ชู้นอกหัวใจ

ตอนที่ 4 : สาวปริศนา พาวุ่น 40 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 214
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ม.ค. 60


   

 

 

“แอม...ฟลาย...”

สองแขนเรียวทอดกางออกไปสุดเหยียด พร้อมกับคำพูดคล้ายฉากโรแมนติกในหนังรักชื่อก้องโลกที่ติดตราตรึงใจ จนเธอยกให้เป็นภาพยนตร์เรื่องโปรด หากท้ายเสียงคนพูดกลับหัวเราะอย่างเสแสร้งด้วยความรู้สึกขบขันระคนขมขื่น

นี่เธอคือกำลังคิดว่าตัวเองเป็นโรสที่ยืนอยู่ที่หัวเรือไททานิค อย่างนั้นหรือไร?

ไม่มีทางใช่...เพราะข้างหลังของเธอช่างว่างเปล่า ไม่มีร่างกำยำสูงใหญ่ของใครบางคนคอยเป็นปราการอันอบอุ่นมั่นคงอยู่เบื้องหลังเหมือนอย่างกับโรส

แอม ฟลาย ...ในที่นี่ก็แปลได้หลายความหมาย

...ฉันบินได้

...ฉันสบายดี

หรืออีกที...ฉันมันก็ฟาย(ควาย)ดีๆ นี่เอง

บ้าชะมัดจู่ๆ หัวตาก็ร้อนผ่าวขึ้นมา เมื่อนึกถึงความจริงที่อยากโยนทิ้งไปไกลๆ แต่ในหัวสมองกลับเก็บเอามาคิดวนเวียนไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่รู้กี่ครั้ง ตอกย้ำว่าเธอมันช่างน่าสมเพชนัก

พิจิกาย้อนคิดไปถึงจุดเริ่มต้นก่อนที่หัวใจและความรู้สึกของเธอจะเดินทางมาไกลสุดกู่จนยากจะถอนตัวถอนใจออกมาจากสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างที่กำลังเป็นอยู่ในตอนนี้

ทริปท่องเที่ยวแคชเมียร์ คือจุดเริ่มต้น 

นั่นเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เธอซื้อทัวร์เพื่อที่จะออกเดินทางตามลำพัง ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร ในเมื่อเพื่อนไม่ว่าง...แฟนไม่มี การออกท่องโลกกว้างใหญ่คนเดียว คือสิ่งที่เธอคุ้นชินมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่ต่างประเทศ

หากว่าครั้งนี้มันเปลี่ยนไป เธอได้พบผู้ชายคนหนึ่ง...คนที่เดินทางเพียงลำพังเหมือนอย่างเธอ

เขาก็แค่ผู้ชายธรรมดา หน้าตาออกแนวหนุ่มเนิร์ด สวมแว่น ไม่มีอะไรโดดเด่น น่าสนใจ แต่สิ่งที่ดึงดูดเธอเข้าไปหาเขาก็คือความมีน้ำใจ และการแสดงออกถึงความเป็นสุภาพบุรุษเต็มเปี่ยม

เขาช่วยเหลือเธอหลายครั้ง และยังเผื่อแผ่ไปถึงเพื่อนร่วมกรุ๊ปทัวร์คนอื่นๆ เขาเป็นคนเงียบๆ มักอยู่ตามลำพังกับกล้องในมือที่ส่องเลนส์ไปยังสิ่งต่างๆ ที่สนใจ ไม่ได้มีท่าทีเจ้าชู้ หมาหยอกไก่ และดูเหมือนจะไม่เคยมองเธอเป็นพิเศษเลยสักครั้ง

นั่นคือสิ่งที่ท้าทาย จนเธอเองเป็นฝ่ายเข้าไปทำความรู้จักกับเขา

ผมชื่อกันตทัศน์

ยิ้มซื่อๆ ที่บ่งบอกถึงความจริงใจคือเสน่ห์อันร้ายกาจของหนุ่มแว่น

เช้าวันที่สามของการเดินทาง เป็นครั้งแรกที่เธอได้นั่งรับประทานอาหารเช้าร่วมกันกับเขา และเป็นครั้งแรกที่ได้คุยกันยาวๆ มากกว่าแค่รอยยิ้ม และคำสวัสดี

จากความประหลาดใจ และความสงสัย เขากลายมาเป็นผู้ชายที่ทำให้เธอทึ่งและรู้สึกชื่นชม กันตทัศน์มีความคิดและมุมมองที่ไม่เหมือนใคร พูดน้อย แต่ทุกคำพูดที่ออกมาจากปากเขา บ่งบอกถึงความเฉลียวฉลาด ผ่านการคิดใคร่ครวญ เขาสุภาพ ให้เกียรติ นั่นเป็นสิ่งเชิญชวนให้เธออยากเข้าใกล้ อยากรู้จัก กว่าจะรู้ตัวอีกที พิจิกาก็ตัวติดกับเขาไปตลอดทั้งทริปอีกเจ็ดวันที่เหลือกระทั่งกลับมาถึงเมืองไทย

แต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ที่เธอชื่นชมผู้ชายที่มันสมอง มากกว่าพวกหล่อสำอาง หรือกล้ามปู ที่ให้ความสำคัญของรูปลักษณ์ภายนอกมากกว่าแก่นแท้และตัวตน

กันตทัศน์มีทุกอย่างที่เธอว่ามา เขาเป็นที่ปรึกษาชั้นเยี่ยมและเขาก็มีคุณสมบัติครบทุกข้อที่เธอต้องการ (ในความคิดตอนนั้น)

บริษัททัวร์ส่งโปรแกรมเที่ยวสแกนดิเนเวียมาให้ พี่กันได้รับหรือเปล่าคะ?

ครับได้รับแล้ว

พิจิอยากไปเที่ยว ชวนแอนนา กับหยกสองคนนั่นก็ไม่ว่าง

เธอแค่เปรยๆ

เพื่อนกรุ๊ปเก่าไม่มีใครว่างไปด้วยเลย

ถ้าพิจิอยากไปเราไปกันสองคนก็ได้นี่นา เขาเอ่ยชวนด้วยรอยยิ้ม

หัวใจเธอพองโตด้วยความตื่นเต้น และพิจิกาก็เชื่อมั่นว่าได้พบผู้ชายที่ตามหามานานแล้ว...เขามานั่งอยู่ตรงหน้าเธอนั่นเอง ดร.กันตทัศน์ วิทยาธร ข้าราชการหนุ่มในกระทรวงแห่งหนึ่ง แถมยังเป็นหนึ่งทีมที่ปรึกษาของนักการเมืองชื่อดัง

ทั้งรูปลักษณ์ภายนอก นิสัยใจคอ หน้าที่การงาน เขามีทุกอย่างพร้อมพรั่งในสิ่งที่เธอปรารถนาในตัวผู้ชายคนหนึ่งที่อยากได้มาเป็นคนรัก

จะไปกันสองคนได้ยังไง? เราไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย? เธอทำเขินก้มหน้างุดพูดออกไป

ทำไมจะไม่ได้ ทีทริปแคชเมียร์พี่ก็ยังไปได้เลย

ถามจริงเถอะ พี่กันคิดอะไรกับพิจิรึเปล่าคะ? เป็นความกล้าอย่างที่สุดในชีวิตที่เอ่ยคำถามนั้นออกไป

อีกฝ่ายเงียบงันไป ผิวขาวใสประหนึ่งเด็กทารกขึ้นสีเรื่อที่ข้างแก้ม ดูน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกินในสายตา

ถ้าพี่ตอบว่าคิด แล้วพิจิจะอนุญาตไหมล่ะคะ?

คำพูดจาหวานหู ดูทะนุถนอมและให้เกียรติมาตลอด เป็นอีกสิ่งที่ทำให้เธอติดกับเขาอย่างจัง หัวใจดวงน้อยที่พองโตเมื่อครู่นี้ แทบระเบิดตูมเพราะคำถามซื่อตรงที่ต่อให้ผู้หญิงคนไหนก็เข้าใจว่าตัวเองกำลังถูกจีบอยู่

ไม่มีคำตอบกลับจากปากของเธอ แต่นับจากวันนั้น พิจิกาก็คิดไปเองแล้วว่าเราเป็นแฟนกัน กระทั่งเธอได้อ่านบทสัมภาษณ์ของเขาในนิตยสารฉบับหนึ่ง ถึงชีวิตส่วนตัวและเบื้องหลังความสำเร็จที่มีผู้หญิงอีกคนอยู่เบื้องหลัง

ผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่า ภรรยา คำที่ตีแสกหน้าเธอจนหงายเก๋งทีเดียว

หมายความว่ายังไง? พี่กันแต่งงานแล้วหรือ?เพราะตลอดเวลา เขาทำตัวเหมือนคนโสดไร้พันธะมาโดยตลอด อยากพบเขาเวลาไหน...อยากไปไหนมาไหนด้วยกัน น้อยครั้งมากที่อีกฝ่ายจะปฏิเสธเธอ

กันตทัศน์หน้าเสีย นิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะผงกหน้าอย่างยอมรับ และเธอแทบจะปล่อยโฮออกมาในนาทีนั้น

พี่หลอกพิจิทำไม? แกล้งทำเหมือนว่าชอบพิจิ ทำไม?

พี่ไม่ได้แกล้ง พี่ชอบพิจิจริงๆ คำพูดสีหน้าของเขาจริงจังยิ่งกว่าครั้งไหน

พี่กันจะชอบพิจิได้ยังไง? ในเมื่อพี่มีเมียแล้ว

พิจิจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม พี่กับเขาไม่ได้ใช้ชีวิตสามีภรรยากันมาพักใหญ่แล้ว เราแยกกันอยู่ พี่ถึงไปไหนมาไหนกับพิจิได้ ไปเที่ยวแคชเมียร์คนเดียว ไปไหนต่อไหนคนเดียว

หมายความว่ายังไงคะ?

เรายังไม่ได้หย่ากัน พี่กับเขาแค่แยกกันอยู่ เรามีเหตุผลบางอย่างที่ยังหย่าขาดจากกันไม่ได้ แต่สุดท้ายมันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่ดี

แล้วพิจิล่ะ? พี่จะให้พิจิเป็นกิ๊กพี่หรือ?

พี่คงไม่มีสิทธิ์เลือกหรอกนะ พี่ให้พิจิเป็นคนตัดสินใจ

ในตอนนั้นเธอยอมที่จะเป็นฝ่ายถอยออกมา ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ และก็พบว่า มันช่างเป็นความทรมานอย่างยิ่งยวด

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่พิจิกาอกหัก ปกติเคยก็แต่หักอกคนอื่น มันจึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจจะยอมรับหรือทำใจได้ง่ายๆ แล้วสุดท้ายความเข้มแข็งอันน้อยนิดก็พังทลายลง เมื่อเธอได้รับช่อดอกไม้พร้อมของขวัญวันเกิดจากเขา

เธอพ่ายแพ้ให้แก่หัวใจไม่รักดีของตัวเอง และมีสภาพตกเป็นแฟนลับๆ ของผู้ชายที่มีเมียแล้วนับจากวันนั้น ด้วยความหวังใจอยู่ลึกๆ ว่าทั้งสองจะหย่าขาดจากกันในเร็ววัน

แต่จวบจนสามเดือนผ่านไป วันเวลานั้นก็ยังไม่มาถึง เธอเหมือนถูกหลอกให้หวังลมๆ แล้งๆ ไปวันๆ และความหวังนั้นก็พังครืนต่อหน้าต่อตาในค่ำคืนนี้

ภาพเพียงภาพเดียวอธิบายได้นับร้อยนับพันคำ เธอถึงได้กลายมาเป็นอีบ้า ยืนเมาพร่ำเพ้ออยู่บนสะพานอย่างนี้นี่ไงเล่า

ใบหน้างามแหงนเงยขึ้นมองฟ้าเพื่อกลั้นน้ำตาที่บ่าไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง พร้อมกับหัวเราะเยาะหยันตัวเองที่สวย เริ่ด เชิด หยิ่ง มาตรฐานสูง หักอกผู้ชายมานับไม่ถ้วน แต่สุดท้ายกลับมาตกม้าตายเสียง่ายๆ หลงรักผู้ชายที่มีเมียแล้ว และดูเหมือนความหวังที่จะได้กลายไปเป็นผู้หญิงตัวจริงของเขาก็ช่างลางเลือนเหลือเกิน

“ฉันนี่มันโง่จริง”

แม้จะก่นด่าต่อว่าตัวเองไม่รู้กี่ครั้ง แต่เธอก็ยังตัดใจจากเขาไม่ได้เสียที

อย่างนี้สินะ ที่เรียกว่า หัวใจไม่รักดี

เฮ้ๆ นั่นคุณกำลังจะทำอะไร? ใจเย็นๆ ก่อนนะ” น้ำเสียงตระหนกเอ็ดตะโรดังอยู่เบื้องหลัง

ร่างที่กำลังยืนทรงตัวอยู่บนราวสะพานหันขวับรวดเร็วจนเสียหลักหน้าคะมำ

“วี๊ด...”

พิจิกากรีดร้องด้วยความตกใจ เพราะคิดว่าตัวเองคงร่วงจากสะพานตกลงไปแน่ๆ

แต่มือของใครบางคนไวกว่า เขาพุ่งตัวเข้ามาคว้าเอาไว้ได้ทันควัน กระตุกร่างบางลอยหวือร่วงหล่นเข้าสู่อ้อมแขนแข็งแรง และแผงอกกว้างที่หนั่นแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ

ใบหน้างามค่อยๆ ผงกขึ้นมามองผ่านดวงตาพร่ามัว คิ้วเรียวขมวดมุ่น  ไฟจากถนนสาดส่องไม่ชัดนัก ประกอบกับตาที่พร่าลาย แต่ก็มั่นใจเหลือเกินว่า คนตรงหน้าหล่อล่ำเหลือล้น

“เบียร์...เบียร์ฉันล่ะ...หกหมดเลย”

เธอร้องคร่ำครวญหวนไห้ใจหายวาบ เมื่อกระป๋องเบียร์ในมือกระฉอกจนเหลือติดแค่ก้นกระป๋องเท่านั้น

+++++++++

4 ความคิดเห็น