เมียไม่ได้รัก

ตอนที่ 11 : เสน่ห์ปลายจวัก 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,288
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    16 เม.ย. 63

 

บทที่ 11

เสน่ห์ปลายจวัก

 

 

 

 

 

 

“น้ำพริกหนุ่ม ยำไข่ต้ม ไส้อั่วเห็ด แกงแคไก่ ของหวานเป็นบัวลอยน้ำขิงค่ะคุณท่าน”

แม่ครัวหัวป่าก์คนใหม่ไฟแรงที่เข้ามารับหน้าที่แทนต้นห้องคนสนิทร่ายเมนูอาหารเย็นที่หน้าตาแปลกไปจากเดิม แถมยังยกมาเสิร์ฟในขันโตกอีก

“อื้ม...หน้าตาน่ากินทั้งนั้น ได้เปลี่ยนเมนูไปกินอย่างอื่นบ้าง ค่อยอยากทานหน่อย” ใบหน้าของคนชมยิ้มพราว ขณะกวาดสายตามองอาหารที่เสิร์ฟมาบนโต๊ะ

“รสชาติก็อร่อยด้วยค่ะ คุณท่านลองชิมสิคะ” เธอคะยั้นคะยอเชิญชวน

ค่ำนี้ เป็นมื้อแรกที่ได้ทำอาหารให้คุณโฉมฉายได้ทาน ป้านงลักษณ์บอกเธอว่า คุณท่านมีโรคประสาคนแก่ ต้องกินยาเยอะ ลิ้นก็เลยฝาดเฝื่อนรับรสได้ไม่ดีนัก

และตามมาด้วยการเบื่ออาหาร ทำอะไรให้ทานก็ไม่ถูกปาก ทานได้น้อย ท่านจึงดูซูบเซียว และแก่ลงไปมาก

เนตรปรีญาจึงตระหนักถึงภาระยิ่งใหญ่ที่รอเธออยู่ที่นี่ หลังจากที่คิดถึงแต่ตัวเอง ที่กำลังเติบใหญ่ และจะไปมีอนาคตอันสดใส

แต่ผู้มีพระคุณที่คอยอุ้มชูให้เธอปีกกล้าขาแข็ง ต่างก็แก่เฒ่าทรุดโทรมลงไป จะอยู่มีความสุขได้อีกนานเท่าไหร่ยังไม่รู้ ด้วยวัยและสังขารที่เสื่อมโทรมลงทุกวัน

ในเวลาและโอกาสที่มี เธอจึงเปลี่ยนใจว่า จะอยู่ที่บ้านฉัตราพร คอยดูแลป้าลักษณ์ และคุณโฉมฉาย เพื่อตอบแทนบุญคุณ

ส่วนเรื่องของอติวัฒน์ ก็แค่ไม่ไปสนใจก็เท่านั้น เขาเองก็คงไม่มาสนใจใส่ใจอะไรเธอด้วย

เรื่องเคืองใจกันแต่หนหลัง มันก็นานผ่านมาสี่ซ้าห้าปีได้ เขาอาจจะไม่กลับไปนึกถึงมันอีก หรือลืมไปแล้วก็ได้

เธอเองก็ควรจะใช้ชีวิตของตัวเอง ไม่เอาผู้ชายคนนั้นมาเป็นข้อแม้เงื่อนไขว่าจะอยู่ที่ไหน จะทำอะไร

ตราบใดที่มีคุณโฉมฉายคอยคุ้มกะลาหัว อติวัฒน์ ก็ไม่กล้ายุ่มย่ามกับเธอเหมือนกัน

“กินคนเดียวมันจะอร่อยอะไรกัน ไอ้ฉันมันก็แก่แล้ว กินอะไรมาเยอะ ของอร่อยบางทีมันไม่ได้อยู่ที่อาหาร แต่มันอยู่ที่บรรยากาศ กับคนร่วมวง” ท่านบ่นไปตามประสา

“เราล่ะ ทานข้าวเย็นหรือยังแม่เนตร”

“ยังค่ะ ว่าจะอยู่ดูแลคุณท่านให้เรียบร้อยก่อน”

“ไม่ต้องพิธีรีตองอะไร มาๆ มานั่งกินเสียด้วยกัน ไปชวนป้าเรามาด้วยไป กับข้าวกับปลาตั้งเยอะแยะ จะไปทานอะไรคนเดียวหมดล่ะ” ท่านพยักหน้าชวนเป็นจริงเป็นจัง

“ป้าลักษณ์ทานกับคนอื่นๆ ในครัวแล้วค่ะคุณท่าน”

“งั้นเราก็ได้ มาๆ มานั่งกินเป็นเพื่อนฉันหน่อย” ท่านจัดแจงสำรับให้ เนตรปรีญาจึงไม่กล้าปฏิเสธ

“เฮ้อ! คนแก่นี่เนาะ ก็อยากให้ลูกให้หลาน มาทานข้าวพร้อมหน้ากัน พูดคุยเจรจา ถามสารทุกข์สุกดิบไปด้วย มันจะยิ่งเพลิดเพลินจำเริญใจ” ท่านว่า ขณะตักอาหารทานไปด้วย

“อื้ม...รสมือเรานี่ดีจริงๆ นะ อร่อยทุกอย่างเลย”

“อร่อยก็ทานเยอะๆ ค่ะ เนตรเลือกทำแต่อาหารที่ไขมันต่ำ คุณค่าทางโภชนการสูง แต่รสชาติยังเข้มข้น คุณท่านจะได้ทานได้มากๆ” เธอว่าเอาใจ ตักอาหารให้ท่าน

“อร่อยจริงๆ ฉันไม่ได้กินอะไรที่เจริญอาหารอย่างนี้มานานแล้ว” ได้ฟังอย่างนั้น คนลงมือทำอย่างสุดฝืมือก็พลอยดีใจด้วย 

“ไส้อั่วเห็ดนี่อร่อยนะ น้ำพริกหนุ่มก็รสดี แกงแคไก่ก็กลมกล่อม ฉันอยากให้เอาไปทำขายที่ห้องอาหารของโรงแรม ได้มีเมนูแปลกๆ ใหม่ๆ ที่มันไม่ซ้ำกับที่อื่น หากินที่ไหนไม่ได้ นอกจากที่โรงแรมเรา” 

เนตรปรีญาฟังแล้วรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาอย่างไรก็ไม่รู้

“เสียดาย นายติไม่ได้มาทานด้วยกัน ไม่อย่างนั้นจะต้องเห็นพ้องเหมือนกันกับฉันแน่ๆ” ว่าแล้วก็ผงกหน้าขึ้นมามองหน้าเธอ

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ ฉันวานเธอทำไอ้สามอย่างนี่ ใส่ปิ่นโตไปให้คุณติที่โรงแรมหน่อยสิเนตร ให้เขาได้ลองชิมดู”

เนตรปรีญาหน้าเหวอไป ที่จู่ๆ ก็งานเข้าขึ้นมาจริงๆ 

เรื่องทำอาหารนั่น เธอไม่เกี่ยงงอนอยู่แล้ว แต่เรื่องที่ให้เอาปิ่นโตไปส่งอติวัฒน์นี่สิ 

เธอไม่อยากเจอหน้าเขา พยายามหลีกเลี่ยงมาตลอด 

“สักสิบเอ็ดโมงนะ  ให้เจ้าศักดาขับรถพาไป จะได้ไปดูงานที่โรงแรมด้วย ลองปรึกษาคุณติดูว่าเธอจะไปช่วยทำงาน เขามีตำแหน่งอะไรพอว่างบ้าง“

เนตรปรีญาตาปริบๆ ยิ้มเจื่อนลง 

“จะว่าไป เธอไปทำงานอยู่ที่ห้องอาหารก็ดีนะ เพิ่งรับผู้จัดการใหม่มาแทนคนเก่าที่โดนซื้อตัวไป จะได้ไปช่วยๆ กัน คิดเมนูอร่อยๆ เมื่อก่อนเราเคยเปิดบุฟเฟ่ต์ตอนกลางวัน ไปได้ดีเชียว แต่พอทั้งเชฟ ทั้งผู้จัดการออกไป ก็เลยต้องปิดบริการส่วนนั้น ฉันว่าเธอไปทำที่นั่นเหมาะที่สุดแล้ว เดี๋ยวคืนนี้ ฉันจะคุยกับคุณติให้” 

คุณโฉมฉายเอ่ยรวบรัดตัดความ มัดมือชกไปเรียบร้อย ในขณะที่เธอได้แต่ตาปริบๆ คิดตามไม่ทัน จึงไม่ทันได้อ้าปากทักท้วงใดๆ

 

 

“คุณท่านให้เอาปิ่นโตมาส่งค่ะ” 

บทพระเจ้าจะไม่เข้าข้าง ทุกอย่างก็ไม่เป็นใจ เมื่อนายศักดาดันลื่นล้มในห้องน้ำเมื่อคืนนี้จนเคล็ดขัดยอกขับรถไม่ได้ เป็นเธอที่ต้องขับรถพาไปหาหมอกลางดึก

และก็ต้องเป็นคนขับรถเอาปิ่นโตมาส่งให้อติวัฒน์ด้วยตัวเอง ฝากเลขาหน้าห้องเขาเอาไว้ เลขาก็ดันไม่รับฝากอีก บอกเจ้านายกำลังว่างพอดีให้เข้าไปพบได้เลย 

เนตรปรีญาจึงต้องหอบหิ้วปิ่นโตเข้ามาส่งให้เขาได้ชิมถึงในห้อง

“อ่อ...เด็กเส้นคุณย่า” เขาพูดช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ ทำนองประชดกลายๆ

“เสร็จธุระแล้ว เนตรขอตัวกลับเลยนะคะ” ยกมือไหว้เขาพอเป็นพิธี ยังไงชายหนุ่มก็แก่อาวุโสกว่า

“เดี๋ยวสิ ฉันยังไม่ทันชิมเลย จะอร่อยเหมือนที่คุณย่าโฆษณาหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วท่านบอกว่า เธอจะมาคุยเรื่องตำแหน่งงานในห้องอาหารด้วยไม่ใช่หรือ?” น้ำเสียงเข้มทักท้วงเอาไว้

อติวัฒน์พิศมองคนตรงหน้า เนตรปรีญาโตขึ้นมาก เรียกว่าเป็นสาวเต็มตัว ผิวพรรณ หน้าตา ก็ดูดีขึ้นมากเทียว เรียกว่า ผิดหูผิดตาไปจากเด็กในบ้านเมื่อหลายปีก่อน

และตั้งแต่เข้าห้องมาเจ้าหล่อนไม่มองหน้า ไม่สบตากับเขาเลย ซึ่งก็พอเดาได้ ว่าเป็นเพราะอะไร

เรื่องผิดใจกันแต่หนหลัง ตอนนั้นเขายังวัยรุ่น หุนหันพลันแล่น ไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลัง และเธอก็...

ช่างมันเถอะ เรื่องอดีตมันก็หลายปีแล้ว ตอนนี้ต่างฝ่ายต่างก็โตเป็นผู้ใหญ่

“ใกล้เที่ยงพอดี ไปทานข้าวด้วยกันที่ห้องอาหารสิ จะได้คุยเรื่องงานไปด้วย”

“อ้าว! แล้วปิ่นโตที่ฉันทำมาล่ะคะ?” รีบท้วงถาม

“ก็เอาไปทานด้วย ไปให้คนอื่นชิมด้วย อยากรู้ว่า จะอร่อยสมคำร่ำลือจริงหรือเปล่า?” 

ไอ้ที่ตั้งใจไว้ทีแรกว่า จะรีบไป รีบกลับ เห็นทีว่าจะยาว และเนตรปรีญาก็ปฏิเสธไม่ได้เสียด้วย

โชคดีก็ตรงที่ การย้ายไปคุยกันที่ห้องอาหาร มีคนอื่นๆ อยู่ด้วย เธอจึงไม่เกร็งมาก 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น