ชู้นอกหัวใจ

ตอนที่ 7 : เมื่อสร่างเมา 40 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 223
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 ม.ค. 60




ปลือกตาหนาหนักกดแน่นก่อนจะค่อยๆ ปรือดวงตาเปิดขึ้นมาอย่างเกียจคร้าน ฝ้าเพดานสีขาวนวลคุ้นตาเป็นอันดี แต่โคมไฟที่ห้อยระย้าทรงโมเดิร์นกลับดูแปลกตาไปมาก

คิ้วเรียวขมวดมุ่นนิดๆ ครางเบาๆ ด้วยความรู้สึกหนักอึ้งที่ศีรษะเสียจนต้องยกมือขึ้นมานวดข้างขมับ ก่อนจะหลับตาลงนิ่งนาน แล้วค่อยลืมตาขึ้นมามองใหม่อีกครั้ง

แชนเดอเลียยังเป็นอันเดิม...มันไม่ใช่ทรงวิคตอเรียแบบที่เธอเลือกประดับที่ห้องโถงบ้าน สองมือวางข้างตัวก่อนจะผลักตัวเองให้ลุกขึ้นมา โลกที่เห็นเหมือนว่ากำลังพลิกคว่ำคะมำหงายพร้อมกับอาการหน้ามืดเล็กๆ คล้ายกับความดันต่ำ

ความดันต่ำไม่น่าใช่...จำได้ว่าเธอดื่มไวน์เข้าไปตั้งหลายแก้ว ไหนใครบอกว่าจะช่วยให้เลือดลมเดินดี แต่นี่อะไร ทำไมกลับรู้สึกเวียนศีรษะชอบกล

ก็ไอ้ที่ยกซดนั่นมันน้อยเสียเมื่อไหร่? สมควรอยู่หรอก แต่ก่อนที่จะก่นด่าตัวเองไปมากกว่านี้ พิจิกาเริ่มมองเห็นความผิดแผกหลายอย่างรอบกาย ทั้งการตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ ยังจะโซฟาที่เธอนอนอยู่นี่...นี่มันไม่ใช่บ้านเธอนี่นา

ตายแล้ว...แล้วนี่มันบ้านใคร?

เร็วเท่าความคิด สองเท้ารีบก้าวลงพื้น ก่อนจะลุกขึ้นยืนเซนิดๆ อาการปวดมึนงง ยังคงเล่นงานอย่างหนักหน่วง เพราะไม่เคยดื่มหนักอย่างนี้มาก่อน

ลักษณะของห้องหับ เท่าที่มองด้วยตาก็คลับคล้ายคลับคลาบ้านของเธอ เพียงแต่การตกแต่งเท่านั้นที่ผิดแผกออกไป...มันไม่ใช่บ้านเธอ ไม่ใช่บ้านเธอแน่ๆ

นี่อย่าบอกนะพิจิ ว่าเธอเมาจนเข้าบ้านผิด

เท่าทันความคิด สองเท้ารีบก้าวออกมาจากในบ้าน

เลกซัสสีดำทะมึนจอดอยู่ที่หน้าประตู แล้วหนูจี๊ด มินิคูเปอร์คู่ใจของเธอหายไปไหนกันเล่า?

กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงลำคอที่แห้งผาก รู้สึกคุ้นตารถซีดานตรงหน้าอยู่ไม่น้อย...เหมือนกับ...เหมือนกับ...ใช่แล้ว เหมือนกับรถของหนุ่มข้างบ้านเธอนั่นไง

ใบหน้าซีดเซียวคลุมปรกด้วยผมรุงรังหันขวับไปมองทางซ้ายมือ จำโมบายที่แขวนอยู่เหนือราวระเบียงของบ้านสีหวานที่หอบหิ้วเอามาจากแคชเมียร์ได้...นั่นล่ะบ้านของเธอ สรุปว่าเธอเมาแล้วก็เข้าบ้านผิดจริงๆ สินะ

แล้วเจ้าของบ้านตัวจริงอยู่ไหน? เขารู้ไหมว่าถูกบุกรุก ใบหน้าค้างตระหนกไม่หายเหลียวขวับกลับไปมองข้างหลังอย่างระแวงระวัง...แล้วโล่งใจไปเปราะหนึ่งเมื่อไม่เห็นใคร

เธอจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อคืนนี้ บางทีอาจจะเป็นเพราะเมาจนตาลาย ก็เลยเข้าบ้านผิด และก่อนที่เจ้าของบ้านตัวจริงจะออกมาพบเข้า ควรที่แขกไม่ได้รับเชิญจะต้องรีบหายตัวออกไปให้เร็วที่สุด

หูแว่วได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากข้างใน ก็ยิ่งไม่รอช้า สองขารีบก้าวเร็วรี่ตรงไปที่กำแพงซึ่งกั้นแบ่งระหว่างบ้านทั้งสองหลัง ก่อนจะปีนป่ายรั้วเตี้ยๆ นั่นเพื่อกลับไปยังบ้านของตัวเอง

ฟรานเชสโก้มองร่างในชุดคลุมที่กำลังทำตัวเป็นสไปเดอร์เกิร์ลปีนรั้วบ้านอย่างทุลักทุเลด้วยความฉงนระคนขบขัน นั่นเธอกำลังละเมออยู่หรือเปล่า?

“เฮ้...คุณ ตื่นแล้วหรือ?” เสียงทักจากข้างหลัง

ทำให้คนที่กำลังยักแย่ยักยันอยู่บนกำแพงชะงักหันขวับมามองหน้าตื่น

ชายหนุ่มร่างสูงในชุดนอน ถือแก้วกาแฟในมือกำลังมองมาที่เธอพร้อมรอยยิ้ม

“ดื่มกาแฟสักแก้วก่อนไหมจะได้สร่าง?” ยกแก้วในมือชูขึ้น

พิจิกายิ้มแหยๆ แปลว่าเขารู้สินะว่าเธอเมา...เมาแล้วเข้าบ้านคนอื่น น่าอายชะมัด

“เหวอ...เหวอ...กรี๊ด...”

เธอไม่มีทักษะยิมนาสติก ไม่เคยอยู่คณะกายกรรมเปียงยาง การทรงตัวบนรั้วเตี้ยๆ จึงไม่ใช่เรื่องถนัด ร่างที่กำลังข้ามจะพ้นขอบรั้วเสียศูนย์หล่นตุ๊บลงมาบนพื้นหญ้านุ่มภายในอาณาบริเวณบ้านของตัวเอง

“อู้ย....” สูดปากครางยาว จุกเสียมากกว่าเจ็บ

เฮ้! เป็นอะไรหรือเปล่านะ? คุณ...คุณครับ”

น้ำเสียงทุ้มห้าวเคลื่อนเข้ามาใกล้ ทำให้คนที่กำลังนอนโอดโอยรีบลืมตาพรึบขึ้นมา หมดเวลาสำออยแล้ว และเมื่อมองเห็นเงาขาคนผ่านพุ่มดาหลามาทางริมรั้วก็รีบคลานงุดๆ กลับเข้ามาหลบข้างในบ้านโดยเร็ว

กุญแจบ้านล่ะ?

กุญแจบ้านอยู่ไหน?

ยังจะกระเป๋า รองเท้า หนูจี๊ด ไม่มีอะไรสักอย่าง อย่าบอกนะว่าเธอลืมของสำคัญเอาไว้ที่บ้านโน้นหมดเลย อย่างนี้นายตี๋แว่นข้างบ้านก็รู้แล้วสิว่าเธอเมาจนเข้าบ้านผิด

หนุ่มตี๋แว่นงั้นหรือ?

ไม่ใช่นี่นา เพราะที่เห็นเมื่อกี้ ไม่ใช่หนุ่มตี๋หน้าคุ้น แต่เป็นชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มออกไปทางฝรั่งแถมยังหล่อเหลาเอาการทีเดียว

อ้าว! หายไปไหนแล้ว?” น้ำเสียงดังแว่วมา

มือบางรีบสะเปะสะปะควานหาลูกกุญแจสำรองจากที่ซ่อนพร้อมกับก้มตัวต่ำ ใช้ตู้รองเท้าเป็นที่กำบังเพื่อไม่ให้เขาเห็น

นี่ไง...กุญแจ สุดท้ายเธอก็หากุญแจบ้านที่ซ่อนเก็บไว้มิดชิดเจอ สารร่างที่รู้สึกยอกปวดไปหมดรีบลุกพรวดเพื่อไขกุญแจเปิด หลังเงียบเสียงไป คิดว่าเขาคงกลับไปแล้ว แต่เปล่า...

“เจ็บหรือเปล่านะคุณ?”

ใบหน้าตื่นหันไปมองใบหน้าหล่อชวนตะลึง ไม่ใช่หนุ่มตี๋จริงๆ ด้วย เธอไม่ค่อยสนใจหรือมีปฏิสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้านนัก จึงไม่เห็นว่าเขาย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่

สถานการณ์ตอนนี้เธอคงหนีหน้าเขาไม่พ้นแล้วจริงๆ ริมฝีปากที่รู้สึกเจ่อนิดๆ ยิ้มแหยๆ ส่งให้ ก่อนจะส่ายหน้า

“ไม่ค่ะ...ฉันไม่เป็นไร ขอตัวเข้าบ้านก่อนนะคะ”

“นั่นบ้านคุณหรือ?”

ทำไมถามอย่างนั้น...ไม่ใช่บ้านเธอแล้วเธอจะมีกุญแจไขได้ยังไงกัน

“ค่ะ” พยักหางกเงิ่น ก่อนจะรีบผลุบตัวหายเข้ามาในบ้านด้วยความเร็วแสง ดึงบานประตูปิดลงรวดเร็ว ทิ้งตัวยืนพิงหลังกับบานประตู หายใจหอบแรงอย่างกะวิ่งหนีระเบิดมาอย่างนั้น

“เธอทำบ้าอะไรลงไปเนี่ยพิจิ”

เมาจนเข้าบ้านผิด แถมเจ้าของบ้านก็ยังรู้ด้วย แล้วไอ้บรรดาทรัพย์สินประดามี ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า กุญแจ รองเท้า

ก้มลงมองสองเท้าเปล่าเปลือย

ใช่ เธอไม่ได้สวมรองเท้า คริสเตียนลูบูแตงคู่เก่งที่ใส่ไปเมื่อคืนนี้แพงเสียด้วยสิ คงลืมไว้บ้านโน้นกระมัง

ดะ...เดี๋ยว...สองตาที่ยังตระหนก เบิกโพลงเข้าไปใหญ่เมื่อเพิ่งเห็นว่าตัวเองอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำตัวโคร่งของใครก็ไม่รู้ ไม่ใช่ชุดแซกสีแดงที่ใส่เมื่อคืนนี้

หัวใจหล่นวูบไปอยู่ใต้ฝ่าเท้า...ชุดที่เธอใส่หายไป กลายเป็นเสื้อคลุมไซต์ใหญ่กว่าวิคตอเรียซีเคร็ตสีช็อกกิ้งพิ้งตัวโปรดที่สวมใส่ประจำ

ลำคอที่แห้งอยู่แล้วแทบกลายเป็นกระดาษทราย...พยายามกลืนน้ำลายอย่างฝืดแสนฝืด เมื่อมั่นใจนี่มันชุดคลุมของผู้ชาย และยิ่งไปกว่านั้น มือที่ค่อยๆ ล้วงเปะปะเข้าไปด้านในสาบเสื้อเพิ่งพบว่า นอกจากเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวขนนุ่มที่สวมใส่อยู่ เนื้อตัวเธอโล่งโจ้ง ปราศจากอาภรณ์ชิ้นอื่นๆ

ทั้งแซกสีแดง บราเซียไร้สาย...ยังจะจีสตริงสีหวาน มันหายไปอยู่ไหน? แล้วใครเป็นคนถอด?

ทำไมเธอจำอะไรไม่ได้เลย...เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น

ในหัวคิดเรื่องดีๆ ไม่ออกเลย อาการปวดเนื้อเมื่อยตัวจนยอกปวดไปหมดนี่มัน...

นี่ฉันทำอะไรลงไป...พระเจ้า

+++++++++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

4 ความคิดเห็น