดเห็น

  1. #97 book1122 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 23:13
    สนุกดี55
    #97
    1
    • #97-1 DayDreamW(จากตอนที่ 13)
      16 มกราคม 2564 / 08:35
      ขอบคุณครับ
      #97-1
  2. #9 Redeye69 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 00:00

    ขอบคุณครับ
    #9
    1
    • #9-1 (จากตอนที่ 13)
      12 พฤศจิกายน 2563 / 10:44
      ครับผม
      #9-1