ทาสรักในกรงทอง (ชีคหนุ่มล่ารัก) : สนพ.อินเลิฟ

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 เรื่องเจ็บ...ในรอยจำ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,043
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    3 ก.พ. 54

ตอนที่ 4

เรื่องเจ็บ...ในรอยจำ

 

ประตูถูกกระชากเปิดหลังเสียงเคาะน่ารำคาญหู

แต่ภาพที่อยู่ตรงหน้า ชวนเอาตื่นตะลึงจนลืมด่าลูกน้อง

“เราได้ตัวเธอมาแล้วครับเจ้านาย”

รอยยิ้มหยันพึงพอใจผุดขึ้นที่มุมปาก ร่างแม่เสือดาวยืนสั่นเทาเป็นลูกนกที่หน้าประตู ถูกกระชากเข้ามาภายในห้องอย่างรวดเร็ว พร้อมบานประตูที่ปิดโครมตามหลังมา

“นี่คุณจะทำอะไร?” เสียงตวาดแหวถาม ลูกตาดำๆฉายแววตื่นกลัว

คิ้วคมดกหนาเลิกขึ้นสูง เหมือนตั้งคำถาม “อยากรู้จริงเหรอ? งั้นก็อย่าเสียเวลาเลย”

ว่าพร้อมมือแกร่งกระตุกสายผูกเสื้อคลุมออก สาบผ้าที่พันทบสบกันแยกห่างเปิดเผยร่างเปลือยแกร่งไปด้วยมัดกล้ามต่อหน้าสาวน้อย ดวงตาตื่นตระหนกกับภาพที่เห็น เท้าเล็กๆสะเปะสะปะถอยกรูดไปข้างหลัง

“อย่าทำอะไรบ้าๆนะ”

ใบหน้าคมยิ้มยั่วยวนส่ายไปมาน้อยๆ “อะไรหรือที่ว่าบ้า?”

“ก็สิ่งที่คุณกำลังคิดจะทำ”

“เมกเลิฟกับเธองั้นเหรอ?” คำตอบอย่างซื่อตรง

ทำเอาใบหน้างามเม้มตึง ดวงตาดำขุ่นขลั่กขึ้นมา “ทุเรศ”

“ทุเรศอย่างนั้นเหรอ? เธอกล้าด่าผัวตัวเองว่าทุเรศงั้นหรือ?”

“บ้านะสิ...ฉันไม่เคยมีผัว...และคุณก็ไม่ใช่” ดวงหน้าเล็กสะบัดไปมา แววตาเจ็บปวดรวดร้าวจ้องมอง

เสียงหัวเราะหึในลำคออย่างขบขัน คิ้วคมข้างขวาเลิกสูง “แน่ใจ๊...หรือจำความหลังของเราไม่ได้”

ใบหน้าคมคายส่ายไปมา เสียงถอนหายใจเบาหากพรืดยาว “เจ็ดปีคงนานไป เห็นทีจะต้องใช้เวลาทบทวนนานเสียหน่อย” ว่าแล้วร่างสูงใหญ่ก็ย่างสามขุมเข้าไปหา

“อย่าทำอะไรบ้าๆนะ” เสียงเขียวตวาดข่มขู่

“ทำไม? หรือเธอให้ใครทับรอยฉันไปแล้ว” เสียงถามเคืองขุ่นดังอย่างขึ้งโกรธ

ฝ่ามือบางตวัดตบฉาดเต็มแก้มจนใบหน้าสะบัดหันรู้สึกแสบๆคันๆกระตุ้นเลือดพล่านในกายให้ยิ่งเดือดขึ้นมา

“เราไม่ได้มีอะไรกัน...นั่น...มัน...” เสียงหวานใสขมขื่นหายเข้าไปในลำคอ

“ก็แค่...” คำพูดถูกดูดกลืนหาย

 

สองร่างที่ยืนประจันหน้ากันคล้ายถูกกระชากลงสู่ไทม์แมทชีนย้อนเวลากลับไปเมื่อเจ็ดปีก่อน

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ หน้าบ้านเช่าเก่าโกโรโกโสทรุดโทรมที่สุดในซอยเสรีซึ่งไม่มีใครอยู่อาศัยมานานหลายปี ด้วยเสียงลือเสียงเล่าอ้างเรื่องบ้านผีดุซึ่งถูกปล่อยข่าวโดยคนที่ไม่อยากให้ใครมายุ่มย่ามกับบ้านหลังนี้ มันมีค่าของความทรงจำมากมายกว่าค่าเช่าถูกๆแต่ละเดือน

บานประตูแง้มเปิดออกเล็กน้อย ใบหน้าหวานใสแย้มยิ้มกว้าง เช่นเดียวกับริมฝีปากหยักคมบนใบหน้าหล่อเหลาคมคายอย่างชาวอาหรับของหนุ่มหน้าเข้มตาคม

“ดาวเอาอาหารมาส่งค่ะ” เสียงหวานใสที่ยิ้มไปทั้งดวงตาบอกรหัสผ่าน

ฝ่ามือใหญ่ยื่นมารวบเอวบางของร่างแน่งน้อยนั่นเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็วแล้วค่อยปิดประตูลงอย่างเร่งรีบ รับปิ่นโตในมืออีกฝ่ายไปวางไว้ที่โต๊ะใกล้ๆ

กลีบปากหยักคมทาบทับลงบนริมฝีปากอวบอิ่มนั่นอย่างรวดเร็ว หิวกระหาย เรียวลิ้นอุ่นนุ่มฉกเข้าไปในโพรงปากหวานหอมเลาะเล็มเสาะหาเหมือนจะดูดกลืนความหวานด้วยความเสน่หา...รัก...คิดถึงเหลือคณนา

กลีบปากสีชมพูระเรื่ออู้อี้ประท้วงการจู่โจมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว มือบางสะเปะสะปะทานหน้าอกหนาแน่นไปด้วยมัดกล้ามพยายามผลักออกห่าง แต่แรงน้อยนิดราวถูกดูดกลืนหายเข้าไปในปากของจอมโจรขโมยจูบนั่นเสียแล้วยากเกินต้านทานฝืน

การต่อสู้ดูจะพ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง มือเล็กไร้ทางต่อต้านกำเสื้อของอีกฝ่ายไว้แน่นราวกับจะให้เป็นหลักให้ร่างแบบบางสั่นเทายืนทรงตัวอยู่ได้ ปล่อยให้เขาดื่มด่ำความหวานซ่านจนพอใจ

เรียวลิ้นอุ่นล้วงลึกเข้าไปเกี่ยวพันทาบทามเหมือนจะขอสิ่งที่มากกว่าความหวานซ่านละมุนจากรสจูบ

“ผมคิดถึงคุณ...คิดถึงคุณเหลือเกินเคียงดาว” ริมฝีปากเพ้อพร่ำ ดวงตาร่ำร้องยืนยันความคิดถึง

พวงแก้มอิ่มใสระเรื่อสีแดงราวผลแอปเปิ้ลฉ่ำเบือนหลบ ดวงตากลมหลุบต่ำ หากจมูกคมสันยังไม่ลดละตามมาสูดความหอมหวานจากกลิ่นกายสาวที่กรุ่นกำจายเร่งเร้าเลือดหนุ่มพล่านเดือดคึกคะนองขึ้นมา

“ดาวมาไม่ได้ค่ะ น้าสรเริ่มสงสัยแล้ว พ่อไม่ยอมให้ดาวคลาดสายตาเลย” อุปสรรคปัญหาถูกแบ่งปันให้อีกฝ่ายได้รับรู้ เสียงถอนใจหนักๆ ดังข้างหู

“ผมขอโทษนะที่ทำให้คุณต้องเดือดร้อน” ดวงตาคมฉายแวววูบไหวรู้สึกผิด

ดวงหน้าใสสั่นเบาๆ “ไม่ค่ะ...ดาวไม่เดือดร้อนอะไร” ฝ่ามือบางลูบไล้ใบหน้าคร้ามแกร่งอ่อนโยนอย่างหลงใหล ดวงตากลมใสจ้องลึกเข้าไปในแก้วตาสีเขียวมรกตงดงามด้วยความลุ่มหลงเกินถอนตัวถอนหัวใจเสียแล้ว...เด็กสาวเยาว์วัยไม่เคยรู้จักรสรักและสัมผัสลุ่มหลงของเพศตรงข้าม ตกหลุมพรางเสน่ห์เขาเข้าจังเบ้อเริ่ม

“ดาวเชื่อว่าคุณเป็นคนดี ดาวเป็นห่วงคุณ” ฝ่ามืออุ่นๆนั่นนุ่มละมุนแผ่ความอุ่นซ่านไปถึงหัวใจ

ริมฝีปากหยักเหยียดยิ้มกว้างขวาง คว้าเอามือเล็กมาดอมดมพรมจุมพิตลงไปอย่างแสนรักใคร่เสน่หาเหลือล้นเกินพรรณนา “ขอบคุณครับ...แต่บางที ผมคงจะอยู่ที่นี่อีกไม่นาน”

คิ้วดำเกือบตรงแหน๋วบนใบหน้านวลใสเลิกสูง ดวงตากลมเต็มไปด้วยความสงสัย “คุณจะไปไหนคะ?” ดวงตากะพริบแววหวั่นไหวอยู่ในนั้น เมื่อนึกถึงว่าจะไม่เห็นคนตรงหน้านี้อีกแล้ว ความเจ็บแปลบก็เสียดขึ้นที่ใต้ทรวงอกเบื้องซ้ายจนปวดหนึบ หยาดแวววาวใสคลอเคลียที่หน่วยตา...ในเมื่อเธอมีเขาเป็นที่พึ่งเดียวที่รับฟังแบ่งปันทุกข์สุขและให้กำลังใจแก่กัน

“ผมติดต่อกับคนของผมได้แล้วนะ ผมต้องกลับไปทวงสิทธิ์ของตัวเองคืนมา”

ลำคอระหงเคลื่อนเป็นระลอก เมื่อต้องกล้ำกลืนบางความรู้สึกลงไปอย่างยากเย็น ดวงตากลมที่จ้องมองเต็มไปด้วยแวววูบไหวหวั่นกลัว

“มันอันตรายใช่มั้ยคะ? คุณไม่ไปไม่ได้เหรอคะ? อยู่กับดาวที่นี่ ที่เมืองไทย” ศีรษะเล็กๆซุกลงไปที่แผ่นอกกว้าง แนบแก้มลงไปบนมัดกล้ามแข็งแรง เพื่อซานซบหาไออุ่น และเป็นหลักให้พึ่งพิงยามอ่อนแอ

ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้แผ่วเบาบนลอนผมดำนุ่มเรียบลื่นดุจแพรไหม ปลอบประโลมคนหวั่นเกรง

“ผมจำเป็นต้องกลับไปนะดาว...กลับไปทวงสิทธิ์ของตัวเองคืนมา...คลื่นเสียงที่แน่นหนัก แววตาที่มุ่งมั่นบอกว่าได้ตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว และจะไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงได้

แก้วตาดำระริกสั่นช้อนขึ้นมองเขาอย่างเว้าวอนให้คิดทบทวนใหม่อีกหน

ผมจะอยู่ที่นี่ได้ยังไง...ประเทศไทยไม่ใช่บ้านผม...ที่นี่ผมเป็นได้แค่ผู้ชายไร้ค่าไม่มีหัวนอนปลายเท้า”

ดวงหน้าใสถอยห่างออกมา ดวงตาฉายแต่ความสับสนไม่เข้าใจ

“ดาวต้องเข้าใจนะ ที่นี่ผมไม่มีอะไรให้ดาวภูมิใจหรอก ก็แค่คนไร้อนาคตที่ไม่มีพ่อแม่ที่ไหนยกลูกสาวให้ดูแล” ดวงใจคนพูดแทบปลิดปลิวเช่นกัน รักแรกในชีวิตของเขา คือผู้หญิงพิสุทธิ์งดงามตรงหน้า แต่เขากลับพาเธอไปด้วยไม่ได้ มันอันตรายเกินไป สถานะของเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากคนสิ้นไร้ เขาต้องกลับไป เพื่อทวงทุกอย่างที่ควรเป็นของเขากลับคืนมา

แล้วดาวล่ะคะ?

ไม่ต้องกลัวไปนะคนดี ผมสัญญา ในวันที่ผมกลับไปทวงสิทธิ์คืนกลับมาได้...ในวันที่ผมมีพร้อมทุกอย่าง ผมจะดูแลคุณอย่างดี ให้คุณเป็นนกน้อยในกรงทอง ไม่ให้ต้องไปลำบากอีกต่อไป

ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้อ่อนโยนลงไปบนศีรษะทุยได้รูปที่ปกคลุมด้วยเส้นผมหนาดกดำเงางามปลอบโยน กล้ำกลืนความรู้สึกของการบอกลาที่ยากลำบาก...แต่เขามีสิ่งที่ต้องทำรออยู่ เพื่ออนาคตของหลายคนที่กำลังรอคอย เพื่อสานต่อปณิธานของบิดา และเพื่อกลับมาใหม่ให้เธอได้ภาคภูมิใจ

ดวงตากลมดำฉายแววเจ็บปวดจ้องมองขอคำมั่นทั้งที่ไม่อยากยอมรับกับคำพูดของเขา

“คุณสัญญาว่าจะกลับมา?”

ฝ่ามือใหญ่ขยุ้มศีรษะเล็กเบามือปลอบประโลมเหมือนโอ๋เด็ก “มาสิ...ยังไงหัวใจผมก็อยู่ที่นี่ อยู่ที่คุณ ยังไงผมก็ต้องกลับมา” ดวงตาสีเขียวมองผสานลึกซึ้งให้เธอเชื่อมั่น

“แล้วเมื่อไหร่ล่ะคะ? กี่ปี กี่เดือน กี่วัน”

ดวงตาระริกสั่นถามเสียงเครือ เสียงกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดฝืน

ใบหน้าคร้ามแกร่งส่ายช้าๆ “ผมเองก็ไม่รู้ ต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการกอบกู้ทุกอย่างของพ่อคืนกลับมา...ทวงสิทธิ์อันชอบธรรมที่เป็นของผม...แต่ไม่นานเกินรอหรอกนะคนดี” จมูกโด่งคมกดลงที่ขมับแทนคำมั่นสัญญา

ร่างบางผละห่างอย่างเง้างอน บิดตัวเองออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย ใบหน้าซีดเผือดเบือนหนี สัญญาของเขา..ลมปากเปล่าของคนที่เพิ่งรู้จักกันแค่สามเดือน จะเชื่อได้แค่ไหนกัน

ฝ่ามือใหญ่ไขว่คว้าร่างนุ่มมาแนบชิดกับอก กอดไว้จากข้างหลัง กดคางสากลงไปที่หัวไหล่

โธ่...ดาว เชื่อผมสิ...ผมสัญญา...ผมจะกลับมารับคุณไปอยู่ด้วยกัน

แล้วต้องให้ดาวรอไปอีกถึงเมื่อไหร่กันคะ...รอ..รอ...รอ...รอ...ดาวจะเชื่อคุณได้หรือ?

ฝ่ามือใหญ่บิดคางมนให้หันกลับมา...ดวงตาสีเขียววาบวาวมองสบ เต็มไปด้วยความมาดมั่นในดวงตา

คุณรู้ดีกว่าใคร...ว่าคำพูดของผมเชื่อถือได้แม้ไม่รู้ต้องใช้เวลาเท่าไหร่กับภารกิจใหญ่หลวงที่รออยู่ข้างหน้า แต่เขาก็เห็นแก่ตัวที่อยากขอสัญญาจากเธอ

ร่างบางหันกลับมาเผชิญหน้าอีกครั้ง นัจมฺอัลดินอย่าหลอกให้ดาวรอเก้อนะคะ...ชีวิตนี้ดาวไม่มีใครอีกแล้วที่เป็นความหวัง นอกจากคุณแววระริกหวั่นครั่นคร้ามในดวงตาคู่งามดั่งเนื้อทรายวอนขอคำมั่น

ริมฝีปากร้อนๆจดลงไปบนหน้าผากกลมลาดของเจ้าหล่อน ผมสัญญายอดรัก

ดวงหน้าเล็กฉายยิ้มละมุน หยาดใสคลอดวงตา ซบซุกลงแนบกับแผ่นอกกว้าง คลุกเคล้าลงไป เหมือนจะให้ซึมซับจดจำเขาไว้ให้มากที่สุด...กลิ่นกาย...ไออุ่นละมุน...แผงอกกว้างใหญ่มั่นคงที่เป็นของเธอ

คางเหลี่ยมเป็นสันได้รูป กดแนบลงไปบนปอยผมนุ่ม อ้อมแขนรัดร่างเล็กไว้อย่างถือสิทธิ์ครอบครองเป็นเจ้าของ โยกร่างบางไปมา...เวลาที่เป็นสุขของชีวิตที่อยากเก็บไว้และจำจดไปแสนนาน

ดาวคงต้องกลับแล้วนะคะ มานานเดี๋ยวน้าสรจะสงสัยอีก

มือบางทานแผ่นอกแล้วผลักตัวเองออกห่าง อย่างแสนเสียดาย...ความรู้สึกอย่างเดียวกับใจเขา

“เราไม่ได้พบกันมาตั้งหลายวัน ผมเพิ่งเห็นหน้าคุณแป๊บเดียวก็รีบกลับ ใจร้ายจัง ไม่เห็นใจผมบ้างหรือ?”

“ใจร้ายหรือคะ?” น้ำเสียงถามประชดประชันขึ้นมา

“คุณเองก็ใจร้ายและไม่เห็นใจดาวเหมือนกัน?”

“อีกไม่นานคุณก็จะไป...ยิ่งใกล้ก็ยิ่งรัก...ยิ่งรู้จักก็ยิ่งผูกพัน ดาวเข้าใจว่าคุณมีหน้าที่ต้องจากไป แต่นัจมฺอัลดินก็ต้องเห็นใจดาวเหมือนกันนะคะ...ดาวจะอยู่ยังไง โดยต้องรอคอยและคิดถึงคุณทุกวัน” ดวงตากลมดำงามระริกสั่นตัดพ้อต่อว่าขึ้นมาอีกเมื่อนึกถึงคำขอของเขา หยาดวาวใสบางฉาบดวงตาคู่งาม

“ผู้หญิงไม่ได้หนักแน่นมั่นคงเหมือนผู้ชาย ดูแต่ดาวสิรู้จักคุณไม่เท่าไหร่ยังรักยังหลงคุณได้มากมายถึงขนาดนี้” เธอว่าเหมือนเยาะหยันกับความไร้เดียงสาอ่อนต่อโลกของตัวเอง

“หากอนาคตมันไม่แน่นอนอะไร อย่าให้เราต้องรู้จัก...รัก...ผูกพันกันไปยิ่งกว่านี้เลยดีกว่าคะ เพราะมันจะทำให้เราสองคนลำบากทั้งคู่...ดาวสงสารตัวเอง คุณเองก็ต้องมีห่วงด้วย” มือบางเปลื้องปลดฝ่ามือใหญ่ที่ไล่เกาะกุมออกจากกายเบี่ยงหลบ

แต่เขาไม่ยอมปล่อย ดวงตาเปี่ยมล้นไปด้วยปรารถนามุ่งมั่น “ไม่มีทางดาว ผมจะไม่มีวันลืมคุณ ยังไงผมต้องกลับมาหาคุณแน่ๆ สัญญา”

“ขอโทษนะคะนัจมฺอัลดินที่ดาวต้องเห็นแก่ตัว ถามคุณว่าจะให้ดาวรอถึงเมื่อไหร่? ช่วงชีวิตวัยสาวของผู้หญิงมันสั้นนักนะคะ ดาวคงไม่สามารถรอคุณได้ตลอดไป...ถึงจะรักแค่ไหนแต่มันก็เป็นคนละเรื่องกัน”

หน้าผากลาดกว้างซบลงไปกับหน้าผากกลมกลึงของคนตัวเล็ก ตรึงรั้งไว้

“ขอโทษนะดาวที่ผมเห็นแก่ตัว...แต่สัญญาว่าไม่นาน...ไม่นานจนเกินกว่าคุณจะรอไม่ได้ ห้าปี ผมขอเวลาแค่ห้าปีเท่านั้น” เท่านี้ ไม่เกินกว่าที่คนวัยสิบเจ็ดต้องทิ้งชีวิตทั้งหมดเพื่อผู้ชายที่มองไม่เห็นอนาคตอย่างเขา

สายน้ำตาเอ่อล้นมาจากหน่วยตาของคนตรงหน้า ริมฝีปากอุ่นทาบทับลงไปซับน้ำตาของเธอเบาๆ

“เชื่อใจผม...ไว้ใจผมนะดาว ผมสัญญา...จะรัก..จะรอ...และจะเป็นคุณเพียงแค่คนเดียว” เขาให้คำมั่นที่กลั่นออกมาจากหัวใจ

ใบหน้านวลใสอาบน้ำตาเปรอะแก้มเกลือกใบหน้าตัวเองลงไปกับแก้มสากของเขา ช้อนดวงตาขึ้นมอง

เท่านั้นนัจมฺอัลดินก็หมดสิ้นความอดทน ร่างบางถูกตวัดอุ้มหายเข้าไปในห้องนอน วางอย่างนุ่มนวลทะนุถนอมลงบนเตียงของเขา

ดวงตาดำเบิกโตขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก “คุณจะทำอะไร?”

“ผมอยากให้สัญญา...ว่าคุณจะมีความสุขแค่ไหนเมื่อถึงวันนั้น?” แทนคำตอบคือริมฝีปากอุ่นที่ทับทาบลงมาดูดดื่ม ควานหาความหวาน มอบความอ่อนโยนซ่านสุข เค้นคลึงไปทุกสัดส่วนในกายสาวอย่างหลงใหล

อย่านะคะ...ดาวยังไม่พร้อม มันยังไม่ถึงเวลาเสียงสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ห้ามปรามไว้ ทำให้เขาชะงักงัน ยอมหยุดเพื่อเธอ

สัญญาได้มั้ย ว่าจะรอผม...จะเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น

ดวงหน้าตื่นระคนหวาดหวั่นผงกช้าๆ ผมขอแค่มัดจำและคำมั่นสัญญาเท่านั้น...จะไม่มีใครให้คุณได้อย่างนี้ นอกจากผมคนเดียวเท่านั้น...สัญญา

ดวงหน้าเล็กซบซุกลงกับกรามแกร่งของเสี้ยวหน้าคร้ามคม น้ำตาอุ่นๆค่อยรินล้นออกมา ค่ะ ดาวสัญญา แต่ถ้านัจมฺอัลดินไม่กลับมาหาดาวล่ะคะ?

ห้าปี ผมจะไม่ให้คุณรอนานไปกว่านี้ ถึงวันนั้นผมจะมอบความสุขที่สุดให้กับคุณเพียงคนเดียว

ดวงตากลมดำใส ไม่เข้าใจความสุขที่เขาพูดถึง แต่เธอก็เชื่อ...เชื่อเพราะรักเขาหมดหัวใจ

..............................................................................................

.......................................................................................................

...........................................................................................

ผมจะเป็นคนเดียวที่มอบความสุขเช่นนี้ให้กับคุณ...รอผมนะเคียงดาว เขาขอคำมั่นกับดวงตาลอยคว้าง ยังจับจังหวะการหายใจให้เป็นปกติไม่ได้

คุณจะเป็นของผมคนเดียวเขาเฝ้าย้ำถ้อยคำมั่นขอสัญญา

ดวงตาตื่นๆสบกับแก้วตาสีเขียววาวราวพลอยโมราของเขา เชื่อคำพูดนั่นหมดหัวใจ

ดาวจะเป็นของคุณคนเดียวค่ะ...นัจมฺอัลดิน

ดวงหน้าเข้มซบซุกลงกับแผ่นท้องเนียนขาวที่สะท้อนจังหวะหายใจขึ้นลงอย่างเป็นสุข

 

มัดจำ...ดูเหมือนจะไร้ค่า...เมื่อเธอละเมิดต่อคำสัญญาต่อเขา แม้จะไม่ถึงขนาดเปลือยเปล่าร่างกายให้ใครเห็น แต่ไอ้เศษผ้าขี้ริ้วลายเสือสองชิ้นเล็กๆบนเรือนร่างเมื่อหัวค่ำ...ก็ไม่มีอำนาจที่จะปกปิดความอวบอัดงามล้ำผุดผาดต่อสายตาของคนอื่น...เขาหวงเธอ แม้แต่ให้ใครจ้องมอง...เธอต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียว

คำพูดชั้นต่ำของผู้ชายพวกนั้นที่ประจานความฟอนเฟะของเธอลับหลังเขา ผู้หญิงตรงหน้าก็ไม่มีค่าอะไรให้เก็บไว้ชื่นชมอีกแล้ว

“มัดจำ...เพราะฉันให้เกียรติเธอไง ฉันถึงเฝ้ารอ...รอ...รอแม้ว่ามันต้องทุกข์ทรมานขนาดไหน แต่ฉันก็ยอมเพื่อจะแลกกับการกลับมาคืนคำสัญญาให้เธออย่างสง่างาม...แต่เธอกลับ...” ความขื่นขมในกระแสเสียงขาดหายกลายเป็นเสียงคำรามอย่างเจ็บปวดแค้นเคือง ดวงตาคมปิดลงไม่อยากนึกถึงภาพยั่วยวนที่ทำให้เขาแทบคลั่งนั่นอีกครั้ง

“ฉันลืมมันไปหมดแล้ว” เสียงแข็งเอ่ยออกมาอย่างเจ็บปวดรวดร้าวเช่นกัน

“ลืม” เสียงคำรามเจ็บปวดดังมาจากลำคอ

“ลืมทั้งที่ฉันไม่เคยลืม...เธอใจร้ายมากเคียงดาว”

คนใจร้ายเงยหน้ามองด้วยสายตาเจ็บปวด

“เธอลืมความรักของฉัน ลืมความรักของเรา ลืมคำมั่นสัญญา” มือใหญ่กำแน่นอย่างสะกดกลั้น

ฝ่ามือบางทั้งสองข้างยกขึ้นปิดหู “คุณไม่รู้หรอก...ไม่มีวันเข้าใจ”

“ใช่...ฉันไม่เข้าใจ และไม่อยากเข้าใจอะไรทั้งนั้น...เวลานี้ฉันอยากอย่างเดียว...” เสียงแหบกระเส่าด้วยความปรารถนาอันเร่าร้อนพาลพาให้ลำคอแห้งจนฝืดเฝือ “อยากเมกเลิฟกับเธอ ทบทวนความจำและคำสัญญา”

ดวงตาดำกลมเบิกโพลงขึ้นมา ใบหน้าใสส่ายสะบัด “อย่าพูดบ้าๆ”

“ความรักบ้าตรงไหน?”

คำถามด้วยน้ำเสียงและแววตาเจ็บปวด ร่างใหญ่ทะมึนก้าวเข้าหา เคียงดาวถอยหลังกรูด

“ฉันจะจดตัวเองลงในตัวเธอให้ลึกที่สุด อย่างที่เธอไม่มีวันลบเลือนหรือลืมฉันได้อีกเลย เคียงดาว”

“คุณมันทั้งบ้าทั้งทุเรศสิ้นดี”

ฝ่ามือบางสะบัดหวังเพียงเรียกสติ หากครานี้มือหนาใหญ่รับมันไว้ได้ ด้วยชั้นเชิงที่รู้กัน

“อย่าพูดอย่างนั้นสิ พูดกับผัวตัวเองไม่เพราะเลยนะสาวน้อย อย่าให้ฉันคิดว่าแค่เวลาเจ็ดปี เธอลืมความสุขครั้งแรกที่ฉันมอบให้ไปเสียหมดแล้ว”

“ฉันต้องจดจำอะไรกับคนเห็นแก่ตัวอย่างคุณงั้นหรือ?”

“เห็นแก่ตัว?”

“ใช่...มากๆด้วย ขอโทษนะคะ ฉันไม่รู้ว่าวันนี้คุณยิ่งใหญ่ร่ำรวยเพียงไหน แต่ฉันไม่ใช่เคียงดาวคนเดิม ฉันไม่ใช่เด็กผู้หญิงอายุสิบเจ็ดงี่เง่าอย่างเจ็ดปีก่อนแล้ว” มือบางสะบัด พร้อมกับเชิดหน้า เดินหนีเขาไป

“ฉันไม่ให้เธอไปไหนทั้งนั้น” ฝ่ามือแกร่งคว้ากระชากร่างนั้นกลับคืน

“เมื่อเธอเข้ามาห้องนี้ เข้ามาหาฉันแล้ว ฉันไม่มีวันปล่อยเธอเหลือรอดกลับไปเท่าที่เข้ามา”

คนฟังตื่นตะลึงนิ่งขึง

อ้อ...ไม่ใช่สินะ เธอมันไม่เหลืออะไรให้ฉันภูมิใจซักนิด นอกจากให้ความสุขบนเตียงก็เท่านั้น

ฝ่ามือใหญ่ตวัด ผลักร่างบางลงไปบนเตียง ดวงตากลมดำเบิกค้างโพลง ถอยถดหนีบนผ้าปูสีขาวสะอาดตา

“วันนี้แหละเคียงดาว เธอจะเป็นของฉันหมดจดโดยสมบูรณ์ ไม่ว่าเจ็ดปีที่ผ่านมาเธอจะมีใคร? หรือไปลองอะไรกับใครมาบ้าง ฉันจะลบรอยของผู้ชายเหล่านั้นออกไปให้หมด”

“หยาบคายที่สุด ฉันไม่มีวันนอนกับคนอย่างคุณ ออกไปให้พ้นนะ”

“ช้าไปแล้วล่ะสาวน้อย ฉันไม่มีทางปล่อยเธอไปครั้งที่สองเหมือนเมื่อเจ็ดปีก่อนแน่ๆ” ร่างสูงใหญ่กระโจนลงไปหาร่างเล็ก ราวกับราชสีห์ตะครุบขย้ำเหยื่อ

 

เสียงดังโครมสนั่น พร้อมกับสัมผัสได้ถึงพื้นแข็งเย็นชืด แทนที่จะเป็นเนื้ออุ่นนุ่มของเธอ

ร่างใหญ่ของชีคหนุ่มเงยหน้า เผยอเปลือกตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า รู้สึกปวดหนึบไปหมดทั้งร่าง

ภาพที่เห็นตรงหน้า คือตัวเองนอนคลุกอยู่บนพื้นพรม ในท่าที่เหมือนไขว่คว้าอะไรซักอย่าง ฝ่ามือแข็งแกร่งค่อยๆยันกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล...กี่ปีแล้วนะที่เขาไม่เคยเมาหัวทิ่มเช่นนี้

มิใช่สิ...ครั้งแรกต่างหากเล่า...ที่เขาขาดสติและใช้เหล้าปลอบประโลมความผิดหวังให้กับตัวเอง

“เคียงดาว” เขาเรียกหาเธอ สะบัดหัวที่ปวดหนึบ คอเหมือนจะเคล็ด

ภาพที่เห็นคือห้องว่างโล่งเปล่า...ไม่มีคน ไม่มีใคร...ไม่มีร่างที่ต้องใจ นอกจากร่องรอยอัปยศที่เขาก่อไว้กับผู้หญิงอีกคนเมื่อคืนนี้เท่านั้น

ที่ๆเขากระโจนลงมาคือเก้าอี้ที่นอนคอพับกับขวดเหล้าตั้งแต่เมื่อคืนต่างหากเล่า

บ้าฉิบ...ฝันเป็นเรื่องเป็นราวเป็นตุเป็นตะได้ถึงเพียงนี้เลยหรือไร

คนอย่างชีคนัจมฺอัลดินสิ้นไร้ ถึงขนาดไล่ปล้ำเอากับผู้หญิงในฝันเชียวหรือ?

 

อ่านต่อทั้งตอนที่ลิงค์

 http://www.niyay.com/story/story.php?story_id=41013&add_new=1

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

553 ความคิดเห็น

  1. #269 nunpanu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มีนาคม 2554 / 11:03
    ฝันเป็นตุเป็นตะ
    #269
    0
  2. #237 oopearnqoo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2554 / 17:29
     นึกว่าเรื่่องจริง
    #237
    0
  3. #44 ม่านเมฆา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2553 / 11:12

    ฝันซะนึกว่าเรื่องจริงค่ะ

    เป็นกำลังใจให้นะคะ

    #44
    0
  4. #42 พี่หริ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2553 / 20:46
    ชอบจ้ะ แต่สงสารนางเอกมาก คนเรามีเหตุผลในการกระทำอยู่แล้วแหละ.............

    พี่เพิ่งเข้ามาอ่าน ห่างหายจากวงการนิยายไปหลายเดือน คิดถึงมาก ...

    ดูแลรักษาสุขภาพด้วยนะจ๊ะ น้องนาย

    #42
    0
  5. #40 yuechan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2553 / 22:38
    ทำไมไม่พูดคุยกันก่อนล่ะ ถ้ารักกันก็ต้องเชื่อใจกันสิ
    #40
    0
  6. #39 เจ้าเดียว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2553 / 20:09
     ฝันไปนี่เอง 
    #39
    0
  7. #38 jeabkiss (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2553 / 19:20
    ที่แท้ก็ฝันไปนั้นเอง
    #38
    0
  8. #37 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2553 / 15:27
    ที่แท้ก็ฝันไปนี่เอง
    #37
    0
  9. #36 porb (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2553 / 10:10
     รอต่อคร่า
    #36
    0
  10. #34 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2553 / 22:52
    ดาวน่าสงสารจัง
    #34
    0
  11. #33 timmiko (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2553 / 19:19
    ทำไม นางเอกต้องน่าสงสารขนาดนี้ด้วยนะ โอวชีวิตชั่งรันทด

    คนอ่านกำลังอินนนนนน อัพต่อนะค่ะ
    #33
    0
  12. #32 jeabkiss (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2553 / 17:01
    สงสารดาวจังเลยต้องถูกคนที่ตัวเองรักเข้าใจผิด

    หายไวๆนะคะ writer เป็นกำลังใจให้ค่ะ

    #32
    0
  13. #31 porb (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2553 / 00:50
     ไม่เป็นไรคร่า รอได้คร่า 
    #31
    0
  14. #30 โนเนม1323 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2553 / 21:20
    ไม่เป็นไร จ๊ะ จะรอนะ
    #30
    0
  15. #29 dekbanna (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2553 / 17:19
    อัพช้าไม่เป็นไร เพราะห่วงใยสุขภาพไรเตอร์คะ รอได้ขอแค่อย่าหายไปนาน
    #29
    0