เจ้าสาว แสนพยศ

ตอนที่ 9 : ตัวร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,171
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    11 ก.พ. 61

 

ตอนที่ 8

ตัวร้าย





“สวัสดีครับ นี่เบอร์ของคุณนินไพลิน อัศวพันธ์ใช่ไหมครับ?”


“ก็แล้วคุณโทรศัพท์มาหาใครล่ะ?”

 น้ำเสียงไม่ใคร่เป็นมิตรถามกลับไป


“ตอบอย่างนี้ตัวจริงเสียงจริงแน่ๆ ขี้วีนเหมือนที่ใครๆ พูดถึงเลย”


“นี่...คุณไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์ฉันนะ ถ้าไม่มีธุระอะไรก็แค่นี้นะ”

“เดี๋ยวครับ ผมอรรถวิทย์นะครับ เป็นทนายความของคุณอติชาติ คือคุณคงเห็นข่าวที่ออกไปแล้วตามสื่อต่างๆ และมันก็สร้างความเสียหายให้กับทางลูกความของผมมาก เพราะว่าทั้งคุณอติชาติ และคุณลลนา เป็นบุคคลมีชื่อเสียงกันทั้งคู่ แต่ก่อนจะไปแจ้งความในข้อหาทำร้ายร่างกาย คุณอติชาติเห็นว่าในฐานะที่เคยคบหากันมา และที่คุณทำลงไปเพราะขาดสติด้วยความหึงหวง ก็ไม่อยากจะให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต  เลยยื่นข้อเสนอมาว่า ถ้าคุณอยากจะไกล่เกลี่ยเรื่องนี้ ทางคุณอติชาติจะไม่ติดใจเอาความใดๆ แต่คุณต้องขอโทษทั้งสองคนต่อหน้าสื่อมวลชน ที่ห้องประชุมของบริษัทคุณอติชาติ ทางคุณมีความเห็นว่ายังไงบ้างครับกับเรื่องนี้?”


ถ้อยคำยาวเหยียดที่ชี้แจงแถลงไขในข้อเสนอที่อีกฝ่ายยื่นมาให้ ราวกับว่าเป็นผลประโยชน์อันดีกับตัวเธอ หากความเป็นจริงคือการลากไปประจานหน้ากล้องให้อับอายขายขี้หน้าเสียมากกว่า นินไพลินถึงกับเดือดปุดๆ ขึ้นมาทีเดียว


“ฉันมีความเห็นว่าไงน่ะหรือ? หึ...หึ...”


น้ำเสียงฟังดูเคียดแค้นอยู่ในที


“บอกมันทั้งสองคน รวมถึงแกด้วยไปนรกเถอะไป๊...อยากฟ้องก็ฟ้องมาเลย ใครกลัวกัน”


น้ำเสียงที่เอ็ดตะโรลั่นเพราะสติขาดผึงนั่น เรียกให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา รวมถึงอยู่บริเวณนั้น พากันหันมามองเป็นตาเดียว


แต่แล้วใครสนใจกัน เพราะทันทีที่กดโทรศัพท์ตัดสายทิ้ง แล้วเงยหน้ามาเห็นสายตาของใครต่อใครที่กำลังมองมาที่เธออย่างอึ้งๆ ระคนสงสัย


 ใบหน้างามก็เชิดอย่างไม่แคร์ใดๆ ทั้งสิ้น ก่อนจะก้าวฉับๆ บนรองเท้าส้นสูงอย่างมาดมั่นกลับออกไปยังรถที่จอดไว้ ทั้งที่หัวจิตหัวใจเต้นไม่เป็นปกติที่โดนข่มขู่อย่างนั้น


“บ้าเอ๊ย!


กำปั้นเล็กทุบลงไปบนพวงมาลัย อย่างกระฟัดกระเฟียดหัวเสียอย่างหนัก ก่อนจะตามด้วยกรี๊ดลั่นอย่างขัดอกขัดใจ ซึ่งเป็นกริยาที่เธอไม่ได้ทำให้ใครเห็นนานแล้ว และก็ไม่มีทางสติหลุดอย่างนี้ด้วย


นอกจากว่าที่ปรึกษาชั้นเยี่ยมจะไม่อยู่ และก็ไม่รู้ว่าฝ่ายนู้นแค่ข่มขู่หรือว่าจะฟ้องจริงๆ แต่มันก็เป็นเรื่องกวนอกกวนใจและหนักสมองอยู่ไม่น้อย


ในนาทีนี้เธอยังไม่มีหน้าจะกลับไปที่บ้านเพื่อรับการซักฟอกจากทั้งคุณนินนาทหรือคุณนนทรี ดีไม่ดีจะเจอกองทัพญาติๆ มารอถล่มเอาด้วย เพราะข่าวที่ออกไปเป็นเรื่องใหญ่และค่อนข้างสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับนามสกุล ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล อาจจะรวมถึงธุรกิจของครอบครัว


โชคดีที่เธอยังไม่เข้าไปรับตำแหน่งใดๆ ในบริษัท นอกจากเข้าไปช่วยทำงานเป็นครั้งเป็นคราว ตามที่ได้รับมอบหมายมา และส่วนมากก็ทำออกมาได้ดี จึงเป็นที่ชื่นชมแกมหมั่นไส้เพิ่มเข้าไปอีก


หากเรื่องราวคราวนี้ จะไม่รับว่าเป็นความผิดของตัวเอง และไม่รับผิดชอบ ก็คงไม่ใช่ที่ และเธอก็ไม่ใช่คนที่จะไม่รับผิดชอบอะไรด้วย คนอย่างนินไพลิน กล้าทำกล้ารับตลอด


ที่สุดแล้วหลังจากคิดสะระตะ หาทางออกให้ตัวเองไม่ได้ จึงตัดสินใจว่าไปหาที่นั่งดื่มคลายอารมณ์สักหน่อยน่าจะดีกว่า 



“กลับมาแล้วหรือตะวัน?”


เสียงทักถามเรียกให้ร่างสูงที่กำลังจะเดินผ่านห้องรับแขกไปชะงักงัน แล้วก็หันกลับมาดู พอเห็นว่าคุณพเยาว์รออยู่ ก็เหลือบมองนาฬิกาที่ข้างฝา ได้เวลาเกือบๆ สี่ทุ่มแล้ว


“นี่คุณย่ายังไม่เข้านอนอีกหรือครับ?”


“ยังหรอก...ยังไม่ค่อยง่วงเลยลูก สงสัยตอนกลางวันจะงีบนานไปหน่อย”


“ไม่ใช่ว่าอยู่รอผมหรอกหรือครับ?” 

ร่างสูงเดินเข้าไปหา แล้วโอบกอดท่านเอาไว้


“อื้ม! ก็ไม่เชิง เป็นยังไงบ้างทางโรงแรม สถานที่เรียบร้อยดีไหม?”


“ครับ เรียบร้อยดี ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” 

ยิ้มออกมาได้ แม้ใบหน้าจะดูเหนื่อยล้าอิดโรย


“เหนื่อยหรือลูก?”

ยกมือขึ้นลูบใบหน้านั่น พร้อมกับปัดเผ้าผมที่ปรกลงมาให้อย่างเอ็นดู แม้ว่าผู้ชายตรงหน้าจะอายุปาเข้าไปถึงสามสิบห้าปี เป็นคุณหมอผู้ทรงภูมิความรู้ เป็นที่นับหน้าถือตา กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารโรงพยาบาล หน้าที่ความรับผิดชอบล้นเปี่ยม แต่ในสายตาของคนที่เลี้ยงมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย ก็ยังมองเห็นเป็นเด็กชายอยู่วันยังค่ำ และคงไม่อาจละทิ้งความห่วงใยไปได้ แม้ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม


“ก็นิดหน่อยครับ อาบน้ำ นอนพักก็หายแล้วครับ”

ตอบไปยิ้มๆ เชิงประจบเพื่อให้ท่านสบายใจ เพราะถึงจะมีหน้าที่ตำแหน่งและบทบาทไหน แต่เมื่อกลับมาถึงบ้าน หมอพงศ์ภวัตก็ทำตัวเป็นหลานชายที่น่ารักให้ผู้เป็นย่าได้ชื่นอกชื่นใจอยู่เสมอดั่งเคย


“แล้ววันนี้คุณย่าไม่ได้ออกไปไหนหรือครับ?”


ที่ถามเพราะปกติ คุณพเยาว์ก็จะมีกิจกรรมนอกบ้านกับกลุ่มก๊วนเพื่อนฝูง ไม่ว่าจะไปวัดทำบุญ หรือปฏิบัติธรรม เต้นลีลาศซึ่งช่วยให้คนวัยนี้ไม่เบื่อ และเขาก็อยากให้ท่านได้ไปพบปะกับคนอื่นๆ เพราะรู้ดีว่าตัวเองไม่อาจทำหน้าที่ดูแลท่านได้มากนัก


^^ ชอบก็เม้นต์ด้วยนะคะ อย่าลืมกดให้กำลังใจกันนะคะ ^^

^^ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ^^



^^ ติดตามไรท์ และผลงานเรื่องอื่นๆ กดตรงนี้ เลยค่า ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น