ปราบรักให้อยู่หมัด : สนพ.นครสาส์น

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2199
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    16 มิ.ย. 52

pearleus pearleus

ตอนที่ 1

ร่างบางระหงสมส่วนในชุดแสคสายเดี่ยวสีดำสั้นจู๋ บอกให้รู้ถึงความมั่นใจของผู้สวมใส่ที่ก้าวเข้ามา เรียกสายตาจากผู้ชายกว่าครึ่งในดิสโก้เธคแห่งนั้นให้จับจ้องมองไปที่เธอเป็นตาเดียว

ว้าว! สวยชะมัด เสียงอุทานพร้อมกลืนน้ำลายเอื๊อกของหนุ่มหน้าหื่นที่มองลงมาจากชั้นลอย

น้อยๆหน่อยเจ้าเต้ย เดี๋ยวฉันจะฟ้องยัยพิ้งซะนี่ แพนหรือภูวิชเอามือป้ายปากเช็ดน้ำลายให้เพื่อน เหมือนจะเตือนให้หุบปากซะมั่งก่อนที่น้ำลายจะไหลยืดจนกระฉอก

นี่แกอย่ายกยัยพิ้งขึ้นมาขู่ฉันหน่อยได้มั้ย?หนุ่มหน้าหื่นงับปาก หันมาต่อว่าเพื่อนด้วยท่าทางฉุนๆที่ถูกขัดจังหวะ

เพราะยังไงแกก็ไม่กลัวใช่มั้ย? ภูวิชถามยิ้มๆ

ใครว่า ไอ้ต่อมร่าเริงกระดี๊กระด๊ามันฝ่อไปหมดเลยต่างหากล่ะ คนพูดหน้าจ๋อยเสียงอ่อยทำให้ภูวิชอดหัวเราะออกมาดังๆไม่ได้

นานๆจะได้ทำงานอย่างนี้ที ขอฉันหาความสำราญหน่อยไม่ได้รึไง? บ่นอุบอิบพึมพำเหมือนหมีกินผึ้งพร้อมส่ายหน้าอย่างเคืองใจที่ภูวิชมาขัดความสำราญตามประสาหนุ่มโสดแค่ตัวแต่หัวใจไม่โสดอย่างเขาพอจะหาได้

เห็นทีถ้ากันแต่งไป นายคงจะย้ายไปสังกัดเผ่าเกลียมัวอย่างไม่ต้องสงสัย ภูวิชสันนิษฐานล่วงหน้า

นั่นมันเป็นเรื่องของอนาคต ไปบอกคุณอาแกก่อนเหอะให้ใจอ่อนยอมยกยัยพิ้งให้ฉันซะที ฉันงี้รอนานจนรากจะงอกอยู่แล้วนะโว้ย ตติยะบ่นงึมงำพึมพำเพราะถึงจะทำตัวดี สม่ำเสมอกับสาวเจ้ายังไง ดูท่าว่าที่พ่อตาจะไม่ใจอ่อน ยอมยกลูกสาวคนเดียวให้ง่ายๆ

เห็นหน้าตาหื่นๆตอนแกมองแม่สาวชุดดำเมื่อกี้ ฉันชักไม่กล้าชูจั๊กแร้เชียร์แกเสียแล้วสิ กลัวน้องสาวฉันต้องมานั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่า

ไอ้..... ทำท่าจะอ้าปากด่า แต่พอเจอสีหน้าขึงขังอย่างเป็นต่อของภูวิชที่ยืนยิ้มกริ่มกอดอกยักคิ้วหยักๆให้ ก็เกิดสำนึกได้ว่าไอ้เพื่อนที่ยืนเก็กอยู่นี่ถือเป็นผู้มีพระคุณที่จะทำให้เขาแพรชมพูได้รู้จักกัน ตติยะก็รีบงับปากไว้ดังเดิม

โหย เขาเกาหัวแกรกๆอย่างไม่รู้จะทำยังไงแล้ว

ไหว้ละครับคุณพี่ ฉันงี้รักน้องสาวนายจนจะจุกอกตายอยู่แล้วตติยะยกมือประกบไหว้ท่วมหัว

งั้นก็รอต่อไปเหอะเพื่อน ฉันแว่วๆมาว่า หลังจบปริญญาโทที่ศศินทร์แล้ว อาพงษ์จะส่งยัยพิ้งไปเรียนต่อปริญญาเอกที่เยอรมันเลย

อะไรนะ? คนถามตาโตแทบจะหลุดจากเบ้า ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกะพริบตาปริบๆหน้าเศร้า

 เนี่ยฉันรอยัยพิ้งมาตั้งเจ็ดปีแล้ว ยังจะให้รอไปอีกสามปีเชียวหรือ? น้ำเสียงอ่อนอ่อยเหมือนพ่ายแพ้และยอมจำนน

หน้าตาเศร้าๆของตติยะทำให้ภูวิชหัวเราะออกมาดังๆอย่างขบขันก่อนจะตบบ่าเพื่อนเบาๆ

ถึงตอนนั้นนายก็คงได้ติดมงกุฏแล้วล่ะว่ะ จะได้ภาคภูมิสมเกียรติน้องสาวฉันหน่อย

ตติยะตาขวาง ปัดมือภูวิชออกจากไหล่อย่างไม่แยแสไยดี

สามดาวบนบ่านี่ยังไม่พออีกเหรอวะ? ทิ้งให้รอดีนัก เดี๋ยวฉันก็หนีย้ายไปอยู่ชายแดนตามเจ้าว่านเสียเลยนี่ ถึงเวลานั้นอย่ามาร้องไห้เสียใจเชียวนะ เฮอะ คนพูดยกมือกอดอกหน้าตึงอย่างงอนๆ

เพราะนิสัยเหมือนเด็กไม่รู้จักโตพอกันอย่างนี้ ทำให้ตติยะและแพรชมพูคบกันมาได้ตั้งเจ็ดปี ภูวิชอดจะยิ้มไม่ได้

ว่าแต่เจ้าว่านเหอะ ป่านนี้ทำไมมันยังไม่โผล่หน้ามา

นั่นสิ งานชิ้นโบว์แดงส่งท้ายแล้วด้วย ไม่เข้าใจจริงๆ งานกำลังรุ่งแท้ๆ อยู่พระนครดีๆกลับไม่ชอบ จะย้ายไปทำไมตั้งชายแดนไกลปืนเที่ยงอย่างนั้น

เจ้าว่านน่ะมันมีอุดมการณ์ จำไม่ได้เหรอว่ามันตั้งใจจะไปบรรจุที่ชายแดนตั้งแต่ติดดาวใหม่ๆเสียด้วยซ้ำ....ถ้าไม่ติดที่ว่า....

ทั้งภูวิชและตติยะนึกถึงความหลังเมื่อห้าปีก่อน เหตุผลและสิ่งที่มาหยุดยั้งอุดมการณ์ของเพื่อน คือสาวน้อยคนหนึ่ง คนที่เป็นเหมือนชีวิตและดวงใจ คนที่ทำให้เพื่อนของเขาหยุดทุกๆอย่างลงที่เธอ

ฉันว่ามันยังทำใจเรื่องหนูนิดไม่ได้มากกว่า

ภูวิชถอนใจเบาๆ นั่นอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุผลใหญ่เลยก็ได้ที่ทำให้ว่านหรือ ร้อยเอกวลัญช์อยากจะกลับไปทำตามความตั้งใจ และอุดมการณ์เดิมของเขา

แต่หนูนิดเค้าก็จากไปตั้งหลายปีแล้ว มันน่าจะยอมรับความจริงแล้วเปิดใจเสียที เฮ้อ!” ถึงความรักของเขาจะมีอุปสรรคยังไง แต่เต้ยหรือร้อยเอกตติยะ ก็เต็มใจจะรอคอย

สามปีที่แพรชมพูจะต้องไปเรียนต่อปริญญาเอก คงไม่นานเมื่อเทียบเท่ากับวลัญช์ที่สูญเสียคนรักของเขาไปชั่วกาลนิรันดร์อย่างไม่มีวันกลับ

ทุกชีวิตมีชะตากรรมเป็นของตัวเอง แพนหรือร้อยตำรวจเอกภูวิชตบบ่าเพื่อนเบาๆเหมือนปลอบ

แน่ๆชะตากรรมของฉัน คือแหงนหน้ามองเครื่องบินแล้วรอน้องสาวนายอีกสามปีสินะ ตติยะกล่าวอย่างปลงๆ จนทำให้ภูวิชหัวเราะออกมาดังๆอย่างขบขัน

 

สาวชุดดำที่เป็นหัวข้อสนทนาของสองหนุ่มเลื่อนสไลด์เก็บโทรศัพท์มือถือสุดไฮเทครุ่นล่าสุด เมื่อไม่สามารถตะเบ็งเสียงแข่งกับดนตรีที่ดังกระหึ่มก้องลั่นฮอล์ได้

ณัฏฐ์วศาหรี่ตาลง เพื่อปรับโฟกัสสายตาแล้วมองหาเพื่อนที่นัดกันมาเลี้ยงฉลองแสดงความยินดีให้เธอเนื่องในโอกาสที่สำเร็จการศึกษาปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์จากอเมริกา เพิ่งกลับมาถึงเมืองไทยได้สองวัน และกำลังจะเข้าพิธีหมั้นกับแฟนหนุ่มลูกชายนักธุรกิจดังในเดือนหน้านี้

ช่างเป็นชีวิตที่สุดแสนจะเฟอเฟ็คน่าอิจฉาเสียจริงๆ เจ้าตัวยิ้มกริ่มมองหาเพื่อน

ลูกแก้ว ลูกแก้ว เสียงเรียกตะเบ็งแข่งกับเสียงดนตรีดังกระหึ่ม พร้อมกลุ่มสาวๆที่แต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดโบกมือ หยอยๆเรียกเธอ

เจ้าตัวยิ้ม ตาจับจ้องที่โต๊ะเพื่อน แล้วก้าวเท้าฉับๆบนส้นเข็มเดินไปยังจุดหมายอย่างมั่นใจ

เจ้าว่าน เจ้าว่านเว้ย ตติยะยกมือป้องปาก ตะโกนเรียกเพื่อนที่พึ่งก้าวเข้ามาข้างในนี้เหมือนกัน

วลัญช์เงยหน้ามองเพื่อนที่อยู่บนชั้นลอย ยิ้มแล้วเดินตรงไปยังปลายสายตา

ต่างคนต่างไม่ทันดู เนื่องจากสายตาจับจ้องอยู่ที่จุดหมาย

ว้าย / โอ๊ะ เสียงร้องหวีดแหลมหวานหูนั่น ทำให้วลัญช์ถลันตัวเข้าไปคว้าร่างบางก่อนที่จะหงายหลังก้นกระแทกพื้นไปเสียก่อน

คนที่ใจหายไปแล้ว หงายหลังตัวลอยคว้างรู้สึกเหมือนมีใครกำลังมาอุ้มเธอไว้ ดวงตากลมโตที่หลับปี๋นั่นค่อยๆเผยอขึ้นมา

ว้าว! หล่อชะมัด เสียแต่ว่าหนวดเครารกไปหน่อยใบหน้าห่างแค่คืบ สะกดให้เธอละเมอคำพูดนี้อยู่ในใจ

ขอโทษนะครับ เขากล่าวอย่างสุภาพ ก่อนจะดึงตัวเธอให้ยืนได้ด้วยตัวเอง

เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ ตวัดสายตาอย่างเก้อๆ หากจิกมองอีกฝ่าย อย่างที่เรียกว่าอ่อยเหยื่อ

เขายิ้มให้นิดหนึ่ง แล้วผละออกจากเธออย่างรวดเร็ว เดินผ่านไปหน้าตาเฉยไม่ติดใจอะไร ทำเอาคนที่มองสำรวจกระจกอย่างลุ่มหลงตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านมาถึงกับอึ้ง

หมายความว่านายนั่นไม่ได้ติดใจอะไรในความสวยของเธอซักนิดเลยอย่างนั้นหรือ?

ความรู้สึกหน้าชาวาบ ทำให้ณัฏฐ์วศาต้องเหลียวขวับแล้วหรี่ตามองตามแผ่นหลังนั่นไปอย่างขุ่นเคือง ฟันหน้าขบริมฝีปากล่าง

กล้าดีมาก ที่ทำเป็นเมินฉัน อีตาบ้าเอ๊ย!’ ถึงจะหล่อก็ไม่เท่าไหร่หรอกน่า ยังไงก็แพ้แฟนเธออยู่ดี อย่างบดินทร์นั่นน่ะเริดหรูดูไฮโซหนุ่มบูฯ(ติก)มาดดี มิใช่แต่งตัวง่ายๆ สไตล์ถึกๆอย่างหมอนี่

ชิ! เสียเวลาเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ คิดแล้วก็สะบัดหน้าพรืดกลับไป แล้วก็พบเพียงออ เพื่อนสาวที่รีบฉวยมือเธอพร้อมกับอมยิ้มกริ่มมองอยู่ก่อนแล้ว

ฮั่นแน่ ติดใจหนุ่มเซอร์คนนั้นล่ะสิ สายตาของเพียงออล้อเลียน

บ้า ฉันไม่ชอบผู้ชายพรรค์นั้นหรอกนะ ท่าทางสกปรกจะตาย คนพูดเหยียดปากอย่างดูถูก

แต่ฉันเห็นเธอจ้องเขาตาแทบไม่กะพริบ เมื่อกี้เหมือนฉากในหนังเลย แต่ว่าเขาไม่ยักกะจูบเธอแฮะ คำพูดของเพียงออ ทำให้ใบหน้าที่ชาร้อนวูบวาบขึ้นมา

อีกฝ่ายจับข้อมือเธอ แล้วยกแขนชูขึ้น สายตามองเหมือนสำรวจ

ดูซิ เพื่อนสาวแสนสวยของฉันที่ไม่ได้เห็นหน้ากันตั้งสามปี เธอสวยและเซ็กซี่ขึ้นเยอะเลย นายนั่นกล้าดีมากเลยนะ ที่เขาผละจากเธอไปง่ายๆอย่างงั้นประโยคที่ทำให้หน้าของณัฏฐ์วศายิ่งเพิ่มดีกรีอุณหภูมิขึ้นไปอีก

ใช่...หมอนั่นกล้าดีมาก

เพ้อเจ้อน่า สะบัดมือของเพียงออออกเบาๆ ฉันไม่ชอบผู้ชายอย่างนั้นหรอก

เพียงออยักไหล่ เขาดูดีจะตาย หล่อล่ำหน้าคมเข้มอย่างผู้ชาย แต่จริงๆแล้วอาจจะเป็นพวกเก้ง กวางหรือเสือไบก็ได้เนอะ ถึงกล้าปฏิเสธผู้หญิงสวยหยาดฟ้าอย่างเธอได้

คนฟังย่นคิ้วทำหน้าแปลกๆกับคำพูดของเพียงออ นึกถึงความหล่อในระยะประชิดนั่น ผู้ชายคนนั้นไม่ได้ชอบผู้หญิงหรอกเหรอ? เฮ้อ!เสียดาย นับวันผู้ชายเบี่ยงเบนยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ยัยแนนให้ฉันมารับเธอแน่ะ กลัวจะเดินแหวกฝูงหนุ่มกลัดมันพวกนี้ไม่ได้ ดูสิ มองเธอตาเยิ้มน่าเกลียดเชียว พูดจบเพียงออก็หมุนตัวกลับ และเดินนำเธอจูงแหวกฝ่าฝูงคนที่กำลังเต้นยึกยักกันนั่นไปที่โต๊ะ

และก็เหมือนที่เพียงออพูด สายตาของผู้ชายที่เธอเดินผ่านมา พากันจับจ้องอย่างจาบจ้วงแทะโลมเหมือนหมาป่าหิวโซมองลูกแกะอันโอชะ

ทำให้ณัฏฐ์วศาอดจะคิดถึงนายหล่อล่ำนั่นอีกไม่ได้ ก่อนจะทำหน้าขยะแขยงเหยียดปาก

ยี้ หล่อซะเปล่า เสียชาติเกิดชะมัด

 

วลัญช์เดินแหวกฝูงอิสตรีที่เข้ามากระซี้กระซิกเบียดเสียดตัวเขา พาตัวเองมาถึงโต๊ะที่ตติยะและภูวิชนั่งสังเกตการณ์อยู่ก่อนได้โดยไม่สึกหรอ

คนแน่นชะมัด เราจะทำงานกันลำบาก เขากวาดสายตามองไปรอบๆดิสโก้เธค มองหาเป้าหมาย

รู้งี้ฉันมาดึกๆก็ดี จะได้เดินสีสาวๆมั่ง ตติยะบ่นงึมงำ พร้อมตบไหล่ทักทายอย่างอิจฉา

ไง สวยมั้ยวะ?

วลัญช์เลิกคิ้ว ก่อนจะมองสำรวจไปรอบดิสโก้เธค

อื้ม! ก็ดูสวยๆทั้งนั้น แต่ไม่รู้เฉพาะในที่มืดๆรึเปล่า ตอบไปตามความคิด

ฉันหมายถึงแม่สาวชุดดำในอ้อมกอดแกเมื่อกี้ตางหาก

คำพูดของตติยะทำให้เขานึกขึ้นได้ ว่าเมื่อกี้เพิ่งเดินชนผู้หญิงคนหนึ่ง ดวงตาดำวับๆมองมาอย่างตกใจ ปากสีแดงสด และก็กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆที่ติดจมูกนั่นคือสิ่งที่เขาจำเธอได้ ทำให้อมยิ้มออกมา

ก็สวยดี พูดพร้อมยักไหล่

ท่าทางของเพื่อนเขา ดูจะทำให้ค่าความสวยของแม่สาวคนนั้นลดราคาลงไปอย่างมาก

ยังไงก็สู้หนูนิดไม่ได้ใช่มะ?

คำพูดทำเอาคนฟังทั้งสองสะอึก วลัญช์ชะงักไป ภูวิชใช้ไหล่กระแทกคนปากไว พร้อมส่งสายตาขุ่นๆ บรรยากาศตรงหน้าเงียบกริบลง จนทั้งสามคนแทบจะลืมไปว่าอยู่ในดิสโก้เธคอันอึกทึกครึกโครม

เสียงโทรศัพท์มือถือทำให้สามหนุ่มกลับมาสู่สถานการณ์ตรงหน้าอีกครั้ง

ภูวิชรับโทรศัพท์ ทั้งตติยะและวลัญช์ตั้งใจฟังบทสนทนานั้น

ผู้หญิงชุดดำหรือครับ?

ตติยะและวลัญช์สบตากัน นิ่ง

เข้ามาได้ซักพัก แล้วจะให้พวกผมทำยังไงต่อดี

ครับๆ คอยสังเกตการณ์ต่อไป ครับ ภูวิชวางโทรศัพท์แล้วหันมาสบตากับเพื่อน

เป้าหมายคือผู้หญิงชุดดำ หน้าตาดี แต่งตัวเซ็กซี่เข้ามาในนี้แล้ว

แล้วไอ้พวกที่มารับของล่ะ

ยังไม่มา ผู้กำกับให้เราคอยสังเกตการณ์ไปก่อน

บ้าชิบ สาวชุดดำนี่มันก็ทั้งฮอล์เลยนะ ตติยะชะโงกหน้ากวาดสายตามองไปยังลานดิสโก้เธคข้างล่างที่เต็มไปด้วยหนุ่มสาวที่กำลังยักย้ายส่ายสะโพกเต้นอย่างเมามันส์ ไปตามจังหวะเพลงที่ดีเจบนเวทีมิกซ์อย่างเอาเป็นเอาตาย

หน้าตาดีแล้วก็เซ็กซี่ด้วย ทวนคำเสร็จ ทั้งวลัญช์และตติยะหันมามองหน้ากัน

หรือว่าผู้หญิงคนนั้น?

คิ้วเข้มของผู้กองหนุ่มขมวดมุ่นเข้าหากัน ฉันคิดว่าไม่

แต่ฉันว่าใช่ ตติยะยืนยันความคิดของตัวเอง กวาดตาลงไปอีกครั้งอย่างมองหา คนสวยแม้จะมีมาก แต่คนที่สวยอย่างโดดเด่น มาจากกลุ่มสาวๆที่กำลังดวลเหล้ากันอย่างเฮฮาอยู่ที่โต๊ะทางมุมด้านใน เขาชี้มือให้เพื่อนอีกสองคนดู

อยู่นั่นไง  สายตาของภูวิชและวลัญช์มองตามไป นึกไม่ชอบใจที่เจ้าหล่อนหัวร่อต่อกระซิกแล้วยกแก้วเหล้าปั่นขึ้นดื่มเหมือนดื่มน้ำเปล่าอย่างนั้น นี่คงจะเป็นสาวนักเที่ยวตัวยงเลยล่ะสิ

โดยไม่รู้เลยว่า ณัฏฐ์วศาไม่ใช่นักดื่ม และสิ่งที่เธอกำลังกินอยู่มันก็แค่คอกเทลดีกรีอ่อนๆเท่านั้นเอง

จับตามองไปก่อน วลัญช์บอกเพื่อนทั้งสอง สายตายังไม่ยอมพลาดเป้าไปจากเธอ

 

แก้วนี้ดื่มฉลองให้กับ.... แนนหรี่ตามองหน้าเจ้าภาพ ก่อนจะย่นคิ้วนิดๆ จะหาเหตุอะไรมายกแก้วฉลองอีกดีล่ะ ในเมื่อพวกเธอดื่มฉลองกันหมดแก้วไปแล้วถึงห้าแก้ว

ที่แฟนยัยลูกแก้วน่ะ หล่อลาก..... เพียงออต่อถ้อยคำให้

ณัฏฐ์วศายิ้มกว้างค้อมหัวรับอย่างภาคภูมิใจ ช่วยไม่ได้ที่แฟนของเธอทั้งหล่อทั้งรวยชวนยืดจริงเสียด้วย

ดื่มฉลองให้กับงานหมั้นของฉันในเดือนหน้าดีกว่า คำพูดเสริมของเธอทำเอาทั้งห้าสาวที่เหลือในโต๊ะอ้าปากค้าง โดยเฉพาะลุลีเพื่อนที่ไม่ค่อยสนิทนัก แต่ยัยแนนลากมาด้วย

เธอจะหมั้นกับแบงค์เดือนหน้านี้จริงๆเหรอ? แนนยื่นหน้ามาถามพร้อมทำตาโตเหมือนเหลือเชื่อเพราะณัฏฐ์ วศาเพิ่งกลับมาถึงเมืองไทยเมื่อวานนี้เอง

คนยิ้มกริ่มแสนภูมิใจพยักหน้ายืนยัน อื้อฮึ

เพล้ง....เสียงแก้วเหล้าในมือลุลีร่วงลงพื้น มือไม้มันอ่อนไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาเสียเฉยๆ

สาวสวยอีกห้าคนหันมามอง ดวงตาพราววับที่กะพริบถี่ๆพร้อมสะบัดหน้าน้อยๆ

สงสัยฉันจะเมาน่ะ เธอแสร้งหัวเราะเบาๆ ยกมือเรียกบริกรมาเก็บเศษแก้ว คนอื่นๆยกแก้วชูขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้ณัฏฐ์วศา เลิกสนใจอาการผิดปกติของลุลี

สำหรับคนที่จะสละโสดในเดือนหน้า...โอ๊ย..อิจฉาจริงๆ แนนต้นเสียงว่าตาร้อนผ่าว ก่อนจะชูแก้วชนกับคนอื่นๆ แล้วยกซดจนหมดแก้ว เสียงสรวลเสเฮฮาซักถามกันเซ็งแซ่ อย่างอยากรู้ จนลืมสนใจลุลีที่ตอนนี้เงียบลงไป

 

พวกมันไหวตัวทัน กลับไปแล้วเหรอครับ ถ้าอย่างงั้นจะทำยังไงดี?

น้ำเสียงถามอย่างกังวลใจของภูวิชเพราะดูท่าว่างานนี้พวกเขาจะฟาวล์เสียแล้ว เมื่อพรรคพวกที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ข้างนอกโทรศัพท์มาบอกว่าพวกที่จะมารับยาไหวตัวทัน

สาวสวยชุดดำที่อยู่ในกลุ่มเพื่อนผู้หญิงห้าคนหรือครับ? สายตาของพวกเขายังจับจ้องมองไปที่โต๊ะนั้นไม่วางตา

ให้เราเข้าตรวจค้นและคุมตัวพวกเธอไว้ ครับได้ ยังไงผมขอกำลังเสริมเตรียมไว้ด้วยแล้วกัน

สามหนุ่มรู้เป้าหมายและแผนที่ต้องเปลี่ยนไปกะทันหัน เขาลุกจากโต๊ะ แล้วเดินลงไปยังข้างล่าง สายตาจ้องจับมองไม่วางตา ปลายเท้ามุ่งไปยังสาวๆที่กำลังสรวลเสเฮฮาอย่างสนุกสนานที่สายส่งซิกแนลบอก

แสงไฟในดิสโก้เธคถูกเปิดพรึ่บสว่าง หยุดเสียงสรวลเสเฮฮาของผู้หญิงโต๊ะนั้นลงได้

ณัฏฐ์วศาหรี่สายตาสู้กับแสงไฟ เหลียวซ้ายแลขวามองรอบตัวอย่างประหลาดใจ ว่าเกิดอะไรขึ้น

ขอให้ลูกค้าทุกท่านอยู่ในความสงบ ในฐานะพลเมืองดี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจค้นเพื่อความเรียบร้อยตามนโยบายจัดระเบียบสังคม ขอความกรุณาลูกค้าทุกท่านโปรดให้ความร่วมมือ

เสียงผ่านเครื่องขยายเสียงดังก้องไปทั้งฮอล์ ตามด้วยเสียงโห่อย่างไม่สบอารมณ์ของนักเที่ยว

เมื่อหันหน้ากลับมาอย่างเซ็งๆ ณัฏฐ์วศาก็พบว่ามีผู้ชายสามคนเดินตรงเข้ามายังกลุ่มเธอ และหนึ่งในนั้นก็คือนายถึกที่เดินชนเธอเมื่อครู่นี้ด้วย เขายื่นบัตรแสดงตัว

ขออนุญาตตรวจค้นครับ

น้ำเสียงแข็งขันเปล่งออกมา พร้อมสายตาที่จ้องหน้าเธอด้วยดวงตาคมกริบคู่นั้นแทบไม่กะพริบ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

256 ความคิดเห็น

  1. #247 piercensean (@piercensean) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กันยายน 2552 / 10:26
    I just start to read ja
    #247
    0
  2. #202 เอกท่าน้ำ (@ekawanop) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กันยายน 2552 / 17:57
    ดำเนินเรื่องได้น่าติดตามมากๆๆๆๆ

    หุหุ
    #202
    0