ภารกิจยั่วสวาท

ตอนที่ 8 : ผู้หญิงที่น่าทึ่ง - 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    12 พ.ย. 59

 




“อื้อหึ” 

ใบหน้าคร้ามเข้มหล่อเหลาผงกรับ

 “ผมต้องทำงานกับคนไทยนี่นา เผื่อคุณนินทาผมจะได้รู้”

อินทุอรค้อนเขาน้อยๆ นึกว่าอยากเรียนไปทำไม ที่แท้ก็กลัวเธอจะนินทานั่นเอง

“ฉันไม่เสียเวลานินทาหรอกค่ะ มีอะไรฉันต่อว่าคุณตรงๆ เลยดีกว่า”

ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ เชื่อเพราะสาวเจ้าเป็นคนเปิดเผย โกรธฉุนไม่พอใจ แสดงออกชัดในสีหน้า แต่ถ้าเทียบกับเอลซ่าคนรักของเขา ก็ถือว่าอินทุอรอ่อนข้อ และประนีประนอมกว่ามากทีเดียว

บ้านพักที่ลุงทองถมและป้ากัลยาเตรียมไว้ให้เธอและเขา เป็นบังกะโลสองหลังที่อยู่ใกล้กัน หากกระนั้นก็มีความเป็นส่วนตัว เมื่อมาส่งเสร็จลุงทองถมก็ขอตัวไปช่วยป้ากัลยาเตรียมข้าวปลาอาหาร อินทุอรกับโดมินิคจึงแยกย้ายเข้าห้องพักของใครของมัน เพื่อที่จะได้เก็บสัมภาระ พร้อมกับอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วไปทานอาหารมื้อเช้าควบเที่ยงเสียที่เกาะแสนดาวเป็นมื้อแรกของวัน

ห้องพักของเขาปลูกสร้างด้วยไม้เนื้อแข็ง ไม่แน่ใจว่าเป็นไม้อะไร ห้องใหญ่กว้างขวาง ตั้งเตียงหลังใหญ่ มีเครื่องเรือนและเฟอร์นิเจอร์ที่เข้ากัน ที่นี่ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกหรือเครื่องใช้ไฟฟ้ามากมาย ไม่ได้ติดแอร์คอนดิชั่นมีเพียงพัดลมแบบโบราณ ห้องน้ำด้านหลังเป็นแบบหลังคาเปิดโล่งเข้ากับธรรมชาติ ผนังเป็นปูนฉาบหยาบๆ ลงสีส้มอิฐ จะให้เลือกอาบน้ำพร้อมยืนชมดาวไปด้วย หรือนอนแช่ในถังไม้ก็ได้บรรยากาศดี โดมินิคตั้งใจไว้ว่าเขาจะต้องมานอนแช่ถังไม้นี่สักครั้งหนึ่งให้ได้

ยี่สิบนาทีต่อมา เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เดินออกมาที่หน้าห้องพัก เขาก็เห็นอินทุอรกำลังเก็บดอกไม้ที่หล่นอยู่ตามพื้นหญ้า

หญิงสาวอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาว และกระโปรงยาวสีหวาน ปล่อยผมยาวหยักสยายที่ยังหมาดชื้นล้อกับสายลมที่พัดมาเบาๆ ใบหน้างามผิวสีน้ำผึ้งโดดเด่นแม้จะไม่ได้แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเพิ่มเติม ด้วยเจ้าตัวเป็นคนที่สวยและมีเครื่องโครงหน้าที่โดดเด่นอยู่แล้ว ท่ามกลางหมู่แมกไม้ และแสงที่ส่องลอดผ่านลงมารำไร ทำให้ภาพตรงหน้า งดงามคล้ายดั่งภาพวาด หรือภาพฝันมากกว่าจะเป็นภาพจริง

สองเท้าเดินก้าวเข้าไปหาดั่งถูกสะกด กระทั่งยืนหยุดนิ่งตรงหน้า อินทุอรช้อนสายตาเงยหน้ามามอง พร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนที่จะยืดตัวขึ้น แล้วยื่นดอกไม้ที่เก็บได้เต็มกำมือให้เขาดู

“ดอกอะไร?”

“ดอกปีบค่ะ อีกชื่อเรียกว่ากาสะลอง”

“หอมไหม?” 

เขาถาม หากสายตาจับจ้องอยู่ที่ผิวแก้มนวลเนียนและใบหน้างามมากกว่าจะมองดอกไม้

“ลองดมดูสิคะ” 

ยิ้มหวานบอก พร้อมกับยื่นดอกไม้ในมือมาใกล้กับจมูกโด่ง

โดมินิคก้มหน้าลง สูดดมกลิ่นหอมเย็นจมูก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้ม

“หอมดี” 

เขาว่าพร้อมกับแหงนหน้ามองต้นสูงชะลูดของมัน กาละลองดอกแล้วดอกเล่าร่วงหล่นมาตามสายลมยามสายที่พัดพลู ราวกับสายฝนที่บางเบา เมื่อเขายื่นมือออกไปรับ ดอกหนึ่งที่ยังสวยสดเพราะเพิ่งปลิดขั้วจากกิ่งก็หล่นลงมาบนฝ่ามือพอดี ชายหนุ่มใช้ป้ายนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มืออีกข้างหนึ่ง หยิบมันขึ้นมาพิศมองดู

“ปีบเป็นไม้ที่ลำต้นเป็นทรงสวย ดอกหอม เป็นไม้ป่าที่ถือกำเนิดในพม่าและประเทศไทย ทนต่อความร้อนและแห้งแล้ง จะขึ้นดีในที่ร้อนชื้น รูปทรงของดอกจะห้อยลง ดอกจะบานในตอนกลางคืน ส่งกลิ่นหอมเย็น ดอกหนึ่งจะมีอายุราวหนึ่งเดือนก็จะร่วงหล่น ดอกปีบจะหอมอยู่ได้นานเพราะเหมือนมีแว็กเคลือบอยู่ที่กลีบดอก คนจึงนิยมนำมาสกัดเป็นน้ำหอมหรือน้ำมันสำหรับนวด” 

อินทุอรอธิบายช้าๆ เว้นจังหวะการพูดให้ชวนฟัง

“นอกจากรู้เรื่องงานในรีสอร์ท คุณยังรู้เรื่องดอกไม้ พันธุ์ไม้ด้วยหรือ?” 

เขาถามอย่างทึ่งนิดๆ

“ก็ไม่รู้ไปทุกอย่างหรอกค่ะ พอดีว่าที่บุหลันดาวีสปาใช้น้ำมันหอมดอกปีบนวดให้ลูกค้า ฉันก็เลยพอจะรู้จักคุณสมบัติของดอกปีบ” 

หญิงสาวออกตัว

โดมินิคพยักหน้า คำพูดของบิดาเริ่มได้รับการพิสูจน์ให้เขามั่นใจทีละน้อย

“แล้วคุณจะเก็บดอกปีบพวกนี้ไปทำไมกัน?”

“เอาไปวางไว้ที่หัวนอนก็หอมดี หรือไม่ก็เอาไปจัดแจกันได้”

“แต่มันไม่มีก้าน” 

ชายหนุ่มแย้ง เพราะคิดว่าดอกไม้ที่จะจัดแจกันนั้น จะต้องมีก้านทรงสูงถึงจะจัดได้

“เดี๋ยวฉันจะทำให้คุณดูค่ะ” 

บอกเขายิ้มๆ 

“ตอนนี้เราไปทานมื้อเที่ยงกันก่อนดีกว่า คุณหิวแล้วนี่คะ”

“ไปสิครับ เลดี้เฟิร์ส” 

เขาว่าพร้อมกับผายมือเชิญให้เธอเดินไปก่อน

อินทุอรยิ้มพร้อมทิ้งปรายสายตาหวานให้แทนคำขอบคุณ ก่อนจะเดินนำหน้าไป โดมินิคยิ้มพอใจที่หญิงสาวว่าง่าย ไม่ใช่ว่าเขาจะเป็นสุภาพบุรุษอะไรหรอก แต่เขาอยากมองเธอได้เต็มตา โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ว่ากำลังถูกจับจ้องมองอยู่ต่างหาก แม้จะเป็นเพียงด้านหลัง แต่ก็ช่างเป็นภาพด้านหลังที่น่ามองเหลือเกิน

ผมสีน้ำตาลไหม้เป็นเงางามปกคลุมถึงกลางหลัง หากก็ยังมีแขนเรียวๆ สีน้ำผึ้งนวลตา และเรือนร่างที่อวดโชว์ในเสื้อกล้ามสีขาว ยังจะสะโพกงอนงามที่ขยับไหวทุกการก้าวเดิน แค่นี้เขาก็เพลินตาไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

การที่เขาจะกระชุ่มกระชวยเพลินตาเพลินใจไปกับความสวยงามของสิ่งมีชีวิตที่อรชรอ่อนหวานบนโลกนี้ คงไม่นับว่าเป็นการนอกใจหรือไม่ซื่อสัตย์ต่อเอลซ่าหรอก เพราะก็แค่มอง ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ชายหนุ่มคิดอย่างเข้าข้างตัวเอง

เดินมาไม่ไกลนัดก็มาถึงศาลาทรงบาหลีริมสระน้ำ ที่ป้ากัลยาและลุงทองถมเตรียมอาหารมื้อกลางวันเอาไว้ให้ ซึ่งเต็มไปด้วยอาหารทะเลสดใหม่ ทั้งกุ้ง ปู และปลาหมึก

อินทุอรเสียบดอกปีบเต็มกำมือลงในแก้วน้ำจนอัดแน่นยื่นไปใกล้ๆ ให้ชายหนุ่มดู

“เห็นไหมคะว่ามันจัดลงแจกันได้”

ชายหนุ่มผงกหน้า มองดูการจัดดอกไม้ที่เก๋ไก๋ไปอีกแบบและไม่เคยเห็นมาก่อน แถมตั้งไว้บนโต๊ะอย่างนี้ ยังหอมดีอีกด้วย

“คุณแพ้อาหารทะเลหรือเปล่าคะ?” 

เอ่ยถามชายหนุ่มอย่างใส่ใจ

ใบหน้าคร้ามเข้มผงกหน้ารับ เท่านั้นหญิงสาวก็หน้าตื่น

“ตายจริง แพ้อะไรบ้างคะ เพราะตอนนี้ที่นี่มีแต่อาหารทะเล ทำไมคุณถึงไม่บอกฉันก่อนมา เราจะได้หาซื้อเสบียงเตรียมมารับประทานที่นี่ด้วย” 

ต่อว่าเขานิดๆ ท่าทางตกอกตกใจเป็นห่วงนั่น ทำให้ชายหนุ่มยิ้มอย่างขันๆ

“ผมแพ้ทุกอย่างตรงหน้านี่เลย เห็นแล้วอยากกินไม่หยุดทุกที” 

ว่าไปนั่น

อินทุอรค้อนควัก คนที่เล่นลิ้นทำเอาเธอใจหายใจคว่ำ

“ว่าแต่ทานได้รึยังครับ? หิวจนไส้กิ่วแล้ว”

“หิวก็ทานสิคะ”

“แล้วคุณลุงกับคุณป้า”

“ลุงถมกับป้ากัลน่ะหรือคะ? แกทานเรียบร้อยแล้วค่ะ”

“โอ้โห อย่าบอกนะว่านี่สำหรับเราแค่สองคน” 

ชายหนุ่มตาโตกับเมนูอาหารห้าอย่างตรงหน้า ซึ่งล้วนจัดมาในจานเปลชามใหญ่ๆ เรียกว่ามีให้กินจนจุใจเลยทีเดียว

“ค่ะ ของเราสองคน ป้ายาคงเห็นว่าคุณตัวโตน่าจะทานเยอะ เลยจัดมาให้เสียชุดใหญ่”

“ผมรับรองว่าจะไม่ให้เขาผิดหวัง”

 ชายหนุ่มว่า รีบคว้าปูตัวโตมาใส่จานเป็นอย่างแรก

“น้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรไทยแท้ๆ ไม่มีพวกครีมซอสให้จิ้มหรอกนะคะ คุณจะทานได้ไหม?” 

เอ่ยถามหยั่งเชิง เมื่อได้กลิ่นพริกกระเทียมเข้มข้น ผสมกับน้ำปลามะนาวชวนให้น้ำลายสอเป็นที่สุด เมื่อจิ้มด้วยกุ้งเผา ปลาหมึกและปูตัวโตๆ ที่ท่าทางว่าจะหวานนุ่มด้วยความสดใหม่

“ได้สิ ทานได้อยู่แล้ว ของอร่อยๆ ทั้งนั้น”

อินทุอรลอบยิ้ม...นึกอยู่ในใจ แล้วจะคอยดูว่าจะกินได้เหมือนที่พูดรึเปล่า?

“อื้อหื้อ สดมาก หวานอร่อย” 

เขาว่า พร้อมกับแกะกรรเชียงปูจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดรสชาติจัดจ้านของป้ากัลยา โซ้ยเอา โซ้ยเอา พร้อมเสียงซี๊ดซ๊าด ยกนิ้วโป้งให้ถึงความแซ่บจริง อร่อยจริง หมดมาดฝรั่งผู้ดีเลยทีดียว

เหงื่อเม็ดเป้งๆ ผุดล้นออกมาจากผิวสีขาวที่ตอนนี้เริ่มกลายเป็นสีแดง อากาศที่ศาลาไม่ถึงกับร้อนอบอ้าว ด้วยมีน้ำล้อมรอบและยังจะร่มเงาของต้นไม้ใหญ่มาช่วยไว้ แต่เป็นเพราะรสชาติเผ็ดร้อนแบบไทยๆ ของอาหารที่กำลังรับประทานอยู่มากกว่าที่ทำให้ฝรั่งหนุ่มลืมตัวขนาดนี้

“น้ำเย็นค่ะ” เธอยื่นแก้วน้ำให้เขา

“มือผมเลอะไปหมดแล้ว...น้ำจิ้มนี่เผ็ดจัง” 

บ่นปากคอสั่นด้วยความเผ็ด

แหม! เพิ่งรู้หรือไงว่าเผ็ด กินไปตั้งมาก

เธอแอบค่อนขอดเขาอยู่ในใจ แต่พอนึกได้ว่าต้องมายั่วให้ชายหนุ่มตกหลุมรัก ก็ยิ้มหวานให้ ยื่นแก้วน้ำไปจ่อที่ริมฝีปากป้อนให้เขาราวกับเต็มอกเต็มใจ โดมินิครีบดื่มน้ำอักๆ ราวกับกระหายจัดทีเดียว

“คุณต้องทานผักสดเครื่องเคียงนี่ด้วยค่ะ จะช่วยลดความเผ็ดได้” 

เลื่อนจานผักสดให้อย่างเอาใจ พร้อมกับยื่นผ้าให้เช็ดมือ ชายหนุ่มคว้าแตงกวาสดเข้าปากตามคำแนะนำ และก็เป็นจริงดั่งที่อินทุอรว่า เพราะมันช่วยลดรสชาติเผ็ดร้อนผ่อนลงไปได้จริง แถมยังช่วยให้เบาท้องขึ้น รสชาติของผักก็สด กรอบ หวาน สิ่งหนึ่งที่เขาจะไม่ลืมนำมาโปรโมทบุหลันอันดา ก็คืออาหารเลิศรสของที่นี่...โดมินิคบันทึกเอาไว้ในหัว

หลังมื้อกลางวันอันแสนอร่อยและอิ่มแปล้ อินทุอรก็ชวนเขาเดินดูรอบๆ รีสอร์ทเป็นการย่อยอาหาร แสงแดดจัดจ้านแต่อากาศไม่ร้อนอย่างที่คิด เพราะมีร่มเงาของแมกไม้ช่วยบดบังและลดทอนความร้อนไปได้มาก ยังจะลมทะเลที่พัดมาอย่างต่อเนื่องทำให้เข้าใจว่าทำไมที่นี่ถึงไม่ต้องติดแอร์คอนดิชั่น

“ที่รีสอร์ทใช้ไฟจากไหน ผมเห็นในห้องพักมีเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ไม่กี่ชิ้น ไม่มีทีวีด้วย”

“ตอนนี้เราใช้ไฟจากเครื่องปั่นไฟที่ต้องเติมน้ำมัน แต่คุณพ่อคุณสั่งติดแผงโซล่าเซลล์ อีกหน่อยเราจะเปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์แทน”

ชายหนุ่มผงกหน้าเห็นด้วยและนึกชมบิดาที่มีสายตายาวไกลมองเผื่อไปถึงอนาคต

“ส่วนที่ในห้องพักไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าคอยอำนวยความสะดวก เพราะเราอยากให้ลูกค้าที่เข้ามาพัก ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ออกมาทำกิจกรรมต่างๆ ที่ทางรีสอร์ทจัดไว้ ให้สมกับการมาพักผ่อนมากกว่าจะเอาแต่ขลุกอยู่ในห้องค่ะ” 

ว่าพร้อมกับชี้ไปตามทางเดิน

“เรามีทางปั่นจักรยาน มีเปลให้นอนฟังเสียงนกร้อง” 

ชี้ไปยังเปลญวณที่ถักด้วยเชือกสีขาว ที่โดมินิคแอบจับจองเอาไว้ล่วงหน้าว่าเขาจะแอบมานอนงีบตรงนั้นเสียหน่อย

“และการทัวร์เกาะเที่ยวทางทะเล แพ็คเก็จส่วนใหญ่จะอยู่ที่สามวันสองคืน กลางวันเราจะเน้นเที่ยวทางน้ำเป็นหลัก เพราะทะเลแถบนี้มีเกาะแก่งสวยๆ เยอะแยะ ดำน้ำ ดูปะการัง อีกวันก็จะพาไปชมหมู่บ้านชาวเล ดูชาวบ้านทำผ้ามัดย้อมเผื่อจะลองหัดทำกลับไปเป็นที่ระลึกกันคนละผืนสองผืนก็ได้ เลือกซื้ออาหารทะเลแห้งที่เป็นผลผลิตของชาวบ้าน ส่วนกิจกรรมในตอนกลางคืนก็มีการตกหมึก อีกคืนก็พักผ่อนไป อยู่ที่นี่ แค่เดินเล่น สูดอากาศบริสุทธิ์ มองต้นไม้  หรือไปนอนดูดาวที่ชายหาดก็เป็นการพักผ่อนที่เยี่ยมยอดแล้วค่ะ”

โดมินิครับฟังน้ำเสียงลื่นหูของอินทุอรยามที่เธออธิบายด้วยความสนใจ ดวงตาก็จับจ้องที่ริมฝีปากสีมะเหมี่ยวที่ขยับขึ้นๆ ลงๆ อย่างเพลิดเพลินจำเริญใจ หญิงสาวน่าจะไปยึดอาชีพเป็นไกด์ หรือมัคคุเทศก์รับรองต้องรุ่งแน่ๆ แต่ไม่เอาดีกว่า ให้เธอเป็นผู้ช่วยเขาอย่างนี้แหละดีแล้ว

“แล้ววันนี้มีโปรแกรมอะไรต่อหรือเปล่า?”

“พักผ่อนตามอัธยาศัยค่ะ ไว้ค่ำๆ ค่อยเตรียมตัวไปตกหมึก”

“โอเค แล้วคุณจะทำอะไรต่อตอนนี้”

“ฉันจะเดินไปคุยกับป้ากัลกับลุงถมเสียหน่อย ไปด้วยกันไหมคะ?”

“อื้ม...” 

เขาครางยาวในลำคอ ทำท่าคิด 

“ผมหมายตาเปลญวณตรงนู้นไว้ ดูท่าลมกำลังพัดโชยเย็นสบายทีเดียว แบบว่าทานเยอะนะ กินอิ่มก็ชักจะง่วงๆ”

 บอกพร้อมยกมือลูบท้องประกอบ

อินทุอรพยักหน้าอย่างเข้าใจ เห็นว่าเขาเดินทางไกลมาถึงเมื่อวาน และอาจจะยังอ่อนเพลียต้องการพักผ่อนจึงไม่ทักท้วงอะไร

“งั้นไว้ค่ำๆ เจอกันนะคะ” 

เธอบอกก่อนจะแยกตัวไป ทิ้งเขาไว้เพียงลำพัง

โดมินิคมองตามร่างสูงโปร่งอวบอั๋นนั่นไปกระทั่งหญิงสาวลับสายตา อย่างน้อยก็ไม่ผิดหวังเท่าไหร่ ทั้งผู้ช่วยสาวที่เริ่มเข้ากับเขาได้ดี และบรรยากาศของที่เกาะแสนดาวนี่ ทำให้เขารู้สึกราวกับเป็นช่วงฮอลิเดย์เสียมากกว่าเป็นการมาทำงาน

ร่างสูงหันไปมองรอบๆ ทิวไม้ใหญ่ส่วนมากเป็นมะพร้าว และจากตรงนี้ยังมองเห็นทะเลที่น้ำสีฟ้าใสแจ๋ว เสียงคลื่นซัดดังมาให้ได้ยิน หาดทรายสีขาว ท้องฟ้าสีฟ้า มีเมฆขาวประปราย มีต้นไม้สูงใหญ่ใบเขียวโดยรอบ ตรงนี้เป็นชายหาดส่วนตัว ที่พักส่วนตัว ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากเกาะส่วนตัว นี่มันสวรรค์บนดินชัด

บุหลันอันดาดูท่าจะไปได้ดี ถ้าชูเรื่องธรรมชาติเป็นจุดขาย ความหนักใจอย่างยิ่งยวดในทีแรกที่ได้ยินว่า บิดาใช้ให้เขามาบุกเบิกรีสอร์ทที่เสียหายจากคลื่นสึนามิเมื่อหลายปีก่อน เริ่มลดทอนลงไปเมื่อเห็นสถานที่ ทรัพยากรที่มี รวมถึงผู้ช่วยคนเก่งอย่างอินทุอร

ร่างสูงเดินมาถึงเปลญวณที่ผูกไว้ระหว่างต้นมะพร้าวสองต้น มันช่างเป็นทำเลที่เหมาะเหม็งเหมาะแก่การพักผ่อนเสียจริง เขาไม่ลืมที่จะแหงนหน้าดูลูกมะพร้าวหรือทางมะพร้าวแห้ง เพื่อจะได้แน่ใจว่าปลอดภัยแน่ที่นอนทอดหุ่ยสบายอารมณ์ใต้ต้นมัน เพราะลมแรงๆ ที่พัดมาให้เย็นสบาย ก็ทำให้หวาดเสียวด้วยว่า อาจจะพาอะไรหล่นมาใส่หัวเขาได้

เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแน่ โดมินิคจึงไม่รอช้าที่จะขึ้นไปนอนบนเปลญวณ มองต้นไม้ มองนก มองฟ้า และก็เห็นว่ากิ่งก้านใบของต้นไม้ใหญ่ที่ไหวใบปกคลุมให้ร่มเงา มีแสงอาทิตย์ลอดผ่านระยิบระยับ

“เหมือนดูดาวตอนกลางวันเลย” 

เอ่ยพึมพำเปรียบเปรยภาพที่เห็น

นี่ไงล่ะ จุดขายอีกอย่างของบุหลันอันดา ณ เกาะแสนดาว ที่นี่มีดาวให้ดูในตอนกลางวันด้วย เพียงแค่วันแรกที่มาถึงเขาก็รู้สึกตกหลุมรักที่นี่เสียแล้ว...

บุหลันอันดา...สวรรค์แห่งอันดามัน...ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น

คอนเซ็ปต์นี้เข้าท่าไม่น้อย...ทุกอย่างไม่เกินจริง ขอเพียงคุณลองมาสัมผัส

ดวงตาสีฟ้าพราววับเต็มไปด้วยความคิดและไอเดียดีๆ ที่งอกออกมาเรื่อยๆ

โลเคชั่นดีๆ บรรยากาศดีๆ ก่อให้เกิดสิ่งดีๆ ได้มากมาย...ความคิดต่างๆ หลั่งไหลออกมาจากสมองไม่ได้หยุด หากไม่เป็นเพราะอาหารทะเลที่แน่นเต็มท้อง...ลมทะเลพัดโชยเย็นสบาย และอากาศสดชื่นที่สูดได้เต็มปอด ทำให้เขาเริ่มรู้สึกง่วงงุนทีละนิด กระทั่งเปลือกตาปิดสนิททีเดียว

+++++++++

 

คุณดอมคะ ตื่นเถอะค่ะ

เสียงหวานปลุกเขา ชายหนุ่มหรี่ตามขึ้นมอง ก่อนจะครางเบาๆ ในลำคออย่างขัดใจ ยังไม่อยากตื่น

คุณดอมคะ ตื่นสิ ไม่งั้นฉันจะลงโทษคุณ

เสียงดุขึ้นมาเล็กน้อย แต่นึกหรือว่าเขาจะกลัว

ใบหน้างามชะโงกลงมาหา

ไม่ตื่นใช่ไหม? งั้นต้องเจอแบบนี้

ว่าแล้วเธอก็โน้มตัวลงมาบดเบียดทรวงอกหนั่นแน่นอวบอั๋นเข้ากับหน้าอกของเขา พร้อมกับจดริมฝีปากลงมา

“อื้ม...อื้ม...อื้ม....” 

เขาครางอู้อี้เมื่อถูกจูบจู่โจมนั่น ทำไมกลิ่นของหญิงสาวถึงได้ตุๆ เหมือนกับไม่อาบน้ำ แถมจูบยังไง เขาเปียกไปทั้งปากทั้งหน้าหมดแล้ว

โดมินิคลืมตาโพลงขึ้นมา แล้วก็ต้องตกใจ เมื่อใบหน้าสวยๆ ของอินทุอรเต็มไปด้วยขนสีน้ำตาลเทารกรุงรัง แถมเธอยังแยกเขี้ยวเข้าใส่เขาอีก



*****อะไรยังไงนี่คุณดอม...-*-

ภารกิจยั่วสวาทพร้อมให้โหลดแล้วนะคะ ^^






ภารกิจยั่วสวาท
วชิราภา/รัชริล
www.mebmarket.com
เพื่อปลดหนี้ก้อนโตและไม่ต้องแต่งงานกับผู้ชายคราวพ่อเธอต้องทุ่มทั้งใจทั้งกายเพื่อยั่วให้ลูกชายเจ้านาย ตกหลุมรัก ******************************************************** “ฉันไม่เล่นกับคุณแล้ว จับโน่นจับนี่ของฉันอยู่ได้”ชายหนุ่มดึงร่างอรชรเข้ามาใกล้ พร้อมกระซิบให้ได้ยินเพียงสองคน“ของคุณหรือ? ผมนึกว่าทั้งหมดนี่เป็นของผมเสียอีก” เขาแตะนิ้วจิ้มลงที่ทรวงอกอวบอิ่มจนผู้เป็นเจ้าของสะดุ้ง “ตรงนี้ก็ใช่...ตรงนี้ก็ใช่...” ชี้ไปที่ลาดไหล่แล้วลูบไล้ไปตามแขนเรียว “ตรงนี้ก็ของผม...นี่ก็ด้วย” ลูบผ่านหน้าท้องนวลเนียนก่อนจะเลื่อนต่ำลง มือบางรีบคว้าหมับจับเอาไว้ก่อนที่เขาจะตะปบลงตรงส่วนสำคัญผู้ชายคนนี้รู้จักอายกับใครบ้างไหมนี่?หน้ามึนก็ที่หนึ่ง...หน้าไม่อายก็ที่สุด เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยเห็น“อะไรๆ ของฉันก็เป็นของคุณหมดเลยนะคะ” พูดประชดคนโลภมาก “แล้วมีอะไรที่เป็นของฉันบ้างล่ะ” ช้อนสายตาขึ้นมาถามโดมินิคยิ้มเผล่นัยน์ตาเป็นประกายระยิบระยับจับมือบางมาตะปบที่คลื่นลอนซิกแพ็ก“นี่ไงล่ะของคุณ” อินทุอรอึ้งไปปล่อยให้มือใหญ่ลากจูงมือน้อยไล่ขึ้นมาที่หน้าอก“นี่ก็ของคุณ”เธอกลืนน้ำลายรู้สึกลำคอแห้งผาก กะพริบตาปริบๆ เมื่อเขายังลากมือต่อไปยังหน้าอกเบื้องซ้าย“ตรงนี้ก็ของคุณ” นัยน์ตาเชื่อมหวานจ้องมองล้ำลึกเขาหมายถึงเจ้าก้อนเนื้อมีชีวิตที่เต้นตุ๊บๆ อยู่ข้างในจนเธอรู้สึกได้นั่นใช่ไหม?หัวใจของเขาเป็นของเธออย่างนั้นหรือ?ครานี้แพขนตาหนาดกกะพริบถี่ยิบห้ามม่านน้ำตาเอาไว้ด้วยความตื้นตันใจ ซาบซึ้ง เพราะแม้แต่ตัวเธอเองยังไม่กล้าที่จะยกหัวใจให้ใครได้ง่ายๆ เธอซาบซึ้งปลื้มปริ่มเสียจนน้ำตาแทบไหล หากเขาไม่พามือเล็กลากลงไปด้านล่างกึ่งกลางกายให้มือน้อยตะปบลงไปบนความแข็งกร้าวที่พร้อมพรั่กซึ่งตอนนี้กำลังขยับขยายเต็มไม้เต็มมือ“และตรงนี้ ก็เต็มใจที่สุดจะเป็นของคุณ” อินทุอรตาโตเหลือกลานด้วยความตกใจ เธอว่าแล้วเชียว ไอ้ยิ้มดวงตาวับๆ แบบนี้ของเขา มันไว้ใจไม่ได้“อี๋...ปล่อยนะ...ปล่อย...ฉันไม่เอาของคุณหรอก” ร้องเสียงหลง พร้อมกับดึงมือกลับคืน แต่โดมินิคไม่ยอมปล่อยง่ายๆ กลับหัวเราะลั่นอย่างชอบอกชอบใจ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #9 pretty-p (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 10:59

    ถึงกับฝันถึงกัน นี่น่าจะไม่ธรรมดาแล้วนะคะ

    #9
    0