เจ้าสาว แสนพยศ

ตอนที่ 14 : เข้าแผน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,115
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    17 ก.พ. 61

ตอนที่ 13

เข้าแผน






ชายหนุ่มหน้าแดงซ่านด้วยความขัดเขิน ซึ่งเขาไม่เคยเป็นอย่างนี้ ขนาดว่าคุณพเยาว์เป็นย่าเลี้ยงดูมาใกล้ชิด ยังไม่เคยเห็นหมอพงศ์ภวัตเก้อเขินอย่างนี้ คุณย่าทั้งสองสบตากันพลอยอมยิ้มแก้มจะปริตามไปด้วย หากไม่ได้ยินเสียงหายใจคล้ายกับคนปลดปลง


“นินไม่ชอบผู้ชายแบบผมหรอกครับ ที่เขาคบๆ เห็นหลายคนไม่ใกล้เคียงผมเลย”


ความทระนงตนในรูปลักษณ์ ความรู้ ความสามารถไม่ได้มีเหลืออยู่แม้แต่น้อย...นี่กระมังที่ใครๆ ถึงว่า ต่อให้เก่งมาจากไหน ก็ต้องแพ้พ่ายยอมสยบให้กับความรัก


“ทำไมถึงคิดอย่างนั้น...ก็ถ้ายัยนินชอบผู้ชายพวกนั้น ก็คงจะคบหากันจริงจังไปแล้ว ไม่ใช่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เหมือนยังไม่รู้ใจตัวเองว่าต้องการอะไร ชอบแบบไหนหรอกหรือ?”

คุณนนทรีชี้ให้ได้คิด


คุณหมอนิ่งคิดตาม สีหน้ายังดูสับสน ไม่มั่นใจนัก


“ฉันมั่นใจว่ายัยนินก็คงรักชอบหมอตะวันอยู่ ไม่เช่นนั้นแล้ว อะไรๆ ก็คงไม่วิ่งหาแต่พี่ตะวันมาตลอดหรอกนะ”


คนฟังได้ยินอย่างนั้นก็ค่อยใจชื้นขึ้นมา แต่ว่าจะให้มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เลยก็คงไม่ใช่


“สองคนเป็นพี่เป็นน้องกันมานับยี่สิบปี จู่ๆ จะให้เปลี่ยนเลยคงยาก อีกอย่างยัยนินเป็นคนรักอิสระ  หัวแข็ง และชอบต่อต้าน ฉันก็ยอมรับว่าตัวเองมีส่วนผิดที่ตามใจหลานเสียจนเคยตัว จนเสียนิสัยอย่างนี้ บางทีกับเด็กคนนี้อาจจะต้องใช้ไม้แข็งเข้ากำราบ แต่ว่าทุกคนก็ต้องใจแข็งให้ได้”


“ยังไงหรือ?”

คุณพเยาว์ถามอย่างยังไม่เข้าใจ


คุณนนทรีจึงหันไปถามเพื่อนเสียตรงๆ

“ไหนๆ หมอตะวันก็มีใจรักใคร่เอ็นดูยัยนิน ฉันเองก็ไม่ขัดข้องอะไรเลย กลับโล่งใจ สบายใจเสียด้วยซ้ำ พเยาว์เธอจะมีปัญหาอะไรไหม? ถ้าฉันจะฝากยัยนินให้หมอดูแล”


“ไม่เลย...ตะวันรักใคร ฉันก็รักด้วย”


“งั้นฉันยินดีจะยกยัยนินให้กับหมอตะวัน โดยไม่เรียกร้องสินสอดทองหมั้นแม้แต่บาทเดียว”

เอ่ยขึ้นมาอย่างตัดสินใจแล้ว สีหน้าสีตาไม่ได้บอกว่าพูดเล่นๆ


“อะไรกัน...หลานสาวทั้งคน เธอก็พูดเป็นเล่นไป” คุณพเยาว์ถามเสียงสูงอย่างตกใจ


“ยัยนินได้ไปอยู่กับคนที่รัก เข้าใจ และดูแลเขาได้ ฉันกับคุณนาทก็คงจะเบาใจและวางใจเหมือนกัน นี่ถือว่าเป็นการตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อที่สุดแล้วล่ะ”


“เอ่อ...มันจะดีหรือ? เราสองฝ่ายครอบครัวก็มีคนรู้จักมากมาย จะทำอะไรมันก็ต้องให้สมหน้าสมตา สมฐานะ ให้เกียรติทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายหญิง”


“เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา ฉันมีวิธีการจัดการเรื่องนี้ในใจแล้ว ขอแต่ทางฝั่งเธอกับหมอตะวัน ช่วยเล่นละครให้แนบเนียนก็แล้วกัน”


“เล่นละครหรือครับ?”

คุณหมอถามน้ำเสียงประหลาดใจ และไม่ใคร่จะมั่นใจนัก


“ใช่...ถ้าหมอตะวันรักน้อง ก็ต้องทำตามที่ย่าบอก ขออย่างให้ใจแข็งให้ได้ อย่าไปยอมอ่อนข้อให้เหมือนที่ผ่านๆ มา ไม่งั้นคนที่จะลำบากและยุ่งยากใจทีหลังก็คือหมอตะวันเองนั่นแหละ”


ปกติไม่ค่อยจะมีอะไรมาทำให้เขาขาดความมั่นใจ หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ หากแผนการที่คุณนนทรีเกริ่นมา เป็นไม่กี่ครั้งที่ทำให้เขารู้สึกอย่างนั้น


นัยน์ตาคมเข้มหลังกรอบแว่น มีทั้งความหวังและความกังวลเคลือบคลอระคนกันอยู่ พร้อมกับหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะอย่างลุ้นระทึก

 

 

“ตกลงคุณนินไพลิน รับทราบข้อกล่าวหาแล้วนะครับว่าคุณมีความผิดฐานเมาแล้วขับ ซึ่งมีหลักฐานเป็นผลตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดขณะที่ประสบอุบัติเหตุ และอีกข้อหาคือขับรถโดยประมาททำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของส่วนรวม”


“ค่ะ”

คนมีความผิดน้อมยอมรับพร้อมกับเซ็นต์รับทราบข้อกล่าวหาที่หลังจากนี้คงมีการส่งตัวไปขึ้นศาลเพื่อพิจารณาดำเนินคดี แต่นั่นก็ยังไม่หนักหนาสาหัสเท่าสภาวะสงครามเย็นที่เธอกำลังเผชิญอยู่ ณ ตอนนี้


คุณนินนาทและคุณนนทรีมาดูอาการของเธอที่โรงพยาบาลในวันแรกๆ แต่ท่านไม่พูดกับเธอสักคำ สีหน้าบึ้งตึงและท่าทางปั้นปึ่งเหมือนโกรธมากๆ อย่างนี้ เธอไม่เคยเจอมาก่อน และนั่นก็ทำเอาใจที่เสียอยู่แล้วยิ่งตกวูบหนักเข้าไปใหญ่


คงจะมีแต่หมอตะวันและคุณพเยาว์ ที่หมั่นมาเยี่ยมถามไถ่อาการด้วยความห่วงใย และคอยดูแลกระทั่งเธอแข็งแรงออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านได้


และตามหน้าที่พลเมืองดีที่ตอนนี้ตกเป็นจำเลยทั้งทางสังคมและทางกฏหมาย เธอจึงต้องมารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดที่ทำลงไป มีเพียงหมอตะวันที่ขับรถไปรับมาจากบ้านและอยู่เป็นเพื่อนตลอดทุกขั้นตอน


“นินหิวหรือเปล่าคะ? จะแวะหาไรทานหน่อยไหม?”


^^ ชอบก็เม้นต์ด้วยนะคะ อย่าลืมกดให้กำลังใจกันนะคะ ^^

^^ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น