ชู้นอกหัวใจ

ตอนที่ 12 : แม่สาวจอมจุ้น 35 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 161
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 ม.ค. 60

 



“ฉันขอตัวไปโทรศัพท์เดี๋ยวนะ”

ร่างเพรียวเดินเซน้อยๆ ลุกจากโต๊ะบอกเพื่อนอีกสองคน

“ไหวหรือนั่น” ตรีทิพย์หันไปพูดกับกัลยกรที่มองตามไปอย่างเป็นห่วงเช่นกัน

พิจิกาเลือกไปรับโทรศัพท์หน้าห้องน้ำ เพราะดูเหมือนตรงนี้เสียงเพลงจะเบาที่สุดแล้ว

“ฮัลโล”

“พิจิอยู่ที่ไหนคะ?”

น้ำเสียงปลายสายร้อนรน เมื่อได้ยินเสียงคนพูดคุย และเสียงเพลงที่ดังแว่วเข้ามาในโทรศัพท์”

พิจิกาบอกชื่อผับชั้นใต้ดินของโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งเขาก็น่าจะรู้จักดีทีเดียว

“มีงานเลี้ยงหรือคะ หรือไปนั่งเล่นเฉยๆ”

“คืนนี้มีปาร์ตี้คนโสดค่ะ พิจิตามเพื่อนมาเปิดหูเปิดตา”

บอกอย่างไม่แคร์ความรู้สึกของอีกฝ่าย กันตทัศน์ควรจะได้รู้บ้างว่าหล่อนไม่ใช่ลูกไก่ในกำมือของเขาแต่ฝ่ายเดียว

ปลายสายนิ่งไปนาน ทำไมจะไม่รู้ว่าจุดประสงค์ของปาร์ตี้คนโสดนั่นจัดขึ้นเพื่ออะไร...เขาไม่ชอบใจ แต่ก็ไม่ได้มีสิทธิ์ที่จะไปสั่งห้ามเธอ

“แล้วจะกลับบ้านกี่โมงคะ ให้พี่ไปรับหรือเปล่า?”

“พี่กันว่างหรือคะ?” ถามกลับไป

“ถึงไม่ว่าง แต่พี่ก็ไปได้ ถ้าพิจิอยากให้ไป เราน่าจะได้คุยกันนะ” น้ำเสียงหนักแน่นว่า

“แล้วพี่เอาภรรยาไปทิ้งไว้ไหนเสียล่ะคะ?”

“เอ่อ...เขาจะกลับบ้านเองค่ะ”

“พิจิก็กลับเองได้เหมือนกัน คงไม่รบกวนเวลาครอบครัวพี่หรอกค่ะ”

 ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าเธอมีสิทธิ์จะหึงหวงเขากับ ผู้หญิงที่มาก่อน และมีสิทธิ์ทุกอย่างมากกว่าเธอหรือเปล่า? แต่ก็อดที่จะประชดประชันไม่ได้

“พิจิก็รู้เรื่องทั้งหมดแล้ว เราคุยกันเข้าใจแล้วไม่ใช่หรือ?” ถามด้วยน้ำเสียงเครียดขึ้ง

“เคยเข้าใจค่ะ” น้ำเสียงกระด้างตอบกลับไป

“แต่คิดว่าตัวเองคงเข้าใจผิดมาตลอด พี่กันไม่ได้จะเลิกกับเขาจริงๆ และพิจิก็ไม่อยากเป็นนางมารร้ายทำลายครอบครัวใครด้วย แค่นี้นะคะ” เธอพูดในสิ่งที่อัดอั้นตันใจทั้งหมด ก่อนจะกดตัดสาย

นัยน์ตาคู่สวยพราวไปด้วยหยาดน้ำตาที่เคลือบคลอ พิจิกามองเงาสะท้อนภาพของตัวเองในกระจกด้วยความรู้สึกอดสูใจ

การที่ได้รู้จักกับภรรยาของกันตทัศน์ทำให้เธอเสียความมั่นใจ อีกฝ่ายทั้งเก่ง ทั้งสวย แถมฐานะยังดีด้วย เธอไม่รู้หรอกว่าพวกเขามีปัญหาอะไรกัน แต่ภาพที่เธอได้เห็นตำตามาสองครั้ง คำบอกเล่าของสุมาลี ยืนยันได้ดีกว่าชีวิตคู่ผัวตัวเมียของพวกเขายังดำเนินไปตามปกติอย่างที่มันควรจะเป็น

และเธอต่างหาก คือผู้หญิงหน้าด้านหน้าไม่อาย ที่คอยแช่งชักให้เขาเลิกรากันอยู่ทุกวัน เรื่องอย่างนี้ตบมือข้างเดียวมันไม่ดัง เธอไม่ได้กำลังจะบอกว่าตัวเองเป็นคนดีเลิศประเสริฐศรีอะไร แต่เธออยากให้กันตทัศน์ชัดเจนกว่านี้ มิใช่เหยียบเรือสองแคมอย่างที่ทำอยู่

สถานการณ์ในตอนนี้ เขาได้เปรียบมากกว่าใคร เพราะถึงจะเลือกหรือไม่เลือกใคร เขาก็ยังมีผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ดี ในขณะที่ผู้หญิงอย่างเธอกับศกุนตลาต้องมาห่ำหั่นแย่งชิงกันเอง และจนถึงตอนนี้ เธอก็เชื่อว่า อีกฝ่ายคงยังไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าถูกสามีนอกใจ

หากว่ากันตทัศน์ตัดใจเลือกใครไม่ได้ เธอจะเป็นฝ่ายเดินออกมาเองอย่างมีศักดิ์ศรี มีผู้ชายน้อยเสียเมื่อไหร่เล่าที่สนใจ และเข้าแถวเพื่อรอยื่นใบสมัครอยากจีบเธอ

คนอย่างพิจิกาจะไม่ยอมตกเป็นรองหรือเป็นตัวเลือกของใครอีก ข้างนอกนั่น มีผู้ชายอีกเป็นเบือรอให้เธอทอดสะพานไปให้ แล้วจะมัวมาโศกเศร้าโศกาไปไย

เพียงกะพริบตาสองสามครั้ง วาวน้ำใสๆ ในดวงตาก็หายวับไป

มือเรียวหย่อนโทรศัพท์ลงในกระเป๋าถือ หยิบลิปสติกออกมาเติมริมฝีปาก เลือกสีแดงเจิดจรัสที่บ่งบอกถึงความมั่นใจ เจ้าเสน่ห์ และพร้อมที่จะเปิดโอกาสให้กับตัวเอง

+++++++++

 

“จะไปไหน?”

กฤษณุรั้งต้นแขนหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่กวักเรียกสาวๆ เข้ามาชนแก้วได้ไม่หยุดหย่อน มีฟรานเชสโก้มาด้วย ก็คล้ายกับมีเทพีแห่งโชคติดตัวมา เสียแต่ว่าเจ้าหล่อนพวกนั้นพุ่งสายตาไปยังญาติหนุ่มเลือดผสมมากกว่าที่จะสนใจเขา แต่ก็เอาเถอะ สาวๆ ที่เหลือ เขายินดีรับเอาไว้ทั้งหมด

“ฉันจะไปห้องน้ำเสียหน่อย”

“อ้อ...”

ครานี้เขาไม่รั้ง ปล่อยให้ร่างสูงนั่นลุกเดินจากโต๊ะไป หันมาสนใจสาวๆ รอบกายต่อ ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกลมีหลายคนที่ทิ้งสายตาให้ และเขาก็แอบเล็งๆ ไว้ว่าอยากกลับบ้านไปกับคนไหน

ฟรานเชสโก้เดินมุ่งหน้ามาทางห้องน้ำ...เขาไม่ได้ปวดฉี่หรืออยากล้างมือ แต่เพราะบังเอิญเหมือนจะเจอคนรู้จักเดินมาทางนี้

คนรู้จักที่บอกกับเขาว่ามีแฟนแล้ว แต่กลับมาร่วมงานปาร์ตี้คนโสด...มันยังไงกันแน่

ร่างสูงยืนเตร่อยู่ที่หน้าห้องน้ำ รออยู่นานสองนาน ก็ยังไม่เห็น จนเริ่มไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า?

นี่เขาคงไม่ได้คิดเรื่องเจ้าหล่อนมากเกินไป จนทำให้ตาลายมองคนผิดไปหรอกนะ

นานแล้วที่เขาไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนแบบนี้ จะมีก็แต่ฝ่ายตรงข้ามมาทอดสะพานให้ และสำหรับหนุ่มนักผจญภัยที่ต้องการความแปลกใหม่ท้าทายแล้ว เขาชอบที่จะเป็นผู้ล่ามากกว่าจะถูกล่าเสียเอง เว้นเสียแต่พรานสาวพวกนั้นสวยถูกใจ หรือคุยกันถูกคอ เขาก็อาจจะยอมเออออห่อหมกไปด้วย

แล้วคนอยู่ที่รอคอยก็ปรากฏตัวขึ้น ดึงเขาให้หลุดจากภวังค์ความคิดทั้งปวง

เฮ้! เจอกันอีกแล้วนะครับ” รีบเอ่ยทักก่อนที่หญิงสาวจะเดินเลยผ่านไป

พิจิกากำลังจะกลับไปนั่งร่วมโต๊ะกับเพื่อนๆ เธอหายมานานเกินไป เท้าที่ก้าวฉับๆ อย่างมาดมั่นมีอันให้หยุดกึกลง พร้อมกับเหลียวเสี้ยวหน้างามมามองอย่างไม่แน่ใจ ว่ามีใครกำลังทักเธออยู่หรือเปล่า

ร่างที่พิงกำแพงหยัดตัวขึ้นยืนเต็มความสูงที่ทำให้เธอต้องแหงนหน้าน้อยๆ ขึ้นมอง ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลา คิ้ว คาง ปาก จมูก ดวงตาที่คุ้นเคยอยู่เหมือนกัน กำลังมองตรงมา ใบหน้าอยู่ห่างกันแค่ไม่กี่คืบ

ริมฝีปากหยักสวยได้รูปคลี่ยิ้มเต็มริมฝีปากลามไล่ไปถึงดวงตาพราวเจ้าเสน่ห์บอกให้รู้ว่ายินดีแค่ไหนที่ได้พบเจอกันอีกครั้งหนึ่ง

เธอกะพริบตาปริบๆ รื้อความทรงจำไม่นานนักก็ระลึกได้ในทันทีว่าเคยเจอคนตรงหน้าที่ไหน หัวใจที่กำลังเข้มแข็งขึ้นมาเมื่อครู่นี้ แล่นลิ่วตกไปอยู่ใต้ฝ่าเท้าอีกครั้งหนึ่ง

“ผมเชสเพื่อนบ้านของคุณไง?” เขาเอ่ยแนะนำตัวอีกครั้ง หวังย้ำความทรงจำ

เธอจำเขาได้ และนึกขอบคุณที่ชายหนุ่มแนะนำตัวเพียงสั้นๆ เลือกใช้คำว่า เพื่อนบ้าน แทนคำว่า คู่นอนคืนเดียว

“ดีใจที่ได้พบคุณอีก”

ส่วนเธอบอกตัวเองไม่ถูกเหมือนกันว่าจะ ดีใจ หรือเสียใจ ดี กับการพบกันอีกครั้งหนึ่ง

“คุณมาเที่ยวหรือครับ?”

แนวขนดำดกที่พาดผ่านเหนือดวงตาคมคายเลิกนิดๆ ตอนที่ถาม

ก็แล้วทำไมเธอจะมาเที่ยวในที่แบบนี้ไม่ได้ล่ะ

“ค่ะ” ตอบกลับไปเพียงสั้นๆ

“ปาร์ตี้คนโสด”

เขาเหมือนจะย้ำความมั่นใจ

4 ความคิดเห็น