ปราบรักให้อยู่หมัด : สนพ.นครสาส์น

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1531
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    17 มิ.ย. 52

pearleus pearleus

ตอนที่ 6

น่าเกลียดจริงๆ เสียงหงุดหงิดของคุณยุวลักษณ์อุทานดังจากริมฝีปากอวบอิ่มสวยได้รูป

ทำเอาท่านรองฯเสรีที่กำลังดูข่าวการเมือง และณัฏฐ์วศาที่ทอดสายตาเหม่อๆอย่างครุ่นคิดดูทีวีเป็นเพื่อนบิดาหันหน้ามามองคุณยุวลักษณ์พร้อมๆกัน

อะไรหรือคุณ? ท่านรองฯขยับแว่นแล้วหันไปถามภรรยาที่ตีสีหน้ายับย่นเขม้นมองหนังสือพิมพ์ในมือ ก็คงไม่พ้นพวกคอลัมน์ซุบซิบไฮโซฯที่แสนโปรดปรานหรอก

ก็คุณนัยนาสิคะ นี่อะไรกัน ออกข่าวหมั้นหมายแถมฤกษ์แต่งเสร็จสรรพ เรายังไม่ได้เออออห่อหมกด้วยเลยซักนิด

ท่านรองฯเลิกคิ้วสูง หันไปมองหน้าธิดาคนเดียว หรือลูกตกลงกับบดินทร์แล้ว?”

ณัฏฐ์วศาส่ายหน้า ปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องด้วยจริงๆ ลูกแก้วไม่ได้คุยเรื่องนี้กับบดินทร์เลยค่ะ

แล้วถ้าเกิดไม่มีงานหมั้นงานแต่งขึ้นมาจริงๆ ไม่ขายหน้าชาวบ้านเขาแย่เหรอค่ะ เล่นประกาศโต้งๆลงหนังสือพิมพ์อย่างนี้ ภริยาบ่นอย่างหงุดหงิด

อ้าว! ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะคุณ เหมือนแช่งลูก

ก็ฉันชักเริ่มไม่ปลื้มว่าที่ลูกเขยแล้วนะสิคะ คำพูดไม่ชอบมาพากลนั่น ทำให้ทั้งท่านเสรีและลูกสาวต่างสบตากัน แล้วหันไปหาคุณยุวลักษณ์อย่างใคร่รู้

มีอะไรหรือคะแม่?

เมื่อวานที่สมาคม คุณหญิงอรสามากระซิบแม่ว่า มีผู้หญิงไปร้องเรียนที่มูลนิธิฯแก กล่าวหาว่านายบดินทร์ไปทำเขาท้อง

ใบหน้าคนฟังชาวาบ

แล้วทำไมคุณไม่เล่าให้ผมฟังตั้งแต่เมื่อวานสามีถามกึ่งตำหนิ พับหนังสือพิมพ์ในมือเก็บโดยเร็ว

ฉันก็เลยไปถามคุณนัยนา เธอก็ยืนยันรับประกันเป็นมั่นเหมาะว่า ลูกชายเธอไม่ได้ทำตัวมักง่ายอย่างนั้นแน่ๆ และคนเดียวที่แกจะรับเป็นลูกสะใภ้ก็คือยัยลูกแก้วเท่านั้น ส่วนไอ้เบี้ยบ้ายรายทางอะไรแกไม่รับรู้

อ้าว! พูดอย่างนี้ได้ยังไง? ท่านเสรีชักเริ่มไม่พอใจ

นั่นสิคะ ฉันก็ฉุนอยู่เหมือนกัน เธอก็เลยว่าเป็นเพราะลูกเราเล่นตัวไม่ยอมหมั้นยอมแต่งออกหน้าออกตา ถ้าถึงเวลานั้นมา ก็คงไม่มีผู้หญิงที่ไหนกล้ามายุ่งกับนายบดินทร์

เหอะ...ลูกชายแกเป็นเทวดารึไง? แล้วเรื่องอะไรเราจะยอมยกลูกสาวให้ แก้วตาดวงใจของผมเชียวนะ ถ้ามีแววว่าอยู่กันไปแล้วน้ำตาจะเช็ดหัวเข่า เห็นทีพ่อจะไม่ยอมนะลูก หันมาพูดกับบุตรีจริงจัง

ณัฏฐ์วศารู้สึกปวดหัวตึ๊บๆขึ้นมา ไม่รู้จะเชื่อฝ่ายไหนดี

นี่ก็เห็นทีจะมัดมือชกเราล่ะสิ ถึงได้ให้ข่าวไปยังงี้

สายตาของบุพการี มองมายังใบหน้าซีดเผือดของลูกสาว

ลูกแก้ว ท่านเสรีแตะต้นแขนที่เย็นเฉียบนั่น

คะพ่อเงยดวงหน้าเผือดขึ้นมองท่าน ทำไมคนเป็นพ่อจะไม่เห็นว่าดวงตากลมดำขลับนั่นกำลังเต็มไปด้วยความสับสนอย่างหนักหน่วง

ลูกยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้ใช่มั้ย?

ไม่ได้ตัดสินเรื่องวันเวลานั่นใช่...แต่เพราะเธอมั่นใจมาก่อนหน้านี้แล้วถึงประกาศว่าเขาเป็นคู่หมั้น ความรู้สึก.... หัวใจ และความรัก ได้เลือกผู้ชายคนนั้นไปแล้ว สิ่งที่ไม่มั่นใจคือเวลาต่างหากเล่าว่าเมื่อไร?

ไม่มีคำตอบจากปากลูกสาว ทั้งบิดาและมารดาหันมาสบตากันเหมือนปรึกษาหารือ

อย่างน้อยบดินทร์ก็ต้องเคลียร์ตัวเองให้ได้ก่อน แล้วเราถึงจะมาคุยเรื่องนี้กันอีกครั้ง

สายตาสับสนของณัฏฐ์วศาเงยหน้ามองบุพการีทั้งสอง คุณพ่อคุณแม่เชื่อคนอื่นมากกว่าคนที่ลูกรักงั้นเหรอคะ?

ท่านส่ายหน้าน้อยๆ พ่อกับแม่เชื่อในการตัดสินใจของลูกต่างหาก เพราะคนที่ลูกเลือก จะคือทุกข์และสุขในชีวิตที่เหลืออยู่ต่อไปจากนี้ของลูก และถ้าลูกเลือกเขาแล้ว พ่อกับแม่ก็พร้อมจะยอมรับการตัดสินใจของลูก

คำพูดแสนซาบซึ้งใจของบิดา ทำให้ณัฏฐ์วศาโผเข้ากอดท่านซุกหัวลงกับอก

ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้บนเส้นผมเงาดั่งแพรไหมนั่นอย่างรักใคร่ยิ่ง คุณยุวลักษณ์เข้ามาร่วมวง กอดลูกสาวด้วยอีกคน 

ลูกคือชีวิตของพ่อและแม่ ทุกข์สุขของลูกก็คือทุกข์ของพ่อและแม่ เราก็ได้แต่หวังว่าลูกเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง

ณัฏฐ์วศาหันมาโอบกอดมารดาบ้าง ซุกหน้าลงกับอกของท่าน เหมือนนกน้อยที่ต้องการที่พึ่งพิง

ความมั่นใจอย่างเหลือล้นที่มีในตัวบดินทร์มาก่อนหน้านี้ เริ่มคลอนแคลนสั่นไหว แต่ทั้งหมดทั้งมวลล้วนได้ยินมาจากปากของคนอื่นทั้งนั้น เธอจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้รู้ ได้ยิน และได้เห็นด้วยตัวเองเท่านั้น

 

เสียงโทรศัพท์ที่ดังระรัวขึ้นมากลางดึก ทำให้ณัฏฐ์วศาสะดุ้งตื่น ควานมือไปหาที่มาของเสียงร้องระงม

เบอร์โทรศัพท์ที่โชว์หราหน้าจอ ไม่ปรากฏว่าเป็นของคนที่เธอรู้จัก

ฮัลโล เจ้าตัวกลอกเสียงลงไป

แต่เสียงปลายสายที่ดังสะท้อนกลับ คือเสียงสะอื้นไห้

คนงัวเงียเพราะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นกลางดึก ตื่นเต็มตาอย่างตระหนก

ฮัลโล...ฮัลโล...นั่นใครน่ะ? ใครกันคิดจะมาล้อเล่นกับเธอดึกๆดื่นๆ

ถ้าเธอไม่พูด ฉันจะวางแล้วนะ? น้ำเสียงฉุนเฉียวตวาดไปอย่างมีโมโห

ฉันเป็นเมียไอ้แบงค์ คำตอบกลับมาทำให้ณัฏฐ์วศาอึ้งงันไป

ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอรักผู้ชายคนนี้มากแค่ไหน ถึงได้ตัดสินใจหมั้นหมายจะแต่งงานกัน แต่ฉันก็รักมันไม่น้อยไปกว่าเธอคำบอกเล่านั้นทำให้ณัฏฐ์วศาหน้าชา

นี่ไงผู้หญิงในเงามืด เจ้าหล่อนกำลังมาเรียกร้องสิทธิ์แสดงตัว

ในฐานะลูกผู้หญิงด้วยกัน ฉันขอเตือนเธอไว้ ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนดีหรอกนะ มันเคยพูดเรื่องแต่งงานกับฉัน แต่สุดท้ายก็ฟันแล้วทิ้ง เสียงนั้นเจือสะอื้น มือของณัฏฐ์วศาเย็นเฉียบ

และถึงตอนนี้มันประกาศจะแต่งงานกับเธอ แต่ที่จริงแล้วมันก็ยังไปนอนกกผู้หญิงคนอื่นอยู่เลย

ไม่จริง เสียงตวาดกลับไปอย่างไม่เชื่อ

เสียงหัวเราะเยาะเย้ยอย่างขบขันในความโง่เขลาของเธอ

จริงหรือไม่จริงเธอก็ตามมาดูที่คอนโดฯมันก็ได้ ฉันเพิ่งถูกมันไล่เหมือนหมูเหมือนหมา แถมตบจนหน้าชากลับมา คำพูดนั้นขาดห้วงเป็นเสียงสะอื้นอีกแล้ว

ฉันช่วยเธอได้แค่นี้เท่านั้นนะ ถ้าเต็มใจจะโง่ต่อไปก็เรื่องของเธอ แต่ตำแหน่งใหญ่โตและหน้าตาของพ่อแม่เธอ คงไม่ปล่อยให้ลูกสาวท้องไม่มีพ่อเหมือนฉันหรอก.....ตืด..................

ปลายสายวางไปแล้ว แต่ณัฏฐ์วศายังคงนิ่งชะงักงันอยู่บนเตียงด้วยท่าเดิม เธอกำลังช็อกกำลังเรื่องที่ได้ฟัง จริงไม่จริงไม่รู้ และจะรู้ได้ก็มีทางเดียว

คือตามไปพิสูจน์ที่คอนโดฯของบดินทร์

 

เสียงโทรศัพท์ติดตามตัวที่ดังระรัวขึ้นมาขณะปฏิบัติหน้าที่ทำให้ตติยะหงุดหงิดไม่น้อย แต่ที่ต้องสแตนด์บายเปิดเครื่องไว้ตลอด ก็เผื่อว่าแพรชมพูจะโทรศัพท์มาหาเขา เพราะครั้งก่อนปิดโทรศัพท์ไม่รับสาย เลยโดนซักไซ้ไล่เลียงซักฟอกเสียยกใหญ่ว่ามีลับลมคมนัยอะไร พออธิบายว่าติดงานและอีกฝ่ายคิดมากเกินไป เธอเลยงอนไม่คุยกับเขาไปทั้งอาทิตย์

แต่หมายเลขที่โชว์หน้าจอตอนนี้กลับไม่ใช่

ไงวะไอ้เสือ? เขาถามอย่างกลั้วหัวเราะถึงธุระยามดึกดื่นป่านนี้

แกอยู่ไหนวะเต้ย ฉันโทร.หาเจ้าแพนมันก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์

เจ้าแพนมันไปเยี่ยมแฟนที่นราธิวาส ส่วนฉันตอนนี้กำลังตั้งด่านตรวจอยู่ว่ะ เสียงปลายสายบอกออกอารมณ์เซ็งๆ

ดีนี่หว่ายังมีงานทำ ว่ากลั้วหัวเราะ

ยัยแพงไปไหนเสียล่ะ ปล่อยแกเหงาอยู่ได้

เลิกลากยัยแพงเข้ามาเกี่ยวเสียทีเหอะ ฉันยังไม่อยากหาห่วงผูกคอ

เสียงหัวเราะของตติยะดังเข้ามาในโทรศัพท์

ว่าแต่ว่า แกตั้งด่านอยู่แถวไหนฉันไปหาได้รึเปล่า?

แกจะมาทำไม มีธุระอะไร? คำถามเป็นการเป็นงานของตติยะทำให้วลัญช์ชั่งใจอีกหนว่าจะเอาไง

ฉันเบื่อๆอยู่บ้าน เคยอยู่เฉยๆซะที่ไหน มันคันไม้คันมือไปหมด

เสียงหัวเราะของตติยะยังดังก้อง ทำซ่า อย่าลืมว่าแกโดนคำสั่งพักงาน

แค่ไปดูเฉยๆ ฉันไม่กวนใจแกหรอกน่า อยากหาอะไรทำฆ่าเวลาแก้เซ็ง

เอ่อๆ จะมาก็มา ฉันอยู่ที่..... ตติยะบอกสถานที่ตั้งจุดตรวจพิเศษขึ้นมา ตามนโยบายของอธิบดีกรมตำรวจ เรื่องเกี่ยวกับการเฝ้าระวังความปลอดภัยให้ประชาชน

วลัญช์ยิ้มกว้างรู้สึกเลือดในตัวเริ่มสูบฉีดกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา รีบไปเปลี่ยนชุดนอน เป็นเสื้อยืดกางเกงยีนส์ สวมแจ็กเก็ตทับแล้วออกจากห้องไปด้วยจิตใจที่ปลอดโปร่งขึ้น

 

เพราะคำพูดของผู้หญิงลึกลับในโทรศัพท์นั่น ทำให้ณัฏฐ์วศาทะยานมาหาบดินทร์ที่คอนโดมิเนียมสุดหรูกลางกรุงดังคำท้าทายในเวลาที่ดึกมากแล้ว

เธอยืนนิ่งอยู่หน้าห้องพักของเขาอย่างชั่งใจว่าจะทำยังไงต่อไปดี

ถ้าบดินทร์ไม่ได้อยู่ที่นี่ล่ะ? คำพูดนั้นก็แค่คำโกหก

หรือถ้าเขาอยู่ที่นี่ แต่ไม่มีใครอยู่ด้วย เธอจะให้เหตุผลที่แล่นมาหาเขาถึงที่กลางดึกอย่างนี้ ทั้งชุดนอนที่สวมทับด้วยเสื้อคลุมว่ายังไง?

และถ้าคำพูดของผู้หญิงคนนั้นเป็นจริงล่ะ? ถ้าบดินทร์อยู่กับผู้หญิงคนอื่น และทำอะไรอย่างผู้หญิงคนนั้นพูดจริงๆ เธอจะทำอะไรได้

สับสนไปหมดแล้วในวินาทีนี้ ไม่รู้ว่าจะเลือกทางไหนดี

อย่างน้อยเธอก็จะได้รู้ความจริง อย่างน้อยก็จะเป็นการพิสูจน์

นิ้วชี้บนมือเรียวสั่นระริก จ่อไปที่กริ่งหน้าประตู และชะงักงันอยู่เนิ่นนาน

ไม่ว่าในนั้นจะมีหรือไม่มีอะไร....สิ่งที่เธอจะได้ ก็คือความโล่งใจ และคลายความหวาดระแวงกังวลเสียที

นิ้วชี้ที่ชะงักอยู่จิ้มกดไปที่ปุ่มนั่น

เงียบ....ไม่มีเสียงใดๆจากภายใน

หัวใจที่วูบดิ่งหายไปแล้ว ค่อยชื้นขึ้นมาอีกนิด ก่อนจะกดลงไปใหม่อีกครั้ง เพื่อความแน่ใจ

ครานี้เป็นเสียงฝีเท้าปึงปัง ที่สะท้านหัวใจของณัฏฐ์วศาให้เต้นไหวไปด้วยความรู้สึกลุ้นระทึก

บานประตูเปิดออกกว้าง พร้อมใบหน้าฉุนเฉียวหัวหูยุ่งเหยิงของผู้เป็นเจ้าของที่นุ่งเพียงเสื้อคลุม

จะกดหาอะไรวะ หรือว่าที่โดนไปเมื่อกี้ยังไม่พอ อยากจะขออีกซักที น้ำเสียงตวาดดังปานฟ้าผ่า น่ากลัวอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินจากปากของเขา

บดินทร์สะดุ้งเฮือกทันทีที่เห็นว่าเป็นเธอ

ลูกแก้ว ดวงตาของเขาตื่นตกใจ เหมือนพวกวัวสันหลังหวะ

ท่ากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆนั่น บอกให้รู้ว่าเขาไม่คาดฝันว่าจะเป็นเธอ เช่นเดียวกับเธอที่ไม่คาดฝันว่าจะมีถ้อยคำชวนให้คิดมากอย่างนั้น ในสถานการณ์อย่างนี้ออกจากปากของเขา

คะ...คุณมาทำอะไร? คำพูดตะกุกตะกักนั่นมีพิรุธชัดๆ ยิ่งตอนที่เขาเบี่ยงตัวออกมาแล้วกระชากบานประตูปิดลงอย่างรวดเร็ว

มันไม่ใช่เรื่องปกติอยู่แล้วที่จู่ๆเธอก็จะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ ทั้งชุดนอนอย่างนี้

ในขณะที่ณัฏฐ์วศาเชื่อไปแล้วครึ่งหนึ่งกับสิ่งที่ดูจะเข้าเค้าลางคำพูดของผู้หญิงคนนั้น

พยายามจะมองเขาเต็มตา พยายามจะยิ้มแล้วบอกว่า...บอกว่า...อะไรซักอย่าง

แต่เธอทำอย่างนั้นไม่ได้ ตาจ้องไปยังบานประตูที่เพิ่งถูกปิดลง ก่อนจะผลักเขาไปให้พ้นทาง แล้วกระชากประตูเปิดพรวด เดินก้าวเข้าไปในห้องนั้น

ลูกแก้ว ลูกแก้ว คุณจะทำอะไรน่ะ? บดินทร์ถลันตัวตามเข้ามา ร้องถามเสียงหลง

ดวงตากลมสำรวจปราดเดียว ห้องทั้งห้องว่างเปล่า ไม่มีอะไรผิดปกติซักนิด ใจที่หล่นหายไปแล้ว เริ่มเคลื่อนคล้อยกลับมายังตำแหน่งเดิมของมัน

ความโล่งอกทำให้สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด หันไปยิ้มกับเขาเจื่อนๆ

แต่แล้วประตูห้องนอนที่เปิดผั๊วะออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตามด้วยผู้หญิงหน้าตาสะสวยที่นุ่งเพียงผ้าขนหนูคาด อกผืนเดียว คงไม่ต้องมีอะไรมาอธิบายเพิ่มเติมอีกแล้ว

ดวงตากลมที่บัดนี้ระริกไหวคลอไปด้วยหยาดหยดวับวาวใสกะพริบถี่ๆเหมือนจะให้แน่ใจกับภาพนั้น ภาพที่ทำให้ดวงใจที่กำลังเคลื่อนคล้อยขึ้นมาวูบดิ่งจมหาย

หันขวับมามองหน้าของบดินทร์ที่ซีดเผือด วาวน้ำตากลิ้งลงบนแก้มใส

สองปีที่คบกันมา สองปีแห่งความเชื่อใจ ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

ทุกอย่างพังทลายลงไปทั้งหมดเพราะภาพตรงหน้านี้

ฟังผมอธิบายก่อนนะ คำพูดอ้อนวอนร้องขอนั่นเปล่าประโยชน์ ในเมื่อทุกอย่างกระจ่างชัดเจนถึงเพียงนี้ ยังมีอะไรที่ต้องมาอธิบายอีก

ณัฏฐ์วศาตวัดแขนสุดแรงให้พ้นการเกาะกุมของเขา แล้วหันหลังวิ่งออกจากห้องนั้น เร็วที่สุดเท่าที่ฝีเท้าเล็กๆจะพาเธอไปให้พ้นหน้าจากผู้ชายเส็งเคร็งคนนี้

ลูกแก้ว เสียงร้องเรียกตาม และเสียงฝีเท้าที่วิ่งตามเหมือนเด็กๆวิ่งเล่นไล่จับ

ร่างในชุดนอนบางเบาทับสวมด้วยเสื้อคลุมรีบวิ่งเข้าไปในลิฟต์และกดปุ่มปิดลงอย่างรวดเร็ว

ปัง...ปัง...ปัง... เสียงตบประตูลิฟต์อย่างแรงเมื่อมันได้ปิดไปแล้ว และกำลังเคลื่อนตัวลงไปยังเบื้องล่าง

คนที่ขังตัวเองอยู่ในลิฟต์ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร เรี่ยวแรงดูจะเหือดหายแข้งขาอ่อนจนรูดกราวลงไปกับพื้น ยืนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว

เป็นความจริง...คำพูดของผู้หญิงคนนั้นเป็นความจริง...และคำพูดก่อนหน้านั้นของลุลีก็อาจจะเป็นความจริงด้วย แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการจะตัดใจจากผู้ชายคนนี้

จากชั้นยี่สิบสอง ดูจะใช้เวลาไม่นานนัก ประตูลิฟต์เปิดกว้างอีกครั้ง ณัฏฐ์วศาเดินออกมาที่รถอย่างคนหมดเรี่ยวแรงจริงๆ ทุกสิ่งที่วาดหวังไว้ พังทลายไปหมดแล้ว

ลูกแก้ว เสียงเรียกรั้งทำให้มือที่กำลังจะไขกุญแจสั่นขึ้นมารีบเร่งไขกุญแจลนลานเปิดประตูพาตัวเองเข้าไปขังภายในรถ ล็อกไว้แน่นหนา มือควานหาช่องเสียบกุญแจก่อนบิดกุญแจสตาร์ทเครื่อง

ลูกแก้ว บดินทร์มายืนกระโดดเหย็งๆอยู่หน้ารถ ตะโกนเหมือนคนบ้าพูดจาอะไรก็ไม่รู้ที่เธอไม่อยากจะได้ยิน ดวงตาที่มองภาพนั้น กลบไปด้วยน้ำตาจนมันพร่ามัวไปหมดแล้ว

มือซ้ายเข้าเกียร์ เท้าขวาเหยียบคันเร่งส่ง ไม่สนใจว่าจะตวัดพวงมาลัยเฉี่ยวร่างบดินทร์จนล้มลง

เขาจะเป็นยังไง? มันไม่มีความหมายอะไรกับเธออีกต่อไปแล้ว

ตอนนี้สิ่งที่เธอต้องทำ คือการพาหัวใจที่บอบช้ำกลับไปเยียวยา ให้รอดจากความทุกข์ที่บีบคั้นหัวใจจนแทบจะหยุดเต้นลงให้ได้อย่างน้อยเธอก็ยังมีทั้งพ่อและแม่ คนที่รักและเห็นเธอเป็นแก้วตาดวงใจ

 

วลัญช์นั่งมองการทำงานของตติยะและลูกน้องอย่างเซ็งๆ เขาไม่มีสิทธิ์เข้าไปก้าวก่ายเพราะยังอยู่ในคำสั่งพักงาน แต่การที่ได้เห็นการทำงานอย่างแข็งขันของเพื่อนร่วมอาชีพ ก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้น

เป็นไงครับสารวัตร มานั่งตบยุงเปาะแปะน่าเบื่อจะตาย จะมาทำไมครับนี่?” จ่าสมพงษ์ยื่นแก้วกาแฟควันกรุ่นส่งกลิ่นเม็ดกาแฟคั่วหอมฉุยให้พร้อมกับถามไถ่ชวนสนทนา

อยู่แต่บ้านมันเซ็งนี่จ่า ไม่ได้ทำงาน มาเห็นคนอื่นทำงานก็ยังดี

จ่าวัยดึกยิ้ม ก่อนจะยื่นหน้ามากระซิบ

หาเมียซักคนสิครับ แล้วรับรองว่าสารวัตรจะโหยหาความเหงาแทบจะขาดใจ

วลัญช์หัวเราะอย่างขบขันกับคำแนะนำของจ่า ไม่รู้ว่ามันจะจริงรึเปล่า? มองตติยะกับลูกน้องที่เดินไปพูดคุยกับคนขับรถที่กำลังต่อแถวยาวเหยียดเพื่อตรวจสอบตามหน้าที่

เจ้าว่าน...ว่านโว้ย...มานี่หน่อย จู่ๆคนที่ทำหน้าที่แข็งขันก็กวักมือเรียกเขาหยอยๆหน้าตาตื่นๆ

คนถูกเรียกลุกขึ้นอย่างสงสัย แล้วรีบก้าวเท้าเดินไปหาตติยะที่กำลังสกัดรถยนต์ซีดานยี่ห้อหรูสีดำคันหนึ่งไว้ ต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ ตำรวจคนอื่นๆไม่ได้ยืนอยู่ในละแวกนั้น นอกจากเพื่อนเขาคนเดียว

มีอะไรเหรอ? วลัญช์ตะโกนถามเมื่ออยู่ห่างเพียงไม่กี่เมตร แต่ตติยะไม่ยอมตอบ บุ้ยใบ้ให้เขาเดินมาดูเอง ผู้กองหนุ่มจึงรีบเร่งฝีเท้าจนมายืนข้างๆเพื่อน ก่อนจะชะโงกมองไปในรถ

ณัฏฐ์วศา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

256 ความคิดเห็น

  1. #3 คนที่รอมานาน (@puccaaa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2552 / 14:32
    แงงงงงงงงงงงง  เกิดไรขึ้นอ่ะ...อยากรู้   อยากรู้
    รีบมาอัพต่อไวไวเน้อ
    #3
    0