ปราบรักให้อยู่หมัด : สนพ.นครสาส์น

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1571
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    2 ก.ค. 52

pearleus pearleus

ตอนที่ 9

เจ้าบ้าเอ๊ย! ดันมาปิดโทรศัพท์อะไรในตอนหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ 

ตติยะเดินไปเดินมาเป็นหนูติดจั่น มีคำสั่งอย่างลับๆให้ช่วยกันตามหารถของลูกสาวท่านเสรี ที่หายตัวออกจากบ้านไป คนรู้เห็นเหตุการณ์อย่างเขาถึงนั่งก้นไม่ติด

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น รีบผวากดรับอย่างดีใจ

ทำอะไรอยู่เอ่ย? เสียงหวานกังวานใสของแพรชมพูดังมาตามคลื่น

ไม่ใช่เวลาที่จะมีอารมณ์มาสวีทกับแฟนซักนิด กำลังทำงานจ๊ะ กลั้นใจตอบไป

กระใจพี่เต้ยนี่จะทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยหรือไงคะ? น้ำเสียงเริ่มกระเง้ากระงอดงอแง

ชายหนุ่มเงียบ ไม่รู้จะต่อถ้อยคำต่อไปยังไง?

รู้ว่างอนไปก็ดูท่าจะไม่ได้ประโยชน์ เพราะช่วงนี้ตติยะทำงานหนักเหลือเกิน เพราะหวังสร้างผลงาน

พอดีเพื่อนพิ้งเขาจะทำละครเวที เลยได้บัตรฟรีมาสองใบค่ะ

จ๊ะ ตอบสั้นๆไม่รู้จะพูดอะไรออก ความห่วงกังวลในเรื่องหนึ่ง ทำให้ตติยะลืมไปเสียสนิทว่าแฟนสาวของเขานั่นเป็นผู้หญิงอ่อนไหวขนาดไหน

รอบค่ำวันพรุ่งนี้ พี่เต้ยไปดูกับพิ้งนะคะ?

เอ่อ...อ่า....

อย่าบอกนะคะว่าไปไม่ได้ เสียงแหวดังขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังจะขัดใจ

ตติยะหน้าแหย ราวกับว่านาทีนี้ แพรชมพูกำลังมายืนตีหน้ายักษ์อยู่ตรงหน้า

พี่ยังไม่แน่ใจจ๊ะ เสียงอ่อยๆตอบกลับไป

งั้นพี่เต้ยว่างวันไหนล่ะคะ พิ้งจะได้ไปเลื่อนตั๋ว เค้ามีแสดงแค่สามวันเอง

เอ่อ พี่ยังบอกพิ้งตอนนี้ไม่ได้

ทำงานหรือทำอะไรกันแน่คะ พิ้งชักไม่ไว้ใจแล้วนะน้ำเสียงฉุนกึกอย่างสงสัยทำให้ตติยะรีบระล่ำระลักตอบ

ทำงานจ้า...ทำงานจริงๆ เขาแทบจะกราบกรานขอให้เธอเชื่อ

แน่ใจนะคะว่าไม่ได้มีคนอื่น? ตั้งคำถามอย่างไม่ไว้วางใจ

แสงกะพริบจากสายเรียกซ้อนทำให้ตติยะลนลาน

อย่าเหลวไหลสิพิ้ง แค่นี้ก่อนนะ ตอนนี้พี่กำลังยุ่ง เสร็จแล้วพี่จะโทร.กลับ พูดจบไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต ตติยะก็กดตัดสายไปเสียดื้อๆ

คนอยู่อีกข้างของปลายสายถึงกับนิ่งตาค้างไป

เป็นอะไรไปน่ะยัยพิ้ง ปลัดกระทรวงฯท่านเพิ่มพงษ์ถามบุตรสาวคนเดียวที่ยืนกะพริบตาปริบๆเป็นตุ๊กตาบาร์บี้

พราวน้ำตากลิ้งลงมาบนแก้มใส

เป็นอะไรไปลูก?” ท่านเพิ่มพงษ์ถามอย่างตกอกตกใจ

พี่เต้ยค่ะ.....ฮือ...... พูดได้เท่านั้น คนสวยเจ้าน้ำตาก็ร้องไห้โฮ ทำเอาว่าที่พ่อตาของตติยะขบเขี้ยวเคี้ยวฟันฮึ่มฮั่มรอชำระความ โอบกอดธิดาคนเดียวปลอบอกปลอบใจกันยกใหญ่

 

ว่าไงจ่าดำเกิงได้ข่าวคราวอะไรบ้างรึยัง?

ตอนนี้พบรถลูกสาวท่านเสรีแล้วครับ

อยู่ที่ไหน? ถามแทบจะลืมหายใจ

บ้านพักตากอากาศของท่านที่หัวหินครับ ตติยะถอนใจอย่างโล่งอก

แปลว่าณัฏฐ์วศาอยู่ที่หัวหิน แต่เจ้าวลัญช์เพื่อนของเขาล่ะ? อยู่กับเธอด้วยรึเปล่า? ทำไมเขาถึงติดต่อมันไม่ได้  ไอ้หมอนั่นคงไม่คิดหาเหาใส่หัวใส่หัวตัวเองหรอกกระมัง

ว่าแต่ว่า มันหายหัวไปไหนของมัน? โทร.หาก็มีแต่ว่าให้ฝากข้อความ

 

ดูซิลูกคนนี้ ปล่อยให้พ่อแม่เป็นห่วง? คุณยุวลักษณ์ส่ายหน้าอย่างระอาใจ ระคนโล่งอก เมื่อมาถึงหน้าบ้านพักตากอากาศที่หัวหิน แล้วพบรถของณัฏฐ์วศาจอดอยู่ที่นี่จริง

นี่ถ้าไม่เอะใจ แล้วให้ลุงมิ่งคนที่คอยดูแลบ้านมาดู ป่านนี้ทั้งเธอและสามีคงจะยังคงกระวนกระวายใจเพราะการหายไปของลูกสาวอยู่แน่ๆ เดือดร้อนตำรวจลูกน้องของสามีที่ต้องเสียเวลาไปด้วย

มันน่าหยิกให้เนื้อเขียวจริงๆ เธอคาดโทษเมื่อเห็นสีหน้านิ่งเฉยของท่านเสรีด้วยเกรงใจ

ถึงเวลาจริงๆเคยทำได้มั้ยคุณ?” ท่านเสรีถามอย่างรู้ดี

ท่านเองก็กินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงเหมือนกัน แต่เมื่อเจอตัวแล้วก็โล่งใจขึ้นมานิด ถึงจะรู้มาตั้งแต่เมื่อกลางดึกที่ลุงมิ่งโทร.ไปบอก แต่ก็ทัดทานภริยาขอให้เดินทางมาตอนเช้าแทน

ฝนตกหนัก เสาโทรศัพท์ล้มคุณหนูเลยโทร.บอกท่านไม่ได้กระมังครับ เหตุผลของคนดูแลบ้านทำให้ท่านทั้งสองเบาใจ

ก็นั่นแหละ เหลวไหล ไปไหนมาไหนไม่ยอมบอก โทรศัพท์มือถือก็ไม่ยอมเอามาด้วย คุณนายยังบ่นออดๆอยู่ ผู้เป็นสามีถอนใจอีกครั้ง

ขอบใจมากลุงมิ่ง ไม่มีอะไรแล้วล่ะ เดี๋ยวฉันกับคุณนายจะจัดการเอง

ท่านเสรีหันไปกล่าวขอบอกขอบใจผู้ที่เป็นธุระให้

ลุงมิ่งจึงขี่จักรยานกลับบ้าน ท้องฟ้าวันนี้โปร่งสดใส ผิดกับหลายวันที่ผ่านมาลิบลับ คงอย่างนี้กระมังที่เขาบอกว่าฟ้าหลังฝนมักจะสดใสเสมอ วันนี้จึงน่าจะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้น ลุงมิ่งคิดแล้วผิวปากปั่นจักรยานไปตามเส้นทางที่เปียกชุ่มฉ่ำอย่างอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

 

ไปสิคุณ คิดถึงลูกสาวสุดรักสุดสวาทแทบขาดใจแล้วไม่ใช่เหรอ? สามีถามกระเซ้า

เลยถูกค้อนไปเสียวงใหญ่

กุญแจอยู่ไหนคะนี่? มือแตะที่ประตู แล้วก็ต้องเบิ่งตาโตเมื่อผลักเข้าไปด้านในได้ แปลว่าไม่ได้ล็อก

เลินเล่อจริงเชียว ลืมล็อกประตูได้ยังไง? บ่นพร้อมดันบานประตูให้เปิดกว้าง

สายตาของทั้งสองมองกวาดไปทั่วบ้าน

เออเฮอะ หวังว่าคงไม่มีใครย่องมาขนอะไรออกไปเสียก่อนนะ ดูซิมีอะไรหายไปมั่งรึเปล่า?

ท่านเสรีพูดกลั้วหัวเราะหวังให้ภรรยาคลายหน้ายุ่งๆนั่น

จะเอาอะไรก็เอาไปเถอะค่ะ สมบัติพวกนี้ของนอกกาย ที่มีค่าและสำคัญสำหรับฉันก็มีแต่ยัยลูกแก้วคนเดียวเท่านั้น คนเป็นแม่ว่า แล้วเดินตรงไปยังประตูห้องนอนของบุตรสาว

เฮอะ...รักแต่ลูก แล้วพ่อล่ะ? ถ้าไม่มีพ่อน่ารักๆอย่างผม คุณก็ไม่มีลูกสาวดื้อๆอย่างยัยลูกแก้วเหมือนกันนา ท่านเสรีพยายามขอมีเอี่ยว เดินตามภรรยามาที่หน้าประตูห้อง

ป่านนี้แล้วยังไม่ตื่น ดูซิ แล้วอย่างนี้จะเอาไปขายใครได้

นายบดินทร์ไง? สามีเย้า เลยเจอค้อนอีกวงใหญ่ นึกไม่สบายใจถึงเรื่องที่บดินทร์มาตามหาลูกสาวถึงบ้าน พอรู้ว่าไม่อยู่หายไปตั้งแต่เมื่อคืนเขาก็หน้าซีดเผือด

เธอรู้เหรอว่าลูกแก้วหายไปไหน?

บดินทร์ส่ายหน้าดิก รีบยกมือไหว้ร่ำลาแล้วผลุนผลันออกไปอย่างมีพิรุธ

จะเป็นใครก็ได้ที่เป็นคนดีและรักลูกเราจริง แต่ขอไม่ใช่นายนั่นได้มั้ยคะ บอกตรงๆว่าฉันไม่ปลื้มเลย ยิ่งนานวันยิ่งไม่มั่นใจ ไอ้ข่าวที่เขาว่าๆก็ดูท่าจะเป็นจริงเสียด้วยท่านเสรียิ้มบางๆให้ภรรยา ยื่นมือมากุมมืออวบอูมนั่นบีบเบาๆ

เขารักใครชอบใครมันก็เป็นสิทธิ์ เป็นชีวิตของเขา คนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างเราน่ะ ทำได้เพียงคอยชี้แนะให้และยอมรับการตัดสินใจของเขาเท่านั้น น้ำเสียงเย็นหูราบเรียบนั่นทำให้คุณยุวลักษณ์พลอยเย็นลง คล้อยตาม พยักหน้าช้าๆ อย่างยอมรับ

แต่ฉันก็หวังว่าลูกจะเลือกสิ่งดีๆให้ตัวเอง ไม่งั้นฉันคงทำใจยอมรับลำบากค่ะ โดยเฉพาะเรื่องคู่ครอง คนที่จะมาดูแลลูกต่อจากเราไปตลอดชีวิต ถ้าไม่แน่ใจยังไงฉันก็คงปล่อยไปไม่ได้

มือจับลูกบิดผลักเข้าไปข้างในห้อง แล้วก้าวเข้ามายืน ท่านเสรีเดินตามเข้ามา

แล้วภาพบนเตียงนอนของณัฏฐ์วศาก็ทำเอาท่านทั้งคู่แทบช็อกหงายหลังล้มทั้งยืน

ร่างเปลือยเปล่าที่ตะกองกอดกันหลับใหลไม่ได้สติ เหมือนผ่านค่ำคืนอันเหนื่อยหนักหน่วงมากระนั้น

คุณ ท่านเสรีผวาเข้าไปประคองร่างที่เซแซดๆของภริยา ตาของคุณยุวลักษณ์เบิกโพลงแทบไม่กะพริบ มันค้างไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ พยายามจะหลับตาลงแล้วลืมขึ้นมาใหม่ เพื่อจะพบว่าภาพที่เห็นนั้นมันไม่ใช่...แต่ไม่ว่าจะกะพริบตาอีกกี่ที ทำยังไงก็ตาม มันก็ยังเป็นภาพเดิม ไม่แปรเปลี่ยนเพี้ยนผิด

อะไรกันนี่? เสียงหวีดแหลมเสียดหูดัง ทำให้คนที่นอนหลับผวาตื่นขึ้นมา

วลัญช์สีหูสีตามองคนที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า แล้วเกิดอาการช็อกตามไปด้วย

เธอ? ท่านเสรีพูดออกเพียงแค่นั้น ภริยาที่ยึดแขนท่านเป็นที่พึ่ง เป็นลมไปเสียแล้ว

เอ่อ สุดจะหาถ้อยคำมาอธิบาย เมื่อหันกลับไปร่างเปลือยเปล่าของลูกสาวท่านกำลังงัวเงียสีหูสีตาตื่นขึ้นมาด้วย

ลูกแก้ว

คุณพ่อ คุณแม่ ณัฏฐ์วศาอุทานอย่างตระหนก ก่อนจะเหลียวขวับมามองผู้ชายข้างๆ

นาย หัวใจวาบขึ้นมาก่อนกระตุกวูบอย่างแรง รีบดึงรั้งผ้าห่มขึ้นคลุมร่างไว้

ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยทั้งคู่ แล้วตามฉันออกไปข้างนอก น้ำเสียงเข้มอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนตวาด ประคองร่างคุณยุวลักษณ์ออกไปพัดวีให้ยาดมเรียกสติที่โซฟาหวายในห้องรับแขก

คนเพิ่งตื่นใหม่ จำไม่ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

แต่ภาพที่ต้อนรับการตื่นของเธอวันนี้ ช่างชวนให้ขนลุกเสียจริงๆ ณัฏฐ์วศาช็อกไปแล้ว ดวงตาปริบๆที่กะพริบมองผู้ชายที่นั่งอยู่เคียงข้าง พร่าไปหมด รู้สึกคอแห้งจนเปล่งเสียงแทบไม่ออก

กำลังรอฟังอยู่ เขาจะอธิบายว่ายังไงกับสภาพของเธอและเขาในยามนี้

อย่าเข้าใจผิดนะคุณ ผมแค่....

เผียะ ก่อนที่จะพูดจบ ฝ่ามือเรียวฟาดเข้าไปเต็มแก้มจนหน้าหัน

คนเลว คนฉวยโอกาส ฉันไม่น่าไว้ใจคุณเลย น้ำตาพราวพร่างเต็มหน่วยตากลมดำขลับนั่น

วลัญช์พูดไม่ออก ไม่รู้จะอธิบายยังไง สภาพเธอและเขามันชวนให้เข้าใจเป็นอื่นไปไม่ได้

แต่สาบานจริงๆ ไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าหลวงพ่อพระประธานวัดไหน เขาเพียงแค่กอดเธอไว้เท่านั้น...เอ่อ..อาจจะเผลอไผลไปลูบไล้เนื้อนวลนั่นเข้าบ้าง แต่ก็ไม่ได้ล่วงเกินอื่นใด ถึงขนาดที่เธอจะต้องปิดหน้าแล้วร้องไห้สะอื้นตัวโยนคล้ายกำลังสูญเสียอย่างหนัก เช่นภาพตรงหน้าในตอนนี้เลย

กำปั้นเล็กๆระดมทุบกระหน่ำลงมาอย่างไม่ยั้ง พร้อมเสียงสะอื้นไห้เต็มสองหู นี่คงเข้าใจว่าเขากับเธอไปกันถึงไหนต่อไหนแล้ว ที่วลัญช์ทำได้ในเวลานี้คือแค่ปัดป้องเพียงเท่านั้น  

ซวยจริงๆตู....โชคดีนะนี่ที่ขอย้ายไปอยู่ชายแดนเสียแต่เนิ่นๆ

ทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์แล้วได้บาปเป็นยังไง เขาเพิ่งเข้าใจในวินาทีนี้

 

น้ำตาของผู้หญิงสองคน ช่างบีบรัดหัวใจของผู้ชายสองคนในห้องนั้นอย่างเหลือเกิน

คุณแม่ มือบางสั่นระริกของณัฏฐ์วศายื่นไปหา แต่คุณนายกลับปัดทิ้งอย่างไม่ไยดี

ไม่ต้องมาแตะต้องตัวฉัน...ฉันไม่มีลูกสาวใจง่ายอย่างเธอน้ำเสียงหยามเหยียดนั่นทำเอา ผู้หญิงข้างๆยิ่งสะอื้นตัวโยนเข้าไปอีก เสียใจ ร่ำไห้ประหนึ่งใจจะขาด

วลัญช์ฝืดคอเหลือแสนรู้สึกน้ำลายเหนียวหนึบ มองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างกลืนไม่เข้า คายไม่ออก และคิดว่าทุกๆคนที่อยู่ในที่นี่ ก็คงรู้สึกไม่ต่างจากเขาเช่นกัน

แต่จะพูดยังไงดีล่ะ? จะอธิบายยังไง?

เธอจะว่ายังไง? สีหน้าตึงๆของท่านเสรี พร้อมน้ำเสียงห้วนๆถามขึ้นมาท่ามกลางเสียงสะอื้น

ผมพร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่างครับ?พูดจาอย่างที่จะแก้ไขสถานการณ์ให้มันดีขึ้น

ว่าแต่ว่า รับผิดชอบอะไรวะวลัญช์? แกแค่เป็นห่วง และดูแลผู้หญิงคนนี้ แต่ดูท่าเรื่องราวมันจะลุกลามใหญ่โตจนกู่ไม่กลับเสียแล้ว

ดวงตาวาววับคลอน้ำตาหันขวับมามองหน้าเขาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ถ้าเธอทำได้

เขากลัวสายตาแบบนี้จริงๆ

ไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรฉันทั้งนั้น เสียงเค้นออกมาอย่างเจ็บแค้น

เขาไม่รู้จะอธิบายยังไงดี? ว่ามันไม่มีอะไร...ไม่มีอะไร...ไม่มีอะไรจริงๆ

ยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ? ทำงามหน้าถึงขนาดนี้แล้ว ท่านเสรีตวาดบุตรสาว

ฮือ.................. คนข้างๆเขาเล่นบทโศกอย่างกะโดนพร่าผลาญพรหมจารีไปแล้วจริงๆ

ณัฏฐ์วศานี่เธอเป็นสาวยุคไหนกันแน่?

ผู้ชายทำอะไรหรือไม่ทำอะไรกับร่างกายเธอ...เธอไม่รู้เลยหรือไง?

บางที...เธออาจไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ก็ได้ ถึงไม่รับรู้ความผิดปกตินั่น วลัญช์คิดแล้วก็หันไปมองหน้านองน้ำตาย่นคิ้วอย่างครุ่นคิดหนัก นี่เขาต้องมารับผิดชอบในสิ่งที่ไม่ได้ทำ กับผู้หญิงที่โดนทิ้งมาจากผู้ชายคนอื่นๆงั้นเหรอ?

ฮือ...ฮือ...ฮือ.... กำปั้นน้อยๆระรัวทุบลงมาบนตัวเขาอีกหลายที

หยุด เสียงตวาดของท่านเสรี หยุดอาการบ้าคลั่งของผู้หญิงข้างๆลงไปได้ชะงัก

เงียบเดี๋ยวนี้นะยัยลูกแก้ว เราใช่เด็กสามขวบเสียเมื่อไหร่ ทำอะไรลงไปก็ต้องยอมรับสิ

ไม่นะคะพ่อ...ลูกไม่ได้.... น้ำเสียงเครือเจือสะอื้นปฏิเสธ พร้อมส่ายหน้าระรัวน้ำตารินร่วงเป็นสาย วลัญช์รู้สึกปวดหัวเหลือกำลัง อยากยุติสถานการณ์ตรงหน้านี้ให้จบลงโดยเร็วที่สุด

เรียกพ่อกับแม่เธอมาพบฉัน แล้วมาตกลงกันว่าจะเอายังไง ให้เร็วที่สุด คำพูดเด็ดขาดของท่านเสรี ทำเอาวลัญช์ตาถลนแทบจะหลุดออกมานอกเบ้า...เรียกมาคุย...คุยอะไรล่ะ?

ไม่นะคะคำปฏิเสธในทันทีกล่าวออกมาก่อนที่เขาจะทันประมวลผลเสียอีก

ไม่อะไร? ท่านตวาดถามบุตรสาวเสียงกร้าว

พ่อแม่ทะนุถนอมเลี้ยงมา ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ไห้ตอม ยอมมานอนกับผู้ชายอื่นง่ายๆ แล้วจะบอกว่าให้เขาฟรีๆงั้นเหรอ? คำพูดเจ็บแสบของท่าน ทำเอาผู้หญิงที่นั่งข้างๆ ปริ่มว่ากำลังจะขาดใจ

เอ่อ...ท่านครับ เขาพยายามจะอธิบาย

อย่าบอกนะว่าเธอจะปัดความรับผิดชอบ ดวงตาลุกวาวของท่านผู้บังคับบัญชาทำให้วลัญช์อ้ำอึ้งเหตุผลที่จะยกขึ้นมา

ให้เวลาสามวัน ฉันคิดว่าเธอคงเป็นลูกผู้ชายพอ เท่านั้นท่านก็ลุกเดินหนีไป

เขาไร้ซึ่งคำอธิบายแล้วจริงๆ นอกจากยอมรับชะตากรรม

 

มีอะไรเร่งด่วนนักหนาถึงให้พ่อกับแม่มากรุงเทพฯกะทันหัน? พอลงจากเครื่องบินมา คุณรฐาก็ไม่ให้เวลาลูกชายได้หายใจหายคอ

ผมอยากให้พ่อกับแม่ไปเจรจากับผู้ใหญ่ให้หน่อย

ผู้ใหญ่ที่ไหน? คุณโชติและคุณรฐาเกิดอาการตกใจจนตาแทบทะลุออกนอกเบ้าพร้อมๆกัน เรียกพ่อเรียกแม่มา แล้วบอกว่าให้ไปเจรจากับผู้ใหญ่ จะคิดเป็นอื่นได้ยังไงนอกจากเรื่องผู้หญิงที่ไม่เคยได้ยินระแคะระคายถึงหูมาก่อนเลย  วลัญช์เองก็รู้ว่าอธิบายไปก็เสียเวลาเปล่าๆ จึงจูงแขนท่านทั้งสองเดินไปด้วย

แกไปรักไปชอบผู้หญิงที่ไหนทำไมไม่เห็นบอกพ่อแม่ก่อน

เขาถอนหายใจ...

จะให้ไปบอกตอนไหนล่ะ? ในเมื่อเขาเองก็ยังตั้งตัวไม่ทัน ถ้าท่านทั้งคู่จะช็อกก็ไม่น่าแปลกใจหรอก

แล้วนี่ลูกเต้าเหล่าใคร หัวนอนปลายเท้าเป็นยังไง? ว่าที่คนกำลังจะกลายเป็นแม่สามี เริ่มสำแดงฤทธิ์ให้สมบทบาท

เรื่องมันยาวครับ

ก็เล่ามาสิ ฉันกับพ่อแกกำลังตั้งใจฟังอยู่ มารดาเร่งเร้า

ไว้เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังในรถก็แล้วกัน? วลัญช์ถอนใจอย่างเหนื่อยล่วงหน้า เมื่อกลับไปนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อนนี้

เธอเป็นลูกของเจ้านายครับ เราเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน

อย่าบอกนะเจ้าว่าน ว่าไปทำลูกสาวเขาท้องคุณรฐาแผดเสียงสูงจนแสบแก้วหู

คนนิ...ไม่ใช่ปลาทองเสียหน่อย ไอ้มากสุดที่เขาทำก็แค่ลูบๆคลำๆคงไม่ถึงกับทำให้ท้องได้หรอก

เปล่าครับ

แล้วทำไมเค้าถึงเรียกผู้ใหญ่ฝ่ายเรามาพบ กะทันหันอย่างนี้ฉันจะไปเตรียมตัวทันได้ยังไงกัน? มารดาบ่นพึมพำ

วลัญช์ขับรถไปด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่กฏหมายอนุญาต จนกระทั่งเลี้ยวเข้าคฤหาสถ์หลังใหญ่โตที่เขาน่าจะรู้จักมันเสียก่อนหน้านี้ว่ามันตั้งอยู่ที่ใด เรื่องจะได้ไม่ต้องลุกลามใหญ่โตมาจนถึงขนาดนี้

ตายแล้วเจ้าว่าน แล้วฉันจะมีปัญญาหาสินสอดมาขอลูกสาวเค้ามั้ยนี่?

คุณรฐาตาโตเมื่อเห็นอัครสถานของว่าที่ลูกสะใภ้ที่ยังไม่เคยเห็นหน้า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

256 ความคิดเห็น

  1. #11 คนที่รอมานาน (@puccaaa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2552 / 12:21
    กรรม..ของพี่ว่าน

    อยากจะช่วยเค้า

    ตัวเองเลยซวยเลย

    รีบมาอัพต่อนะคะ

    #11
    0
  2. #10 si_si (@tangyi) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2552 / 06:37
    ชอบมากค่ะ รออ่านต่อ
    มาอัพอีกนะคะ
    #10
    0