ภารกิจยั่วสวาท

ตอนที่ 4 : ผู้ชายที่ต้องอ่อย - 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    8 พ.ย. 59



คนถูกกระทุ้งความผิดเรื่องเก่าหน้ายู่...รู้ดีว่าขืนยื่นใบลาพักผ่อน พักร้อนหรือต่อให้ลาป่วยจริงๆ ในตอนนี้ ผู้จัดการคงจะอนุมัติให้ลาออกแทนแน่ๆ ด้วยความผิดที่เขาซึ่งเป็นการ์ดมีหน้าที่ดูแลสระน้ำทิ้งหน้าที่ไป แล้วดันมีเด็กจมน้ำในเวลานั้นพอดี แถมยังเป็นหลานสาวของลูกค้าคนสำคัญเสียด้วยสิ

“ก็เพราะไอ้น้ำจิ้มเห็ดพันเบค่อนสูตรใหม่ของเธอนั่นแหละผึ้ง ทำเอาฉันจู๊ดๆ จนวิ่งเข้าห้องน้ำแทบไม่ทัน โชคดีที่อินผ่านมาพอดีถึงได้ไหว้วานให้ดูแลสระให้ ไม่งั้นล่ะก็ไม่อยากนึกเลย” 

สิงหาโบ้ยให้เป็นความผิดของสายน้ำผึ้งที่ขู่แกมบังคับให้เขาชิมน้ำจิ้มเห็ดสูตรใหม่ที่เจ้าตัวทำเอาไปขายตอนเลิกงานเป็นอาชีพเสริม

“ก็ใครใช้ให้นายสวาปามเข้าไปมากล่ะ ฉันกับอินก็กิน ไม่เห็นมีใครเป็นอะไร นอกจากนายคนเดียวนั่นแหละ ที่ตะกละกิน” 

สายน้ำผึ้งเถียงกลับไม่ลดละเช่นกัน

“พอเถอะน่าสองคนนี่ เจอหน้ากันทีไรเป็นได้ทะเลาะกันทุกที ไม่เบื่อมั่งหรือไง?” 

อินทุอรห้ามทัพระหว่างเพื่อนทั้งสอง ที่จ้องหน้าครางใส่กันฮึ่มๆ

“ก็เพื่อนอินนั่นแหละ มาหาเรื่องเราก่อน” สิงหาว่า

“ใครหาเรื่อง ฉันก็แค่พูดความจริง” สายน้ำผึ้งเถียงไม่ลดละ

“เธอต่างหากล่ะผึ้ง”

“นายนั่นแหละสิง”

“เธอ”

“นาย”

“เธอ”

“นาย” 

ดูท่าว่าทั้งสองคนจะไม่ยอมลดราวาศอกให้กันง่ายๆ อินทุอรส่ายหน้าเบาๆ อย่างปวดหัว เมื่อไม่เห็นว่าเพื่อนรักทั้งสองจะเป็นที่ปรึกษาให้ได้ จึงเลี่ยงออกจากสงครามน้ำลายมาเสีย ปล่อยให้ทั้งสองคนได้ห้ำหั่นกันสมใจ

“เดี๋ยวสิอิน...ยังไม่ได้บอกเลยว่าจะไปเกาะไหน?” 

สิงหาตะโกนถามตามหลังไป เมื่อเห็นร่างอรชรเดินตัวปลิวออกจากห้องทิ้งเขาไว้กับสายน้ำผึ้ง จึงหันกลับมาถามคนอยู่ ที่น่าจะรู้ดี

“อินเขาจะไปเที่ยวที่เกาะไหนกับใครน่ะ?”

สายน้ำผึ้งยกมือกอดอก จ้องหน้าเขาเขม็ง ก่อนจะสะบัดหน้าเชิดหันไปอีกทางหนึ่ง

“ไม่รู้ และถึงรู้ ก็ไม่บอก”

“เออ...จำไว้เลย วันหลังอย่ามาใช้เราเป็นหนูทดลองให้ชิมโน่นนั่นนี่อีกก็แล้วกัน” 

สิงหาพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกจากห้องไปอีกคนหนึ่ง

+++++++++

 

“เพราะอย่างนี้นี่เอง มิน่ายัยโรสถึงได้ติดเธอแจ”

โดมินิคผงกหน้าอย่างเข้าใจ ว่าทำไมหลานสาวถึงได้เรียกหาผู้หญิงคนนั้นแม้กระทั่งเวลาจะนอนก็ต้องให้มาเล่านิทานให้ฟัง หลังจากที่บิดาเล่าเรื่องที่อินทุอรช่วยชีวิตโรดิก้าจากการจมน้ำ

“ใช่ แล้วเธอก็เข้ากับยัยโรสได้ดีเสียด้วย”

“เข้าใจหลอกล่อเด็กๆ” 

เขาเอ่ยเปรยขึ้นมาอย่างนึกอคติ ถึงสิทธิพิเศษและที่หญิงสาวได้รับความไว้วางใจจากบิดาและหลานสาวมากกว่าเขาซึ่งเป็นลูกและอาแท้ๆ

สายตาแลตามหลังร่างอรชรที่ลับกายหายไปทางห้องนอนของหลานสาว อย่างสนอกสนใจ

“แล้วนี่เป็นเหตุผลเดียวกับที่ทำให้คุณพ่อไว้วางใจถึงขนาดจะให้เธอมาเป็นผู้ช่วยผมด้วยรึเปล่าล่ะครับ?” หันมาเอ่ยถามบิดา

“นั่นก็มีส่วนทำให้พ่อได้รู้จักเธอมากขึ้น ผู้หญิงคนนี้มีจิตวิญญาณของคนทำงานบริการเต็มเปี่ยม เราต้องการคนแบบนี้มาทำงานให้ ไม่ว่าในตำแหน่งไหนก็ตาม”

บุตรชายไหวไหล่นิดๆ ไม่ออกความเห็น เพราะถ้าพากันเข้าหัวข้อสนทนาเรื่องงานเมื่อไหร่แล้วล่ะก็ บิดาเป็นได้ต้องวกกลับมาหาเรื่องตำหนิเขาจนได้

“แล้วคุณพ่อให้เธอไปช่วยงานผม ยัยโรสจะทำยังไง? มิต้องร้องไห้ตามหรอกหรือ?”

บิดาหัวเราะหึๆ ในลำคอ

“ปล่อยแกไปคนเดียว หรือให้ไปกับคนอื่นน่าเป็นห่วงกว่า เรื่องนี้หลานแกเข้าใจ” 

คำพูดของบิดาทำให้เขาหน้าม้าน จนชักเกิดความสงสัย

“คุณพ่อรู้สึกอะไรพิเศษกับผู้หญิงคนนี้หรือเปล่า?” 

เขาหรี่ตาลงมองท่าน

เดเร็กมองคนอ่อนวัยที่กำลังจับจ้องหาสิ่งผิดปกติราวกับคิดจะล้วงไต๋แล้วนึกขำ

“แกนี่มันต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ อินทุอรน่ะ อายุอ่อนกว่าแกถึงสองสามปี ฉันน่ะก็รุ่นพ่อเธอแล้ว”

 ส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วยกับความคิดไม่เข้าท่าของบุตรชาย

โธ่! คุณพ่อยังไม่แก่หรอกนะครับ อีกอย่าง คุณแม่ก็จากไปตั้งนานแล้ว ถ้าคุณพ่อจะแต่งงานใหม่ หรือมีใครสักคนดูแล บางทีผมกับเรเชลอาจจะสบายใจขึ้นมากว่านี้”

“นี่แกกำลังยุให้พ่อหาเมียใหม่ ไม่กลัวว่าเขาจะเข้ามาแย่งมรดกแกหรือไง?” 

พอถูกท้วงเช่นนี้ คนยุยงส่งเสริมอยู่แหม่บๆ ก็รีบหุบปากฉับในทันที ไอ้เรื่องที่อยากให้บิดาหาคนมาดูแลนั่นก็อยากอยู่ แต่เขาก็กลัวจะมีปัญหาอย่างที่ท่านว่า ยังจะปัญหาความไม่ลงรอยระหว่างแม่เลี้ยงหรือลูกเลี้ยงตามมาอีก

“พ่อยังสนุกกับการเลี้ยงหลาน แต่ถ้าอีกไม่นานรีไทร์จากงานแล้วก็อาจจะไม่แน่ เพราะถึงเวลานั้นยัยโรสก็คงโตเข้าโรงเรียนติดเพื่อนมากกว่า”

“ถึงเวลานั้นคุณพ่อก็มาช่วยเลี้ยงลูกผมกับเอลซ่าสิครับ” 

เขารีบเสนอ พร้อมกับยิ้มกริ่ม

ยิ้มในใบหน้าของบิดาหายไป นัยน์ตาฉายแววหนักใจเพราะอาการหายใจเข้าออกเป็นเอลซ่าของลูกชาย ทำให้เดเร็กเริ่มไม่มั่นใจและหนักใจแทนอินทุอรเสียแล้ว

“แกแน่ใจหรือว่าผู้หญิงอย่างเอลซ่าจะเป็นแม่ที่ดีได้” 

คำถามน้ำเสียงจริงจังแฝงความไม่มั่นใจทำให้โดมินิคชะงักไปชั่วครู่ เพราะถึงเขาจะเคยเกริ่นๆ เรื่องของอนาคตร่วมกันมาบ้าง แต่หญิงสาวก็แบ่งรับแบ่งสู้ตลอดว่าเธอยังสนุกกับการทำงานและไม่คิดเรื่องนั้นในตอนนี้

“ผมเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนมีสัญชาตญาณความเป็นแม่อยู่ในตัว”

“แต่สำหรับผู้หญิงบางคน ก็ไม่เคยรักใครมากไปกว่าตัวเองหรอกนะ”

“ทำไมดูเหมือนคุณพ่ออคติกับคนรักของผมจัง”

“เพราะเธอเป็นคนรักของลูกชายที่พ่อรักกระมัง”

“คุณพ่อไม่เชื่อว่าเอลซ่าจะรักผมจริงๆ ทั้งที่มีผู้ชายมากมายตามตื๊อตามจีบเธออยู่ แต่เธอก็เลือกที่จะคบกับผมอย่างนั้นน่ะหรือครับ” 

น้ำเสียงที่เริ่มเจือด้วยอารมณ์ที่เข้มข้นขึ้น ทำให้เดเร็กเลือกที่จะเป็นฝ่ายหยุด

“เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ทุกอย่าง รวมถึงคำพูด และความรู้สึกของแกด้วยดอม...ถ้าแกเชื่อมั่น ยืนยัน มั่นคงและรักหล่อนจริง สุดท้ายแล้วพ่อก็จะต้องยอมรับผู้หญิงของแกอยู่ดี ไม่ว่าเอลซ่าหรือใคร”

เหมือนเป็นคำท้าทายอยู่กลายๆ และเขาก็จะพิสูจน์ให้ท่านได้เห็นให้จงได้ ว่าความรักของเขาที่มีต่อผู้หญิงที่ท่านไม่ใคร่เอ็นดูนั้น มั่นคงและจริงจังสักเพียงใด

+++++++++

 

ปดโมงเช้าของวันถัดมา เลยเวลานัดหมายมาได้ห้านาทีแล้ว แต่ดูเหมือนว่าอเมริกันชนหนุ่มผู้หล่อเหลาว่าที่เจ้าของคนใหม่ของบุหลันอันดารีสอร์ท บนเกาะแสนดาวก็ไม่มีทีท่าว่าจะลงมาจากวิลล่าส่วนตัวเสียที

อินทุอรเงยหน้ามองขึ้นไปด้านบน ก็เห็นเพียงมิสเตอร์เดเร็กเดินตามหลานสาวหนูโรสที่วิ่งมาหาเธออย่างดีอกดีใจทุกครั้งที่ได้เจอหน้ากัน จนนับวันเธอก็ชักจะตกหลุมรักสาวน้อยยิ้มเก่งอารมณ์ดีคนนี้เข้าเสียแล้ว

“จะไปไหนกันหรือคะ?”

“โรสอยากดูช้าง เพื่อนฉันที่เชียงใหม่ก็โทรศัพท์มาชวนให้ไปเที่ยวที่นั่นพอดี เขามีภรรยาชาวไทยและทำกิจการปางช้างอยู่ที่นั่น”

“พี่อินไปด้วยกันนะคะ”

สาวน้อยตัวจ้อยจับมือของเธอเขย่าพร้อมเอ่ยชวน

อินทุอรย่อตัวลงนั่งอยู่ระดับเดียวกับเด็กหญิง

“พี่อินต้องทำงานค่ะ คงไปกับหนูโรสไม่ได้”

ว้า! แย่จัง น้าดอมก็ต้องทำงาน ไปกับหนูไม่ได้เหมือนกัน” เด็กหญิงพ้อหน้าตากระเง้ากระงอด

“พี่อินจะไปช่วยน้าดอมทำงานที่เกาะแสนดาวที่เราเคยไปเมื่อวันก่อนไงจ๊ะโรส”

“จริงหรือคะ? ดีจัง งั้นหนูไปด้วยได้ไหมคะ?”

อ้าว! แล้วไม่ไปดูช้างกับตาแล้วหรือ?” เดเร็กถามหลานสาวที่เปลี่ยนใจง่ายๆ

เด็กหญิงทำหน้างง หันมาถามเธอ

“ที่เกาะมีช้างไหมคะ?”

“ไม่มีค่ะ”

“ว้า...แย่จัง งั้นหนูไปดูช้างกับคุณตาดีกว่า เพราะทะเลอยู่ใกล้ไปเมื่อไหร่ก็ได้” ผละมือจากเธอ แล้ววิ่งไปจับจูงมือผู้เป็นตาไว้เหมือนเดิม

“แล้วคุณดอมล่ะคะ?” 

ถามเมื่อสอดส่ายสายตามองหาไม่เห็นทีท่าว่าชายหนุ่มจะตามสองตาหลานลงมาเสียที

“เช้านี้ฉันเองก็ยังไม่เห็นหน้าเจ้าดอมเหมือนกัน อาจจะยังไม่ตื่นนอนก็ได้เพราะเพิ่งบินไกลข้ามเส้นแบ่งเขตเวลามา อาจจะยังปรับตัวไม่ทัน เมื่อคืนก็อยู่คุยกันเสียดึกทีเดียว”

จริงสิ...เพราะตอนที่เธอเล่านิทานและกล่อมหนูโรสหลับไปแล้ว โดมินิคก็ยังมาคุยและนัดหมายเวลาที่จะเดินทางไปเกาะแสนดาวพร้อมกับเธอในวันนี้อยู่เลย

“คุณเดเร็กครับ รถพร้อมแล้ว” คนขับรถของรีสอร์ทเข้ามาแจ้งอย่างพินอบพิเทา

“โอเค งั้นฉันไปก่อนละนะอินทุอร ฝากดูแลจัดการทางนี้ให้ด้วย” 

หนุ่มใหญ่ยิ้มให้เธออย่างฝากความหวัง

“บ๊าย...บายค่ะพี่อิน แล้วหนูจะซื้อขนมมาฝากนะคะ” 

โรดิก้าโบกมือให้ ก่อนจะจับจูงมือผู้เป็นตาไปขึ้นรถตู้เพื่อเดินทางไปยังสนามบิน

อินทุอรโบกมือส่งเด็กหญิงกระทั่งประตูรถตู้ปิด จึงได้หันกลับมามองไปที่วิลล่าทรงไทยประยุกต์อีกครั้งอย่างชั่งใจ พร้อมกับถามตัวเองว่าเธอควรจะทำยังไงดี ขืนให้รอพ่อเจ้าประคุณรุนช่องอยู่อย่างนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะตื่นเวลาไหน หากเขาไม่เพียงตื่นสาย แต่ตื่นเที่ยงหรือเลยบ่ายไปเลยล่ะ

ในทีแรกเธอก็นึกเห็นใจคนเพิ่งเดินทางไกลมาถึง คิดจะรออยู่เหมือนกัน แต่เมื่อระลึกได้ว่า เวลาของเธอช่างมีน้อยนิดนัก กับการที่จะทำให้ผู้ชายคนหนึ่งตกหลุมรักได้ อินทุอรก็อยากใช้เวลาทุกนาทีให้คุ้มค่าที่สุด หญิงสาวจึงตัดสินใจจะไปปลุกเขา สองเท้าก้าวขึ้นบันไดไม้เพื่อมุ่งตรงไปยังชั้นบนของวิลล่าหลังงาม เพื่อที่จะปลุกคนนอนขี้เซาให้ตื่นโดยเร็ว

“คุณโดมินิค...คุณโดมินิคคะ” 

แน่ใจว่านี่เป็นห้องนอนของเขาแน่ๆ จึงไม่รีรอจะเคาะลงบนประตูเบาๆ อย่างแสนจะเกรงอกเองใจ กระทั่งรออยู่ครู่ใหญ่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากภายในเสียที

อินทุอรย่นคิ้วนิดๆ ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะนอนหลับลึกขนาดนี้ อาจจะเพลียจัดจากการเดินทางไกล แต่เมื่อพลิกนาฬิกาข้อมือดู ก็พบว่าเธอใจเย็นต่อไปไม่ได้แล้ว

ครานี้ลองออกแรงผลักเบาๆ ดู บานประตูไม้ที่ผู้เป็นเจ้าของห้องไม่ได้ลั่นดานขัดไว้ข้างในก็เปิดออก กระแสแอร์คอนดิชั่นเย็นเฉียบจากภายในเป่าผ่านออกมากระทบผิวกายจนรู้สึกได้

เล่นเปิดแอร์เสียเย็นฉ่ำประสาคนที่เคยชินใช้ชีวิตในเมืองหนาวขนาดนี้ คงหลับสบายเพลินเลยสินะ...เมื่อเปิดบานประตูกว้างพอ ร่างอรชรจึงก้าวเข้ามาภายใน พบเตียงสี่เสาหลังใหญ่ตั้งอยู่กลางห้องและคนที่กำลังตามหาอยู่นอนทอดกายเปลือยเปล่าท่อนบนซุกหน้าหลับอยู่กับหมอนดูท่าว่ายังอยู่ในห้วงนิทรารมย์อันแสนสุข

ให้ตายเถอะ... เธอไม่ใช่พวกนักย่องเบาโดยอาชีพ หรือเป็นสาวๆ ที่เคยแอบเข้าหาชายหนุ่มมาจนชาชิน ถึงจะได้เตรียมจิตเตรียมใจทัน

เท้าที่ก้าวล่วงล้ำเข้ามาถึงข้างเตียงชะงักค้างอยู่แค่นั้น ดวงตาเบิกตื่นนิดๆ สติกระเจิงทันทีที่สายตาปะทะกับแผงอกแน่นล่ำด้วยมัดกล้ามเนื้อน่าฟัดน่ากัดให้จมเขี้ยว ฮึ่ม!

อย่าน่า...อย่านะอินทุอร...อย่ามาตกตื่นหื่นจิตเวลานี้เชียว...หญิงสาวรีบเตือนสติตัวเอง

ถึงแม้เธอจะเป็นผู้หญิง เป็นกุลสตรี แต่ก็ไม่ได้ตายด้านเสียหน่อย ที่จะไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับเนื้อหนังมังสาของเพศตรงข้าม โดยเฉพาะมัดกล้ามเนื้องามๆ ที่ไม่ได้พบเห็นกันได้ง่ายๆ บอกให้รู้ว่าผู้ชายคนนี้เอาใจใส่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี

ทั้งที่ตั้งใจจะมาปลุกให้เขาตื่นแท้ๆ แต่อินทุอรยังไม่กล้าบุ่มบ่ามทำอะไรลงไป เพราะคาดเดาไม่ได้ว่า ภายใต้ผ้าห่มที่ปกคลุมกายท่อนล่างของดอม โดมินิคนั่น จะไม่เปิดโป๊เปลือยเปล่าโล้งโจ้งเหมือนลำตัวส่วนบนด้วย

อ่า....

ดวงตาคู่สวยหวานกะพริบถี่ อยู่เป็นนาน ลำคอแห้งผากไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี เพื่อจะปลุกชายหนุ่มตื่น หลังจากที่เผลอมองเพลินทีเดียว

อินทุอรทำใจกล้า หลับตาลง รวบรวมสติก่อนจะเอ่ยเรียกชื่อเขาเบาๆ และเพิ่มเดซิเบลดังขึ้นเรื่อยๆ หากเจ้าตัวไม่ยอมตื่น เขาคงไม่หลับลึกถึงขนาดว่าเธอต้องเคาะกาละมังถังถ้วยปลุกให้ตื่นหรอกกระมัง


*****จะเกิดอะไรขึ้น ดอมเดินเข้าแผนจับคู่แล้ว 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #5 pretty-p (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 10:38

    คิดจะจับคู่ให้ พ่อ หารู้ไม่ว่า ตัวเองต่างหาก ที่โดนจับคู่


    #5
    0
  2. #2 persiadoll (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 13:52
    สนุกคร้ามาต่อไวๆน๊ะ
    #2
    0