ชู้นอกหัวใจ

ตอนที่ 15 : คืนค่ำฉ่ำอารมณ์ 50 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 250
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 ม.ค. 60




“คุณย้ายมาอยู่ที่นี่นานแล้วเหรอ?”

“ก็ประมาณอาทิตย์กว่าๆ”

“อาทิตย์กว่าๆ เท่านั้นเองหรือ? มิน่า”

ถึงว่าสิ ปกติเธอก็ไม่ค่อยได้สนใจเพื่อนบ้านอยู่แล้ว พิจิกาค่อนข้างเป็นคนสันโดษ เธอเพิ่งย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ไม่นาน ก่อนหน้านั้นเธออยู่คอนโดกลางเมือง แต่เพราะไอ้อาการภูมิแพ้กำเริบ แพทย์ประจำตัวเธอจึงแนะนำว่าควรอยู่ในที่อากาศดีๆ เธอจึงมองหาทำเลที่อยู่ใหม่ เพราะถึงยังไงก็ลาออกจากงานดีเงินเดือนแพงไม่ได้ ทุกวันเธอยังขับรถเข้าไปผจญมลพิษ การย้ายออกมาอยู่หมู่บ้านนี้ที่เขียวขจีไปด้วยต้นไม้จึงเท่ากับพักปอดเธอให้หายใจรับอากาศบริสุทธิ์เข้าไปฟอกปอดบ้าง

“ผมเพิ่งย้ายมาอยู่เมืองไทย ยังไม่มีเวลาเตรียมตัวหาที่อยู่ ก็พอดีกับไรวินเพื่อนของผม เจ้าของบ้านหลังนี้ไปดูงานต่างประเทศ เขาก็เลยให้ผมอยู่ที่นี่ไปก่อนชั่วคราว”

“อ้อ...” พิจิกาลากเสียงยาว กระดกขวดไวน์ห้าเปอร์เซ็นต์ในมือกลั้วคอ

หลังจากที่เธอปล่อยโฮเพราะเนื้อหาเพลงที่กินใจ ฟรานเชสโก้ก็พยายามปลอบโยนเธอ กว่าจะสงบลงได้ก็ใช้เวลาพักใหญ่เลยทีเดียว เธอขายหน้านักที่จู่ๆ ก็มาร้องไห้ต่อหน้าผู้ชายอื่น

ก่อนจะเข้าบ้านชายหนุ่มแวะซื้อของที่มินิมาร์ท เธอเลยถือโอกาสหยิบไวน์เบาๆ มาดื่มย้อมใจด้วย และก็เลยติดลมจนมานั่งคุยกันที่สนามหญ้าของบ้านเขา

พิจิกานั่งเหยียดขาไปบนหญ้านุ่ม เท้าแขนแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ยามค่ำคืนอากาศที่นี่เย็นสบาย ได้กลิ่นของต้นไม้ใบหญ้าที่สามารถสูดลมหายใจได้เต็มปอดโดยไม่ต้องรู้สึกตะขิดตะขวงใจเลย เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องอย่างหนึ่งที่เลือกพักอาศัยอยู่ที่นี่ แม้ว่าราคาของมันจะค่อนข้างแพงไปสักหน่อยก็ตามที

“แล้วคุณย้ายมาจากไหนล่ะคะ?”

“มิลาน”

“มิลาน...มิลาน อิตาลี่นะหรือ?” ถามอย่างตื่นเต้น

“ใช่”

อันที่จริงก็ไม่น่าแปลกใจ หน้าตาของเขาก็กระเดียดไปทางนั้นจนเธอคิดว่าเป็นฝรั่งเต็มตัวเสียอีก แต่ไอ้ที่พูดไทยได้ชัดถ้อยชัดคำนี่แหละที่ทำให้ประหลาดใจ

“คุณเป็นคนอิตาลี่ที่พูดไทยได้ชัดมาก”

“ผมไม่ใช่อิตาลี่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แค่ครึ่งหนึ่ง”

อ้อ! มิน่าเล่า

“พ่อผมเป็นคนไทย”

ตอบแล้วยกขวดไลท์เบียร์ในมือขึ้นจิบ รู้สึกสบายและผ่อนคลายขึ้นมาเยอะ เมื่อได้นั่งบนพื้นหญ้า ได้มองดูท้องฟ้า ดูต้นไม้ แม้จะไม่ชัดเจนเท่าในตอนกลางวัน แต่ก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของยามค่ำคืนที่นี่

“งั้นแปลว่าคุณอยู่อิตาลี่มาตลอดเลยหรือ?”

อื้ม! ผมเกิดที่นั่น โตที่นั่น เรียนหนังสือที่นั่น และก็ทำงานที่นั่น”

“แล้วอะไรทำให้คุณย้ายมาอยู่เมืองไทยละคะ?”

เพราะคนไทยยังนิยมจะไปเที่ยวเมืองโรแมนติกในฝันนั่นกันทั้งนั้น แม้แต่ตัวเธอเองด้วยที่อยากไป แต่ยังไม่มีโอกาส

“ผมชอบเมืองไทยมาก ที่นี่มีเสน่ห์ ผู้คนก็จิตใจดี มีน้ำใจ ผมมาเที่ยวที่นี่ทุกปี คิดเอาไว้แล้วว่าสักวันอาจจะได้มาอยู่ เลยฝึกพูดเอาไว้เยอะๆ และก็ได้ใช้ประโยชน์จริงๆ” คนเล่าหน้าตามีความสุขจนเธอพลอยรู้สึกไปด้วย

“เวลคัม ทู ไทยแลนด์ ยินดีต้อนรับสู่ประเทศไทยค่ะ” หันไปกล่าวต้อนรับเขาประสาเจ้าของบ้านที่ดี

ฟรานเชสโก้มองมือเรียวเล็กที่ยื่นมาให้ ก่อนจะยื่นมือไปเช็กแฮนด์ด้วย พิจิกาดูผ่อนคลายขึ้นมากหลังจากที่จู่ๆ ก็ร้องไห้โฮไม่มีปี่มีขลุ่ยเอาเสียจนเขาเหวอไปเลย ซักถามอยู่นานเธอก็ไม่ยอมเล่า เขาจึงได้แต่นั่งเป็นเพื่อนกระทั่งหญิงสาวหยุดไปเอง ดูท่าทางเธอจะเก้อๆ อยู่เหมือนกันที่ร้องไห้ต่อหน้าเขา

“ขอบคุณครับ” เขายิ้มให้

เป็นยิ้มที่มีเสน่ห์...ปาก จมูก คิ้ว คาง ตา ดูจะยิ้มไปเสียพร้อมกันหมด

เพื่อนบ้านของเธอมีหน้าตาหล่อเหลาเทียบเท่านายแบบเลยทีเดียว วูบหนึ่งที่รอยยิ้มนั่นดูดดึงเธอเข้าไปเขา แต่ก่อนที่จะตกหลุมเสน่ห์ พิจิกาก็รีบถอนสายตาหันไปแหงนหน้ามองฟ้าที่ไร้ดาวแทน

“แล้วคุณไปที่ผับนั่นได้ยังไงคะ?”

เขาบอกว่าเพิ่งมาอยู่ เท่าที่เธอรู้ ต้องเป็นสมาชิกคลับอะไรสักอย่างที่กัลยกรถือเม็มเบอร์อยู่หลายเดือนได้ รอให้ตรวจสอบหลักฐานว่าโสดจริงแท้แน่นอนไม่ได้ย้อมแมว ถึงจะได้รับเข้าเป็นสมาชิก

“กฤษณุ ลูกพี่ลูกน้องของผมเขาชวนไป”

“อ้อ...” เธอผงกหน้าเข้าใจ

“แล้วสาวๆ ในนั้นไม่ถูกใจคุณบ้างเลยหรือ? คุณถึงรีบกลับ”

เธอนึกถึงแม่สาวชุดดำที่นัวเนียกับเขา เจ้าหล่อนคนนั้นก็เซ็กซี่ไม่เบาทีเดียว

“อื้ม! ก็ไม่เชิง...แล้วคุณล่ะ?”

 ทั้งที่เพิ่งจูบกับเขามาแท้ๆ เธอกลับทำเหมือนไม่แคร์ ไม่สนใจ เหมือนว่ามันไม่มีความหมายอะไรเลย...นั่นล่ะที่ทำให้เขาตามออกมาหาคำตอบ เมื่อเห็นเธอเดินออกจากผับมา

“ฉันไม่สนุก”

“หรือ?...นึกว่าเพราะจูบของผมไม่ได้เรื่องเสียอีก”

คนกำลังอารมณ์ดีๆ จะตีซี้เนียนๆ กับเขาอยู่แล้วเชียว มาพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกให้อายไปทำไมกัน?

พิจิกาหันไปคว้ารองเท้ากับกระเป๋า คิดว่าอยู่ที่นี่นานเกินไป ควรกลับบ้านไปนอนเสียที

“ดึกแล้ว ฉันกลับล่ะนะ”

“เฮ้! เดี๋ยวสิ” ฟรานเชสโก้ตกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปโดยเร็ว จู่ๆ หญิงสาวก็ขอตัวกลับเสียดื้อๆ

“อู้ย...”

เธอลืมตัวไปว่ามีข้อเท้าข้างหนึ่งไม่สมประกอบดีนัก และการลุกเปลี่ยนท่าเร็วๆ มันก็เจ็บจี๊ดขึ้นมาเตือนให้เธอระมัดระวังสังขารตัวเองบ้าง

ชายหนุ่มละขวดเบียร์ลุกขึ้นช่วยประคอง

“จะกลับจริงหรือ?”

น้ำเสียงนุ่มแผ่วเซ็กซี่เป็นบ้า เธอเงยหน้าขึ้นมามองก็เห็นดวงตาคมกล้ากำลังทอดมองมาอยู่ที่เธอก่อนแล้ว

“ก็ไม่รู้จะอยู่ทำไม?”

หลุบดวงตาต่ำ ไม่สบตากับเขา

“ก็อยู่เป็นเพื่อนกัน...พูดคุย...ดื่ม...”

ไม่รู้อะไรที่ทำให้เขาอยากรั้งเธอเอาไว้ ทั้งที่เห็นพ้องด้วยว่า มันดึกแล้ว แต่คนเราก็ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลตลอดเวลานี่นา

“หรือว่าจะนอนค้างที่นี่ก็ได้”

เสียงนั้นกระซิบที่ริมหู ทำเอาใบหน้าเธอร้อนผ่าวเลยทีเดียว

พิจิการีบผละมือออกจากเขา รับรู้ถึงสัญญาณอันตราย

เธอไม่ใช่ผู้หญิงอย่างนั้น ผู้หญิงที่ผละจากผู้ชายคนหนึ่งก็โผเข้าหาผู้ชายอีกคนเพื่อแก้เหงา ความรักสำหรับเธอมันมีค่า

แล้วเธอได้อะไรจากความรักที่ทุ่มเทให้กับกันตทัศน์ไปบ้างล่ะ?

นอกจากความหวังลมๆ แล้งๆ ที่มาถึงตอนนี้ก็ยิ่งชัดเจนว่ายากที่จะเป็นจริงไปได้ ศกุนตลาไม่ได้ด้อยไปกว่าเธอเลย และถ้าจะพูดตามความเป็นจริง ผู้หญิงคนนั้นถือไพ่ใบเหนือกว่ามาตลอด

หรือต่อให้กันตทัศน์ทิ้งภรรยาของเขามาหาเธอจริง ความรักของเธอกับเขาจะราบรื่นและมีความสุขได้เต็มร้อยจริงหรือ? เธอจะไม่รู้สึกผิดสักกะผีกต่อผู้หญิงด้วยกันเลยหรือ? ความไว้วางใจในตัวเขา จะมีสักแค่ไหน เมื่อครั้งหนึ่งเขายังทิ้งเมียแต่งมาคบกับเธอได้

ทางออกที่สวยๆ ของปัญหานี้ คือเธอซึ่งเป็นบุคคลที่สาม ควรจะเดินออกมาเสีย แต่คนเราไม่ได้จะลบลืมอะไรได้ง่ายๆ โดยเฉพาะผู้หญิงช่างจดช่างจำอย่างเธอ

เวลาเพียงแค่ไม่กี่เดือน ร้อยรัดผูกพันเธอไว้กับผู้ชายที่มีเจ้าของแล้วจนยากที่จะพาตัวเองหลุดออกมา ยกเว้นเสียแต่ว่า จะมีใครสักคนให้เธอสนใจได้มากกว่าเขา คนที่จะช่วยลบความทรงจำนั้นไป แล้วแทนที่ด้วยความทรงจำใหม่ๆ เข้ามา

ร่างที่ลากขาเดินจากมาหลายก้าวหมุนตัวกลับ ฟรานเชสโก้ยังคงยืนอยู่ที่เดิม มองมาที่เธออย่างห่วงใย

“ให้ผมไปส่งดีกว่า” เขารีบก้าวเร็วๆ มาถึงตัว

“คุณพูดจริงหรือ?”

คิ้วเข้มเลิกสูงกับคำถาม...เธอหมายถึงคำพูดไหน?

“ไม่ต้องเกรงใจหรอก เราเป็นเพื่อนกันแล้วนี่” เขาว่าพร้อมกับยิ้มพราวเจ้าเสน่ห์ ไม่รู้ว่าเขากำลังพยายามทำอย่างนั้นอยู่หรือเปล่า?

“ที่ว่านอนค้างที่นี่ได้”

เขาพูดเพียงแค่ต้องการแหย่ให้เธอขำ แต่ท่าทางของหญิงาสาวกลับดูจริงจัง เป็นไปได้ว่าการอยู่คนเดียวมันจะเหงาเกินไป เพราะขนาดเขาก็ยังรู้สึกเหงาเลย

“ได้สิ...ทำไมจะไม่ได้ล่ะ...ที่นี่มี...”

ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ เธอไม่รู้ว่าชายหนุ่มจะโฆษณาชวนเชื่ออะไร ไหนๆ เธอกับเขาก็เคยเลยเถิดกันไปแล้ว อีกสักค่ำคืนหนึ่งจะเป็นไรไป ขอให้เขาพาเธอไปให้หลุดพ้นจากค่ำคืนนี้ก็พอ

รองเท้าและกระเป๋าถือในมือร่วงหล่นลงสู่พื้นสนามหญ้า มือเรียวคว้าลำคอหนาโน้มลงมาหา พร้อมกับเขย่งเท้าข้างที่ไม่เจ็บขึ้นแนบริมฝีปากกับเขา

จูบนี้ให้ลืมใครบางคน...ใครบางคนที่ควรออกไปให้พ้นจากความทรงจำของเธอเสียที

ฟรานเชสโก้อึ้งไปในทีแรก ไม่คิดว่าจะถูกจู่โจมไม่รู้ตัว พอริมฝีปากนุ่มนิ่มนั่นสัมผัสบนเรียวปากเขาอย่างเรียกร้องต้องการ สองมือข้างตัวก็รีบยกขึ้นโอบประคองเอวคอดตะกองกอดร่างเพรียวเข้ามาชิดใกล้ จนแนบไปกับลำตัวด้านหน้า อารมณ์เบื้องลึกที่หลับใหล ถูกปลุกด้วยจูบที่ไม่ใคร่เป็นงานนัก แต่เขาก็ให้คะแนนความพยายามเต็มสิบ ก่อนจะสอนจุมพิตที่เร่าร้อนตอบกลับไปอย่างช่ำชอง

รสชาติของไวน์ดีกรีอ่อนที่เคลือบอยู่บนลิ้นเล็กและกลีบปากจางๆ นั่น กำลังทำให้เขาออกแรงดูดดึงรสชาติเพื่อให้ลิ้มรสที่ชัดเจนขึ้น

รสชาติของไวน์จืดจางลง เหลือแต่รสชาติของเธอล้วนๆ ที่อวลด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ระบายมาพร้อมกับลมหายใจที่ร้อนผะผ่าว...เป็นรสชาติที่ดีกว่ากันเยอะ

กายของเขาเริ่มร้อนฉ่า รู้ทันทีว่าค่ำคืนนี้จะไม่หยุดลงเพียงแค่จูบ บนสนามหญ้านุ่มๆ ดูจะเป็นการเสี่ยงไปสักหน่อยที่เขาและเธอจะโรมรันพันตูอยู่ตรงนี้ เพราะอาจมีคนตาดีเห็นเข้า เขายังไม่อยากให้ตัวเองเป็นพระเอกจำเป็น ถึงแม้จะมั่นใจในรูปร่างและลีลาเกินร้อยก็ตามที

มือหนาลูบผ่านสะเอว เลื่อนต่ำลงไป เลิกชายกระโปรงแคบๆ นั่นขึ้นมา ดันตัวไปข้างหน้า จนพิจิกาเสียหลัก เขาก็ช้อนร่างเธออุ้มขึ้นบนกาย

เสียงหวีดร้องเบาๆ ด้วยความตกใจ ทำให้ริมฝีปากเล็กผละจาก

“ไม่ต้องกลัว”

ร่างใหญ่โตทรงพลัง กระเตงเธอขึ้นไปอยู่บนตัวของเขา เนื้อกายแน่นปั๋งผ่าวร้อนแข็งแรง


อยากอ่านเต็มเรื่อง พร้อมให้โหลดนะคะ ^^

ชู้นอกหัวใจ
วชิราภา
www.mebmarket.com
เมื่อผู้ชายคลายเหงา...อยากจะเป็นเจ้าของตัวจริงหัวใจเธอ **********************พิจิกาอกหักยับเยินจากผู้ชายมีเมียแล้วเธอต้องกอบกู้สภาพจิตใจกลับมาให้เร็วที่สุดแล้ว...เขา...ก็ผ่านเข้ามาในชีวิตความบังเอิญที่ได้ช่วยหญิงสาวที่เมาไม่ได้สติทำให้การเริ่มต้นชีวิตที่เมืองไทยของเขาเต็มไปด้วยสีสันและเพราะปิ๊งเธอตั้งแต่แรกเห็นฟรานเชสโก้จึงอาสาช่วยเยียวยาหัวใจให้เขาขอคิดค่าเหนื่อยไม่มากไม่มาย แค่ให้ได้แอ้มเธอบ้างเป็นครั้งคราว...ก็โอเค
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

4 ความคิดเห็น