ชู้นอกหัวใจ

ตอนที่ 8 : เมื่อสร่างเมา 70 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 180
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ม.ค. 60




“แปลก”

คำเดียวสั้นๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักสวย พร้อมกับพ่นลมหายใจแรงๆ ออกมาคล้ายว่าจะโล่งอก แต่ก็ไม่ใช่เสียเลยทีเดียว

อย่างน้อยปริศนาที่ค้างคาใจเมื่อคืนนี้ก็ถูกไขออกมาเรียบร้อยแล้ว ที่แท้เจ้าหล่อนก็คือเพื่อนข้างบ้านของไรวินนี่เอง มิน่าเล่า ถึงได้ทำตัวราวคุ้นเคยกับบ้านหลังนี้นัก นั่นเพราะหน้าตาภายนอกของบ้านทั้งสองหลังคล้ายกันเหมือนอย่างบ้านจัดสรรทั่วไป ยิ่งเมื่อบวกผสมกับความมืดและความเมาด้วยแล้ว คงยากนักที่จะแยกออก

เมื่อหญิงสาวมุดตัวหายเข้าไปในบ้าน ฟรานเชสโก้ก็ไม่รู้ว่าเขาจะมายืนบื้อทำอะไรตรงนี้อีก ร่างสูงถือแก้วกาแฟกลับเข้าไปในบ้าน คิดแพลนหาอะไรทำในวันหยุดสุดสัปดาห์ดี

เท้าที่ก้าวสะดุดกับคริสเตียนลูบูแตงทำให้เขาต้องก้มลงมอง ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

ดูสิ ยังไม่วายว่าจะทิ้งของให้ดูต่างหน้าอีก

มือหนาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ  หยิบรองเท้าทั้งสองข้างตั้งใจจะเอาไปคืนให้ผู้เป็นเจ้าของที่รีบเผ่นข้ามรั้วกลับไปบ้านโน้น นึกขำกับภาพยักแย่ยักยันเหมือนกำลังหนีอะไร คงจะอายล่ะสิ ที่มาเมากลิ้งในบ้านคนอื่นอย่างนี้

ชุดคลุม...ใช่ เธอใส่ชุดคลุมของไรวินกลับไป งั้นไอ้ชุดแซกสีแดงแรงฤทธิ์นั่นก็ต้องอยู่ในห้องน้ำ จะเอาไปคืนก็เก็บไปเสียให้หมดทีเดียวเลยแล้วกัน อารามอยากพูดคุยทำความรู้จัก และอยากผูกมิตรเอาไว้ อย่างน้อยเขาก็ยังอยู่อาศัยที่บ้านนี้อีกนานนับเดือน ฟรานเชสโก้จึงทำตัวเป็นเพื่อนบ้านใจดี ตั้งใจจะเอาเสื้อผ้ารองเท้ากลับไปคืนเจ้าของ

สองเท้ามุ่งตรงเข้าไปในห้องน้ำ กวาดตามองหาชุดสวย แล้วก็ต้องอึ้งไปอีกคำรบ เพราะเธอไม่ได้ทิ้งของดูต่างหน้าไว้เพียงเท่านั้น ยังมีบราเซียแบบไร้สาย และจีสตริงตัวจิ๋วสีเดียวกัน ทำเอาใบหน้าหล่อเหลาถึงกับอึ้งงันค้างไปทันที

แปลว่าภายใต้ชุดคลุมนั่นคือร่างเปลือยเปล่าล้วนๆ สินะ

โอ้แม่เจ้า งั้นเธอก็แทบล่อนจ้อนนอนไร้สติแผ่หราอยู่ที่โซฟาทั้งคืน และเขาก็ช่างมีศีลธรรมสูงส่งจนน่าเหลือเชื่อ

ปลายนิ้วคีบผ้าลูกไม้ชิ้นเล็กนั่นขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะยัดลงใส่ในถุงรวมกับเสื้อผ้าชิ้นอื่นๆ  ชักจะอยากรู้แล้วว่าตอนเอาเสื้อผ้าพวกนี้ไปคืนให้ หญิงสาวจะทำหน้ายังไงกัน

คิดได้ดังนั้น ริมฝีปากก็ยกยิ้มสุดเหยียดลามไล่ไปถึงดวงตาเลยทีเดียว

+++++++++

 

ก็อก...ก็อก...

เสียงเคาะที่ประตูทำให้ร่างที่ทิ้งตัวไร้เรี่ยวแรงบนโซฟาเงยหน้าขึ้นมองอย่างระแวง

ก็อก...ก็อก...

จังหวะเคาะซ้ำ ยืนยันว่าเธอไม่ได้หูฝาด แต่ใครเล่าจะผ่านประตูรั้วเข้ามาเคาะประตูหน้าบ้านได้ อย่าบอกนะว่าเธอลืมกระทั่งปิดประตูบ้านด้วย

ก็อก...ก็อก...

ยังจะมีอะไรเลวร้ายกว่าการไปนอนกับผู้ชายแปลกหน้าเพราะความเมาอีกเล่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็ต้องเผชิญหน้ากับมันให้ได้

บานประตูเปิดผึงออก มือที่กำลังจะเคาะซ้ำชะงักค้าง เมื่อใบหน้ายุ่งเหยิงยังอยู่ในชุดเดิมยืนตระหง่านอยู่ด้านใน สีหน้าท่าทางจะยังตกใจไม่น้อย

“ผมเอาของมาคืน” เขาว่าพร้อมกับชูรองเท้าพร้อมถุงเสื้อผ้าในมือ

พิจิกาแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผาก ก่อนจะยื่นมือไปรับมา

“เสื้อผ้าคุณอยู่ในถุง ผมคิดว่าเก็บมาให้ครบหมดแล้ว ลองเช็กดูสิครับว่ามีอะไรหายไปหรือเปล่า?”

อะไรที่หายไปจากเนื้อจากตัวนะหรือ?

หึหึ อย่าเปิดดูให้ได้อายยิ่งไปกว่านี้เลย ป่านนี้หน้าเซียวๆ เหมือนผีดิบที่ร้อนผะผ่าวคงแดงแจ๋ฟ้องความอับอายให้เขารู้แน่

“เอ่อ...ขอบคุณนะคะ”

“ผมเชส เพิ่งย้ายมาอยู่บ้านข้างๆ นี่” เขาบุ้ยใบ้ปากไปยังบ้านของหนุ่มตี๋

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

ถ้าในสถานการณ์อื่นเธอก็คงยินดีอยู่เหมือนกัน แต่ในสถานการณ์ประดักประเดิดอย่างนี้ จะยินดีกว่าถ้าเขาจะรีบกลับไปเสีย

แต่ยังไม่ทันที่เธอและเขาจะได้ทำความรู้จักกัน เสียงออดรัวๆ ที่ประตูรั้วบ้านก็เบี่ยงเบนความสนใจจากเธอและเขาไปเสียก่อน

พิจิกาชะโงกหน้ามอง ใจหายวาบเมื่อเห็นรถของกันตทัศน์จอดอยู่ที่หน้าบ้าน อารามตกใจเธอรีบฉุดแขนคนหน้าประตูให้เข้ามาอยู่ข้างในโดยเร็ว พร้อมกับแตะนิ้วที่ริมฝีปาก

“คุณรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา”

ว่าแล้วร่างงามก็รีบผลุบออกไป พร้อมกับดึงบานประตูปิดอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เขายืนหน้างงไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำเหมือนมีลับลมคมในด้วย

+++++++++

 

“พี่กันมาทำไมคะ?”

ไม่ทันเดินมาถึงหน้าประตูรั้วที่ใครบางคนชะเง้อชะแง้คอยาวเข้ามาด้านใน พิจิกาก็รีบถาม เธอยืนกอดอกแน่น เว้นระยะห่าง แถมยังเสียมารยาทไม่ยอมเปิดประตูต้อนรับแขกอีก

กันตทัศน์กวาดตามองสภาพโทรมจัดของแฟนสาวอย่างเป็นห่วง

“ที่พิจิเห็นเมื่อคืนนี้มันไม่ใช่”

“พอเถอะค่ะ” เธอพูดสวนขึ้นมาพร้อมกับยกมือห้ามทันควัน

เช้านี้มันวันมหาวิปโยคอะไร ผู้ชายสองคนถึงได้โผล่มาหา ในสภาพที่เธอไม่พร้อมจะออกมารับหน้าใครทั้งนั้น แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้

“พิจิกำลังเข้าใจผิด” เอ่ยอย่างอ่อนอกอ่อนใจ

อ้อ! แล้วพี่กันจะให้พิจิเข้าใจว่ายังไงล่ะคะ คนจะเลิกกันคงไม่ควงกันไปทานดินเนอร์จี๋จ๋าอย่างนั้นหรอก”

“มันเป็นงานของครอบครัวเขา พี่เลี่ยงไม่ได้ ถึงเราจะแยกกันอยู่ แต่พี่ก็ต้องรักษาหน้าให้เขา”

แล้วหัวจิตหัวใจของเธอล่ะ? ความรู้สึกของเธอ เขาคิดจะรักษามันไว้ไหม?

“สุดท้ายเราก็ต้องมาทะเลากันด้วยเรื่องเดิมๆ”

“ไม่...เราไม่ได้ทะเลาะกัน” กันตทัศน์แย้ง

“แล้วมันจะต่างอะไรกันละคะ ถ้าตราบใดพี่ไม่ยอมเคลียร์ปัญหาเรื่องนี้เสียที”

“พี่ขอเวลาอีกหน่อย”

“อีกหน่อยนี่กี่วันคะ...หรือกี่เดือน กี่ปี ที่พี่จะให้พิจิต้องรู้สึกอดสูทำตัวเหมือนพวกลักกินขโมยกินของคนอื่น”

“เราไม่ได้ทำอย่างนั้น”

ที่เราไม่ได้ทำอย่างนั้น ก็เพราะเธอไม่ยอมต่างหาก ลองเธอใจอ่อนคงไม่ได้เป็นแค่แฟนเก็บหรือกิ๊กหรอก แต่คงตกเป็นเมียน้อยอย่างสมบูรณ์แบบ และถ้ามันจะต้องจนหนทางอย่างนั้นจริงๆ เธอยอมจะเฉือนหัวใจของตัวเองทิ้ง ดีกว่าอยู่ไปอย่างไร้ศักดิ์ศรีหรืออดสูใจยอมกินน้ำใต้ศอกผู้หญิงอื่น

เธอรักเขา...แต่ก็ใช่ว่าจะรักไม่ลืมหูลืตา...รักโดยไม่มีขีดจำกัดหรือข้อแม้

ที่เธอยังยอมตกอยู่ในสภาพอย่างนี้ ก็เพราะความหวังลมๆ แล้งๆ ที่เขาวาดวิมานในอากาศให้ไว้นั่นหรอก

“พอเถอะคะ เถียงกันไปมา สุดท้ายก็วนกลับมาที่เดิม ปัญหาทั้งหมดพี่กันต้องเป็นคนไปจัดการมันไม่ใช่เรื่องของพิจิที่ต้องลุกมาทำอะไร ขอตัวนะคะ พิจิปวดหัวอยากนอนพัก” ว่าแล้วเธอก็หันหลังหนีปัญหาเก่า เดินกลับเข้าไปในบ้านอย่างไม่แยแสคนที่เกาะประตูรั้วมองตามตาละห้อย เพื่อที่จะไปเคลียร์ปัญหาใหม่ที่เพิ่งก่อขึ้นมาเมื่อคืนนี้สดๆ ร้อนๆ

พิจิกายืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู ไม่คิดจะหันหลังกลับไปมองคนที่ยืนเกาะรั้วคอตก ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงรถยนต์ขับออกไป เธอพยายามท่องหนึ่ง...สอง...สาม...จนถึงสิบ...ยี่สิบ...เพื่อให้ตัวเองพร้อมที่จะไปเผชิญหน้ากับปัญหาใหม่ที่รอคอยอยู่หลังบานประตูนี่

ให้ตายเถอะพระเจ้า...เธอหวงเนื้อหวงตัวกับกันตทัศน์ไม่ยอมเกินเลยกับเขา แต่กลับพลาดไปมีสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับผู้ชายแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกันวันนี้

ไม่ว่าจะนับถึงร้อย หรือถึงพัน...สุดท้ายเธอก็ต้องเข้าไปคุยกับเขาอยู่ดี...อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

+++++++++

4 ความคิดเห็น

  1. #1 Song7131 (@Song7131) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 10:24
    สนุกดีค่ะ
    #1
    1