ชู้นอกหัวใจ

ตอนที่ 5 : สาวปริศนา พาวุ่น 70 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 197
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 ม.ค. 60




“บ้านคุณหลังไหนจำได้หรือเปล่า?”

น้ำเสียงระอาระคนง่วงนอนเอ่ยถามเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ขี้เกียจนับ

ดวงตาลายพร่าหรี่ปรือคล้ายจะปิดไม่ปิดแหล่เบิกโพลงขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อคลื่นเสียงทุ้มต่ำแว่วผ่านเข้าหูมา สีหน้าไม่พอใจหันขวับไปมองคนถาม

“จำได้สิ ใครจะจำบ้านตัวเองไม่ได้เล่า” น้ำเสียงแหวแว้ดว่า พร้อมชักสีหน้าบึ้งๆ เข้าใส่

“ครับ จำได้ แล้วมันหลังไหนล่ะ นี่มันซอยที่สี่แล้วนะที่คุณให้ผมเลี้ยวเข้ามาดู” พูดพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ ไม่รู้ว่าเขาคิดผิดหรือเปล่า

ดวงตางามหันไปค้อนขวับคนค่อนขอด พร้อมกับกระดกกระป๋องเบียร์ในมืออีก โชคดีนะตอนที่เขาดึงตัวเธอลงมาจากสะพาน เธอไม่ได้ทำมันหลุดมือไป ไม่งั้นล่ะเสียดายแย่ๆ

“มันหมดแล้ว”

คนว่ายื่นมือมาคว้าเอากระป๋องเบียร์เปล่าๆ ไปจากมือของเธอ แล้วโยนไปยังเบาะด้านหลังพร้อมกับส่ายหน้าไปมา อย่างระอาเอือม

ฟรานเชสโก้ชักจะแน่ใจแล้วว่า ผู้หญิงบ้าที่ขึ้นไปยืนบนสะพาน เป็นคนเดียวกับแม่สาวเอ็กซ์แตกที่เขาพบที่โรงแรม แต่สภาพของเจ้าหล่อนในตอนนี้ ดูไม่จืดจริงๆ

ความเซ็กซี่น่ะยังอยู่ ก็ชุดแซกเกาะอกสีแดงที่เจ้าหล่อนสวมใส่กำลังปริ่มๆ จะร่นหลุดลงจากหน้าอก เขาละหวาดเสียวแท้ว่าสองเต้าขาวอวบอิ่มจะโผล่มาจ๊ะเอ๋ในนาทีไหน ทุกการขยับไหวจึงทำให้เขาก็ลุ้นใจหายใจคว่ำ แต่ไอ้ความอวบใหญ่ของก้อนไขมันลูกยักษ์ก็ยังพยุงขอบชุดเอาไว้ได้เป็นสามารถ

เฮ้อ! หัวใจจะวายให้ได้จริงๆ

“ในรถคุณไม่มีอะไรให้ดื่มหน่อยหรือ? ฉันคอแห้งจัง” กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งมาพร้อมกับลมหายใจยังมีหน้าพูดว่าคอแห้งอีก ไม่รู้ว่าหมดไวน์ไปกี่แก้ว หมดเบียร์ไปกี่กระป๋อง ถึงทำให้เธอสติหลุดได้ขนาดไปยืนเต้นแร้งเต้นกาบนราวสะพานจนเขาคิดว่าหญิงสาวกำลังคิดสั้นจะฆ่าตัวตาย และถ้าเขาไม่บังเอิญผ่านไปเห็นเข้า พรุ่งนี้เช้าอาจจะเกิดโศกนาฏกรรมน่าสลดขึ้นก็ได้

“พอได้แล้ว ผมว่าคุณเมามากแล้ว”

ดวงตาคมกริบปรายไปมองใบหน้ายุ่งๆ ของคนข้างๆ อย่างตำหนิ แล้วได้แต่ส่ายหน้าอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ฉันไม่เมา” เสียงแหวแว้ดเข้าใส่อีกหน

ต่อให้สวยปานนางฟ้า...เซ็กซี่แค่ไหน...แต่ถ้าได้ปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้เมาจนไม่รู้เรื่อง เขาก็ไม่สนใจหรอก ผู้หญิงนอกจากสวยแล้วต้องรู้จักดูแลตัวเอง ไม่ใช่เที่ยวเมาจนสติหลุด ตอนนี้การช่วยชีวิตหญิงสาวเอาไว้ กำลังสร้างความหนักใจและปวดเศียรเวียนเกล้าให้เขาอย่างเหลือล้น

“ไม่เมาแล้วทำไมถึงจำบ้านตัวเองไม่ได้”

ใบหน้าสวยย่นยู่ยี่ ส่ายหัวไปมา ก่อนจะยกสองมือขึ้นทุบทึ้งหัวตัวเอง

“ไม่ได้จำไม่ได้นะ...แต่ฉันแค่นึกไม่ออก”

แล้วมันต่างกันตรงไหน?

เขาได้แต่ส่ายหน้าไปมากับคนไม่ยอมรับความจริง ขืนขับรถวนเวียนไปมาถึงคืน มีหวังน้ำมันหมดถังแน่ ดีไม่ดีจะโดนแจ้งจับข้อหามาทำลับๆ ล่อๆ ไม่น่าไว้วางใจ

“พอแล้วพอ” เขาดึงข้อมือเล็กที่ยังทุบหัวตัวเองไม่หยุดออก “บ้านคุณเลขที่เท่าไหร่จำได้ไหม?”

ดวงตาสวยหันมามองเขาอย่างฉงน ขมวดคิ้วนิ่วหน้า...โอเคว่าก็ยังสวย แต่เขาหมดอารมณ์ไปแล้ว เพราะง่วงจนตาจะปิด หน้าปัดนาฬิกาที่หน้ารถ โชว์ตัวเลขเฉียดเที่ยงคืน หวังว่าพอระฆังตีเหง่งหง่างซินเดอเรล่าแสนสวยบนคริสเตียนลูบูแตงคงไม่กลายร่างเป็นหมาป่างับหัวเขาเข้าหรอกนะ เพราะแค่ที่เธอเป็นอยู่ ก็เหลือรับประทานแล้ว

“ขอคิดแป๊บหนึ่งนะ” คนว่าเอนตัวไปพิงเบาะพร้อมกับถอนหายใจเสียงดัง ใบหน้ายุ่งเหยิงหลับตาลง

ฟรานเชสโก้ส่ายหน้าด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ ไม่รู้จะหวังมากไปหรือเปล่าที่ให้เธอคิดเลขที่บ้านออก ขณะที่สายตาก็สอดส่ายมองบ้านสองข้างทางไปเรื่อยๆ และเมื่อหันมามองที่คนคิดนานอีกที ก็พบว่าเธอหลับไปแล้ว เพราะได้ยินเสียงกรนเบาๆ

“ให้มันได้อย่างนี้สิ”  สบถออกมาพร้อมพ่นลมหายใจพรวด

เขานึกไม่ออกจริงๆ ว่า หากไม่ช่วยเธอเอาไว้ ผู้หญิงคนนี้จะมีสภาพเป็นอย่างไร?

และก็ชวนให้แปลกใจนัก ว่าอะไรหนอ? ถึงทำให้คนเราเมาขาดสติได้ถึงขนาดนี้

“แล้วนี่จะเอายังไงดีนี่?” เขาปรึกษากับตัวเองเงียบๆ เพราะใครอีกคนชิงหลับหนีไปเสียแล้ว

จะเอาไปส่งสถานีตำรวจ ก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน? แถมตอนนี้ยังดึกมากแล้วด้วย เขาเองก็ง่วงเต็มที เพียงไม่กี่วันที่มาอยู่เมืองไทย ร่างกายของเขาปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้ดีอย่างเหลือเชื่อ

ในเวลาอย่างนี้ ร่างกายกำลังต้องการการพักผ่อน ควรที่เขาจะกลับบ้านอาบน้ำอาบท่าเข้านอน

แล้วผู้หญิงคนนี้ล่ะ?

จะทิ้งเขละให้เธอนอนอยู่ข้างถนน...ไม่มีทางที่คนอย่างเขาจะทำอย่างนั้นแน่ๆ ถึงยังไงเธอก็เป็นผู้หญิง จะปล่อยให้เธอตกอยู่ในอันตรายไม่ได้ ไม่งั้นก็คงไม่รีบไปคว้าตัวลงมาจากสะพาน จนต้องมาสานต่อกลายเป็นภาระอย่างตอนนี้ รู้สึกเหมือนทำคุณบูชาโทษแท้ๆ เทียว

คงต้องเอากลับบ้านไปเสียด้วยกัน รอไว้ให้สร่างเมาตื่นมาเสียก่อน ค่อยถามไถ่และพาเธอไปส่งบ้าน หวังว่าเจ้าหล่อนคงไม่ใช่นางนกต่อ หรือพวกสิบแปดมงกุฏที่จะมายกเค้าหรืออ้างเรื่องแบล็กเมล์เขาทีหลังหรอกนะ

เอาเถอะ ถึงตอนนั้นก็ค่อยว่ากัน...ตอนนี้ เอาแค่ปัญหาเฉพาะหน้าก่อนก็แล้วกัน

ใบหน้าคร้ามเข้ม หันกลับไปมองคนที่นอนหลับสลบไสลไม่ได้สติอีกครั้ง พร้อมกับพ่นลมหายใจพรวดออกมาแรงๆ ก่อนจะหมุนพวงมาลัยเลี้ยวกลับไปที่บ้านของไรวิน

+++++++++

4 ความคิดเห็น