ปราบรักให้อยู่หมัด : สนพ.นครสาส์น

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1583
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    6 ก.ค. 52

pearleus pearleus

รถโฟวิลล์สัญชาติญี่ปุ่น แม้ราคาจะเหยียบล้าน แต่ก็เทียบไม่ได้กับรถแพงๆที่เรียงรายจอดอยู่ในโรงรถของที่บ้านเธอ แล่นเข้ามาจอดที่หน้าตึก ทำเอาหัวใจของณัฏฐ์วศาเต้นไม่เป็นส่ำ

แว่วๆพอที่จะจับใจความได้ คือพ่อแม่ของนายวลัญช์ทำสวนส้มอยู่เชียงราย และเธอกำลังจะกลายเป็นเจ้าสาวของตำรวจจนๆ เทียบไม่ได้กับทายาทนักธุรกิจร้อยล้านอย่างบดินทร์

คิดแล้วน่าเจ็บใจนัก ผู้ชายคนนี้ฉวยโอกาสเอากับเธอ ไม่น่าไปไว้ใจเขาเลย

ใครจะไปคิดล่ะ ตำรวจที่พึ่งของประชาชน จะทำกับเธออย่างนี้ได้

หลับตาลงครั้งใดเมื่อนึกถึงภาพวันนั้นแล้วหัวใจก็กระตุกวูบทุกที

วลัญช์เดินนำหน้าบิดามารดาขึ้นมาบนตึก เขาบอกกับท่านเสรีและภริยาที่ยังบึ้งตึงไว้แล้วว่า จะพาบิดามารดามาเจรจาสู่ขอเพื่อจัดงานแต่งงานให้ถูกต้อง สองวันที่ผ่านมาหลังจากเกิดเรื่องวันนั้น เขาไม่เห็นหน้าเธออีกเลย

ณัฏฐ์วศาเองคงช็อกไม่น้อยไปเหมือนกัน ที่เพิ่งโดนคู่หมั้นนอกใจ แล้วต้องมาตกกระไดพลอยโจนกับผู้ชายที่แทบไม่รู้จักอย่างเขา แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อเหตุการณ์ยุ่งยากทั้งหลายมันชักนำพามาให้เป็นอย่างนี้เสียแล้ว ถ้าจะหาตัวเอาคนผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น เขาและเธอคงจะมีส่วนเท่าๆกันนั่นแหละ

คุณท่านรออยู่ในห้องรับแขกค่ะ คนใช้สาวในบ้านย่อตัว ก่อนจะผายมือพาเดินนำไป พอจะรู้จักคนที่กำลังจะกลายมาเป็นว่าที่ลูกเขยของท่านเสรีจากที่คนใช้พากันพูดคุยซุบซิบกัน ได้ยินมาว่าเป็นตำรวจเหมือนท่านเสรี

คุณรฐาหันไปสะกิดสามียิกๆ มีคนรับใช้เต็มบ้านเลยนะคุณ

คุณโชตินั้นนั่งฟังเงียบๆอย่างนิ่งเฉยอย่างใช้สมาธิมาตลอดทาง ปล่อยแม่ลูกคุยกันไป แล้วท่านก็เป็นผู้ฟังที่ดีจับบทสนทนาพร้อมกับคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนไปด้วย

มากันแล้วเหรอ? น้ำเสียงถามห้วนๆ เมื่อเขานำบิดากับมารดาเดินเข้าไปถึงในห้องรับแขก

สีหน้าบึ้งตึงของท่านเสรีและภริยายังคงไว้เช่นเดิม

นี่คุณพ่อคุณแม่ผมครับ วลัญช์แนะนำ

สวัสดีครับ / สวัสดีค่ะคุณโชติและคุณรฐาเอ่ยตามมารยาท สีหน้าปั้นปึ่งนั่นเพียงหันมามองแว๊บหนึ่ง

คุณโชติและภรรยาหรี่ตามองท่านรองฯและภริยาก่อนจะย่นคิ้วนิดๆ

เฮ้ย! เจ้าเสรี

ห๊า! ยัยสมลักษณ์ เธอเองหรอกเหรอนี่? น้ำเสียงประหลาดใจของคุณรฐา

ทำให้ท่านเสรีและภรรยาหันมามองทั้งคู่อย่างเต็มตา ก่อนจะอ้าปากค้างนิดๆ ตาโต

พี่โชติ พี่ฐาท่านเสรีอุทานออกมาอย่างตกใจกับคนที่ไม่ได้พบหน้าค่าตากันมานานปี

อย่าบอกนะคะว่าพี่เป็นเอ่อ.... คุณยุวลักษณ์หน้าเจื่อน ชี้มือไปที่วลัญช์

นั่นเจ้าว่าน ลูกชายฉันเอง คุณโชติกล่าว ยินดีที่ได้เจอเพื่อนเก่า แม้ในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยปลอดโปร่งนักก็เหอะ เท่านั้น สายตาของท่านเสรีและภริยา ก็หันมามองหน้าเขา สลับกับหน้าของคุณโชติและคุณรฐา ก่อนจะถอนหายใจอย่างหนักหน่วง

 

วลัญช์ไม่รู้ว่าบิดามารดากับท่านเสรีและภริยารู้จักกันมาก่อน แล้วพวกท่านมีความหลังอะไรกันยังไง?

แต่หลังจากนั้น สถานการณ์ตึงเครียดในห้องรับแขกดูจะผ่อนคลายลง การพูดคุยแค่ครึ่งชั่วโมง สรุปกันง่ายๆที่ว่า

ตกลงว่าจะให้เด็กสองคนแต่งงานกัน ไม่เรียกสินสอดทองหมั้นซักบาท

ถ้าไม่อยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ เขาคงจะยกมือแยงหูอย่างจะให้แน่ใจ ว่าไอ้ที่ได้ยินนั้น มันเป็นความจริง ไม่ผิดเพี้ยน หรือหูเฝื่อนฟังไม่ดีกันแน่ เพราะไอ้สองวันที่ผ่านมา ถ้าฆ่าคนได้โดยไม่ผิดกฎหมาย เขาว่าทั้งท่านและคุณนายคงจะส่องเขาดับไปด้วยปืนซักกระบอกที่โชว์เรียงรายอยู่เต็มตู้ในห้องรับแขกนี่แล้ว

อะไรกัน ลูกสาวทั้งคนเลี้ยงมาจนโตป่านนี้ จะไม่เอาอะไรเลยได้ยังไง? คุณโชติทักท้วงทำหน้าประหลาด

ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่เด็กสองคนรักกันเท่านั้นก็พอแล้ว น้ำเสียงของคุณยุวลักษณ์ช่างอ่อนหวานอย่างเหลือล้น จนวลัญช์ประหลาดใจ ทำไมเหตุการณ์มันกลับตาลปัตรจากหลังเท้าเป็นหน้ามือได้อย่างง่ายดายเสียอย่างนี้

ฉันเห็นว่ายังไงก็ต้องมี ตามพิธีอยู่แล้ว ไม่งั้นน่าเกลียดแย่

ไม่เป็นไรเลยครับ ตอนนี้เราสองคนมีเงินไม่ได้ขัดสนอะไร?

นายกำลังจะดูถูกเศรษฐีสวนส้มนะเจ้าเสรี ฉันเองก็มีลูกชายคนเดียวเหมือนกัน จะแต่งงานทั้งทีก็ต้องให้มันสมเกียรติ สมฐานะ คุณโชติขึงขัง อยากเสียตังค์จะแย่

ท่านเสรีและภริยาหันไปสบตากันอย่างหนักใจ ก่อนจะพยักหน้า งั้นก็จัดมาให้ตามที่เห็นสมควรเถอะค่ะ?

คุณโชติและคุณรฐาหันไปมองหน้ากันบ้างแล้วอมยิ้มออกมา นึกพอใจในว่าที่ลูกสะใภ้ล่วงหน้า แม้จะยังไม่เห็นหน้าค่าตาก็ตาม ในขณะที่วลัญช์กำลังสงสัย พ่อกับแม่ของเขายินดีด้วยเรื่องใด ดีใจที่จะได้เสียตังค์ค่าสินสอดทองหมั้นอย่างนั้นหรือ?

สุดท้ายวลัญช์เลยมานึกเสียดายนิดๆ เมื่อบิดามารดาเสนอสินสอดทองหมั้น ทั้งๆที่ยังไม่เห็นตัวว่าที่ลูกสะใภ้ ไปนับเจ็ดหลัก เพราะต้องการเกทับ อวดศักดาเศรษฐีภูธร

ถือว่าเป็นค่าแต่งเมียที่แพงเอาการ แถมยังไม่รู้ว่าจะอยู่กันไปได้นานเท่าไหร่?

คิดถึงหน้าตาหยิ่งๆ ฤทธิ์มากยามเต็มไปด้วยสติสัมปชัญญะครบถ้วนของลูกสาวท่านเสรีแล้ว วลัญช์ไม่แน่ใจว่าเขากับเธอจะมีชีวิตคู่อยู่ด้วยกันรอดหรือเปล่า? ในเมื่อการแต่งงานในครั้งนี้ ปราศจากความรัก แต่เป็นการตกกระไดพลอยโจนโดยแท้ แต่จะไม่ให้ทำอะไรเลย นึกถึงฝ่ายหญิงที่เสียหาย แม้จะได้แค่ลูบๆคลำๆเท่านั้นก็ตามทีเถอะ

คำสั่งย้ายมีขึ้นอีกไม่กี่วัน ที่เขาจะต้องไปประจำการอยู่ชายแดน

ถึงตอนนั้นก็คงจะมีทางออกสวยๆสำหรับเธอกับเขากระมัง

 

คุณลูกแก้วกำลังจะแต่งงาน ฉันได้ยินมาว่าสินสอดตั้งหลายล้าน

อะไรนะ? เป็นล้าน? เสียงป้าทองแม่บ้านอุทานตาโต

เงินล้านเลยเหรอ? ....นายผู้กองกระจอกนั่นมีเงินเป็นล้านมาหมั้นเธอเชียวหรือ?

เป็นไปได้ยังไงกัน?

ณัฏฐ์วศาที่ตั้งใจว่าจะมารินน้ำดื่มจากตู้เย็นในครัว ถือแก้วเปล่าชะงัก รู้สึกสับสนไปหมดแล้ว กำลังหันหลังจะเดินกลับ แล้วต้องผงะตกใจกับคนที่หลบหน้ามาตลอดสองวัน เข้ามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไร

วลัญช์หอบกล่องผลไม้ที่บิดามารดานำมาจากเชียงรายมาฝากไปไว้ในครัว แล้วก็พบว่าที่เจ้าสาวของเขายืนนิ่งอยู่ตรงนี้ เธอชะงักงันและเหมือนตกใจที่ต้องมาพบเขาโดยไม่คาดคิดอย่างนี้

ยังไงก็ต้องทำตัวให้ชินกันไว้ ต่อจากนี้ไปทั้งเขาและเธอคงหนีหน้ากันไม่พ้น เห็นกันจนเบื่อไปข้างแน่ๆ

สายตาต่อสายตาประสาน แก้วน้ำในมือร่วงลงอย่างไม่ได้ตั้งใจ

โอ้ย! “ วลัญช์ชักเท้ากระโดดเหย็งๆ กล่องผลไม้ในมือหลุดมือร่วงลงทับเท้าณัฏฐ์วศาเช่นกัน

โอ้ย!” เจ้าหล่อนชักเท้ากลับน้ำตาเล็ด

นายแกล้งฉัน คำพูดแรกต่อจากนั้น พร้อมดวงตาโตๆที่ลุกวาว

ใครแกล้งคุณ คุณน่ะสิ เอาแก้วน้ำมาทิ้งใส่เท้าผมก่อน

ธอเม้มปากแน่น มองเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อก็ไม่ปาน ก็ฉันตกใจ ใครใช้ให้นายมาเงียบๆ

ผมไม่รู้นี่นา ว่าคุณจะขวัญอ่อนขนาดนี้ ดวงตากรุ้มกริ่มมีแววขบขันนั้นมองหน้า

ชิ แค่เห็นหน้าก็อารมณ์เสีย นี่เธอจะต้องแต่งงาน และอยู่กับผู้ชายคนนี้อย่างนั้นนะหรือ?

บ้าจริงเชียว จะอยู่ด้วยกัน จะได้ซักกี่วันนี่ ไม่ฝ่ายไหนฝ่ายหนึ่งก็คงได้หาเรื่องชวนทะเลาะตีกันตายแน่ๆ

ทางออกอาจจะมี ถ้าเธอไปพูดกับพ่อกับแม่ของเขาและเธอตอนนี้ ท่านคงไม่คิดจะข่มเขาโคขืนให้กลืนหญ้าเป็นแน่ ถ้าการแต่งงานในครั้งนี้ จะต้องจบลงโดยการหย่าร้างเลิกลา สู้ไม่ให้มันเกิดขึ้นเสียดีกว่า

 

เสียงคุยสรวลเสเฮฮาอย่างถูกคอกันในห้องรับแขก ทำให้คนที่เดินมาด้วยมั่นใจว่าจะยุติเรื่องยุ่งๆลง เลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ

ลูกแก้ว มากราบลุงกับป้าสิ คุณยุวลักษณ์เรียกบุตรสาว ท่าทางปั้นปึ่งของมารดาหายไป กลายเป็นมองเธอด้วยความรักและเอ็นดูดังเดิม

เรียกลุงกับป้าได้ยังไง ต้องเรียกพ่อกับแม่สิจ๊ะ มารดาของนายวลัญช์แก้คำเรียกขานให้ถูก

ณัฏฐ์วศาเดินเข้าไปในห้องนั้นเหมือนต้องมนต์สะกด เวลาแค่ชั่วครู่ชั่วยาม พวกท่านจะเจรจาหารือและสนิทสนมกันได้เร็วขนาดนี้เลยหรือ? นี่ลุงโชติกับป้ารฐา พ่อแม่ของวลัญช์ บิดาแนะนำเมื่อเห็นบุตรสาวหน้าตื่นๆ

ณัฏฐ์วศาพนมมือไหว้ท่านทั้งสอง

หน้าตาสวยสะน่ารักเหมือนเธอตอนสาวๆไม่ผิดเลยนะสมลักษณ์

มารดายิ้มแหยๆ หันไปหามารดาของนายวลัญช์

โธ่! พี่ฐาขา หนูเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นยี่สิบปีแล้ว เรียกว่ายุเฉยๆเถอะค่ะ มารดาของเธอทักท้วง

จ้าๆ คุณนายยุวลักษณ์

ณัฏฐ์วศามองภาพความสนิทสนมนั้น ด้วยความประหลาดใจยิ่ง

ความจริงที่เธอไม่เคยรู้ และได้ฟังหลังจากนั้นก็คือ

คุณโชตินั้นอดีตเคยเป็นตำรวจมาก่อน แต่ได้ลาออกจากราชการไปทำสวนทำไร่อยู่ที่เชียงราย ซึ่งเป็นบ้านของคุณรฐาภรรยา ทั้งสองคนเป็นรุ่นพี่ของท่านเสรีและคุณยุวลักษณ์ซึ่งในสมัยนั้น ยังขัดสนทั้งฐานะและหน้าที่การงาน ก็ได้ทั้งคุณโชติและคุณรฐาช่วยเหลือเจือจุนมา จนกระทั่งสามารถพากันลืมตาอ้าปากได้ คุณรฐาเป็นคนยกกิจการร้านอาหารสูตรอร่อยให้มารดา จนตอนนี้ขยายกิจการสาขาอยู่ตามห้างสรรพสินค้าดังๆหลายแห่ง ซึ่งเปลี่ยนแปลงฐานะของท่านเสรีและภรรยาให้อยู่ในระดับมีกินมีใช้เหลือเฟืออย่างทุกวันนี้

ถือว่าทั้งคุณโชติและคุณรฐาเป็นผู้มีบุญคุณกับครอบครัวของเธอโดยแท้ ปัญหาที่นายวลัญช์สร้างไว้ จึงตกลงกันได้ง่าย โดยความเต็มใจเป็นอย่างยิ่งของบิดามารดาทั้งสองฝ่าย และดูท่าท่านจะปลื้มเขาขึ้นมาในทันที

คนที่เธอกำลังคิดถึง เดินเข้ามาภายในบรรยากาศอันผ่อนคลายในห้องนั้น

นั่งข้างๆน้องสิจ๊ะตาว่าน คุณยุวลักษณ์บอกน้ำเสียงอ่อนหวานเอ็นดู

พ่อคนว่าง่ายทำตามในทันที สายตาของท่านทั้งสี่ มองมาที่เธอและเขาอย่างชื่นชม

เหมาะสมกันจริงๆ

หึ...อยากจะบ้าตาย อะไรหรือคือความเหมาะสมที่คุณรฐาว่า ณัฏฐ์วศาเหลือบแลสายตาไปมองคนที่นั่งข้างๆอย่างขุ่นเคืองใจ อีตาผู้กองกระจอกที่ตอนนี้กลับไปไว้หนวดไว้เครารุงรังยังกะโจรนี่นะ แค่ชั่วเวลาจะดูแลหน้าตัวเองให้มันดูเป็นผู้เป็นคนยังไม่ได้ แล้วจะมีเวลาไหนมาดูแลเธอหรือ?

ผมก็โล่งใจไปเปราะหนึ่งที่เราตกลงกันได้ แถมได้รู้ว่านายวลัญช์เป็นลูกของพี่โชติกับพี่ฐา บิดายิ้มนิดๆ สีหน้าโล่ง อกโล่งใจจริง ยิ่งมารู้ว่าเขาเป็นตำรวจมือดีของกองปราบฯที่ได้ยินชื่อเสียงมาก่อนหน้านี่ท่านยิ่งพอใจใหญ่ ณัฏฐ์วศา อยากกรี๊ดออกมาจริงๆ

ว่าแต่ว่าไปรักใคร่ชอบพอกันตอนไหนนี่ ไม่บอกให้พ่อแม่รู้เลย มารดาของนายวลัญช์ตั้งคำถามชวนอึดอัด

แหม! หนุ่มสาวสมัยนี้เขาไวไฟกันค่ะ รักใคร่พอใจกันปุ๊บปั๊บก็อยากแต่งงานเลย อยากกัดลิ้นให้ดิ้นตายจริงๆสิ ไม่น่าเชื่อว่าคำพูดนั้นจะออกมาจากปากของมารดาเธอ

เห็นอยู่ชัดๆว่าท่านทั้งสองยินยอมพร้อมใจอย่างยินดียิ่งที่จะยกเธอให้กับนายวลัญช์

ณัฏฐ์วศาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ หันไปมองหน้าผู้ชายข้างๆ อย่างจะอ้อนวอนร้องขอให้เขาพูดอะไรก็ได้ อะไรที่จะไม่ต้องพันธนาการเธอกับเขาไว้ ด้วยการแต่งงาน

หนูลูกแก้วอยากจะจัดพิธียังไงจ๊ะ?”

ณัฏฐ์วศากระเถิบตัวมือยื่นไปหยิกขานายวลัญช์ให้ช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้มันดีขึ้นมา

โอ้ย ชายหนุ่มสะดุ้งโหยง เมื่อโดนเล็บเหน็บเนื้อ

เป็นอะไรจ๊ะ?”  โธ่! แม่จ๋า จะถามเขาทำไม?

วลัญช์มองหน้าเธอเหมือนจะถามเช่นกัน เมื่อเจอสายตาดุๆจึงเฉไฉ

คุณณัฏฐ์วศาคงจะเขินน่ะครับ

เรียกน้องว่าลูกแก้วเฉยๆเถอะจ๊ะ

นั่นสิจ๊ะ หนูลูกแก้วก็ต้องเรียกพี่เค้าว่าพี่ว่านนะจ๊ะ

แหวะ อยากจะอ้วก พี่ว่านงั้นเรอะ ฝันไปเหอะ

ดวงตาดุๆแลเหลือบเขา พร้อมถลึงตาใส่ บุ้ยใบ้ปากบังคับให้เขาพูดอะไรออกมา

เอ่อ... ปัญหาของเธอคืออะไรไม่รู้

อยากบอกว่าเขาไม่ฉลาดพอที่จะอ่านกิริยาและท่าทางของผู้หญิงออกว่าเธอต้องการอะไร ก็ในเมื่อไม่พูด ใครจะไปรู้เล่า แต่ปัญหาของเขาในตอนนี้ก็คือ

ผมต้องย้ายไปประจำการที่ชายแดนก่อนสิ้นเดือนนี้ครับ คิดว่าเรื่องงานหมั้นงานแต่งอะไรนั่น.....

คงต้องเลื่อนไปก่อน...อย่างไม่มีกำหนด...วู้ ณัฏฐ์วศานึกเริงร่าในใจ

เธอจะย้ายไปอยู่ชายแดน คุณยุวลักษณ์อุทานอย่างตื่นตะลึงอีกหน ทั้งๆที่เคยรู้มาก่อนหน้านี่แล้ว

ครับ

มารดาหันมามองหน้าเธอ แม้อยากยิ้มยินดีออกมา แต่ณัฏฐ์วศาจำต้องข่มมันไว้

อายุก็ยังน้อย ทำไมถึงขอย้ายไปอยู่ชายแดน มันเสี่ยงมากเลยนะ สีหน้าของคุณยุวลักษณ์ดูจะกังวลใจ ท่านคงไม่อยากปล่อยให้ลูกสาวสุดรักสุดสวาทต้องไปตกระกำลำบากน่ะสิ

ไปอยู่ที่ไหนก็ได้รับใช้ชาติเหมือนกัน และที่นั่นน่าจะต้องการตำรวจอย่างผมมากกว่า

ท่านเสรียิ้มในใบหน้า มีอุดมการณ์ หาคนหนุ่มอย่างเธอยากเต็มที

นั่นน่ะสิ เธอนี่เหมือนท่านเสรีตอนยังหนุ่มๆไม่มีผิด มารดากล่าวชื่นชมให้หมอนั่นได้หน้า...ชิ

ณัฏฐ์วศาหันไปยิ้มกับเขาออกมาได้ อยากจะเอ่ยชมว่า นายทำได้ดีมาก

แต่วลัญช์อ่านรอยยิ้มนั้นไม่ออก จึงตีสีหน้าเป็นกังวล

ก่อนสิ้นเดือนเหลืออีกกี่วันนี่ ท่านเสรีหันไปถามภริยา

เก้าวันค่ะ แล้วท่านผู้ใหญ่หันหน้าเข้าปรึกษากันเซ็งแซ่

แล้วอย่างนี้จะหาฤกษ์ทันมั้ยคะนี่?คุณรฐาดูจะเป็นกังวลเรื่องนั้นเป็นพิเศษ

ต้องมีฤกษ์อะไรอีกล่ะ เอาฤกษ์สะดวกแล้วกัน เวลากระชั้นแล้ว

ถ้อยคำปรึกษาหารือนั่น ทำให้ณัฏฐ์วศาตาแทบถลน หมายความว่ายังไงกัน?

งั้นก็วันพฤหัสหน้า ไม่ต้องทำพิธีรีตองอะไรมาก แค่ให้ผู้ใหญ่สองฝ่ายรับรู้เท่านั้นก็พอ

จะดีหรือ?  คุณรฐาถามอย่างไม่แน่ใจ

ไม่เห็นเป็นไรนี่ครับ ตอนผมกับคุณยุ ยังไม่มีพิธีอะไรเลยด้วยซ้ำ บิดารำลึกความหลัง

แต่นั่นมันสมัยไหนกันแล้วพ่อ...ณัฏฐ์วศาอยากจะบ้าตายจริงๆ

วันพฤหัสบดีหน้า ฤกษ์ต่างก็สะดวกดี เอาตามนี้เลยแล้วกัน? ท่านเสรีสรุปโดยง่าย

ไม่ถามคู่บ่าวสาวหน่อยเหรอจ๊ะ หนูลูกแก้วว่าไงลูก?” คุณรฐายังเป็นห่วงเธอ

แต่ตอนนี้ณัฏฐ์วศาหงายหลังเป็นลมไปเสียแล้ว มีนายวลัญช์ประคองหน้าตาตื่น

อ้าว! ลูก...หนูลูกแก้ว เธอได้ยินเสียงเอะอะโวยวายนั่นแว่วๆมาจากที่แสนไกล

แกคงดีใจน่ะครับ ไม่มีอะไรหรอกไม่อยากฟื้นคืนสติเลยจริงๆ นี่มันเสียงของท่านเสรี บิดาผู้รักลูกสาวราวกับแก้วตาดวงใจนี่นา บิดาเปลี่ยนไปเสียตั้งแต่ตอนไหนกันนี่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

256 ความคิดเห็น

  1. #156 snow2 (@snowhot2) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กันยายน 2552 / 19:52
    หนุกๆ
    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #156
    0
  2. #13 แวนด้า (@namo_ddtjc) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2552 / 08:52
    อยากเป็นนางเอกเรื่องนี้จัง5555 อัฟอีกไวไวน่า
    #13
    0