ชู้นอกหัวใจ

ตอนที่ 21 : ทำใจลำบาก 60 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 239
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    22 ม.ค. 60




 “ฟาร่าน่ะแม่ผมครับ แม่ไม่มีลูกสาว เลยเคี่ยวเข็ญให้ผมช่วยทำงานทุกอย่าง ผมถึงโตมากลายเป็นผู้ชายสมบูรณ์แบบอย่างที่คุณเห็นนี่ไง” มือหนึ่งก็คนทัพพีในหม้อ อีกมือก็วาดลง นำเสนอตัวเอง

พิจิกาย่นจมูกให้ มือเรียวคว้าทัพพี ตักข้าวสวยอุ่นร้อนในโถใส่จานสองใบที่เตรียมรอไว้ สายตาก็เหลือบไปมองแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังอุ่นอาหาร ทำไมจู่ๆ ถึงได้รู้สึกผิดต่อเขานักก็ไม่รู้ นั่นอาจจะเป็นเพราะเธอโกหกเขาอยู่ และ ฟรานเชสโก้ก็เชื่อคำแก้ตัวของเธอ ไม่ซักถามหรือสงสัยอะไร

เขาอุตส่าห์นั่งรอเธอเป็นชั่วโมง ไม่ยอมทานข้าวก่อนแม้ว่าจะหิว เมื่อมาถึงก็ไม่ได้ซักถามอะไรให้เธอไม่สบายใจ ฟรานเชสโก้เชื่อใจเธอ...ในขณะที่เธอเองเสียอีก มีเรื่องปิดบังเขาอยู่

กว่าจะรู้ตัวพิจิกาก็เดินเข้าไปสวมกอดเขาไว้จากข้างหลัง พร้อมกับซบใบหน้าลงบนแผ่นหลังกว้างอย่างรู้สึกผิด

“หืม...มีอะไร?”

อาการออดอ้อนอย่างไม่เคยเป็น ทำให้เขาเริ่มสงสัย

“ฉันโกหกคุณ” เธอสารภาพ และเขาก็รอฟัง

“ที่ฉันกลับมาช้า เพราะฉันไปพบกับใครบางคนมา”

มือหนาหมุนปิดหัวเตาๆ ระบายลมหายใจยาวๆ

“ใครล่ะ? แฟนเก่าคุณหรือ?”

“ทำไมคุณรู้ล่ะ?” ทำน้ำเสียงประหลาดใจถาม

ฟรานเชสโก้จับมือเล็กคลายอ้อมแขนเธอออก ก่อนจะหมุนร่างสูงมาเผชิญหน้า พิศมองใบหน้าสวยๆ ที่ทำหน้าม่อยอย่างรู้สึกผิด

หน้าตาอย่างนี้ รูปร่างอย่างนี้ จะบอกว่าไม่เคยมีแฟนมาก่อนก็คงเชื่อยาก และที่เขาเดาได้ง่ายๆ เพราะไม่มีใครที่เธอสมควรจะปิดบังเขา...เท่ากับผู้ชายอีกคน

ฟรานเชสโก้เลิกสนใจเรื่องนี้ เขารีบตักต้มยำใส่ชามใบโต แล้วลำเลียงไปที่โต๊ะ ตอนนี้หิวจนไส้จะขาดแล้ว เรื่องอื่นเอาไว้ค่อยคุยกันทีหลังดีกว่า

เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นว่าทะเลาะกันด้วยโมโหหิวเสียเปล่าๆ แล้วมันน่าโกรธน้อยเสียเมื่อไหร่ ไปหาแฟนเก่าก็ไม่ยอมบอกกันดีๆ อย่างนั้นน่ะเขาจะได้ไม่รอ

ชายหนุ่มปั้นหน้าเรียบเฉย ไม่พูดไม่จา นั่งทานอาหารอย่างหิวจัด เป็นพิจิกาเสียอีกที่ลอบมองหน้าเขาบ่อยๆ แล้วก็เลยพลอยหายหิวไปเลย กินๆ เขี่ยๆ ทุกทีเขายังตักอาหารใส่จานให้บ้าง แต่วันนี้ตักทานคนเดียวหมด และพอเห็นเธอทานไม่หมด ยังรับอาสากวาดล้างจานของเธอจนเกลี้ยงเกลา

“กินทิ้งกินขว้างไม่ดีรู้ไหม? กว่าชาวนาจะปลูกข้าวได้แต่ละเม็ดน่ะ ลำบากมาก” เขาเคยดูสารคดีเกี่ยวกับชาวนาไทย และก็ตั้งใจไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะทานข้าวไม่ให้เหลือเลยสักเม็ด

“คุณไม่ว่าอะไรใช่ไหม? ที่ฉันไม่บอกความจริงกับคุณ”

มือใหญ่รวบช้อนส้อม เงยหน้าขึ้นมามองเธอด้วยใบหน้าเครียดๆ

“นิสัยไม่ดีรู้ไหม?”

ใบหน้างามๆ ง้ำลงเมื่อถูกตำหนิ

“แต่คุณก็ไม่โกรธฉันใช่ไหม?”

“ก็นิดหนึ่ง” ยอมรับตรงๆ

“แล้วทำยังไงจะหายโกรธ”

เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน

“ช่วยเก็บโต๊ะแล้วก็ล้างจานคนเดียวด้วย”

“ได้สิ...แล้วจะหายโกรธไหม?” ถามง้อๆ อย่างคาดหวัง เพิ่งรู้สึกว่าเธอเองก็แคร์เขาเหมือนกัน

“ขอคิดดูก่อนนะ”

“ทำไมต้องคิดล่ะ ตอบมาเลยสิ” ปกติเธอไม่ใช่คนเซ้าซี้แบบนี้เลย

“ถ้าผมแอบไปพบกับแฟนเก่ามาบ้าง แล้วไม่บอกคุณ...คุณจะโกรธไหม?” ถามกลับไป

“โกรธสิ...ไม่น่าถาม”

“แล้วทำไมต้องโกรธผมล่ะ?”

“ก็คุณปิดบังนี่นา ถึงจะเป็นแค่แฟนเก่า แต่ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจทำไมไม่พูดความจริงล่ะ?”

ดวงตาคมฉายแววฉุนนิดๆ จ้องเข้าไปในดวงตาของเธอ

“นั่นแหละ คำตอบเดียวกัน”

พิจิกาสะอึก

อ๋อ! หนามยอกต้องเอาหนามบ่งอย่างนี้ใช่ไหม?

เธอเชิดหน้านิดๆ ก่อนจะเก็บโต๊ะเก็บจานไปล้างเองคนเดียวตามความผิด

ร่างสูงลุกขึ้น ช่วยเก็บจานไปไว้ให้

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันถือเองน่า”

“มันหนัก เดี๋ยวก็ทำหล่นหรอก” เขาว่า

ก็เล่นซ้อนทั้งจานทั้งชามหลายใบอย่างนั้น

สุดท้ายเธอก็หยิบแก้วและเหยือกน้ำไปเก็บแทน ร่างสูงเดินออกไปจากครัว ทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟา กดรีโมทเปิดทีวีดู

คนยืนหน้าซิงค์ เหลียวกลับมามอง ถ้าไม่รีบตะบึงตะบอนกลับไป ก็แปลว่าไม่โกรธสักเท่าไหร่ ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย จึงได้รีบลงมือล้างจานชามเก็บกวาดเช็ดโต๊ะให้สะอาด อันที่จริงจะว่าไป งานพวกนี้เธอก็เคยทำคนเดียวมาตลอด ไม่ได้หนักหนาอะไร

อ้อ! แต่จากที่เคยล้างจานใบเดียว ก็เพิ่มมาเป็นสองใบ...ล้างแก้วใบเดียว...ก็เพิ่มมาอีกใบหนึ่ง

งานไม่ได้หนักขึ้น แต่เธอก็อยากให้มีใครอีกคนมาช่วยมากกว่า มันให้ความรู้สึกดีกว่าที่ต้องทำอะไรคนเดียว

เมื่อเช็ดมือเช็ดไม้เรียบร้อย ก็เดินกลับมานั่งดูทีวีกับเขาเหมือนเช่นทุกวัน

แต่พอก้นเธอแตะลงที่โซฟา ร่างสูงก็ผุดลุกขึ้น

“จะรีบไปไหน?”

มือเล็กรีบฉุดมือใหญ่เอาไว้ทันควัน เรียกว่าแทบจะเป็นอัตโนมัติเลยก็ได้

“กลับบ้าน อาบน้ำ นอน” ว่าโดยไม่หันมาคุยกับเธอ

“และผมก็ไม่ได้รีบ เห็นไหมมันสี่ทุ่มแล้ว” ทุกวันเวลานี้ เธอเป็นต้องไล่ให้เขากลับบ้าน

แต่ไม่ใช่วันนี้...เพราะมือเล็กไม่ยอมปล่อย แถมยังจับแน่นกว่าเดิม

“คุณง่วงนอนแล้วหรือ?”

“เปล่า” ตอบตามความเป็นจริง

“งั้นก็อย่าเพิ่งกลับสิ”

“คุณบอกว่าเราไม่ควรอยู่กันตามลำพัง ในที่รโหฐาน ยามวิกาลไม่ใช่หรือ?” เขาท้วงด้วยคำพูดของเธอ หากนึกกระหยิ่มอยู่ในใจเงียบๆ เพราะอันที่จริงก็ยังไม่ได้อยากจะไปไหน แต่เพราะหลายวันที่ผ่านมา พิจิกาฝึกให้เขาคุ้นชินอย่างนี้มิใช่หรือ?

“ฉันก็ยังไม่ง่วงเหมือนกัน...คุณช่วยอยู่เป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม?...น๊า...” น้ำเสียงออดอ้อนสุดๆ ไม่ยอมปล่อยมือที่จับแขนเขาง่ายๆ

“คงไม่ได้”

เวลาที่โกรธ ตาเธอมักกะพริบถี่กว่าความเป็นจริง และตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกว่าลมร้อนๆ กำลังพุ่งออกหู

ดูรึ เธออุตส่าห์อ้อนวอนงอนง้อขนาดนี้ เขาก็ยังไม่สนใจ

พิจิกาสะบัดมือออกอย่างงอนกลับบ้างแล้ว...ชิ! เล่นตัว

ฟรานเชสโก้ปรายตามามองคนหน้าง้ำงอเป็นม้าหมากรุก เขาชอบให้เธออ้อน กำลังจะดีอยู่แล้วเชียว แต่ผู้หญิงคนนี้ก็ไม่เคยน่ารักได้นานๆ หรือตลอดรอดฝั่งเสียที

“อยู่เป็นเพื่อนไม่ได้ แต่ถ้าอยู่เป็นแฟนได้” คนเล่นลิ้นปล่อยให้เธอโกรธจนควันออกหูว่า ก่อนจะทิ้งร่างลงนั่งที่เดิม ตวัดแขนยาวๆ อ้อมมาโอบหัวไหล่

คนงอนไปแล้ว อย่าคิดมาง้อเสียให้ยาก เลยสะบัดสะบิ้งเล่นตัวไป แต่สุดท้ายก็ถูกเขากอดรัดเอาไว้เสียแน่นเป็นงูเหลือมทีเดียว ดวงตาขึงดุหันขวับมามองเพื่อจะขู่ แต่พอเจอสายตาวามหวานเข้าไป ก็ให้ชะงักค้างนึกไม่ออกว่าจะทำอะไรต่อไปดี

เรียวปากอุ่นร้อนทับทาบลงมาบนริมฝีปากที่เผยอค้าง เพราะจะพูดอะไรก็ลืมไปเสียแล้ว สติถูกดีดกระเด็นไปไกล ตอนนี้อย่าว่าแต่ใจแข็งเลย ร่างทั้งร่าง อวัยวะทั้งสามสิบสองก็พลอยระทวยอ่อนไปด้วย

อ่านเต็มเรื่อง พร้อมให้โหลดแล้วจ้า ^^



ชู้นอกหัวใจ
วชิราภา
www.mebmarket.com
เมื่อผู้ชายคลายเหงา...อยากจะเป็นเจ้าของตัวจริงหัวใจเธอ **********************พิจิกาอกหักยับเยินจากผู้ชายมีเมียแล้วเธอต้องกอบกู้สภาพจิตใจกลับมาให้เร็วที่สุดแล้ว...เขา...ก็ผ่านเข้ามาในชีวิตความบังเอิญที่ได้ช่วยหญิงสาวที่เมาไม่ได้สติทำให้การเริ่มต้นชีวิตที่เมืองไทยของเขาเต็มไปด้วยสีสันและเพราะปิ๊งเธอตั้งแต่แรกเห็นฟรานเชสโก้จึงอาสาช่วยเยียวยาหัวใจให้เขาขอคิดค่าเหนื่อยไม่มากไม่มาย แค่ให้ได้แอ้มเธอบ้างเป็นครั้งคราว...ก็โอเค
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น