ปราบรักให้อยู่หมัด : สนพ.นครสาส์น

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1513
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    18 มิ.ย. 52

pearleus pearleus

ตอนที่ 7

ณัฏฐ์วศาวลัญช์เรียกชื่อเธออีกครั้งเหมือนจะย้ำให้แน่ใจว่าภาพที่เห็นนั้นไม่ผิดเพี้ยน

เธอเป็นอะไรน่ะ? หันมาถามตติยะหน้าตาตื่นไปด้วย

เพื่อนเขาได้แต่ส่ายหน้า

ไม่รู้เหมือนกัน ฉันแค่ขอดูใบขับขี่ แต่เธอดันเอานี่ยื่นให้ ตติยะส่งนามบัตรของท่านรองฯเสรีผู้เป็นบิดาของหญิงสาวที่เอาแต่ร้องไห้โฮฟุบอยู่กับพวงมาลัยให้วลัญช์ดู

ท่าจะกินเหล้าเมามาด้วย กลิ่นงี้หึ่งเชียวแก ขืนขับรถไปถึงด่านตรวจข้างหน้า ลูกน้องฉันจับเป่าแอลกอฮอล์แน่ๆ คราวนี้ล่ะ ไม่รู้ว่าใครจะซวย ช่วยอะไรก็ไม่ได้แล้ว หน้าที่ก็ต้องเป็นหน้าที่

มิน่าเล่า ตติยะถึงกันตำรวจคนอื่นๆออกห่างจากรถคันนี้

เอาไงดีวะ? เพื่อนเขาถามความเห็น

วลัญช์มองคนที่สะอื้นอยู่กับพวงมาลัย สภาพเมามายอย่างนี้น่าเป็นห่วง

คุณ...คุณ... ยื่นมือเข้าไปเขย่าตัวเธอ ยิ่งทำให้เสียงตะเบ็งร้องโฮนั่นดังขึ้นมาอีก

ผมไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วคุณไปเสียใจอะไรมานักหนา แต่เมาแล้วขับนี่เราต้องจับอย่างเลี่ยงไม่ได้ มันเป็นนโยบายที่ท่านรองฯเสรีย้ำมาให้เข้มงวด

ชื่อของบิดาที่ถูกเอ่ยอ้างถึง ทำให้สติสัมปชัญญะครึ่งๆกลางๆของเธอเริ่มคืนกลับมา สงบลง เงยหน้านองน้ำตาขึ้นมามองหน้าเขา

นายเป็นคราย คนเสียจาย จาม่ายห้ายกินเหล้า ม่ายห้ายร้องห้ายรึไงเล่า น้ำเสียถามอย่างขุ่นเคือง

ผมวลัญช์จำได้มั้ย? เขาพยายามเรียกความทรงจำเธอ

วาลาญหนาย?

คนที่คุณเอาตะกร้าเยอบีร่าทุ่มใส่หัวจนเย็บสิบเข็มนี่ไง เขายื่นหน้าเอามือชี้ที่หางคิ้วให้เธอดูด้วย

แต่ดวงตาที่พร่ามัวด้วยน้ำตาผสมฤทธิ์แอลกอฮอล์ รวมถึงสติที่ไม่เต็มร้อยนัก ทำให้ณัฏฐ์วศาย่นคิ้วส่ายหน้าอย่างนึกไม่ออกจริงๆ

จำไม่ได้ก็ช่างเหอะ แต่ว่าข้างหน้านั่นมีด่านตรวจ ถ้าคุณไม่อยากถูกจับ และไม่อยากทำให้ท่านเสรีเดือดร้อนก็เขยิบไปนั่งด้านโน้น เขาชี้นิ้วสั่งเธอ

แกจะทำอะไรวะว่าน?  ตติยะงงกับการกระทำของเพื่อน

วลัญช์ส่ายหน้าน้อยๆสีหน้าหงุดหงิดไม่ยอมตอบคำถาม เปิดประตูแล้วช่วยปลดเซฟตี้เบลล์ที่ณัฏฐ์วศากำลังพยายามจะคลายออก แต่เพราะตาลายทำให้เธอทำไม่สำเร็จซักที

ทีนี้ก็เขยิบตัวไปนั่งเบาะโน้น เขาชี้มือไปที่นั่งข้างคนขับ

เธอทำตามอย่างว่าง่าย แต่เพราะความเมา มันจึงดูทุลักทุเลนัก เขาช่วยขยับร่างบางนั่นให้นั่งเป็นที่เรียบร้อย ปรับเบาะเพื่อให้เธอได้เอนอย่างสบาย

หน้าแดงก่ำของคนที่ถอนก้อนสะอื้นน้อยๆ เหลียวมามองหน้าเขาอย่างฉงนฉงายใจ รู้สึกอย่างไรก็บอกไม่ถูกกับท่าทีของผู้ชายหน้าเข้มที่ตอนนี้ใบหน้าห่างกันแค่คืบ

วลัญช์ที่โน้มตัวไปคาดสายเซฟตี้เบลล์ให้ สบดวงตาแดงๆที่วาววับคลอด้วยน้ำใสๆตลอดเวลาด้วยความรู้สึกสงสาร กลิ่นเหล้าฟุ้งขนาดนี้ คงดื่มไปไม่น้อย นึกไม่ออกเลยว่า ถ้าไม่มาเจอด่านเสียก่อน เธอจะเป็นยังไง

ฉันจะไปส่งเธอกลับบ้าน เขายื่นหน้ามาบอกตติยะที่ยังยืนมองอย่างงงๆอยู่

จนกระทั่งรถคันหรูนั้นเคลื่อนผ่านหน้าไป

ดะ...ดะ...เดี๋ยว...แล้วแกรู้เหรอว่าบ้านท่านรองฯอยู่ที่ไหน?

ช้าไปเสียแล้วสำหรับคำถามนี้ เพราะรถคันนั้นผ่านด่านตรวจ และขับเลยไปไกลแล้ว

 

พ้นด่านตรวจมาได้หลายร้อยเมตร วลัญช์เหลือบตามองคนที่เอาแต่ครางฮือๆอยู่ข้างๆ

บ้านคุณอยู่ที่ไหน?

ศีรษะที่อิงบนเบาะส่ายหน้าจนเส้นผมกระจายปรกหน้ารุงรัง ม่ายกลับบ้าน

แล้วจะไปไหนล่ะ? เขาถาม คุยกับคนเมานี่ ทั้งคืนจะรู้เรื่องมั้ย?

นั่นสินะ ถ้าไม่ไปบ้านแล้ว จะไปไหนดีล่ะ?

น้ำตาไหลนองหน้ามาอีกแล้ว เสียงสะอื้นฮักๆขึ้นมาทำเอาคนได้ยินใจคอไม่ดี

คุณร้องไห้ทำไม?

ฮือ........................ ไม่รู้คำถามของเขา ไปสะกิดสะเกาอะไรเธอเข้า จึงปล่อยโฮออกมาเสียงดัง ผู้กองหนุ่มหน้าแหย ยกมือเกาหัวแกรกๆ อย่างไม่รู้จะทำยังไงต่อ

 

ท่านรองฯเสรี และคุณยุวลักษณ์ เดินวนไปเวียนมาอยู่หน้าตึกอย่างกังวลใจ หลังจากได้ยินเสียงสตาร์ทรถดังขึ้นกลางดึก ท่านก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา และทันเห็นธิดาคนเดียวรีบเร่งขับรถออกจากบ้านไปทั้งชุดนอน กดโทรศัพท์หา จึงรู้ว่า ณัฏฐ์วศาไม่ได้เอาโทรศัพท์มือถือไปด้วย

ลูกแก้วไปไหนนี่ ตั้งสามสี่ชั่วโมงแล้วนะคะ?

ก็ตั้งแต่เกิดเรื่องร้ายที่ทำให้เกือบสูญเสียแก้วตาดวงใจเพียงคนเดียวในชีวิตไป ทั้งเธอและสามีก็รู้สึกห่วงกังวลกับณัฏฐ์วศาเพิ่มมากขึ้นทวีคูณ โดยเฉพาะดวงอาถรรพ์เบญจเพสที่คุณยุวลักษณ์เอาไปให้อาจารย์โหรที่เคารพนับถือกันตรวจดวงชะตาให้ แล้วถูกทำนายทายทักว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต

ไอ้ที่เกือบตายนั่นแล้วรอดมาได้ ยังจะมีเรื่องอะไรร้ายแรงกว่านี้อีกหรือ?

ใจเย็นๆสิคุณ ผมกำลังให้ลูกน้องตามอยู่ ท่านเสรีปลอบภริยา

ฉันล่ะไม่สบายใจจริงๆ ยิ่งนึกถึงเรื่องที่อาจารย์ลักขณาทักมาด้วยแล้ว สีหน้ากังวลกระสับกระส่ายผุดลุกผุดนั่ง ทำให้ท่านเสรีที่เป็นกังวลอยู่แล้ว เริ่มบวกเวียนหัวเข้าไปอีกด้วย

นี่แหละน๊า อยู่ดีๆหาเรื่องให้ตัวเองทุกข์ใจ จะไปดูกันทำไมก็ไม่รู้ไอ้ดวงชะตาราศีนี่ รู้ไปก็ไม่ได้ทำให้อะไรมันดีขึ้นมา เรื่องนี้มาบวกเรื่องนั้น ผมว่าทั้งคุณทั้งผมจะพากันเป็นโรควิตกจริตกันทั้งคู่ บ่นพึมพำพร้อมส่ายหน้าอย่างไม่รู้จะทำยังไงแล้ว

คุณยุวลักษณ์ค้อนขวับสามี

แล้วนี่ลูกน้องคุณยังไม่รายงานมาอีกหรือคะให้ตามมาตั้งนานสองนาน มัวไปทำอะไรอยู่รึเปล่า?

โธ่! คุณ...ตำรวจมีงานตั้งมากมาย เกิดลูกเรานึกสนุกอยากออกไปพบปะเพื่อนฝูงสังสรรค์โดยไม่ขออนุญาตเรา เรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เสียเปล่าๆ

ไม่รีบไม่เร่งจริงๆ มีหรือคะใครจะออกไปทั้งชุดนอน ภรรยาค้อนขวับอีกที

รอฟังก่อนเถอะ เดี๋ยวก็คงได้ข่าว ท่านปลอบโยนอย่างไม่รู้จะทำอะไรได้ดีไปกว่านี้แล้ว

 

รู้ว่าเขาขับรถออกมาไกลจากด่านตรวจมากแล้ว แถมยังไม่รู้จุดหมายปลายทางอีกว่าจะไปทางไหน วลัญช์จึงจอดรถลงข้างทาง

คนที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นเงียบเสียงลงไปแล้ว อาจจะหลับ

จะทำยังไงดี? เขาไม่มีเวลาขับรถเล่นกับเธอทั้งคืน หรือรอให้อีกฝ่ายหายสร่างเมาก่อนหรอกนะ

คุณ...คุณ... วลัญช์เขย่าไหล่เธอเบาๆ

ณัฏฐ์วศาสะดุ้งผงกหัวขึ้นมา มองซ้ายมองขวาแล้วมองที่หน้าเขา ถึงแล้วเหรอ?

คุณจะไปไหนล่ะ?

ไปไหนก็ได้ที่ไม่ใช่บ้าน

อ้าว! แล้วผมจะไปถูกหรือคุณ? ตั้งคำถาม มองสีหน้าที่มึนงงของอีกฝ่ายที่นั่งนิ่งเงียบไปอยู่นาน

สุดท้ายคำตอบของการรอคอยคือเธอส่ายหน้าหลุกหลิก

ผมไม่มีเวลาอยู่กับคุณทั้งคืนหรอกนะ ผมเองก็ต้องกลับบ้านไปนอนเหมือนกัน บอกอย่างเริ่มระอา

เธอเลยเปิดประตูลงจากรถมายืนโงนเงนนอกรถ

จะไปไหนนั่น? ถามอย่างสงสัย

แต่ไร้ซึ่งคำตอบ ร่างบางเดินตุปัดตะเป๋ไปข้างหน้า วลัญช์เปิดประตูลงจากรถวิ่งตามไปด้วยความเป็นห่วง  ณัฏฐ์วศา...ณัฏฐ์วศา ดูท่าเธอจะไม่ได้ยิน หรืออาจจะได้ยินแต่ไม่ได้สนใจจะฟังที่เขาพูด

เมื่อวิ่งตามไปทันประชิดตัว เขาก็คว้าแขนเธอไว้ คุณจะไปไหน?

คนเมาฤทธิ์มากสะบัดมือเขาให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมตัวเธอ ปล่อย...ปล้อย...

แล้วคุณจะไปไหน?

ไปไหนก็ได้ ตอบอย่างไม่แยแสถึงความห่วงใยของเขา ท่าทางหยิ่งจองหองเหมือนตอนไม่เมาไม่มีผิด ถ้าไม่เพราะท่าเดินที่เป๋ไปเป๋มานั่น เขาคงจะปล่อยให้เธออวดเก่งเดินหายไปในความมืดเพียงลำพัง

แต่ผู้หญิงเมา ในชุดนอน ตอนกลางคืนในที่เปลี่ยวอย่างนี้...

ไม่ต้องให้ถึงจิตวิญญาณของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แค่พลเมืองดีธรรมดาก็รู้ว่าปล่อยไปไม่ได้

เดินเร็วๆก้าวตามไปทัน แล้วหมายจะลากเธอกลับมาที่รถอีกครั้ง

อย่าทำงี่เง่าอย่างนี่น่าคุณ ผมรู้ว่าคุณเมา คุณเสียใจ แต่คุณก็คงไม่ถึงกับเสียสติหรอกใช่มั้ย?

คำถามของเขาทำให้ตาแดงๆนั่นก่อหวอดน้ำตาขึ้นมาอีก

ฮึ...ฮึ...ฮึ... คนตั้งท่าจะสะอื้น ทำให้วลัญช์ทำอะไรไม่ถูก

คุณเป็นอะไรของคุณน่ะ ช่วยตั้งสติแล้วบอกผมหน่อยได้มั้ย? เขาเอ็ดตะโรถามอย่างหมดความอดทน

เพี๊ยะ ฝ่ามือบางตวัดเข้าเต็มแก้มข้างซ้ายจนชาไปทั้งแถบ

ยังมีหน้ามาถามอีกหรือ ผู้ชายเลว ผู้ชายเฮงซวย ตอนนี้ณัฏฐ์วศากำลังมองเห็นผู้ชายตรงหน้ากลายเป็นบดินทร์คนที่ทำให้เธอรู้สึกเจ็บเจียนกระอักเลือด

อะไรกันคุณ ผมไปทำอะไรให้คุณล่ะ วลัญช์ลูบที่แก้มซ้ายอย่างมึนงง

คนชั่ว คนเลว คนทรยศ... กำปั้นน้อยๆระรัวทุบเขาอย่างไม่ยั้งมือ พร้อมถ้อยคำด่าที่พรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากรูปกระจับอวบอิ่มนั่นเป็นชุด ทำเอาคนถามตั้งกระบวนท่ารับแทบไม่ทัน

อะไรกันเล่าคุณ ใจเย็นๆสิ ตั้งสติหน่อย วลัญช์รวบกำปั้นนั้นไว้ ใช้แรงขืนไม่ให้เธอทำร้ายเขาได้อีก

ผู้หญิงที่สะอื้นตัวโยนตรงหน้า พร้อมน้ำตาที่อาบอยู่เต็มแก้มจ้องมองหน้าเขา เอาแต่ร้องไห้ฮือๆ

ฉันไม่ดียังไง? คุณถึงนอกใจชั๊น เวลาสองปีที่เรารู้จักกัน คุณไม่ได้รักฉันจริงๆอย่างที่คุณพร่ำพูดทุกวันใช่มั้ย? แล้วคุณมาโกหกฉันทำไม? คุณมาหลอกลวงฉันทำไม? ถ้าคุณยังไม่คิดจะหยุดลงที่ฉันคนเดียว แล้วคุณมาขอชั๊นแต่งงานทำไมกัน เสียงเอ็ดตะโรนั้น ทำให้วลัญช์พอจะเข้าใจอะไรบางอย่างกระจ่างขึ้น

ณัฏฐ์วศา... ฟังผมนะ...ฟังผม วลัญช์เขย่าร่างบางที่กำลังบ้าคลั่งนั่นให้สงบลง

มองดูดีๆสิ ผมไม่ใช่แฟนคุณ ผมไม่ใช่ว่าที่คู่หมั้นคุณ ผมไม่ใช่ผู้ชายเลวคนนั้นของคุณ เขาย้ำทุกคำพูดช้าๆชัดๆ เพื่อให้สมองและสติที่ไม่เต็มร้อยนั่น ประมวลผลทุกคำพูดให้สมบูรณ์ที่สุด

ณัฏฐ์วศานิ่งอึ้ง กะพริบตาถี่ๆ มองผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า

ภาพเงาของบดินทร์ที่ซ้อนทับอยู่อย่างพร่ามัว ค่อยๆเลือนหายไป

แล้วผู้ชายตรงหน้า เป็นใคร? ทำไมเขาถึงมาอยู่กับเธอในตอนนี้

หรือว่าบางที เขาอาจจะเป็นที่พึ่งเดียวของเธอในยามนี้ก็เป็นได้

ผมวลัญช์ เขาบอก เมื่อเห็นเธอนิ่งสงบลงแล้ว

วลัญช์ ดวงตาที่ฝ้าฟางด้วยม่านน้ำตามองหน้าเขา รอยยิ้มสว่างสดใสในความมืดนั่น เหมือนจะบอกอะไรเธอซักอย่าง         ครับ ผมวลัญช์

ณัฏฐ์วศาพยักหน้า เธอรับรู้แล้วว่าผู้ชายตรงหน้าชื่อวลัญช์

วลัญช์ ฮือ.......................... ปล่อยโฮคราวนี้ เธอไม่ทุบเขาอีกแล้ว แต่กลับโผเข้ากอดเขาแน่น พร้อมกับร้องไห้ ขอใช้หน้าอกเขา เช็ดน้ำตา ต่างผ้าเช็ดหน้าในเวลานี้

ในขณะที่เจ้าของแผงอกกว้าง เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแกร่งบึกบึนจากการฝึกฝนและเข้าฟิตเนสยืนตัวแข็งทื่อ รับรู้ถึงหยาดชื้นแฉะที่ชุ่มฉ่ำทะลุเนื้อผ้าเข้าไปยังอกของเขา

น้ำตาอุ่นๆของผู้หญิงที่กำลังอ่อนแออย่างเหลือเกิน

ความรู้สึกสะท้อนหัวอกหัวใจถึงความเศร้าอาดูรปานสูญสิ้นใจ ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้บนเส้นผมนุ่มราวกับผ้าแพรอย่างปลอบโยน ด้วยความเข้าใจมากขึ้น

เธอรักผู้ชายคนนั้นมาก

เพราะความรักที่มาก....เมื่อผิดหวังในรัก ความเศร้าเสียใจจึงมากไปด้วย

ผู้หญิงคนนี้ รักผู้ชายคนนั้นมาก ถึงขนาดจะเป็นจะตายเมื่อรู้ว่าต้องสูญเสียเขาไป

ความรู้สึกตอนที่หนูนิดจากไป ตีกระทบกลับขึ้นมาในหัวใจอีกครั้ง

ความรัก ทรงพลานุภาพเสมอต่อจิตใจเสมอ ไม่ว่าจะสมหวัง หรือผิดหวังก็ตาม

...ความรู้สึกสูญเสียของณัฏฐ์วศาในเวลานี้ คงเหมือนกับเขาในเวลานั้น เงยหน้ามองท้องฟ้าที่ดวงดาราสว่างใสอยู่กันอย่างกระจัดกระจาย

และหากต้องพรากจากความรักไปในซักทาง ระหว่างการจากเป็นกับจากตาย อย่างไหนหรือที่เจ็บปวดยิ่งกว่ากัน

 

เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังสม่ำเสมอ วลัญช์จึงเดาว่า บ้านพักตากอากาศของท่านรองฯเสรีคงอยู่ติดชายทะเลเป็นแน่ๆ  ผู้เป็นเจ้าของบ้านที่บอกทางให้เขานำเธอมา หลับใหลไปได้ครู่ใหญ่แล้ว แม้จะจอดรถนิ่งอยู่นานเขาก็ยังไม่อาจจะตัดสินใจได้ว่าควรจะทำยังไงต่อไปดี

ความประสงค์ของณัฏฐ์วศาคือมาที่บ้านหลังนี้ เขาไม่รู้ว่าทางบ้านเธอที่กรุงเทพฯจะรู้กันรึยังว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน? โทรศัพท์มือถือเครื่องมือสื่อสารอะไรเธอก็ไม่ได้เอาติดตัวมาด้วยเลย

กำลังชั่งใจอยู่ว่าเขาควรจะทำยังไงดี

ถ้าปลุกเธอตื่นขึ้นมา จะมีรายการเพลงโศกให้เขาฟังอีกหรือเปล่า?

แล้วจะเอายังไงล่ะ? ปล่อยให้นอนหลับอยู่ในรถอย่างนี้ คงได้ขาดอากาศหายใจตายกันพอดี

แล้วตัวเขาเล่า จะกลับกรุงเทพฯเลยดีไหม? โดยวิธีไหน? ยังไงดีหว่า?

แล้วจะทิ้งเธอให้อยู่ที่นี่คนเดียวได้หรือ?

แล้วเขาจะอยู่ด้วยได้ยังไงกัน? ผู้ชายกับผู้หญิง ไม่ควรอยู่ด้วยกันตามลำพังในสถานที่มิบังควรอันลับหูลับตาผู้คนอย่างนี้

คำถามต่างๆมากมาย ตีกันอยู่ในหัวให้ยุ่งเหยิงไปเสียหมด

ดูเหมือนวลัญช์ก็ยังหาคำตอบไม่ได้อยู่ดี สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจเลือกที่จะปลุกเธอให้ตื่นขึ้นมา

คุณ...คุณ...ณัฏฐ์วศา เขาเขย่าตัวเธอเบาๆ

คนทีลืมตาขึ้นมาในความมืดอย่างงัวเงีย ยกมือสีหูสีตา ก่อนจะมองไปโดยรอบ แล้วเปิดประตูก้าวลงจากรถ วลัญช์พลอยตามลงมาด้วย

เธอเดินไปหยุดหน้าประตูไม้บานเขื่อง ก่อนจะเหลียวซ้ายไปยังไม้ประดับในกระถางที่เรียงราย แล้วยกมือขึ้นนับ

หนึ่ง...สอง...สาม...สี่... ยิ้มอย่างยินดี ก่อนจะยกกระถางขึ้น แล้วหยิบลูกกุญแจข้างใต้นั่นเอามาไขประตูบ้าน เปิดผางบานประตูเดินเข้าไปข้างใน วลัญเดินตามมาด้วย

เมื่อไฟเปิดสว่างเขาจึงเห็นโถงบ้านที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หวาย และเครื่องประดับอย่างโบราณ เจ้าหล่อนเดินเข้าไปข้างในอย่างคุ้นชิน

คุณจะนอนที่นี่เหรอ? คำถามของวลัญช์ทำให้เธอนึกได้ว่ายังมีเขาอีกคนในบ้านหลังนี้

ฮื่อ... ในหน้าสะลึมสะลือทั้งง่วงทั้งเมาหนักหน่วงผสมกันผงกตอบ

งั้นผมกลับแล้วนะ เขาบอกเมื่อหมดหน้าที่

ฮื่อ....ขอบจาย เธอพยักหน้าหน้าสะลึมสะลืองกๆเงิ่นๆ แล้วทรุดนั่งนอนเอนลงไปกับโซฟาหวาย

สายตาปราดผ่านรอยแผลเป็นที่ลำคอระหงทำให้วลัญช์รู้สึกวาบขึ้นมา สำนึกว่าเขาเป็นคนทำให้เธอเจ็บเจียนตายมาครั้งหนึ่ง แล้วคราวนี้กำลังจะทิ้งให้เธอเผชิญกับโชคชะตาแบบไหนต่อไปเพียงลำพังอีก

คุณแน่ใจนะว่าอยู่คนเดียวได้ คำถามทำให้ดวงตาที่ปิดไปแล้ว หรี่ปรือขึ้นมามอง

คุณจะกลับยังไง?

ไม่รู้เหมือนกัน

ทำไมไม่นอนเสียที่นี่ล่ะ มันดึกแล้ว คนพูดหลับตาลงอีกครั้ง ในขณะที่วลัญช์ยืนนิ่งอึ้งมองหน้าเธอเพียงครู่ แล้วเหลียวซ้ายแลขวาสำรวจตรวจตราภายในบ้านอย่างชั่งใจ

คุณจะให้ผมนอนที่นี่จริงๆหรือ?

ไม่มีคำตอบสำหรับคำถาม นอกจากเสียงลมหายใจผ่อนอย่างสม่ำเสมอ บอกให้รู้ว่าเธอหลับไปแล้วอย่างง่ายดาย ทั้งๆที่มีผู้ชายไม่คุ้นหน้า อยู่ตรงนี้ด้วยอีกคน....

วลัญช์ส่ายหน้าน้อยๆ ถอนใจเบาๆ แล้วอย่างนี้จะไว้ใจทิ้งอย่างนี้ได้หรือ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

256 ความคิดเห็น

  1. #4 คนที่รอมานาน (@puccaaa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2552 / 21:14
    กรี๊สสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส
    ซบอกพี่ว่านด้วยหล่ะ อย่างนี้มีรายการเข้าใจผิดกันแน่เลย
    แงงงงงงงงงงง หรือว่าพี่ว่านจะต้องแต่งงาน
    ลูกหมูม่ายย๊อมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    #4
    0