ปราบรักให้อยู่หมัด : สนพ.นครสาส์น

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1536
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    25 มิ.ย. 52

pearleus pearleus

ตอนที่ 8

เมื่อคืนกว่าเขาจะขับรถมาถึงที่นี่ น่าจะซักประมาณตีสามหรือตีสี่ได้ ฉะนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่เขาจะนอนตื่นสายเกือบสิบโมง พร้อมกับเสียงท้องที่ร้องจ็อกแจ็กจอแจระงมเป็นต้นเหตุที่ปลุกให้ตื่น

วลัญช์ลุกพรวดขึ้นทันทีที่รู้สึกตัวว่าอยู่ผิดที่ ก่อนจะลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

หันขวับมองไปยังโซฟาหวายที่เมื่อคืนณัฏฐ์วศาใช้ต่างเตียงนอน และเขาก็เลยต้องปูผ้านอนกับพื้นในห้องโถงนี้ไปด้วย เพราะเป็นห่วงเธอ

แต่บนโซฟากลับว่างเปล่า ไร้เงาของคนที่น่าจะอยู่ที่นั่น

หูไวระดับมือพระกาฬของกองปราบอย่างเขาไม่น่าพลาดที่จะไม่รู้ว่าเธอได้ลุกย่องหายไปตั้งแต่ตอนไหน

วลัญช์ลุกขึ้นยืน กวาดสายตามองรอบบ้าน แล้วเดินไปดูตามห้องต่างๆ แต่ทุกที่กลับไร้เงาของณัฏฐ์วศา

ตรงลานหน้าบ้าน รถยนต์สีดำคันหรูของเธอยังจอดอยู่ตรงที่เขาเป็นคนขับเข้ามาจอดตั้งแต่เมื่อคืน ไม่มีการเคลื่อนย้ายใดๆทั้งนั้น

แล้วเธอหายไปไหนกัน วลัญช์เดินหารอบบ้าน แล้วก็พบร่างบางทั้งในชุดนอนนั่งไกวชิงช้าอยู่ที่ชายหาดหน้าบ้านอย่างเหงาๆ เขาถอนใจอย่างโล่งอก ก้าวย่างช้าๆ เดินไปหาเธอ

คุณณัฏฐ์วศา

คนนั่งไกวชิงช้าหันขวับมามอง ก่อนจะเสก้มหน้ามองพื้นทราย หน้าแดงระเรื่อนิดๆกับเรื่องน่าอายที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

ตื่นแล้วเหรอ?

พยักหน้าแทนคำตอบ

แปรงสีฟันอยู่ที่ลิ้นชักใต้อ่างล้างหน้า ผ้าเช็ดตัวอยู่ลิ้นชักตู้ในห้องนอนคุณหยิบมาใช้ได้ แต่ไม่มีเสื้อผ้าให้เปลี่ยนหรอกนะ คุณแม่เก็บบริจาคให้เด็กแถวนี้ไปหมดแล้ว ไม่คิดว่าจะมาที่นี่โดยไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้า อ้อ! ถ้าคุณหิวข้าวก็ขับรถไปทานที่ตลาดก็ได้ ห่างไปซักสามกิโลฯเอง ในตู้เย็นมีแต่เครื่องดื่มเท่านั้น เธอบอกเขาเป็นชุด ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง

แล้วคุณล่ะ ไม่หิวหรือไง?

ศีรษะได้รูปสวยส่ายไปมา ไม่

อย่างน้อยก็น่าจะทานอะไรรองท้อง

ฉันไม่หิว น้ำเสียงห้วนตัดบท

คุณจะทรมานตัวเองให้ได้อะไรขึ้นมา

ดวงตาดำขลับลุกวาวเงยหน้ามาจ้องเขา มันไม่ธุระกงการอะไรของคุณ เสียงตอบกลับมาอย่างฉุนเฉียว

วลัญช์ได้แต่ถอนใจเบาๆ เปล่าประโยชน์ที่จะโต้เถียง

ตอนนี้เธอสร่างเมาแล้ว และตัวตนของผู้หญิงฤทธิ์มากที่เขารู้จักก็คงจะกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์

เขาเดินกลับเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันและอาบน้ำ ใส่เสื้อผ้าชุดเดิม ยังไงก็คงกลับกรุงเทพฯวันนี้เลย ไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ เดี๋ยวโทร.บอกเจ้าเต้ยเสียหน่อย ป่านนี้คงกระวนกระวายใคร่รู้เต็มทีแล้วล่ะว่าหลังจากพ้นด่านตรวจมาแล้วเกิดอะไรขึ้น

ปัดโธ่เว้ย แบตหมด วลัญช์หัวเสียนิดๆ ที่ถึงเวลาจะใช้ขึ้นมา แบตเตอรี่โทรศัพท์ดันหมดไปเสียได้ มิน่าถึงไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์เลยทั้งคืน ทั้งๆที่ผิดวิสัยขนาดนี้ ไอ้เพื่อนจอมสอดรู้จะต้องโทรศัพท์มาซักไซ้ไล่เรียงเขาแน่ๆ แถมเบอร์โทรศัพท์ของใครก็จำไม่ได้ ต้องเปิดดูในเมมโมรี่การ์ดเท่านั้น

เดินไปเปิดตู้เย็นดู มีแต่เครื่องดื่มจริงๆด้วย เอาน้ำผลไม้รองท้องไปก่อนก็ยังดี

กลับออกมาอีกที แดดแรงขึ้น แต่ณัฏฐ์วศายังนั่งอยู่ที่เดิม จะมัวแต่เศร้าเสียใจให้มันได้อะไรขึ้นมา

ผมจะออกไปหาอะไรทานที่ตลาดนะ คุณจะเอาอะไรรึเปล่า?

คำพูดของเขา ราวกับกระซิบไปกับสายลมผ่าน ไม่มีถ้อยคำใดๆตอบกลับมาทั้งนั้น เธอยังคงไกวชิงช้ามองเหม่อไปที่ทะเลเบื้องหน้า

วลัญช์จึงขับรถออกไปตลาด และหาทางที่จะติดต่อแจ้งข่าวให้ทางบ้านของเธอสบายใจ แต่ก็ไม่สำเร็จ แถมเขายังขับรถหลงทางอีกต่างหาก กว่าจะกลับมาก็เมื่อเวลาบ่ายแก่ๆนั่นแล้ว

ช่วงนี้เป็นฤดูมรสุมเสียด้วย อากาศจึงแปรปรวนอย่างหนัก ตอนออกไปแดดยังจ้าๆอยู่ดีแท้ พอกลับมาพยัพเมฆดำทะมึนก็ปกคลุมไปทั่วทั้งฟ้า แถมฝนที่กระหน่ำมาอย่างไม่ให้ตั้งตัว ต้องคลำทางกลางความมืดสลัวกลับมายังบ้านพักตากอากาศของท่านเสรีอย่างทุลักทุเล

วลัญช์จอดรถแล้ววิ่งฝ่าฝนเข้ามาในบ้านที่เงียบกริบ

คุณ....คุณ.... เขาเรียกหา ไม่มีเสียงตอบรับจากผู้เป็นเจ้าของบ้าน เอาถุงข้าวปลาอาหารที่ซื้อกลับมาไปไว้บนโต๊ะอาหาร พบขวดไวน์ที่ถูกเปิดและพร่องลงไปกว่าครึ่งขวดพร้อมแก้วแชมเปญทรงสูง

วลัญช์เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ สาวเท้าก้าวเร็วๆเดินไปตามหาทุกห้องทั่วทั้งบ้านก็พบเพียงความว่างเปล่า เร็วเท่าความคิด เขาวิ่งฝ่าสายฝนกระหน่ำไปยังหน้าบ้านที่เห็นเธอนั่งไกวชิงช้าอยู่เมื่อเช้า ชิงช้าว่างเปล่าเปียกฝนและไกวไปตามแรงลมหวีดหวิว

เม็ดฝนกระหน่ำหนาทำให้ไม่สามารถมองได้อย่างเต็มตานัก แต่ภาพเคลื่อนไหวอยู่ลิบๆไกลนั่นก็สะดุดตาเขา ชายหนุ่มวิ่งลงไปยังชายหาดที่ตอนนี้คลื่นกำลังม้วนตัวสูงเข้าหาฝั่ง ท้องทะเลกำลังปั่นป่วน

จริงๆด้วย เป็นเธอจริงๆด้วย

เกิดบ้าอะไรขึ้นมา ถึงเดินลงไปในทะเลท่ามกลางคลื่นแรงและฝนที่กระหน่ำเม็ดหนาอย่างนี้ คงไม่ได้คิดอยากจะเล่นน้ำในเวลานี้หรอกนะแม่คุณ

ณัฏฐ์วศา....ณัฏฐ์วศา....หยุดเดี๋ยวนี้นะ วลัญช์ร้องห้าม เมื่อเห็นร่างนั้นจมลงไปในคลื่นที่ซัดสูงถึงหน้าอกแล้ว

บ้าเอ๊ย! ยัยบ้า แค่นี้ถึงกับจะฆ่าตัวตายเลยหรือไง? โง่สิ้นดี เขาสบถอย่างหัวเสีย สับฝีเท้าวิ่งอย่างรวดเร็วตามลงไปยังทะเลคลื่นแรงนั่นด้วย

ณัฏฐ์วศาหยุดเดี๋ยวนี้นะ หวังว่าเสียงที่ดังแข่งกับพายุฝนและคลื่นที่สาดซัดจะหยุดเธอได้

แต่เปล่าเลย ร่างนั้นจมลับหายลงไปในน้ำทะเลแล้ว

ไม่มีอะไรให้วลัญช์ต้องคิดถึงอีกแล้วในวินาทีนี้ เขากระโจนลงไปในทะเล อย่างไม่กลัวคลื่นบ้าคลั่งที่กำลังตวัดม้วนตัวดึงร่างให้จมดิ่งลงไปในทะเลลึก

 

ความรู้สึกของคนใกล้ตายเป็นอย่างนี้เองหรือ?

ทุกข์และทรมาน หายใจไม่ออก

วูบหนึ่งที่คิดสั้นเดินลงทะเลมาเพราะไม่อยากทนทุกข์กับความผิดหวังอีกแล้วนั้น ได้สติกลับคืนมาเมื่อลมหายใจใกล้จะขาดห้วงเต็มที

เธอยังมีพ่อมีแม่ มีเพื่อนๆที่รักและเป็นห่วงเธอ รวมถึงผู้ชายคนนั้นที่เปล่งเสียงร้องห้ามไม่ให้เธอทำอะไรบ้าๆอย่างนี้

แค่ผู้ชายเลวๆคนเดียว จะเป็นเหตุผลที่จะทำให้เธอต้องจบชีวิตตัวเองลงอย่างน่าสมเพชอย่างนี้หรือ?

ไม่...ไม่...ฉันยังไม่อยากตาย

แต่ตอนนี้เรี่ยวแรงของณัฏฐ์วศาไม่อาจจะสู้กับคลื่นทะเลอันบ้าคลั่งได้

ชะ..ชะ...ช่วยด้วย... เธอพยายามตะเกียกตะกายเอาตัวให้รอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชที่เป็นฝ่ายเดินเข้าไปหามันเอง

น้ำที่เข้าไปแทนที่อากาศทั้งปากทั้งจมูก ทำให้ทุกข์ทรมานเหลือเกิน

นี่เธอกำลังจะตายแล้วจริงๆหรือ?

ความตายที่คิดว่าจะพาเธอหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานได้...ทำไมมันถึงได้โหดร้ายและน่ากลัวอย่างเหลือเกิน....นาทีนี้เธอช่วยตัวเองไม่ได้แล้ว แต่เธอได้ยินเสียงเขา เห็นเขาวิ่งตามเธอลงมา

ตอนนี้เขาไปอยู่ไหนเสียแล้วนะ...ช่วยด้วย...เธอไม่อยากตายแล้ว

 

วลัญช์ใช้แรงทั้งหมดเท่าที่มี ต่อสู้กับแรงปะทะของคลื่นทะเล จมลงไปใต้ผืนน้ำที่มืดมิดนั่น มือของเขาไม่ได้จ้วงเพื่อเอาตัวรอด แต่กลับควานหาร่างที่ได้จมหายไปต่อหน้าต่อตา

ช่างเป็นความพยายามที่ดูไร้ค่าเหลือเกิน ที่จะมองหาร่างที่ถูกกลืนไปโดยผืนน้ำอันกว้างใหญ่นี้

ลูกเป็นคนดี ความดีจะคุ้มครองลูกให้ปลอดภัยถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความหวังของภริยาท่านรองฯเสรีทำให้วลัญช์พลอยตั้งจิตอธิษฐานกับห้วงมหรรณพในเวลานี้

เธอเป็นคนดี ขอให้ความดีจงคุ้มครองเธอ

มือที่ว่ายแหวกควานหา ปะทะกับร่างบางที่ไหลไปตามกระแสคลื่น

ตำรวจอย่างเขา ฝึกฝนมาอย่างหนัก สภาพร่างกายที่แข็งแรงเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่แข็งแกร่ง และการเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดจากสถานการณ์วิกฤติ ทำให้วลัญช์ยอมโอนอ่อนไปกับคลื่นทะเล

รอเวลาที่มันซัดสาดกลับเข้าหาฝั่ง จึงออกแรงเสือกตัวตามกระแสคลื่น พร้อมกับลากร่างบางนั่นให้ตามติดมาด้วย

สุดท้ายหลายอึดใจต่อมา เขาและแม่ตัวยุ่ง ก็มาถึงฝั่งจนได้

บ้าชะมัดที่เม็ดฝนหยุดลงไปแล้ว เหลือเพียงท้องฟ้าที่มืดดำ และพยัพเมฆฝนที่คงกระหน่ำเม็ดฝนลงมาอีกในไม่ช้า  ชายหนุ่มหายใจอย่างเหนื่อยหอบ กับการออกแรงไปอย่างมากมาย

เหลียวหน้ากลับมามองร่างที่ระทดระทวยตัวอ่อนเพราะฤทธิ์ของคลื่นทะเล บัดนี้ใบหน้าของณัฏฐ์วศาซีดเผือดไม่มีสีเลือด เหมือนคนไร้ลมหายใจ

วลัญช์ผวาเข้าหาร่างบาง อังมือกับจมูก ไร้ซึ่งอุ่นไอใดออกมาปะทะ

ณัฏฐ์วศา....ณัฏฐ์วศา เขาเขย่าร่างเธอเรียกอย่างตระหนก

เธอตายแล้ว เธอตายแล้วอย่างนั้นหรือ? ค่าที่เขาโผนโจนลงต่อสู้ทะเลอันบ้าคลั่งนั่นสูญเปล่า

ไม่...ไม่มีทาง..ตั้งแต่เมื่อคืนที่เขาประคับประคองเธอมาจวบจนถึงเวลานี้ จะปล่อยให้เธอตายง่ายๆได้ยังไงกันเล่า

เร็วเท่าความคิดวลัญช์ประกบริมฝีปากลงไปเป่าลมหายใจอุ่นๆคืนชีวิตให้กับร่างที่เย็นชืดไปหมดแล้ว

ผายปอดพร้อมกดน้ำที่ท้องออก ทำทั้งสองอย่างสลับกันไป ร่างนั้นยังแน่นิ่งไม่ไหวติง ทำให้เขาเกือบสิ้นกำลังใจ แต่เหมือนแสงไฟเล็กๆที่ปลายอุโมงค์เมื่อเธอเริ่มสำลักน้ำออกมา

ณัฏฐ์วศา....ณัฏฐ์วศาเรียกออกมาอย่างดีใจ

ดวงตาปรือหรี่ หายใจหอบถี่หากว่าระรวยรินนัก ภาพแรกที่เธอเห็น คือผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว

ณัฏฐ์วศา เขาเรียกชื่อเธอ พร้อมรอยยิ้มอย่างยินดี

นี่กระมัง ความทรงจำสุดท้ายที่จำได้ ก่อนจะสิ้นสติลงไปอีกครั้งหนึ่ง

 

วลัญช์ถอนใจออกมาอย่างโล่งอก ถึงจะหมดสติไปอีกรอบ แต่อย่างน้อยเธอก็รอดตายแล้ว

ฝนที่หยุดเม็ดลงชั่วยามเริ่มโปรยสายลงมาอีกครั้ง  ช้อนร่างบางเอาไว้ในอ้อมแขน เดินกลับมายังบ้านพักอย่างรีบเร่ง ก่อนที่เม็ดฝนจะกระหน่ำลงมาอีกคราหนึ่ง

ชายหนุ่มวางร่างที่เปียกปอนหัวหูลู่ลีบไปหมดด้วยน้ำทะเลลงบนโซฟาหวาย

กลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆโชยมาปะทะจมูก

ซัดเข้าไปเสียเท่าไหร่ล่ะแม่คุณ

ดวงตาตำหนิติเตียนมองร่างไร้สติที่นอนทอดอยู่บนโซฟาด้วยความรู้สึกสงสารแกมสมเพชเวทนา

ร่างเปียกปอนในชุดนอนที่ตอนนี้บางใสแนบเนื้อจนมองเห็นเข้าไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

บ้าเอ๊ย! ทำยังไงดีวะ? เขาสบถปรึกษาหารือกับตัวเอง เกาหัวแกรกๆอย่างไม่รู้จะตัดสินใจยังไง

เช็ดตัวเช็ดหัวให้แห้ง เปลี่ยนเสื้อผ้า...แต่ว่าทั้งหมดทั้งมวลที่คิดขึ้นมาได้ เขาหรือที่ต้องเป็นคนทำ?

เงยหน้ามองภายนอกเม็ดฝนที่ยังกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ในเวลาอย่างนี้ จะหาใครได้อีกเล่า ถ้าไม่ใช่เขาแต่ถ้าจะใจร้ายปล่อยให้เธอทิ้งไว้อย่างนี้ มีหวังต้องเป็นไข้หวัดปอดบวมตายแน่ๆ

ไม่มีทางเลือกใดๆ วลัญช์เดินเข้าไปในห้องนอนอย่างถือวิสาสะ รื้อค้นหาผ้าขนหนู ผ้าห่มมาเตรียมไว้ ก่อนจะกลั้นใจ ลอกคราบร่างที่เปียกปอนออกด้วยมือไม้สั่นเทา กลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกสะกดความร้อนวูบวาบ เมื่อมือหนาปะทะผิวเนื้อเนียนหยุ่นนุ่มมือ ตั้งสติกับอารมณ์ที่พุ่งพล่านขึ้นมา ค่อยๆใช้ผ้าเช็ดลงไปบนผิวเนียนละเอียดขาวผ่องดังไข่ปอกนั่น

ใจมันสั่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อมือปะทะกับผิวเนื้อหยุ่นๆที่มีไออุ่นเลือดเนื้อและชีวิต

หน้าอกเปล่งปลั่งที่โผล่พ้นเสื้อตัวจิ๋วที่ห่อหุ้มไว้เคลื่อนไหวกระเพื่อมระรินรวย จนมือสั่นระริกไปหมดแล้ว

ดวงตาจับนิ่งมองค้างอยู่นาน เธอสวยและดูหวานหยดไปทั้งตัว แต่กระนั้นก็ยังมีผู้ชายหน้าโง่ที่กล้าทิ้งเธอไปได้ลงคอ...ถ้าเขาเป็นเจ้าของร่างงามอย่างนี้ คงมิคิดปล่อยไปง่ายๆ

หึ...หึ...นายกำลังคิดบ้าอะไรอยู่หรือวลัญช์

ในวินาทีที่สติสัมปชัญญะในฝ่ายดีกำลังถูกโจมตีอย่างหนักจากแรงปรารถนาตามธรรมชาติ ตำรวจอย่างเขาจะกลายเป็นผู้ร้ายเสียง่ายๆแน่ ถ้าขืนยังลูบไล้เนื้อตัวของเธออยู่อย่างนี้

วลัญช์กลั้นใจตวัดผ้าห่มขึ้นคลุมร่างบาง ก่อนจะอุ้มไปวางไว้ในห้องนอน สงบสติอารมณ์ที่กำลังพล่านอยู่ภายในโดยการเอาเสื้อผ้าของณัฏฐ์วศาและของตัวเองที่เปียกชุ่มโชกไปซักตากไว้ จำต้องนุ่งแต่ผ้าเช็ดตัวเป็นชีเปลือยไปก่อนอย่างไม่มีทางเลือก หวังว่าคงไม่ตื่นขึ้นมาร้องกรี๊ดจนบ้านแตกเสียก่อนล่ะ

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร ดวงตะวันเคลื่อนคล้อยไปถึงไหน เพราะฝนที่ตกกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา เสื้อผ้ายังชื้นเปียกอยู่เลย

คนที่นอนหลับใหลก็ยังไม่ได้สติอยู่เช่นเดิมตั้งแต่บ่ายจวบจนค่ำมืด

คุณ...คุณ...  วลัญช์ยื่นมือไปเรียกหวังปลุกให้เธอลุกขึ้นมาทานข้าว

แต่ผิวเนื้อที่ร้อนดั่งไฟทำให้เขาสะดุ้งโหยง

ซวยล่ะสิ เป็นไข้จริงด้วย หยูกยาอยู่ไหนล่ะนี่? สีหน้ากังวลหนักก่อนจะลุกเดินหาตู้ยารอบบ้าน แต่กลับไม่พบ ไข้สูงอย่างนี้ไม่กินยาก็คงต้องเช็ดตัว ทางเดียวเท่านั้น

ถึงจะหวั่นเกรงต่อสิ่งที่ต้องทำ แต่มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

ฮือ....หนาว ร่างบางสะท้านห่อไหล่

พ่อจ๋า...แม่จ๋า.... เสียงละเมอเพราะพิษไข้ทำให้วลัญช์ชะงักมือ มองน้ำตาที่ไหลซึมเอ่อจนโชกชุ่มแพขนตาดำขลับระยับไหวนั่นแล้วสะท้อนในหัวอก

ป่านนี้ท่านเสรีและภริยาคงห่วงกังวลถึงธิดาคนเดียว เขาไม่มีทางเลือกอื่นใดในขณะที่สายฝนยังตกกระหน่ำไม่ลืมหูลืมตา นอกจากจะเช็ดตัวช่วยให้เธอลดไข้

อดทนหน่อยนะคุณ ถ้าไม่เช็ดตัวให้ไข้ลด คุณจะยิ่งแย่ เขาบอก ก่อนจะค่อยๆแตะผ้าชุ่มน้ำลงไปบนหน้าตาที่แดงก่ำและลำคอเรียวระหงที่ยังมีรอยแผลเป็นชัดเจน มือเล็กๆคว้าหมับมามือของเขาไว้เหมือนให้หยุดยั้ง

ฮือ....หนาว... วลัญช์พยายามแกะมือเธอออก แต่เธอก็ไม่ยอมปล่อยไขว่คว้ามือเขาไปเกาะกุมไว้แน่นเหมือนหาหลักที่พึ่งพิง

เฮ้ย! คุณ...ปล่อยเถอะ ผมจะเช็ดตัวให้

พ่อจ๋า แม่จ๋า อย่าทิ้งหนู...อย่าไป...อย่า...

แรงคนป่วย ไม่รู้ว่าจะมากมายถึงขนาดนี้ แรงดึงกระชากของคนเพ้อเพราะพิษไข้ไม่ได้สติทำเอาวลัญช์ถลันตัวลงไปบนเตียงนอนอย่างเสียหลัก

มือบางไขว่คว้าตัวเขาไปกอดไว้ซุกไซ้หาไออุ่น พยายามดิ้นยังไง ก็ไม่พ้น

อย่าไป...อย่าไป... หัวเล็กๆชอนไชเข้ามาซุกอิง ร่างบางกระเถิบเข้าหาไออุ่นของคนที่พยายามดิ้นหนีจนต้องหยุด หายใจหอบถี่ๆ

คุณ....คุณ.... สติของวลัญช์ใกล้ขาดเต็มที พูดไปจะมีใครเชื่อล่ะ ผู้ชายตัวโตๆอย่างเขาจะแพ้แรงของผู้หญิงตัวเล็กๆที่เพ้อเพราะพิษไข้ ไอ้เสือสิ้นลาย ไม่ใช่ไม่มีแรงหนี แต่เรี่ยวแรงเหมือนเหือดหายไปจากสัมผัสโหยหาคว้าไขว่

ไอร้อนจากปากที่พร่ำเพ้อไม่ได้สติ ร่างบางที่ซุกหาความอบอุ่นด้วยสัญชาติญาณทำให้เขานิ่งอึ้งไป ขัดขืนไม่ได้เสียด้วย มือใหญ่สั่นระริกไหว ยื่นไปแตะที่แก้มนวลที่ปลั่งสุกเพราะฤทธิ์ไข้อย่างห้ามใจไม่อยู่

พ่อจ๋า...แม่จ๋า... น้ำตาที่ไหลซึมเอ่อทำให้วลัญช์ชะงักงันไป ความรู้สึกฝ่ายต่ำที่กำลังต่อสู้กับความรู้สึกฝ่ายดีอย่างหนักหน่วง

อย่าไป...อย่าไป... ร่างบางที่ซุกไซ้เข้าหาไออุ่นจากกายเขา วลัญช์ไม่อาจจะต่อต้านมันได้อีกต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

256 ความคิดเห็น

  1. #8 คนที่รอมานาน (@puccaaa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2552 / 22:58
    กรี๊สสสสสสสสสสสสส
    พี่ว่านแย่แล้ว
    พี่ว่านจะโดนขืนใจง่ะ
    ไม่ย๊อม ไม่ยอมมมมมมมมม
    #8
    0