นางบำเรอวัยกระเตาะ

ตอนที่ 1 : ผู้รากมากดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    4 พ.ค. 63

บทที่ 1

ผู้รากมากดี

 

 

 

 

 

เบนท์ลีย์ คอนติเนนทอล จีทีสีฟ้าครามคันงามแล่นเนิบช้ามาตามถนนส่วนบุคคล มุ่งสู่คฤหาสน์หลังใหญ่ท้ายหมู่บ้านที่ทุกคนต่างก็รู้กันดีว่าเป็นบ้านของผู้ใด

เอี๊ยด....

จู่ๆ รถก็ถูกเหยียบเบรกลงกะทันหัน เมื่อสุนัขข้างถนนตัวหนึ่งวิ่งตัดหน้า แล้วก็ตามมาด้วยร่างกระมอมกระแมมในชุดนักเรียนของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่วิ่งมาคว้าตัวมันเอาไว้ได้ทันพอดิบพอดี

“อุ๊บ...” สองหนุ่มสาวที่นั่งมาทางตอนหลัง และกำลังนัวเนียกันอย่างออกรสถึงกับหน้าพุ่งแทบทิ่มเบาะ

“ขับรถประสาอะไรฮะวิชาญ” ทันทีที่ผู้เป็นนายที่นั่งด้านหลังตั้งตัวได้ ก็เอ็ดอึงตำหนิ

“ขอโทษครับคุณดลย์ พอมีหมากับเด็กวิ่งตัดหน้า” เขารายงานตามความเป็นจริง 

“ชนหรือเปล่า?” อารามแรกคือตกใจ

“เบรกทันพอดีครับ”

“หมากับเด็กที่ไหนมาวิ่งที่นี่ ในเมื่อมันเป็นถนนส่วนตัว” เขาว่าอย่างหงุดหงิด ก่อนจะดันร่างสวยของสาวงามที่แทบไถลขึ้นมานั่งก่ายเกยบนหน้าตักออกไปให้ห่างจากตัว

“เดี๋ยวผมมา” เขาบอกแล้วเปิดประตูรถลงไปด้วยสีหน้าท่าทางเอาเรื่อง

“โอ๋ๆ แกไม่เป็นอะไรแล้วนะ ไม่ตกใจแล้วนะ” เด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลาย ในส่วนของเสื้อเคยเป็นสีขาวนั้นเหลืองมอ กระโปรงสีน้ำเงินที่คล้ายกับผ่านการใช้งานมานานปี ถึงได้โดนแดดเลียจนสีซีดจาง กำลังโอบอุ้มสิ่งมีชีวิตสี่ขาอยู่บนหน้าตัก แล้วลูบหัวลูบหลังปลอบประโลมมัน

ดวงตาเขาลุกวาบวาวขึ้นมาอย่างฉุนเฉียว

“เธอเป็นใคร? ไม่รู้หรือไงว่านี่เป็นถนนส่วนบุคคล ห้ามใครมาวิ่งเล่นที่นี่ทั้งนั้น” น้ำเสียงดุขึ้งตำหนิ

ใบหน้าเล็กเรียวรูปไข่เหลียวมามองเขา ดวงตากลมโตเป็นประกายสุกสกาวคือสิ่งที่โดดเด่นจนไม่อาจละสายตาได้ เครื่องเคราทุกชิ้นบนใบหน้านั้น ล้วนกระจุ๋มกระจิ๋มจิ้มลิ้มน่ารัก

“ขอโทษค่ะ พอดีเจ้าหลงมันวิ่งมาทางนี้พอดี หนูจับตัวมันไว้ไม่ทัน”

“คนขับรถของฉันเกือบทับเธอกับหมาของเธอแล้วนะ อยากตายหรือไง?” เขายิ่งโกรธเมื่อเห็นสีหน้าไม่รู้ความที่ส่ายหลุกหลิกระรัว 

“เธอเป็นใคร แล้วมาอยู่แถวนี้ได้ยังไง?” ดูจากเนื้อตัวกระมอมกระแมม ยังจะเสื้อผ้าที่เจ้าหล่อนใส่ ไม่ควรสักนิดที่จะมาอยู่แถวนี้ ในหมู่บ้านระดับไฮเอนด์ ที่แต่ละหลังราคาไม่ต่ำกว่ายี่สิบล้านบาท

“เอ่อ...หนูขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ” มือเล็กเรียวยกขึ้นพนมไหว้ พร้อมกับเอ่ยขอโทษขอโพย 

“ขอโทษนะคะ ที่รบกวนคุณ หนูจะกลับบ้านแล้วค่ะ แล้วจะไม่เข้ามาแถวนี้อีก คุณอย่าเอาเรื่องหนูเลยนะคะ” 

มือเล็กที่พนมไว้แนบอกไหว้ปะหลกๆ ก่อนจะอุ้มเอาหมาน้อยสีน้ำตาลหางดาบในอ้อมกอดลุกขึ้น แล้ววิ่งเร็วจี๋ลับกายหายไป ทั้งที่เขายังซักไซ้ไล่เลียงถามไม่รู้ความเลยว่า เจ้าหล่อนเป็นใคร มาจากไหน และมาอยู่แถวนี้ได้ยังไง

ภัทรดลย์พ่นลมหายใจพรวดแรง ก่อนจะเดินกลับขึ้นรถอย่างหงุดหงิดไม่หาย 

“เด็กนั่นใครกันวิชาญ นายรู้จักไหม?” เขายังไม่หายคาใจ กับความสงสัยที่ยังไม่ได้คำตอบ

“น่าจะเป็นหนูพราวฟ้า หลานของยายยี่สุ่นที่อยู่ท้ายหมู่บ้านนะครับ”

ชื่อที่ได้ยิน ทำให้หัวคิ้วของเขายิ่งกระตุกยิกๆ ขึ้นมา

‘ยายยี่สุ่น’…คือหญิงชราวัยน่าจะเฉียดเจ็ดสิบ ข่าวว่าแกอยู่กระต๊อบท้ายหมู่บ้านกับหลานสาวสองคน

หลังจากที่ภัทรดลย์ได้รับมรดกตกทอดจากทางสายสกุลของผู้เป็นปู่ ที่ดินทำเลทองผืนใหญ่เนื้อที่เกือบๆ ใจกลางเมืองแห่งนี้ เขาก็ริเริ่มจัดการพัฒนามันให้เป็นโปรเจคยักษ์มูลค่าพันล้าน ทั้งที่อยู่อาศัยและคอมมูนิตี้มอร์ อันประกอบด้วยหมู่บ้านระดับไฮเอนด์ ห้างสรรพสินค้า คอนโดมิเนียม เอนเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์ และยังมีที่ดินโดยรอบที่กำลังขยายอาณาเขตออกไปกว้านซื้อเพิ่มเติมในราคางาม

แต่ในพินัยกรรมของผู้เป็นปู่ระบุเอาไว้ชัดเจนว่า เขาไม่มีสิทธิ์ไปยุ่มย่ามกับบ้านกระต๊อบเก่าโทรมบนเนื้อที่กว่าหนึ่งไร่ของยายยี่สุ่น

เขาที่ได้ยินมาว่า แกเป็นคนเก่าคนแก่ รับใช้ครอบครัวเขามาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ

กระต๊อบโกโรโกโสนั่น จึงเป็นสิ่งปลูกสร้างเดียว ที่ขัดหูขัดตา และทำให้โครงการพันล้านที่เขาตั้งใจเอาไว้ ดูจะไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่ตั้งใจ 

เขาอยากจะซื้อ อยากรื้อมันทิ้ง เคยให้คนไปติดต่อกับผู้เป็นเจ้าของ แต่ฝ่ายนั้นก็ไม่ยอมขาย และไม่ยอมย้ายไปไหน แถมยังด่าไล่คนของเขากระเจิดกระเจิงกลับมาอีก

พื้นที่หนึ่งไร่ ของบ้านยายยี่สุ่น จึงเป็นเหมือนจุดด่างพร้อยเดียวในโครงการพันล้านอันสวยหรูของเขา

“อย่าอารมณ์เสียเลยนะคะ คุณพอล” 

จินนี่ จินนิภา นางเอกสาวสวยคู่ควงคนล่าสุดที่เขาเพิ่งชักจูงเข้ามาในฮาเร็มหลังจากดิวราคาค่าตัวซึ่งเซ็นต์เช็กจ่ายไปในราคาสูงลิบลิ่วเอ่ย พร้อมกับยื่นหน้ามาหอมแก้มฟอดๆ แล้วลูบไล้ลงมาบนเนื้อตัวให้ใจเย็นลง

อารมณ์เสียๆ จึงบรรเทาเบาบางลงไปได้ 

“คุณดลย์อย่าหงุดหงิดเลยนะคะ” 

เจ้าหล่อนเอียงหัวแนบซบลงมาบนต้นแขนแน่นล่ำของเขาอย่างออดอ้อน

“เสียเวลาไปขึ้นสวรรค์ของเราเปล่าๆ”  ใบหน้างามแหงนเงยหน้าขึ้นมาชม้อยชะม้ายสายตา ส่งยิ้มยั่ว พร้อมลูบไล้ไปตามเนื้อตัวอย่างปลุกเร้า

เขาจึงทิ้งความเคืองขุ่นนั่นไป หันกลับมาสนใจสานต่อเรื่องที่ทำค้างๆ คาๆ เอาไว้เมื่อครู่นี้ต่อแทนเสีย

ค่าที่จ่ายไปแพงนัก ก็ขอตักตวงความสุขให้คุ้ม ส่วนเรื่องไม่สบอารมณ์อื่นๆ ไว้ค่อยจัดการทีหลัง

ยังไงเสีย ของหวานที่กำลังส่งบรรณาการถึงปากนี่ ก็น่าสนใจกว่ายายแก่ที่พูดไม่รู้เรื่อง กับเด็กกระมอมกระแมมนั่นเยอะ

 

 

ขอบคุณที่ติดตาม คอมเม้นต์ กดหัวใจ ให้กำลังใจ "นางบำเรอวัยกระเตาะ" นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น